เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 10323 แด จัง กึม (อีกแล้ว) กับความสำเร็จที่คาดไม่ถึง
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
 เมื่อ 27 ก.พ. 06, 15:26

ผมขอแตกกระทู้ออกจากกระทู้ ละครหลังข่าว นะครับ
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=19&Pid=42937

ผมว่า กระแส แดจังกึม เป็นกระแสที่แรงมาก ทั้งกระแสทางด้านธุรกิจและวัฒนธรรม อย่างไม่น่าเชื่อและคาดไม่ถึง ทำให้หลายคนต้องหยิบยกเรื่องประเด็นหลายๆอย่างมาผูกเข้ากับเรื่องนี้  แม้แต่วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ นอกจากเรื่องที่ผมเห็นอยู่ทางทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์ (ที่ยกมารวมไว้ข้างล่างนี้) ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้ยิน

โดยส่วนตัว ผมว่า อันนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จทางด้านการเผยแพร่วัฒนธรรมของเกาหลีในบ้านเราเลยทีเดียว
---------------------------
ทางด้านวิทยาศาสตร์ มีการจัดสัมมนาเรื่อง "วิทยาศาสตร์ใน แดจังกึม"

ทางด้านการแพทย์ มี "แดจังกึมกับแพทย์ทางเลือก"

สถาบันภาษา ม.ธรรมศาสตร์ จัดนิทรรศการภาพยนต์เกาหลีและดาราจากละครโทรทัศน์-นักร้องเกาหลี วันที่ 21-28 กพ ที่ห้องสมุดป๋วย - อันนี้ภาพยนต์เกาหลี

วัยรุ่นคลั่งหนัก ต่อแถวรับเรน ที่จะทัวร์คอนเสริต "Rainy Day in Bangkok"  - อันนี้นักร้องเกาหลี

LG ให้นางเอก แดจังกึม เป็น presenter เครื่องปรับอากาศ - อันนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลี

ตัวผมเอง ก็ตกเป็นเหยื่อของกระแสเหมือนกัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปทานบุฟเฟต์อาหารเกาหลีที่  ห้องอาหารคองจู โรงแรมปทุมวันปรินเซส (ตามคำโฆษณาท้ายละคร) เป็นครั้งที่ 2 ปรากฏว่า ด้วยความแปลกใจ ราคาต่อหัว เพิ่มขึ้นจากที่เคยทาน ครั้งที่แล้ว จาก 699 บาท เป็น 899 บาท ต่อหัว (สงสัยช่วงนี้หนังใกล้จะอวสาน เลยต้องเพิ่มราคา    อันนี้แซวเล่นนะครับ)
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 ก.พ. 06, 18:23

 ตามศูนย์อาหารในศูนย์การค้า
ผมจะมองหาหมูเกาหลี    
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 27 ก.พ. 06, 18:28

 เหมือนกันเลยค่ะ แต่จานนั้นเรียกว่า พอร์คจุน หรือมีทจุน ที่ชุบไข่บางๆ ที่ Times Square
สุขุมวิท มีร้านเกาหลีอยู่ร้านหนึ่งค่ะ ก็ทานดี ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 27 ก.พ. 06, 19:54

 แดจังกึม ไม่ใช่คลื่นลูกแรกของการรุกทางวัฒนธรรมของเกาหลีนะครับ ก่อนหน้านี้ Full House, Winter Love Song ฯลฯ ทั้ง Series และ ภาพยนตร์อีกหลายเรื่องเริ่มบุกมาพักใหญ่แล้วครับ

นอกจากบ้านเราแล้ว จีนเองก็รับเข้าไปเต็มๆ ญี่ปุ่นก็รับเข้าไปไม่น้อย แดจังกึมดังไปทั่วแล้ว

ปลายปีที่แล้วผมมีกิจธุระต้องไปโซล 4-5 วันก็เลยขอรายงานสภาพที่นั่นไว้พอสังเขปดังนี้ โดยจะเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นที่น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันมากกว่านะครับ

