เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
อ่าน: 41505 ศึกสายเลือดในราชวงศ์สจ๊วตของอังกฤษ
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 21:24

 เข้ามาตามไล่อ่านกระทู้ครับอาจารย์
กว่าจะสอบเสร็จได้ เหงื่อตกน่าดู

วันนี้มีทั้งสอบ ทั้งส่งงาน ทั้งนำเสนองานหน้าห้อง รวมกัน 5 อย่าง
ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่นิสิตทั้งคณะก็เดินกันว่อนเป็นแพนด้าซะแล้วล่ะครับ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 22:47

อยากเห็นบรรยากาศมีทติ้งด้วยคนค่ะ คงสนุกมากๆ เลยนะคะ
อุ่นเครื่องไว้ในหลาย ๆ กระทู้แล้ว อิจฉาจังค่ะ อาจารย์
(แต่คงไม่กล้าไปเองค่ะ ยังอายอยู่ แหะๆ)

คุณออโถ ฯ ดิฉันนับถือผู้รู้ในวิชาการ ฯ เป็นครูเป็นอาจารย์ผู้ให้ความรู้ทุกท่านเลยนะคะ
แน่นอนโดยเฉพาะอาจารย์เทาชมพู และคุณพระนิล ฯ
นอกจากมีความรู้กว้างขวางแล้ว ยังเล่าเรื่องสนุกด้วยซีคะ

คุณติบอ เรียนอะไรคะ ทำไมทั้งคณะมีแต่แพนด้า
คงน่ารักนะคะ อย่างนี้ ไม่ต้องสั่งมาจากจีนอีกแล้ว
อยากเห็นแพนด้า กรุณาแจ้งติบอ อิอิ
.
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 12:41

 ตอบคุณ  OrThoMorPheUs
คุณนกข.เป็นข้าราชการประจำ รับเชิญไปบรรยายในมหาวิทยาลัยบ้างเป็นครั้งคราว
ส่วนดิฉันมีหลายอาชีพค่ะ  เอาแน่ไม่ได้
***********************
มาต่อจากเมื่อวานนะคะ
ทัพเรืออังกฤษซึ่งเหนือกว่าทั้งชั้นเชิงและกำลัง  ก็รุกไล่เรือฝรั่งเศสจนต้องถอยกลับไป    พระราชาหนุ่มไม่มีโอกาสแม้แต่จะเหยียบแผ่นดินพ่อ
ศึกสายเลือดครั้งนี้ก็จบลงเพียงแค่ในทะเลนอกชายฝั่ง     อังกฤษแทบไม่กระทบกระเทือนแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้   จะว่าพระราชินีนาถแอนน์และรัฐสภาอังกฤษใจไม้ไส้ระกำกับพระราชาตัวจริงก็ไม่เชิงนัก   ต้องให้เครดิตไว้ ณ ที่นี้ว่าทางอังกฤษลาดพรมกำมะหยี่รับพระเจ้าเจมส์ที่ ๓ นี้อยู่เหมือนกัน
เพราะต่างก็เล็งเห็นว่าแอนน์ไม่มีพระโอรสธิดา    ถ้าสิ้นพระชนม์เมื่อไรพระเจ้าเจมส์ในฐานะน้องชายคนละแม่  สายเลือดใกล้ชิดที่สุดก็ควรกลับมารับบัลลังก์ต่อไปได้เลย

แต่...มีคำว่า "แต่" ตัวโตเสียด้วย

แต่พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ จะต้องเปลี่ยนนิกายศาสนามานับถือโปรแตสแตนท์เช่นเดียวกับชาวอังกฤษส่วนใหญ่
เงื่อนไขอันนี้  พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ ปฏิเสธเด็ดขาด

เมื่อพระราชินีนาถสิ้นพระชนม์ลงจริงๆ   มงกุฎก็เลยเปลี่ยนมือไปสู่พระญาติห่างๆ แต่ว่าสายเลือดใกล้ที่สุดเท่าที่จะหาได้ คือเจ้านายเยอรมันราชวงศ์ฮันโนเวอร์ ที่พูดอังกฤษไม่ได้สักคำ
คือองค์ในภาพนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 12:46

