เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7
  พิมพ์  
อ่าน: 42536 ศึกสายเลือดในราชวงศ์สจ๊วตของอังกฤษ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 10 มี.ค. 06, 10:23

 เรื่องราวของสาวน้อยฟลอร่าและเจ้าชาย มีรายละเอียดแตกต่างกันไปเป็นหลายสำนวน    แต่ถ้าจะให้เล่าแบบมีสีสันโรแมนติคหน่อยก็จะได้แบบนี้ละค่ะ

ชาวสก๊อตในยุคที่บอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีพยายามกอบกู้บัลลังก์กลับคืนมา อาจแบ่งได้เป็น ๓ กลุ่มใหญ่ๆ คือ

-พวกที่จงรักภักดียอมตายถวายชีวิตให้สายเลือดราชวงศ์สจ๊วต เพราะถือว่านี่คือพระเจ้าแผ่นดินองค์แท้จริงตามที่สวรรค์ทรงประทานมา ด้วยชาติกำเนิดของพระองค์
-พวกที่เห็นว่ายังไงบอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีก็ไม่มีทางสู้ราชวงศ์ฮันโนเวอร์ที่ครอบครองอังกฤษมายาวนานร่วม ๓๐ ปีเข้าไปแล้ว  
นอกจากนี้เจ้านายฮันโนเวอร์ก็ไม่ได้รังแกพวกสก๊อตแต่อย่างใด   ปล่อยให้อยู่กันอย่างสงบ  สมัครเข้ารับราชการกับอังกฤษก็ได้ไม่มีปัญหา  
พวกเขายอมอ่อนน้อมศิโรราบต่อเจ้านายใหม่เพื่อการอยู่รอดเห็นจะดีกว่า
-พวกที่สามคือพวกอยู่เฉยๆ  ไม่ได้ไยดีอะไรนักกับจาโคไบท์ที่พยายามจะผลักดันราชวงศ์สจ๊วตกลับไปครองอังกฤษ  
แต่พวกนี้ก็ไม่ใจเหี้ยมพอจะส่งเจ้าชายผู้หลบหนีเอาชีวิตรอดกลับไปให้ศัตรู  เพราะยังยึดถือเมตตาธรรมอยู่มาก และเห็นใจเจ้าชายเชื้อสายสก๊อตด้วยกัน

หนึ่งในชาวสก๊อตที่สังกัดกลุ่มที่ ๓ คือสาวน้อยฟลอร่า แม็คโดนัลด์  เกิดเมื่อ ค.ศ. ๑๙๒๕ อ่อนกว่าเจ้าชาย ๕ ปี  เธอเป็นลูกสาวบุญธรรมของผู้บังคับการทหารสังกัดกองทัพอังกฤษ ที่เมืองเบนบีคิวล่า  เธอมีคู่หมั้นแล้วเป็นนายทหารสก๊อตในกองทัพอังกฤษเช่นกัน

ในช่วงที่บอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีหนีระหกระเหินนอนกลางดินกินกลางทราย หลบซ่อนอยู่ในที่ทุรกันดาร แทบเอาชีวิตไม่รอดท่ามกลางทหารอังกฤษที่ตามล่าเหยื่อเหมือนหมาล่าเนื้อ    ญาติคนหนึ่งของฟลอร่าพยายามให้ความช่วยเหลือเจ้าชาย โดยติดต่อหญิงสาวขอให้ช่วยพาเจ้าชายหนี  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 10 มี.ค. 06, 10:26

 เพราะดูๆแล้ว ไม่มีใครน่าไว้ใจเท่าเธอ ในด้านความฉลาดปราดเปรียวและเก่งกล้า  
นอกจากนี้ความเป็นลูกสาวบุญธรรมของนายทหารใหญ่ ก็อาจจะแนบเนียนรอดสายตาทหารอังกฤษไปได้โดยไม่มีใครสงสัย
หน้าที่ของฟลอร่าคือลักลอบพาเจ้าชายออกจากเกาะเบนบีคิวล่า ไปที่เกาะสกาย เพื่อจะหาเรือโดยสารกลับไปฝรั่งเศส  ญาติของเธอกลัวว่าถ้าทหารอังกฤษมาพบเจ้าชายที่นี่ละก็  เป็นเดือดร้อนกันไปทั้งถิ่น  
ดีไม่ดีจะโดนแขวนคอกันระนาว