เมืองหลวง"โซล"ของเกาหลีใต้นั้นถ้าอ่านชื่อแบบเกาหลีจริงๆจะอ่านว่า ซออุล ครับ เป็นเมืองบนเนินเขาสลับซับซ้อน กลางเมืองมีแม่น้ำไหลผ่าน ชื่อว่าแม่น้ำฮันกัง (ออกเสียงแบบจีนกลางว่า ฮั่นเจียง) ตอนแรกนึกว่า หานเจียง (หาน = เกาหลี)พอเห็นตัวอักษรจีนก็งงเหมือนกันครับที่มันคือ (ฮั่น = จีน)

ระบบคมนาคมในเมืองสะดวกสบาย มีรถไฟใต้ดินถึง 10 เส้นทาง ราคาก็ไม่แพงเริ่มต้นที่ราวๆ 35-40 บาทต่อเที่ยว การซื้อตั๋วโดยมากจะต้องซื้อที่ counter ขายตั๋วที่มีคุณลุงแก่ๆเป็นคนขาย หลังจากยืนสังเกตสักพักก็พบว่าใช้วิธียื่นเงินเข้าไปพร้อมกับบอกสถานีปลายทาง คุณลุงแต่ละสถานีจะเชี่ยวชาญมาก สามารถส่งตั๋วราคาที่ถูกต้องพร้อมเงินทอนกลับมาได้อย่างรวดเร็วและไม่ผิดพลาดครับ

สภาพรถไฟใต้ดินค่อนข้างโทรมและไม่สะอาดเท่าไหร่ครับ คนสูงอายุจะได้สิทธิ์ขึ้นรถใต้ดินฟรี(โดยการรับตั๋วที่ counter ขายตั๋วของสถานีที่จะขึ้น) บนรถจะกันที่นั่งไว้สำหรับคนสูงอายุและคนพิการ คนเกาหลีจะเคารพกติกาและให้เกียรติผู้สูงอายุมาก ที่นั่งคนสูงอายุนี้จะถูกทิ้งว่างไว้เสมอถ้าไม่มีคนสูงอายุขึ้นมาครับ ลักษณะแบบนี้จะต่างจากญี่ปุ่นที่คนยึดที่นั่งคนแก่กันประจำ

ในรถไฟใต้ดินจะมีเซลส์แมนขึ้นมาขายสินค้ากันเป็นปกติ ผมเดาเอาว่าน่าจะถูกกฎหมายเพราะไม่เคยเห็นว่ามีใครทำท่ารังเกียจอะไร ของที่ขายก็มีตั้งแต่ของเล่น, เครื่องนับก้าวเดินอิเล็คโทรนิคส์ไปจนถึงรายหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเขารับทำนามบัตรครับ นับว่าพิลึกเอามากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีวณิพกขึ้นมาขอทานบนรถไฟใต้ดินด้วย โดยมากก็เป็นผู้สูงอายุพิการที่ผมเดาเอาว่าน่าจะประสบเคราะห์กรรมมาจากสมัยสงครามเกาหลีครับ

ราคา Taxi เริ่มต้นที่ประมาณ 70-80 บาท ก็ถือว่าไม่แพงนัก นอกจากนี้ยังมีระบบรถเมล์เชื่อมต่อกับเครือข่ายรถใต้ดิน ผมไม่ได้ลองนั่งแต่เท่าที่ทราบราคาก็พอๆกับรถใต้ดินครับ เท่าที่ทราบสามารถใช้ตั๋วต่อโดยคิดตามระยะทางรวมของรถเมล์และรถใต้ดินได้ด้วยครับ