 ปณิธานด้านศาสนาของพระราชาพลัดถิ่นนับว่ามั่นคงน่าสรรเสริญ อย่างน้อยก็ไม่หักหาญจิตใจพันธมิตรใหญ่คือพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔  และพระสันตปาปาแห่งโรมที่อุดหนุนจุนเจือมาตลอด   แต่ในทางการเมืองแล้วกลับตาลปัตรเป็นผลร้ายกับพระองค์  

เพราะการเมืองเปรียบได้กับกังหันต้องลมหมุนวน  ไม่รู้กี่หนต่อวัน    นโยบายที่เห็นว่าดีงามถูกต้องที่สุดในวันนี้อาจพลิกผันเป็นเลวที่สุดในวันพรุ่งนี้     ศัตรูที่แยกเขี้ยวเล่นงานกันชนิดไม่เผาผีอาจจะจับมือกลายเป็นมิตรกันด้วยดี   อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นในด้านการเมือง

นักการเมืองที่ช่ำชองอย่างพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ ย่อมเรียนรู้ข้อนี้ดี  ถึงได้ทรงเอาตัวและประเทศรอดมาได้จนตลอดรัชกาล   ไม่เพลี่ยงพล้ำเสียทีใคร  
แต่ว่าพระเจ้าเจมส์ที่ ๒ พระอนุชาและหลานเธออย่างพระราชาหนุ่ม  ที่ประวัติศาสตร์ขนานนามให้ภายหลังว่า The Old Pretender หมุนตามลมไม่ทัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 12:55

 เมื่อถึงปี ๑๗๑๔  เป็นปีที่ราชบัลลังก์อังกฤษเปลี่ยนไปสู่มือเจ้านายเยอรมัน   ในปีนั้น  ฝรั่งเศสแพ้สงคราม ต้องจำยอมทำสนธิสัญญาประนีประนอมกับอังกฤษ    
ข้อตกลงข้อหนึ่งที่เป็นการมัดมือชกพระเจ้าหลุยส์คือพระองค์ต้องเนรเทศพระเจ้าเจมส์ที่ ๓ ออกจากฝรั่งเศส ไม่ให้การสนับสนุนอีก

เมื่อสถานการณ์ชักคับขัน   ขบวนการผู้สนับสนุนพระราชาอังกฤษสายพระเจ้าเจมส์ ที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า "พวกจาโคไบท์" ก็แสวงหาขุมกำลังใหม่ที่จะช่วยเกื้อหนุนให้พระราชาของพวกเขาได้กำลังไปทำศึกกับพระเจ้าจอร์ชที่ ๑ จากฮันโนเวอร์ที่เสด็จมาครองอังกฤษ    คือเล็งไปที่สกอตแลนด์  ถิ่นเดิมของราชวงศ์สจ๊วต
พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ ก็เสด็จออกจากฝรั่งเศสไปที่นั่น

สกอตแลนด์แบ่งเป็น clan เยอะแยะ  จะเรียกว่าเผ่าก็จะฟังเหมือนอินเดียนแดงไป   คือพวกนี้มาจากตระกูลต่างๆในสกอตแลนด์ที่รวมกันอยู่กับประมุข   ดูไปก็คล้ายกับในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่มีปราสาทนั้นปราสาทนี้ของขุนนางตระกูลต่างๆอยู่เหมือนกัน

พวกจาโคไบท์พยายามรวบรวมหัวหน้า clan  ต่างๆในสกอตแลนด์ ก่อกบฎ  เพื่อรวมรวมพลเข้าด้วยกันเป็นหมวดหมู่เดียว  เป็นกองทัพให้พระราชา
แต่ก็ล้มเหลว ทำไม่สำเร็จ     พระเจ้าเจมส์ก็จำต้องต้องบ่ายหน้าจากสกอตแลนด์กลับไปฝรั่งเศสอีกครั้ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 07 มี.ค. 06, 09:02