ในตอนแรกฟลอร่าปฏิเสธไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัว    แต่เมื่อเจ้าชายปรากฏกายขึ้น  
เธอตื่นตะลึงกับความงามสง่าเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย
เจ้าชายทรงปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพบุรุษ น้อมองค์ลงจุมพิตมือหญิงสาว  
ก็ก่อความประทับใจอย่างแรงกล้าให้ฟลอร่า
จนเธอตัดสินใจได้ว่าจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยพาพระองค์หนีไปให้ได้  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 10 มี.ค. 06, 10:31

 บอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีหลบซ่อนอยู่ ๑ สัปดาห์ในบ้านของฟลอร่ารอจังหวะจะหนีภัย    
ใน ๑ สัปดาห์ที่ทรงพบปะหญิงสาว  ทั้งที่ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ทุกขณะ  ความรักแรกพบก็ได้เบ่งบานขึ้นสำหรับคนทั้งสอง  
แม้ยังมองไม่เห็นหนทางเป็นไปได้ที่จะลงเอยด้วยกันก็ตาม

เรื่องน่าใจหายใจคว่ำเกิดขึ้น  เมื่อนายพลแคมป์เบลของอังกฤษข้ามมาที่เมืองเบนบีคิวล่าเพื่อจะตามล่าตัวเจ้าชาย    
แต่ท่านนายพลอาจจะคว้าน้ำเหลวมาแล้วหลายแห่งจนเบื่อหน่ายเต็มที   ก็เลยคิดว่ามาที่นี่ก็คงเหมือนๆอีกหลายที่  ที่มีแต่ข่าวโคมลอย
หรือจริงๆแล้วท่านนายพลเองก็อาจจะไม่อยากจับลูกหลานของเจ้านายเก่าไปขึ้นศาลพิพากษาโทษ  ซึ่งแน่นอนว่าต้องประหารลูกเดียว
ก็เลยไม่สนใจเบาะแสที่นักเทศน์โปรแตสแตนท์คนหนึ่งแจ้งมา  
ทำให้พลาดเรื่องเจ้าชายไปอย่างฉิวเฉียด
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 10 มี.ค. 06, 11:37

ผมเคยไปที่สมรภูมิ Culloden ด้วยครับ อยู่ใกล้ๆกับ Inverness เมืองท่องเที่ยวสำคัญใน Highland ครับ คนสก็อตจะบอกว่าสมรภูมินี้ไม่ใช่การรบแต่เป็นการสังหารหมู่ชาวสก็อต ที่สั่งการโดยผู้นำทัพอังกฤษคือ  Duke of Cumberland

 http://www.undiscoveredscotland.co.uk/inverness/culloden/

นึกแล้วก็สงสารพวกสก็อตเพราะถูกอังกฤษข่มเหงมาตลอด ใครที่ดูหนัง Brave hearth คงจะนึกภาพออก
เรื่องนั้นเกิดขึ้น 500 ปีก่อนสมรภูมิที่ Culloden ในสมัยนั้น King Edward ที่หนึ่ง (Longshanks) มีความคิดติดหัวว่า "The trouble with Scotland is that it is full of Scots" เลยสังหารโหดไปซะเยอะ ห้าร้อยปีผ่านไป Duke of Cumberland ก็คิดแบบเดียวกัน

ที่แย่กว่านั้นคือในสมรภูมิ Culloden ทหารที่สังหารพวกจาโคไบต์ก็เป็นพวกสก็อตด้วยกันเองนั่นแหละ ชาวสก็อตที่อยู่ฝ่ายตรงข้างกับเจ้าชายรูปงามมีมากกว่าชาวสก็อตที่ยืนเคียงข้างพระองค์ ช่างน่าเศร้าจริงๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 11 มี.ค. 06, 12:14