ค่าอาหารในโซลนั้นค่อนข้างแพง ใกล้เคียงกับในญี่ปุ่น หรืออาจจะแพงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ ราคาอาหารแบบเป็นเรื่องเป็นราวเริ่มต้นที่ประมาณ 250 บาทขึ้นไป แต่ข้างถนนจะมีแผงลอยขายโอเด้งอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะตอนเย็นๆจะออกมากันเยอะมากครับ ราคาก็เริ่มต้นที่ไม้ละประมาณ 40 บาท และแน่นอนว่า ที่ใดมีแผงลอย ความสกปรกก็จะตามมา ทางเท้าในโซลไม่ได้สะอาดไปกว่ากทม.มากนัก เดินไปตามตรอกซอกซอยอาจเจอขยะกองโตอยู่ข้างถนนแบบบ้านเราได้เหมือนกัน อาหารของที่นั่นจะไม่มีเนื้อสัตว์มากนัก เพราะราคาสูงมากครับ หมูย่างเกาหลีไม่ใช่ของถูกเลย ราคาเริ่มต้นที่ ประมาณ 400-500 บาท ถ้าเป็นเนื้อล่ะก็... คูณเข้าไปอีก 3 ครับ แต่รสชาติอร่อยขาดลอยไปเลย อันนี้ใครอยากลองเชิญได้ที่คองจูที่คุณอ๊อฟแนะนำไว้ ใช้ได้ครับ อาหารเกาหลีจะเสิร์ฟมาพร้อมกิมจิเสมอ กระทั่งกินมาม่าข้างถนนยังมีกิมจิถ้วยเล็กๆมาให้เลยครับ คนไทยไปเกาหลีน่าจะพอเอาชีวิตรอดได้เพราะอาหารเกาหลีจะมีรสเปรี้ยวเผ็ด ถึงไม่ดุเดือดเท่าบ้านเราแต่ก็พอไหวครับ

คนเกาหลีมารยาทค่อนข้างแย่เมื่อยึดตามมาตรฐานสากล แต่ก็เป็นเพียงความแตกต่างทางวัฒนธรรม เขาไม่ได้มีเจตนาจะหยาบคาย โดยทั่วไปแล้วก็มีน้ำใจเช่นเดียวกับเราๆท่านๆทั้งหลายนี่แหละครับ ภาษาเกาหลีเองจะมีไวยากรณ์และการออกเสียงคล้ายภาษาญี่ปุ่นแต่รับเอาคำจากจีนไปใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าที่ญี่ปุ่นรับไปจากจีนครับ ที่น่าสังเกตคือคำจีนที่ใช้ สำเนียงส่วนมากจะคล้ายพวกฮกเกี้ยนหรือแต้จิ๋วมากกว่าจีนกลางครับ

ภาษาอังกฤษของคนเกาหลีนั้นเลวร้ายขนาดหนักครับ ญี่ปุ่นที่คนบ่นว่าภาษาอังกฤษแย่จะต้องชิดซ้ายหงายเก๋งไปเลยครับ เพราะญี่ปุ่นที่ว่าแย่ ก็จะแย่คล้ายๆคนไทย คือรู้จักคำศัพท์ แต่ออกเสียงไม่ถูกต้องและเอามารวมเป็นประโยคไม่เป็น แต่เกาหลีที่ว่าแย่คือไม่ค่อยรู้จักศัพท์ภาษาอังกฤษเลย แถมยังออกเสียงได้เลวร้ายขนาดหนัก ผมไปถามทางนักศึกษามหาวิทยาลัย น้องๆเขาพอฟังเข้าใจ แต่ตอบกลับไม่เป็น ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจมาผมเดินไปจนเห็นจุดหมายแล้วชี้ให้ดู ก่อนจะบอกว่าตรงนั้นเรียกว่า "ไอลุปะ" ผมเดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นว่าตึกนั้นชื่อ Alpha ครับ พับเผื่อย!

เรื่องที่เหมือนเมืองไทย(และอาจจะทุกๆที่)อย่างหนึ่งคือ คนที่สื่อสารเก่งคือแม่ค้าครับ นักศึกษาพูดไม่ได้เดินหนี แต่แม่ค้าสู้ตาย ศัพท์แสงไวยากรณ์ไม่ต้องสนใจกันล่ะ แต่สื่อสารรู้เรื่องครับ

โรงแรมที่พักที่เกาหลี ราคาถูกกว่าญี่ปุ่นประมาณ 20-30% เรียกว่ายังแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับมาตรฐานคนไทย และที่นี่ไม่มีวัฒนธรรมการทิปหรือถีบใดๆนะครับ ผมไปพักที่โรงแรม ทิปให้ bellboy เขาไม่ยอมรับท่าเดียวครับ สุดท้ายต้องขอบคุณเขาเลย เพราะเขามีน้ำใจมากทีเดียว ยิ่งพบว่าทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอย่างนี้ทำให้รู้สึกดีมากจริงๆครับ ส่วน Taxi เขาจะทอนเงินตามมิเตอร์ทุกบาททุกสตางไม่มีขาด ถึงหน้าตา มารยาทจะดูโหดหิน แต่ไม่มีโกงเด็ดขาดครับ