 การกลับไปฝรั่งเศสอย่างผู้ปราชัยในครั้งนี้  ชะตากรรมที่รอคอยอยู่ยิ่งเลวร้าย   เพราะพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔  สุริยราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ดับแสงสิ้นรัชกาลลงไปแล้ว    
รัฐบาลของฝรั่งเศสรังเกียจพระราชาไร้บัลลังก์  ไม่ประสงค์จะรับไว้เป็นภาระ เพราะมีแต่เสีย ไม่มีได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาสักอย่าง  จึงบีบให้พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ ออกไปจากอาณาจักร
แต่ในเมื่อพระองค์เป็นคาทอลิค    สันตปาปาแห่งโรมจึงอ้าแขนต้อนรับด้วยดี      เจมส์ ฟรานซิส เอ็ดเวิร์ด สจ๊วต หรือพระเจ้าเจมส์ที่ ๓ เสด็จไปพำนักอยู่ที่โรมจนสิ้นอายุขัย
แต่ศึกสายเลือดก็ยังไม่จบอยู่ดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 07 มี.ค. 06, 09:10

 เมื่ออายุ ๓๑  พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ เสกสมรสกับเจ้าหญิงเชื้อสายกษัตริย์โปแลนด์ชื่อเจ้าหญิงมาเรีย  คลีเมนตินา   มีโอรสด้วยกัน ๒ องค์คือชาร์ลส์ ฟรานซิส สจ๊วต และเฮนรี่ เบเนดิค สจ๊วต
เจ้าชายองค์เล็กเมื่อโตขึ้นก็บวชเป็นพระคาร์ดินัล   ไม่มีบทบาททางการเมืองอีกนอกจากเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและที่อยู่ให้พี่ชาย
ส่วนเจ้าชายองค์ใหญ่  ผู้ซึ่งต่อมาโลกรู้จักในนาม Bonnie Prince Charlie  เป็นภาษาสก๊อต แปลว่า"เจ้าชายชาร์ลส์รูปงาม"

Bonnie Prince Charlie เป็นบุคคลหนึ่งที่แม้ไม่ได้สวมมงกุฏกษัตริย์  แต่ก็มีชื่อเสียงเลื่องลือในประวัติศาสตร์ วรรณคดีและเพลงพื้นบ้าน  ยิ่งกว่ากษัตริย์อังกฤษอีกไม่รู้ว่ากี่องค์

ว่ากันว่าพระองค์เกิดมารูปหล่อจริงๆ    นอกจากสง่างามแล้วยังมีเสน่ห์และบุคลิกอันน่าประทับใจแก่ผู้พบเห็น      ราวกับเจ้าชายในเทพนิยาย  
ทำให้ขบวนการจาโคไบท์เกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าจะเจ้าชายสามารถสานต่องานที่พระบิดาทรงล้มเหลวมาแล้ว  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 07 มี.ค. 06, 09:19

 พระราชาไร้บัลลังก์นั้นเมื่อพระชนม์มากขึ้นก็ยิ่งหมดสภาพที่จะกลับไปกอบกู้ราชบัลลังก์คืนมา  
ทรงกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายชอบทะเลาะวิวาทกับคนอื่นๆแม้แต่ลูกเมีย    เป็นผลจากความระทมขมขื่นในความล้มเหลว  
ทรงเจ็บปวดที่ใครต่อใครตั้งสมญาพระองค์ว่า Mr. Misfortune หรือเรียกอย่างชาวบ้านก็คงเป็น "ท่านโคตรซวย"
อารมณ์ขึ้นๆลงๆนี้ก็ติดตัวไปจนตลอดพระชนม์ชีพ  แต่ก็ไม่ย่อท้ออยู่เรื่องหนึ่งคือความฝันที่จะกลับไปครองอังกฤษได้อีกครั้ง

สภาพแวดล้อมนับว่าเป็นใจให้เจ้าชายชาลี   สันตปาปาแห่งกรุงโรมให้การอุปถัมภ์เจ้าชายด้วยดี    ทรงเติบโตขึ้นมาแบบเจ้าชายทุกกระเบียดนิ้ว  
ส่วนประเทศอื่นๆที่นับถือคาทอลิคก็เล็งว่าบอนนี่ ปรินซ์ ชาร์ลี เหมาะสมจะกลับคืนสู่บัลลังก์อังกฤษอีกครั้ง   ถ้าหากว่าทำได้  พวกนี้ก็จะได้อังกฤษเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ของตน  
และนอกจากนี้หลายประเทศก็ไม่ชอบเจ้าเยอรมันที่ส้มหล่นได้ครองอังกฤษอีกด้วย

เจ้าชายถูกปลูกฝังให้ถือว่าหน้าที่และภารกิจสำคัญคือนำราชบัลลังก์อังกฤษกลับคืนมา    พระบิดาทรงส่งพระโอรสไปรับการฝึกหัดอย่างทหารตั้งแต่พระชนม์ยังน้อยๆ
เมื่อเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่ม เจ้าชายก็เป็นนายทหารที่มีฝีมือคนหนึ่งเสียด้วย

พระเจ้าเจมส์ที่ ๓ ทรงลอบติดต่อกับฝรั่งเศส(ซึ่งกังหันหมุนกลับมาให้การสนับสนุนพระราชาราชวงศ์สจ๊วตอีกครั้ง) ให้พระโอรสได้เข้าไปเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารหน่วยรบนอกประเทศของฝรั่งเศส   เพื่อจะยกทัพไปรุกรานอังกฤษโดยเฉพาะ
บันทึกการเข้า
OrThoMorPheUs!
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 07 มี.ค. 06, 19:49

 ข้อยซื่อ"ออร์โธฯ" บ่ไซ่"ออโถ"ดอก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 08 มี.ค. 06, 09:54

 ทางด้านอังกฤษ  ราชวงศ์ฮันโนเวอร์ที่เข้ามาครองบัลลังก์ก็ใช่ว่าจะผาสุกนัก  
ราชาเยอรมันคือพระเจ้าจอร์ชที่ ๑ ตรัสภาษาอังกฤษไม่ได้    ทรงขลุกขลักไปเสียเกือบทุกเรื่องแม้แต่จะสั่งการมหาดเล็กในวัง    
ผลคือข้าราชสำนักอังกฤษแอบพากันหัวเราะเยาะลับหลัง ไม่ค่อยจะยำเกรงเจ้าเหนือหัว เพราะเห็นว่าเป็นไทต่างด้าวท้าวต่างแดน

ส่วนการบริหารบ้านเมืองก็ต้องทรงพึ่งเซอร์โรเบิร์ต  วอลโพล อัครมหาเสนาบดีให้เป็นผู้พิจารณาตัดสินในเรื่องสำคัญๆ
เพราะพระองค์ไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความเป็นอยู่ในอาณาจักรอังกฤษ

รวมความแล้วอำนาจก็ไม่ค่อยจะอยู่ในพระหัตถ์กี่มากน้อย     ส่วนใหญ่ก็เลยไม่ค่อยจะเสด็จมาอยู่ในอังกฤษ แต่ประทับอยู่ในถิ่นเดิมที่เยอรมัน ที่พระองค์ปลอดโปร่งโล่งพระทัยมากกว่า    

ในสมัยนี้จึงเป็นสมัยแรกที่อำนาจของรัฐสภาและคณะเสนาบดีโดยมีอัครมหาเสนาบดีเป็นประธาน  เริ่มฟอร์มตัวได้แข็งแกร่งในการบริหารประเทศ  
โดยที่พระราชาเป็นฝ่ายโอนอ่อน   รัฐสภาจึงไม่ต้องพึ่งหรือขัดแย้งกับกษัตริย์อย่างเมื่อก่อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 08 มี.ค. 06, 10:06

 พระเจ้าจอร์ชนั่งบัลลังก์อยู่ ๑๓ ปีจนถึงปี ๑๗๒๗  ตอนนั้นบอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีอายุได้ ๗ ขวบ   พระองค์ก็สิ้นพระชนม์

พระโอรสจากราชวงศ์ฮันโนเวอร์ทรงพระนามว่าพระเจ้าจอร์ชที่ ๒ ขึ้นครองอังกฤษสืบต่อจากพระบิดา  
ด้วยพระชนม์ ๓๐ พระเจ้าจอร์ชองค์ใหม่ยังหนุ่มแน่นพอจะเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของอังกฤษได้เก่งกว่าพระบิดา      
จวนๆจะกลายเป็นอังกฤษได้องค์หนึ่งทีเดียว แต่ก็ยังต้องทรงพึ่งพาเซอร์โรเบิร์ตเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองอยู่ดี

โดยนิสัยส่วนตัว  พระเจ้าจอร์ชที่ ๒ โปรดด้านการทหาร   ทรงนำการรบลงสมรภูมิเองในสงครามกับฝรั่งเศส  
มีกองกำลังของอังกฤษ ฮันโนเวอร์และออสเตรียนผนึกกำลังกันแข็งแกร่งอยู่ฝ่ายหนึ่ง   และฝรั่งเศสอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง  
รบกันในเยอรมนี  ที่เดททิงเง่น   ฝรั่งเศสก็เป็นฝ่ายปราชัย

ข้อนี้ทำให้อำนาจของอังกฤษเมื่อผนึกเข้ากับเยอรมันกลายเป็นทีประหวั่นของประเทศคาธอลิคอื่นๆ  เพราะเท่ากับดุลย์แห่งอำนาจในยุโรปตะแคงมาที่อังกฤษมากกว่าที่ควรเป็น
ฝรั่งเศสจึงหันกลับมาปั้นเจ้าชายราชวงศ์สจ๊วตให้ขึ้นสู่บัลลังก์อีกครั้ง  เพื่อจะให้คะแนนอำนาจกลับมาทางคาทอลิค

เป็นความเคราะห์ร้ายของบอนนี่ปรินซ์ชาร์ลี ที่ภารกิจสืบทอดจากพระบิดา มาประจวบเข้ากับรัชสมัยของสิงห์ลำพองจากฮันโนเวอร์
เจ้าชายก็เลยเหมือนกวางหนุ่ม แม้ว่ามีเขางดงาม   แต่กวางก็ต้องมาสู้กับสิงโต

ภาพนี้คือการรบที่เดททิงเง่น พระเจ้าจอร์ชที่ ๒ เข้าทำศึกด้วยองค์เอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 09 มี.ค. 06, 12:09



   ทางฝรั่งเศสวางแผนจะส่งกำลังทัพเรือ นำโดยบอนนี่ ปรินซ์ ชาร์ลีเข้าโจมตีอังกฤษ   แต่แผนนี้ก็ล้มเหลวไปตั้งแต่ยังไม่ทันจะลงมือด้วยซ้ำ  

เพราะทัพเรือของอังกฤษในตอนนั้นแข็งแกร่งมาก  ยากจะเอาชนะ    

สเปนที่มีกองทัพเรือ 'สแปนิช อาร์มาด้า' ที่โด่งดังในอดีตก็ไม่สามารถส่งมาช่วยได้  เพราะอากาศเกิดเลวร้ายขึ้นมาในช่วงนั้น   ฝรั่งเศสก็เลยเลิกล้มแผนนี้



เจ้าชายมีขัตติยมานะพอจะไม่ยอมท้อถอยง่ายๆ   เมื่อฝรั่งเศสไม่ช่วย พระองค์ พร้อมด้วยผู้ติดตามไม่กี่คน ก็ออกจากฝรั่งเศส บ่ายหน้าไปที่สกอตแลนด์เพื่อขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าตระกูลต่างๆที่ยังภักดีต่อราชวงศ์สจ๊วต

ตอนนั้นเจ้าชายมีพระชนม์ได้ ๒๕ ปี  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 09 มี.ค. 06, 12:15


กองกำลังสก๊อตรวมตัวกันช่วยเจ้าชายอย่างแข็งขัน   พระองค์ยึดเอดินบะระได้   แล้วข้ามมาถึงชายแดนอังกฤษ  
ทัพสก๊อตขนาดย่อมๆ สามารถรบชนะทหารอังกฤษที่ เพรสตันแพนส์(Prestonpans) แล้วรุกต่อมาได้ถึงเมืองดาร์บี้  ขวัญและกำลังใจของทัพสก๊อตดีขึ้นเป็นลำดับ
มีผู้มาสมทบในทัพจนเพิ่มจาก ๑๐๐๐กว่าคน ในตอนแรกเป็น ๗๐๐๐ กว่า

ในตอนนั้นเองทัพหลวงของอังกฤษนำโดยพระโอรสของพระเจ้าจอร์ชที่ ๒ คือดยุคแห่งคัมเบอร์แลนด์  ผู้มีสมญาว่า "นักเชือด" ก็ยกพลที่เหนือกว่าทั้งด้านกำลังคน คือ ๘๐๐๐ คน และอาวุธครบมือ ไปปะทะก่อนที่ทัพเจ้าชายจะรุกคืบหน้ามามากกว่านั้น  
สมรภูมินองเลือดที่คัลโลเดน (Culloden) ใกล้อินเวอร์เนสก็เกิดขึ้น    ว่ากันว่าเป็นศึกนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อังกฤษ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 09 มี.ค. 06, 12:18


กองทัพอังกฤษบดขยี้ทัพสก๊อตไม่ปรานีปราศรัย     ฝ่ายชาวสก๊อตที่ภักดีต่อเจ้าชายต้องเอาชีวิตมาสังเวยนับเป็นพันๆคน  เป็นจุดจบของขบวนการจาโคไบท์นับแต่นั้น

ชัยชนะที่บอนนี่ปรินซ์ชาร์ลีมองเห็นแค่เอื้อมหากว่าไปถึงลอนดอนได้  พลิกผันเป็นตรงกันข้ามภายในไม่กี่ชั่วโมง   พระองค์ต้องหนีเอาตัวรอดเช่นเดียวกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ ทรงเคยทำมาแล้ว    

ในการหนีกลับไปซุ่มซ่อนตัวอยู่ตามเกาะต่างๆในสกอตแลนด์ถึง ๕ เดือนนี่เอง  เป็นที่มาของเพลงพื้นบ้านกล่อมเด็กของสกอตแลนด์ซึ่งตรึงใจผู้คนต่อมาอีกนานหลายร้อยปี  
(แต่งขึ้นมาหลังเหตุการณ์นี้นานพอใช้  ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง) คุณ paganini อาจจะเคยได้ยินมาบ้าง
ชื่อ The Skye Boat Song  เป็นเพลงที่กล่าวถึงเจ้าชายระหว่างหลบหนีไปที่เกาะสกายในสกอตแลนด์ หลังจากศึกคัลโลเดนที่ชาวสก๊อตเอาชีวิตมาถมสมรภูมิอังกฤษเสียมากมาย  

เนื้อเพลงและทำนองเศร้าแต่สง่างาม   สรรเสริญพระเกียรติยศของเจ้าชายผู้มีรูปโฉมและชาติกำเนิดดุจเจ้าชายในเทพนิยาย   แต่ว่าต้องพบกับชีวิตจริงที่แสนโศกสลด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 09 มี.ค. 06, 12:55




ขอนำเนื้อเพลง The Skye Boat Songมาลงไว้ ณ ที่นี้ค่ะ

ทำนองฟังได้ที่เว็บนี้


 http://chrsouchon.free.fr/skyeboat.htm



Speed bonnie boat like a bird on the wing

"Onward"  the sailors cry

Carry the lad that's born to be king

Over the sea to Skye



Loud the wind howls, loud the waves roar,

Thunderclaps rend the air

Baffled our foes, stand by the shore

Follow they will not dare



Many's the lad fought on that day

Well the claymore did wield

When the night came, silently lain

Dead on Culloden field



Though the waves heave, soft will ye sleep

Ocean's a royal bed

Rocked in the deep, Flora will keep

Watch by your weary head



Burned are our homes, exile and death

Scatter the loyal men

Yet e'er the sword cool in the sheath

Charlie will come again.



ทางอังกฤษตั้งค่าหัวเจ้าชาย ไว้อย่างมหาศาลถึง ๓๐,๐๐๐ ปอนด์สำหรับคนนำจับ   มากพอที่จะทำให้ชาวนาจนๆกลายเป็นเศรษฐีได้ทันที   แต่พวกสก๊อตที่ช่วยเหลือเจ้าชาย ต่างยึดมั่นว่าพระองค์คือเจ้าเหนือหัวของพวกเขา ก็ซื่อสัตย์ไม่ยอมขายนายจนแล้วจนรอด



มีโรมานซ์น่ารักเหมือนนวนิยายแทรกอยู่เรื่องหนึ่งในตอนนี้  คือเรื่องของสาวน้อยฟลอร่า แม็คโดนัลด์กับบอนนี่ปรินซ์ชาร์ลี

ขอตัวไปเรียบเรียงก่อนนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.056 วินาที กับ 19 คำสั่ง