 เข้าไปอ่านในเว็บที่คุณจ้อลิ้งค์ให้    น่าสงสารเจ้าชายจริงๆ  
เขาว่า...ถ้าเพียงแต่ทัพสก๊อตไม่รวนเร  บรรดาหัวหน้านายกองอยากถอยกลับเสียกลางทางที่ดาร์บี้    แต่รุกหน้าต่อไปถึงลอนดอน
ก็จะได้ทัพเวลส์ มาช่วย  ลอนดอนก็ระส่ำระสายเต็มที
เจ้าชายก็คงชนะได้ขึ้นครองอังกฤษ  ประวัติศาสตร์ก็คงเปลี่ยนไปอีกแยะ

แต่มันก็เป็นเพียง....ถ้า...if  เท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 02:24

     เจ้าชายกับฟลอร่าจะลงเอยอย่างไรคะเนี่ย

ลุ้นค่ะ ลุ้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 08:21

 เล่าเรื่องต่อในวันจันทร์   วีคเอนด์ไปพักผ่อนกันที่ไหนบ้างคะ
***********************************
ฟลอร่าวางอุบายตบตา จับเจ้าชายแต่งตัวเป็นสาวใช้ประจำตัวของเธอ    ปลอมชื่อให้ใหม่ว่า "เบตตี้ เบิร์ก"
ในเมื่อเป็นธรรมเนียมว่าหญิงสาวฐานะดีย่อมมีบริวารติดหน้าตามหลังไปด้วยเวลาเดินทาง  
ก็ไม่มีใครเอาใจใส่หรือเฉลียวใจสงสัยหญิงรับใช้ร่างใหญ่แต่งตัวรุ่มร่าม ท่าทางเงอะงะที่ติดตามคุณหนูฟลอร่าออกจากเกาะข้ามไปที่เกาะสกาย
(ขอให้สังเกตว่าในเพลง Skye Boat Song มีชื่อฟลอร่าอยู่ด้วย)

เจ้าชายกับฟลอร่าข้ามไปถึงเกาะสกายได้อย่างปลอดภัย    ทั้งคู่พร้อมด้วยญาติของฟลอร่าอีก ๒ คน เดินทางระเหระหนต่อไปอีกหลายเกาะ  
ต้องนอนค้างอ้างแรมในกระท่อมตามทาง  รอดเงื้อมมือพวกทหารอังกฤษได้อย่างหวุดหวิด    จนมาถึงเกาะราเซย์  

ณ ที่นั้นมีเรือเล็กพาพระองค์ข้ามไปสู่เรือใหญ่ที่จะไปฝรั่งเศส ฟลอร่าก็จำต้องกล่าวคำอำลาเจ้าชายของเธอด้วยความโศกสลด    

เจ้าชายทรงถอดสร้อยพร้อมล็อกเก็ตพระรูป ที่ด้านในนั้นมีปอยพระเกศามอบให้เธอเป็นที่ระลึก ทรงกล่าวกับเธอเป็นคำสุดท้ายว่า
" เราจะได้พบกันอีกครั้งที่พระราชวังเซนต์เจมส์"

ทั้งนี้ เพราะพระองค์ยังมีความเชื่อมั่นว่าจะได้กลับไปครองบัลลังก์อังกฤษได้อีกครั้งในภายหน้า    
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะทรงเชิญเธอไปที่พระราชวังที่ประทับ  ส่วนในฐานะอะไรเราก็คงพอเดากันได้ไม่ยาก

ฟลอร่าได้แต่ยืนมองอยู่ที่ชายฝั่งของเกาะสกาย  ขณะเรือเล็กพาเจ้าชายของเธอห่างออกไปทุกที    จนลับสายตา  
เธอไม่อาจรู้ว่าครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พบบอนนี่ ปรินซ์ ชาร์ลี  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 08:23

 เมื่อกลับมาที่บ้านเดิม    แผนการณ์ช่วยเจ้าชายรั่วไหลออกไป   ฟลอร่าถูกจับส่งตัวขึ้นศาล   เธอถูกตัดสินลงโทษจำคุกที่หอคอยแห่งลอนดอน  
แต่ชื่อเสียงของฟลอร่าขจรขจายไปทั่วประเทศแล้วในตอนนั้น ทำให้รัฐบาลอังกฤษไม่กล้ารุนแรงกับเธอมากนัก  
เธอได้รับสิทธิพิเศษให้อยู่สะดวกสบายพอใช้ในหอคอย  มีบุคคลสำคัญไปเยี่ยมเยียนเสมอ  
เธอต้องโทษอยู่ไม่นาน   ปีต่อมาก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ  เป็นอิสระกลับไปบ้านเดิม  