ทีวีเกาหลีเองจะเน้นรายการตลกเบาสมองครับ พวกเกมโชว์ ละครทีวี ทั้งแบบปัจจุบันและ period แต่เกือบทั้งหมดจะต้องมีฮาครับ ฟังไม่ออกสักคำแต่จะมีเสียงฮาประกอบแบบ sit com ของฝรั่งอยู่ตลอดเวลาครับ

ตอนนี้เกาหลีเองอาศัยละครและภาพยนตร์พวกนี้ทำการตลาดเรียกนักท่องเที่ยวเต็มที่ เมืองไทยดูกระแสได้ที่ BP Pantip ครับ มีคนมาถามกันทุกวัน เท่าที่ทราบทัวร์จีนก็เข้าไปเยอะ คนญี่ปุ่นนี่ไม่ต้องพูดเลย เพราะเป็นนักท่องเที่ยวหลักของเขาอยู่แล้ว

เอาเป็นว่าพอสังเขปเท่านี้ครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้นะที่นี้เพราะเป็นประสบการณ์แบบจิ้มจุ่มเนื่องจากมีเวลาน้อยมากๆ อย่าได้เอาไปใช้อ้างอิงเชิงวิชาการเลย    
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ภูมิ
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 196


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 27 ก.พ. 06, 23:58

 ที่เคยไปกิน คองจู ไม่น่าแพงขนาดนั้น ผมจำได้ว่าเคยไปกินจ่ายไม่ถึงคนละ500
คุณอ๊อฟไปกินอะไรมาครับ    
บันทึกการเข้า
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 28 ก.พ. 06, 09:32

 บุฟเฟต์ครับ (ที่ซีกซ้ายเป็นอาหารญี่ปุ่น ซีกขวาเป็นเกาหลีครับ - และทานได้ทั้งสองที่ครับ - หรือผมไปผิดที่หรือปล่าว)
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 00:09

 จำได้ว่ามีอาจารย์ทางคลินิกท่านนึง ที่คลั่งหนังเรื่อง Winter Love Song จนถึงขนาดซื้อทัวร์
เดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลี เพื่อชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เลยนะครับ

แน่นอนว่า ต้องเดินทางโดยสายการบินเกาหลี บริษัททัวร์เป็นของประเทศเกาหลีและอื่นๆ

ผมว่าที่จริงถ้า ททท จะสัมนาเรื่องการท่องเที่ยวไทย ลักษณะนี้บ้างก็คงดีอยู่หรอกครับ
บันทึกการเข้า
เนยสด
ชมพูพาน
***
ตอบ: 153



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 14:25

 ขอบคุณคุณ CrazyHOrse มากๆ ครับ
ฟังแล้วอยากลองไปเที่ยวมั้งจังเลย...
แต่ท่าทางต้องพกอาหารสำเร็จจากไปไปเยอะแน่ๆ    
บันทึกการเข้า

ศนิ
มัจฉานุ
**
ตอบ: 95

- The Ultimate Aim of Education is the Development of Charactor -


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 18:30

 เอ ความจริงถ้าประเทศไทยทำให้ประเทศเป็นที่รู้จัก
แล้วประสบความสำเร็จอย่างเกาหลี (หรือจากเรื่องแดจังกึม)
ก็คงมีรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวไม่น้อยเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
ครูไผ่
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55

ศึกษานิเทศก์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 20:10

สืบเนื่องจากความเห็นที่ 3 ค่ะ
นอกจากแม่น้ำ ฮันกัง  จะใช้อักษรจีนที่อ่านในสำเนียงจีนกลางว่า "ฮั่น" ซึ่งเป็นชนเผ่าที่อยู่ในบริเวณส่วนกลางของประเทศจีนแล้ว  ชื่อกรุงโซล ซึ่งเขียนด้วยอักษรจีน ก็ยังใช้อักษรที่อ่านเป็นสำเนียงจีนกลางว่า "ฮั่นเฉิง" ด้วย  เฉิงที่แปลว่า กรุง (สำเนียงแต้จิ๋วออกเสียงเฉินว่า "เซี้ย" ใกล้เคียงกับเสียงโซล หรือ เซ อูล)  ฮั่นเฉิง ก็แปลว่า กรุงฮั่น  

ประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลประกอบด้วยชนหลายเผ่า ที่นับได้เป็นเผ่าใหญ่ ๆ มีประมาณ 7 เผ่า ได้แก่
เผ่าฮั่น (อยู่ในดินแดนส่วนกลางของประเทศ ที่เรียกว่า ตงง้วน เผ่าเดียวกับเล่าปี่)  
เผ่าหาน (ประเทศเกาหลีในปัจจุบัน)
เผ่ามองโกล (ซึ่งตั้งราชวงศ์หยวน ที่มีเจงกิสข่านเป็นปฐมกษัตริย์)
เผ่าแมนจู (ซึ่งตั้งราชวงศ์ "ชิง" ราชวงศ์สุดท้ายของจีน)  
เผ่าเงี้ยว  เผ่าแม้ว (อยู่ทางใต้ของตงง้วน)
และเผ่าอื่น ๆ อีกหลายเผ่า จำไม่ได้ค่ะ ใครทราบช่วยเติมต่อให้ด้วย
หลายเผ่าเคยผลัดกันขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นดินจีน
จีนเผ่าที่เราคุ้นเคยคือ เผ่าฮั่น

ในอดีตคนเผ่าหาน (เกาหลี) ใช้อักษรจีนเช่นเดียวกับคนจีนเผ่าอื่น ๆ
แต่เวลาออกเสียงจะออกเสียงต่าง ๆ กันไปในแต่ละท้องที่
ชนกลุ่มที่มีภาษาพูดแตกต่างกันมากมายหลายแบบคือกลุ่มที่อาศัยอยู่ในบริเวณมณฑลกวางตุ้ง  แค่มณฑลกวางตุ้งมณฑลเดียวมีภาษาพูดแตกต่างกันตั้งหลายภาษา  เช่น แต้จิ๋ว แคะ กวางเจา ไห่หนาน ซึ่งแต่ละภาษาฟังกันไม่รู้เรื่องเลย  แต่ใช้อักษรเดียวกัน  ถ้าใช้ตัวอักษรจะสื่อสารได้ตรงกันหมด  เนื่องจากอักษรจีนวิวัฒนาการมาจากภาพ  ไม่ใช่เกิดจากการสะกดคำตามเสียงพูด

เดิมเกาหลีหรือ "หาน" เป็นมณฑลหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและใช้อักษรจีน  มีแซ่ (นามสกุล) ที่เป็นแซ่ซึ่งเขียนด้วยอักษรจีนเช่นเดียวกับแซ่ที่คนเผ่าฮั่นใช้กัน

เดิมเวียตนามก็ใช้อักษรจีนเช่นเดียวกัน  และปัจจุบันคนเวียตนามก็ยังใช้แซ่ที่เป็นชุดเดียวกับแซ่ที่คนจีนใช้กันอยู่
บันทึกการเข้า
ต้นกล้าเป็นspy
อสุรผัด
*
ตอบ: 25

โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยครับ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 22:20

 เค้าโครงเรื่องมาจากบันทึกประวัติศาสตร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ
เท่าที่ผมทราบมา จะกล่าวเพียงแต่ว่า แดจังกึมได้ถวายการรักษาพระเจ้าจุงจงเท่านั้น
และเกี่ยวกับการเกิดกบฎ ที่เหลือก็คือการปรุงแต่งมาให้เราคลั่งไคล้กันมากมาย

ผมชอบมากมายครับ! ขาดไม่ได้ จาสอบก็ยังดู
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 01 มี.ค. 06, 22:42

 อักษรเกาหลีไม่ได้เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นไม่กี่สิบปีนี้นะครับครูไผ่

เมื่อก่อนผมก็เคยเข้าใจอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะเมื่อราว 20 กว่าปีที่แล้วเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ผู้เขียนเล่าถึงเกาหลีแล้วเล่าไว้อย่างนี้

เพราะถึงแม้อักษรเกาหลีถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ แต่ว่าถูกสร้างและใช้งานมาตั้งแต่ค.ศ.1400 เศษโดยกษัตริย์เซจงในยุคโจซอนครับ

หน้าตาของอักษร Hangul นี้ ดูเผินๆนึกว่าเป็นอักษรภาพแบบอักษรจีน แต่แท้จริงแล้วเป็นระบบการผสมคำเหมือนอักษรไทย

ข้อดีของอักษร hangul นี้คืออักษร 1 ตัวแทนหนึ่งพยางค์ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการสับสนในการอ่าน ซึ่งจะว่าไปแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกและแสดงถึงอิทธิพลของอักษรจีน(ที่เกาหลีเรียกว่าฮันจา(ฮั่นจื้อ))ในการออกแบบอักษร hangul นี้

เพราะภาษาเกาหลีไม่ใช่ภาษาคำโดดแบบจีนครับ

ภาษาเกาหลีไม่มีการใช้วรรณยุกต์ สุ้มเสียงสำเนียง(ที่ฟังโดยคนที่ฟังไม่ออกอย่างผม)ฟังดูคล้ายภาษาญี่ปุ่น ไวยากรณ์พื้นฐานคล้ายญี่ปุ่นเช่นกัน โดยรูปประโยคเป็น ประธาน-กรรม-กริยา

สระเกาหลีจะมีมากกว่าญี่ปุ่น ในขณะที่ญี่ปุ่นมีสระพื้นฐานเป็น อะ-อิ-อุ-เอะ-โอะ ของเกาหลีจะเป็น อะ-อิ-อุ-อึ-เอะ-แอะ-โอะ-เอาะ

การใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีค่อนข้างจะต่างกัน ถ้าเปิดหนังสือญี่ปุ่นจะเห็นการใช้อักษรปนเปกันหมดทั้ง Hiragana, Katakana และ kanji แต่ถ้าเปิดหนังสือเกาหลี จะพบแต่ hangul เต็มหน้า

สิ่งที่เหมือนกันระหว่างเกาหลี/ญี่ปุ่นคือ textbooks จะถูกแปลเป็นภาษาเกาหลี/ญี่ปุ่นเยอะมาก ภาษาไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ของคนของเขาครับ

อยากเห็นอย่างนี้ในบ้านเราบ้างนะ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ครูไผ่
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55

ศึกษานิเทศก์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 02 มี.ค. 06, 08:04

 ค่ะ  อาจจะเป็นอักษรของชนกลุ่มซึ่งเป็นภาษาถิ่น  
ก่อนที่ฉินสื่อหวังตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จะทำการรวบรวมแว่นแคว้นใหญ่น้อยเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันและใช้อักษรเดียวกันนั้น  น่าจะมีอักษรของชนกลุ่มย่อยในเผ่าต่าง ๆ เป็นร้อยแบบเลยก็ได้    

หลังจากที่รวมเป็นอาณาจักรจีน (มาจากคำว่า ฉิน หรือ จิ๋น) แล้ว การบันทึกตำรับตำรา หรือภาษาราชการก็ใช้อักษรจีนกันทุกแว่นแคว้น
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 02 มี.ค. 06, 09:30

 ฉินสื่อหวางตี้รวมแผ่นดินจีนราว 200 B.C.

ฮันกึลถูกสร้างราว 1400-1500 A.D.

timeline มันผิดกันมากนะครับ

ลอง wiki ดูก็ได้ครับ น่าจะมีแน่ๆ    
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
HotChoc
มัจฉานุ
**
ตอบ: 62


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 02 มี.ค. 06, 13:14

 เท่าที่ทราบ อักษรฮันกึลถูกประดิษฐ์ขึ้น์มานานแล้วครับ แต่ไม่นิยมใช้กันเท่าไหร่จนช่วงหลังๆนี่เอง สาเหตุก็คงเหมือนกับที่ญี่ปุ่นไม่ยอมเลิกใช้อักษรจีน(kanji)จนถึงปัจจุบันแหละครับ เพราะอักษรจีนเป็นของสูงทางวัฒนธรรมก็ว่าได้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 19 คำสั่ง