แต่ฟลอร่าก็ยังไม่ได้แต่งงานกับคู่หมั้นในทันที  ต่อจากนั้นอีก ๓ ปี ถึงตกลงใจสมรสกับเขา  
เมื่อบิดาเลี้ยงถึงแก่กรรม เธอก็ได้ครอบครองคฤหาสน์ของตระกูลแม็คโดนัลด์   แต่ว่าบ้านใหญ่นั้นทรุดโทรมเกินกว่าจะฟื้นคืนสภาพได้อีกแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 08:26

 ยี่สิบสี่ปีต่อมา ฟลอร่ากับสามีพร้อมกับลูกๆ ๗ คน อพยพไปอเมริกา  ตั้งหลักแหล่งทำไร่ไถนาอยู่ที่คาโรไลน่าเหนือ
เป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์มที่ประสบผลสำเร็จดี    จนกระทั่งสงครามประกาศอิสรภาพของอเมริกาปะทุขึ้นมา  

สามีของเธอสมัครเข้าเป็นกองกำลังข้างฝ่ายอังกฤษ  เขาถูกจับเป็นเชลยศึกและถูกเนรเทศไปที่โนวา สโคเทีย  (นิคมทางตะวันออกของแคนาดา)ในปี ๑๗๗๙  
สงครามทำให้เธอต้องสิ้นเนื้อประดาตัว    ฟลอร่าอพยพกลับไปที่เกาะสกายอีกครั้ง   สามีเดินทางมาสมทบกับเธอในภายหลัง

๑๑ ปีต่อมา ฟลอร่าถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ ๖๕ ปี ในค.ศ. ๑๗๙๐ บนเตียงที่บอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีเคยบรรทม    
ว่ากันว่าร่างของเธอถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนที่เจ้าชายเคยบรรทม และเธอเก็บไว้อย่างดีไม่ให้ใครแตะต้องอีก  
เมื่อวางโลงลงในหลุมศพ  มีปอยพระเกศาของบอนนี่ปรินซ์ชาร์ลี-ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเธอ  
วางแนบร่างติดตัวเธอไปสู่ปรโลกด้วย

หมายเหตุ:ล็อกเก็ตข้างบนนี้ไม่ใช่ของฟลอร่าค่ะ แต่เป็นล็อกเก็ตภาพของเจ้าชายเช่นกัน  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 08:28


ชื่อเสียงของฟลอร่า แม็คโดนัลด์อยู่ลำดับต้นของวีรสตรีในหน้าประวัติศาสตร์ของสกอตแลนด์  
ชื่อของเธอยังเป็นที่ยกย่องอยู่จนทุกวันนี้  ปัจจุบันนี้หลุมศพของเธอที่สกายก็ยังเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
มีอนุสาวรีย์ของเธอสร้างอยู่ตรงหน้าปราสาทอินเวอร์เนสด้วยค่ะ  โปรดดูภาพข้างบน
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 16:43

 ชะตากรรมบอนนีชาร์ลส์จะเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไปครับ......
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 22:06


ฮืออออออออออออออออออ....

ชีวิตรักเศร้าหวานน้ำตาลเคล้าน้ำตาอีกแล้ว
สักวัน จะต้องไปเยี่ยมฟลอร่าที่สก๊อตแลนด์ให้ได้ค่ะ
อยากจะไปเกาะสกายด้วย

พูดถึงปรินซ์ชาร์ลีแล้ว พลอยให้นึกถึงเรื่องผู้หญิงเฟย์
อยากจะขอความกรุณาอาจารย์เล่าเรื่อง Fey Women
ถ้าหากไม่รบกวนจนเกินไปนะคะ ขอบพระคุณค่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 14 มี.ค. 06, 07:55

ตอนท้ายของ "คู่กรรม" ฉบับสก๊อต   คุณเฟื่องแก้วคงจะต้องเสียน้ำตาเป็นโอ่ง
ดิฉันเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ให้คุณเฟื่องแก้วหลายโหลแล้วละค่ะ
เพราะว่าชะตากรรมของเจ้าชายพระเอกของเรา น่าเศร้ายิ่งกว่าสาวน้อยฟลอร่าเสียอีก

พระองค์กลับไปถึงฝรั่งเศสได้โดยปลอดภัยก็จริง  แต่ใน ๓ ปีต่อมาก็ต้องถูกเนรเทศจากประเทศเพราะสนธิสัญญาอิกซ์-ลา-ชาแปล ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส
ที่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง ว่าฝรั่งเศสจะต้องไม่ให้ที่พักพิงแก่เชื้อสายราชวงศ์สจ๊วตอีกต่อไป

พระองค์ทรงระเหเร่ร่อนไปอยู่หลายประเทศในยุโรปอย่างเจ้าไม่มีศาล   แต่ก็ไม่ทรงละทิ้งพระปณิธานเดิม  
เจ้าชายทรงลอบกลับมาที่ลอนดอนอย่างเงียบๆเมื่อพระชนม์ได้ ๓๐ และอีกครั้งเมื่อพระชนม์ ๓๔  
เพื่อจะหาพรรคพวกสนับสนุนในการขึ้นครองบัลลังก์ แต่ก็ล้มเหลวทั้งสองครั้ง    
อังกฤษได้เดินหน้าไปในไกลในสมัยราชวงศ์ฮันโนเวอร์เกินกว่าจะย้อนกลับมาสู่ราชวงศ์สจ๊วตได้อีก  โดยเฉพาะกับเจ้าชายที่เป็นคาทอลิค
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 14 มี.ค. 06, 07:56


ส่วนเรื่องกลับมาระดมกำลังพลที่สกอตแลนด์ก็เป็นอันว่าไม่มีทาง   ความปราชัยที่คัลโลเดนและบทลงโทษผู้เกี่ยวข้องอย่างสาหัสสากรรจ์ จากดยุคแห่งคัมเบอร์แลนด์บาลอังกฤษ
ก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกสก๊อตไม่กล้าช่วยเหลือพระองค์อีกต่อไป   เพราะยังไงก็มองเห็นลางแพ้อยู่ข้างหน้า

เจ้าชายทรงแบกความผิดหวังกลับไปยุโรป   บัดนี้พระองค์ไม่อาจใช้พระนามว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๓ ได้อีกต่อไปแล้ว  จำต้องใช้พระยศว่า "ดยุคแห่งอัลบานี"  
ยิ่งเมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ลง  ความหวังก็ยิ่งดับสูญ  พระองค์กลายเป็นที่รู้จักในนาม The Young Pretender คู่กับ The Old Pretender คือพระบิดา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 14 มี.ค. 06, 07:59

 เจ้าชายทรงสมรสกับเจ้าหญิงหลุยส์เดอสโตลเบอร์ก แต่ก็หย่าร้างกันใน ๑๐ ปี  มีพระธิดาองค์เดียว
ความขมขื่นจากความล้มเหลวทั้งการงานและส่วนตัวทำให้พระองค์กลายเป็นชายชราอ้วน ฉุ ติดเหล้า  มีอารมณ์ร้ายเกรี้ยวกราด  
ในบั้นปลายทรงกลับไปอยู่ที่โรมอีกครั้งจนสิ้นพระชนม์เมื่อค.ศ. ๑๗๘๘   พระชนม์ได้ ๖๘ ปี   ก่อนฟลอร่าตายเพียง ๒ ปี

ที่ฝังพระศพของพระองค์ที่โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ จารึกไว้ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๓  
ต่อจากพระบิดาคือพระเจ้าเจมส์ที่ ๓ และน้องชายของพระองค์คือเฮนรี่ที่ ๙  
ทั้งสามพระองค์ไม่มีโอกาสครองราชบัลลังก์อังกฤษ   แต่ก็เป็นที่ยอมรับจากสก๊อตแลนด์และวาติกันว่าทรงเป็นพระราชาที่ถูกต้องโดยสายเลือดของราชวงศ์สจ๊วต  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง