เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 41684 ศึกสายเลือดในราชวงศ์สจ๊วตของอังกฤษ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 21 ก.พ. 06, 13:57


กระทู้นี้สืบเนื่องมาจากกระทู้
 http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=20&Pid=45163&PHPSESSID=81fe7e060a06c3bb713bfba474ce244a
**************************************
ตามที่เล่าตอนจบไว้ในกระทู้ก่อน ว่า
เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 เสด็จสู่สวรรคาลัยไปแล้วในปีค.ศ. 1685  
พระอนุชาองค์เดียว เจ้าชายเจมส์ ดยุคแห่งยอร์คก็ขึ้นครองราชบัลลังก์ต่อ
ด้วยความเห็นชอบของรัฐสภาและประชาชน

ทั้งนี้เพราะพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ทรงแผ้วถางทางเดินไว้ให้มั่นคงดี
คือไม่ทรงรับโอรสนอกกฎหมายคนใดของพระองค์ขึ้นเป็นเจ้าฟ้า
อันจะทำให้มีสิทธิ์ในการสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์
ทำให้เส้นทางของเจ้าชายเจมส์(น่าจะ)ราบรื่นไร้ขวากหนาม

แต่ก็น่าจะเป็นกรรมของราชวงศ์สจ๊วต  เพราะพระเจ้าเจมส์พระราชาองค์ใหม่นี้ก็ออกจะมีคุณสมบัติ
และพระนิสัยบางอย่างที่ไม่ค่อยจะนำคุณประโยชน์มาสู่ตัวเอง   อยู่ไม่มากก็น้อย
คล้ายๆพระบิดา คือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ซึ่งถูกประหารด้วยฝีมือครอมเวลล์
ทำให้ประสบชะตากรรมที่คล้ายกันแม้ว่าไม่เลวร้ายเท่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 21 ก.พ. 06, 14:00


เชิญมาดูกันดีกว่านะคะ   ว่าพระประวัติของดาราเอกของเราในกระทู้นี้ คือพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทรงมีความเป็นมายังไง

พระเจ้าเจมส์ทรงเติบโตขึ้นในช่วงเจ้านายต้องพลัดถิ่นจากบ้านเมือง   พี่ชายน้องชายไปกันคนละทาง

เจ้าชายหนุ่มน้อยแห่งอังกฤษตกยาก  ต้องเข้ารับราชการเป็นนายทหารเรือในราชนาวีฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
หรือสุริยราชันย์ผู้มีอำนาจเป็นที่เลื่องลือ
พระองค์เป็นทหารเรือธรรมดาๆ ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ      นับว่าโชคดีที่มีงานทำเลี้ยงชีพไปได้ไม่ลำบาก
เมื่อพระเชษฐาได้บัลลังก์อังกฤษคืนมาอย่างสง่าผ่าเผยแล้ว    เจ้าชายก็อำลาชีวิตนายทหารเรือธรรมดาๆ  ก้าวกระโดดขึ้นเป็นแม่ทัพเรือของราชนาวีอังกฤษอย่างเต็มภาคภูมิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 21 ก.พ. 06, 14:07

 ดวงของพระเจ้าเจมส์ตอนขึ้นครองราชย์ ถ้ามีโหรไทยอยู่ในราชสำนักก็คงจะทูลว่าทรง "บุญมีแต่กรรมบัง"
กรรมเรื่องแรกคือพายุการเมืองที่ตั้งเค้าอึมครึมอยู่ตั้งแต่ปลายรัชกาลก่อน   จากปรปักษ์ตัวสำคัญ  ดยุคแห่งมอนมัธ  หลานชายของพระองค์นั่นเอง

มอนมัธเป็นที่นิยมของประชาชนในความหนุ่มแน่นสง่างามและปรีชาสามารถ  
นอกจากนี้ยังนับถือคริสตศาสนานิกายโปรแตสแตนท์แบบเดียวกับชาวอังกฤษส่วนใหญ่
มากกว่าพระเจ้าเจมส์ที่แก่เฒ่า พระชนม์ปาเข้าไป  51 นับถือคาทอลิคอย่างเคร่งครัด และไม่ค่อยจะได้ใกล้ชิดกับราษฎรมาแต่รัชสมัยพระเชษฐาแล้ว

เขาถือว่าตัวเองคือผู้สืบราชบัลลังก์อังกฤษ   เพราะเชื่อว่าพระบิดาได้ทรงเสกสมรสอย่างลับๆ
กับลูซี วอลเตอร์มารดาของเขาตั้งแต่สมัยพระองค์ระเหเร่ร่อนพลัดถิ่นอยู่ในยุโรป
แต่ไม่ทรงเปิดเผยความลับนี้ต่อสาธารณชน  เพราะจะทำให้การอภิเษกสมรสกับพระนางแคทเธอรีนเป็นโมฆะไป

อย่างไรก็ตามทั้งรัฐสภาและพระเจ้าเจมส์ก็ปฏิเสธข้อนี้   พระเจ้าเจมส์จึงได้ครองราชย์
ในปีเดียวกันนั้นเอง  ห่างมาไม่กี่เดือนมอนมัธก็ประกาศตัวเองเป็นราชันย์แห่งอังกฤษ ยกทัพเข้าชิงราชบัลลังก์จากพระเจ้าเจมส์  
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 03:59

 เรื่องตามคำขอ แต่มาอย่างเงียบๆ เกือบตกสำรวจเลย

มาลงชื่อนั่งฟังเป็นคนแรกครับ อิอิอิ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 06:23

 แวบเข้ามาลงชื่อกับพี่ปากกาด้วยคนนะครับ
ขอบพระคุณ อ.เทาฯ มากครับ สำหรับกระทู้นี้


ปล. ใครเข้ามาแล้วมีกาแฟเย็นแจกนะครับ อิอิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 10:22


มอนมัธมีกองทหารของเขาและรวบรวมชาวบ้านที่เห็นด้วยได้อีกจำนวนหนึ่ง ปะทะกับทัพหลวงที่เซดจ์มัวร์  
แม้ว่ามอนมัธเป็นนายทหารผ่านการรบมาก่อน แต่กำลังพลน้อยกว่า ประกอบกับทหารหลวงใช้อาวุธหนักเช่นปืนใหญ่ยิงเข้าไป  กองกำลังของมอนมัธก็แตกพ่าย

ส่วนชาวบ้านอื่นๆที่มอนมัธหวังว่าจะเข้าข้างเขา ก็พากันอยู่เฉย   เพราะไม่มีใครอยากเห็นสงครามกลางเมืองที่ชาวอังกฤษต้องฆ่าฟันกันเองนองเลือดลุกลามกันไปใหญ่โต
มอนมัธเป็นฝ่ายพ่ายแพ้    หนีไปแต่ถูกจับตัวกลับมาได้ และถูกขึ้นศาลพิจารณาโทษขั้นประหารชีวิตด้วยข้อหาทรยศต่อประเทศและกบฏต่อราชบัลลังก์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 10:24

 มอนมัธยื่นฎีกาขออภัยโทษ  แต่ไม่เป็นผล     เขาถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะที่ หอคอยแห่งลอนดอน(Tower of London)  
เพชฌฆาตต้องใช้ขวานฟันถึง 8 ครั้งกว่าหัวของมอนมัธจะหลุดจากบ่า

ตุลาการที่พระเจ้าเจมส์เลือกมาตัดสินคดีกบฏ ชื่อจอร์ช เจฟฟรีย์  เขาตัดสินคดีกบฏครั้งนี้อย่างเหี้ยมโหดเป็นประวัติการณ์ของยุค    
นอกจากมอนมัธแล้ว มีผู้ถูกตัดสินประหารถึง 320 คน  บางคนถูกประหารอย่างทารุณคือใช้ม้าลากไปตามถนน เอาขึ้นแขวนคอ แล้วเอาลงมาผ่าอกสับแขนขาเป็นชิ้นๆ
มี 800 คนถูกเนรเทศออกจากประเทศไปทำงานเป็นทาสใน West Indies
เท่ากับว่าเพียงไม่กี่เดือน   พระเจ้าเจมส์ก็นั่งบนบัลลังก์อาบเลือดชุ่มโชก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 10:28


มีเกร็ดเล็กๆ 2 เรื่อง เรื่องแรกเล่าแล้วไม่รู้ว่าสมาชิกเรือนไทยจะรู้สึกตลกหรือว่าสยอง

เรื่องมีอยู่ว่าเป็นธรรมเนียมของอังกฤษที่จะต้องวาดภาพเหมือน( portrait) ของบุคคลสำคัญ ระดับเจ้านายและขุนนางเอาไว้ประดับคฤหาสน์ เพื่อเป็นหลักฐานให้ลูกหลานรู้กันต่อๆไป
เป็นของจำเป็นขาดเสียมิได้   ในยุคที่ยังไม่มีกล้องถ่ายรูป

หลังจากมอนมัธถูกประหารไปแล้ว   ลูกเมียและผู้ที่เกี่ยวข้องก็นึกกันขึ้นมาได้ว่า มอนมัธยังไม่เคยมีภาพพอทเทรตของตัวเองสักภาพเดียว    
ทำไงดีล่ะ    
ในที่สุดก็ต้องไปขุดเอาศพของเขาขึ้นมาพร้อมกับหัว(ที่ขาดจากตัวไปแล้ว
ด้วยคมขวาน)แล้วจ้างช่างตัดเสื้อมาเย็บคอติดกับร่างกายซะใหม่
จับศพแต่งตัวโอ่อ่า นั่งบนเก้าอี้ โพสท่า  แล้วให้ศิลปินวาด ตบแต่งภาพวาดให้ออกมาหล่อเหลาคมคายมีชีวิตชีวา ดูเหมือนเขายังมีชีวิตอยู่

ใครจะว่ายังไงดิฉันไม่รู้  แต่ดิฉันว่าช่างตัดเสื้อและนายศิลปินคนนั้นนอกเหนือจากเห็นแก่ค่าจ้างแพงลิบลิ่วแล้ว  
ต้องเป็นคนประสาทแข็งยากจะหาใครเทียบอีกด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 22 ก.พ. 06, 10:29

 เกร็ดที่สองคือ มีเรื่องเล่าลือกันว่าอันที่จริงมอนมัธไม่ได้ตายจริงหรอก    พระเจ้าเจมส์พระทัยไม่แข็งพอจะสั่งประหารหลานชาย
ก็เลยสร้างฉากให้เขาถูกประหารในหอคอยแห่งลอนดอน  ซึ่งเป็นที่มิดชิดไม่มีราษฎรเข้าไปเห็น
แล้วประหารหลอกๆ กัน    

ตัวจริงของมอนมัธถูกส่งไปขังคุกที่ฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ พันธมิตรที่ดีของพระเจ้าเจมส์  
จับสวมหน้ากากเหล็กเอาไว้ไม่ให้ความลับแตก  อยู่ดีกินดีในคุกจนถึงแก่กรรมไปเอง
ตามก๊อสสิปนี้   ดยุคแห่งมอนมัธก็คือ Man in the Iron Mask ตัวจริง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 23 ก.พ. 06, 08:00

 กบฏมอนมัธคงจะทำให้พระเจ้าเจมส์ทรงหวั่นไหวอยู่ไม่มากก็น้อย  แม้ว่ากองทัพหลวงบดขยี้ศัตรูได้ง่ายดายก็ตาม
พระองค์จึงมีนโยบายปรับปรุงกองทัพด้วยการเลื่อนตำแหน่งนายทหารฝ่ายคาทอลิคให้มาคุมกำลังกันมากขึ้น  พวกนี้ทรงไว้ใจได้ว่าจงรักภักดี
นอกจากนี้ยังเป็นการคานอำนาจทางฝ่ายโปรแตสแตนท์ได้อีกด้วย
ไม่งั้นก็คงต้องทรงหวาดหวั่นเรื่อยไป ไม่รู้ว่าพวกโปรฯ จะหันกลับมาต่อต้านพระองค์เมื่อใด

เหตุผลที่ทรงประกาศเป็นทางการ ก็คือทรงแบ่งความสำคัญให้คาทอลิคและโปรแตสแตนท์เท่าๆกัน   ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
รัฐสภาก็เริ่มไม่เป็นสุขละซีคะ   เพราะอำนาจทางคาทอลิคมากขึ้นเท่าไร อำนาจของโปรแตสแตนท์ก็ถูกบั่นทอนลงเท่านั้น
ในที่สุดก็นำมาสู่การขัดแย้งประท้วงกันรุนแรงกับพระเจ้าเจมส์
พระเจ้าเจมส์ก็ทรงทำอย่างที่พระบิดาและพระเชษฐาทำมาก่อน คือยุบสภามันเสียรู้แล้วรู้รอด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 23 ก.พ. 06, 08:10

 พระเจ้าเจมส์อาจจะทรงลืม หรือไม่ก็ดูไม่ออกว่าพระองค์ยังขาดคุณสมบัติสำคัญของพระเชษฐาอีกมาก
นั่นคือความเฉียบแหลมในการปกครองอาณาจักร  รู้ว่าตอนไหนควรยืดหยุ่น ตอนไหนควรเด็ดขาด
 
นอกจากนี้   ด้านคุณสมบัติส่วนพระองค์  พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ก็เป็นผู้ที่มีเสน่ห์ เป็นกันเอง  เข้ากับคนง่าย   ไม่ถือพระองค์ เรียกว่าทรง"รู้เขารู้เรา" สามารถชนะใจราษฎรได้เสมอมา
ดังนั้นต่อให้รัฐสภามีมือเก่งๆแค่ไหน  แต่ถ้าพระราชามีราษฎรหนุนหลังอยู่  อำนาจของพระองค์ในการจัดการกับรัฐสภาก็ทำได้แบบไม่ยากเย็น

พระเจ้าเจมส์ไม่เป็นที่นิยมของราษฎรเท่าใดนัก เพราะอยู่คนละนิกายกันอย่างหนึ่งละ  
นอกจากนี้พระองค์ยังมีพระอุปนิสัยดื้อรั้นหัวชนฝาคล้ายๆพระบิดา(คือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1) หากเชื่ออะไรก็ตั้งหน้าตั้งตาจะทำตามนั้น
เช่นทรงสนับสนุนคาทอลิคด้วยความเชื่อมั่นจากศรัทธาของพระองค์  
ทรงไม่เห็นเป็นความผิดที่ตรงไหนที่จะมีขุนนางที่มีศรัทธาคล้ายคลึงกันเป็นมือเป็นแขนล้อมรอบราชบัลลังก์

จะว่าไป มันก็ไม่ผิดหรอกไม่ว่าเรื่องจริยธรรมหรือกฎหมาย   เพียงแต่มันไปขัดต่อความรู้สึกของราษฎรส่วนใหญ่เท่านั้นเอง  
เมื่อราษฎรไม่เข้าข้าง พวกเขาก็ไม่ทำอะไรมาก เพียงแต่เย็นชาเฉยเมย ไม่ให้การสนับสนุนเมื่อถึงคราวคับขัน

พระเจ้าเจมส์เอาชนะเสียงในรัฐสภาไม่ได้  ก็ทรงตัดปัญหาด้วยการยุบสภา  ให้มันรู้แล้วรู้รอด
แทนที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเงียบหงอยหมดฤทธิ์ไปอย่างที่ทรงคิดว่าน่าจะเป็น  มันก็เหมือนไปนั่งทับลูกระเบิดเอาไว้
รอเวลาระเบิดตูมขึ้นใน 3 ปีต่อมา

ก่อนจะมาถึงปลายรัชสมัยก็ต้องขอย้อนไปปูพื้นถึงเรื่องส่วนพระองค์ของพระเจ้าเจมส์สักหน่อยละค่ะ
เพราะมันมีผลกระทบโดยตรง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 23 ก.พ. 06, 08:55


พระเจ้าเจมส์ไม่ใช่ชายเจ้าสำราญแบบพระเชษฐา   พระองค์ทรงมีพระมเหสีและพระโอรสธิดาไปตามลำดับขั้นตอนตามกฎหมาย  
(ส่วนเรื่องพระสนมก็มีบ้าง แต่ไม่อื้อฉาว)
แต่ตามประสาคนบุญมีแต่กรรมบัง   เรื่องที่เริ่มต้นอย่างไม่น่าจะยุ่งยากก็พลิกผัน มีผลพลิกบัลลังก์ยิ่งกว่าเรื่องของมอนมัธร้อยเท่าก็ว่าได้

เมื่อครั้งยังทรงเป็นเจ้าชายเจมส์ ตกยากอยู่นอกอังกฤษ   พระเจ้าเจมส์มีหม่อมคนแรกชื่อเลดี้ แอนน์ ไฮด์ เป็นลูกสาวของเซอร์เอ็ดเวิร์ด ไฮด์ ผู้เป็นที่ปรึกษาคู่พระทัยของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2
พอหล่อนท้องขึ้นมา ก็ทรงสมรสกับหล่อนอย่างลับๆ ก่อน   แล้วค่อยเข้าพิธีเสกสมรสอย่างเปิดเผยเมื่อพระเชษฐาขึ้นครองราชย์แล้ว  เพื่อทำให้หล่อนเป็นชายาที่ถูกต้องตามกฎหมายของดยุคแห่งยอร์ค

แต่ดัชเชสแห่งยอร์คก็ไม่เป็นที่นิยมของราชสำนักเอาเลย    หล่อนถูกกล่าวหาว่าจุ้นจ้านในเรื่องราชการงานเมือง    เช่นผลักดันตัวเองให้เข้าไปนั่งร่วมประชุมคณะที่ปรึกษาของเจ้าชาย เพื่อจะควบคุมเรื่องรายจ่ายว่าเจ้าชายเอาเงินไปใช้เรื่องอะไรบ้าง

หล่อนพยายามครอบงำและจูงจมูกเจ้าชายเจมส์ไปเกือบทุกเรื่อง    เท่านั้นยังไม่ร้ายพอ  หล่อนยังถูกกล่าวหาอีกว่าสั่งฆาตกรรมหม่อมลับๆอีกคนของเจ้าชาย  แล้วยังพัวพันกับข้าราชสำนักที่ถูกเนรเทศออกไปจากวัง
ที่ร้ายกว่านี้คือหล่อนหันไปรับศีลเป็นคาทอลิคอีกด้วย ทั้งที่แต่แรกก็เป็นโปรแตสแตนท์อยู่แท้ๆ  
เรื่องเหล่านี้( เว้นแต่เรื่องคาทอลิค)จริงหรือว่าใส่ร้ายก็ตาม  แต่ก็แสดงให้เห็นชัดว่าดัชเชสไม่เป็นที่ยอมรับนับถือเอามากๆ  

ในเมื่อเมียถูกมองว่าร้ายกาจ  เจ้าชายก็เลยยากที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้พระองค์เองขึ้นมาได้

ความอาภัพอีกอย่างของดยุคและดัชเชสแห่งยอร์คก็คือโอรสธิดา   แอนน์คลอดบุตรถึง 8 คน แต่ว่าตายกันไปเกือบหมดตั้งแต่ยังเล็กๆ   รอดมาได้แค่ 2 คน แต่ก็เป็นหญิงทั้งคู่
คือเจ้าหญิงแมรี่ (เกิดปี 1662) และเจ้าหญิงแอนน์ (เกิด ปี 1665) เมื่อพระบิดายังเป็นเจ้าชายเจมส์ ดยุคแห่งยอร์ค

ความอาภัพของดัชเชส ก็คือหล่อนไม่มีโอกาสขึ้นเป็นราชินีอังกฤษ    
หลังคลอดแอนน์ได้ไม่กี่สัปดาห์   ดัชเชสแห่งยอร์คก็ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งที่พระราชวังเซนต์เจมส์  
20 ปีก่อนเจ้าชายเจมส์ขึ้นครองราชย์

ภาพข้างบนนี้คือ แอนน์ ดัชเชสแห่งยอร์ค ค่ะ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 24 ก.พ. 06, 05:07

มาลงชื่อเข้าเรียนก่อนค่ะ เดี๋ยววิ่งกลับไปอ่านแต่แรกใหม่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 24 ก.พ. 06, 08:49


เมื่อดัชเชสแห่งยอร์คตายไปแล้ว   เจ้าชายเจมส์ก็ทรงสมรสใหม่  คราวนี้กับเจ้าหญิงต่างชาติคือเจ้าหญิงแมรี่  พระธิดาพระเจ้าอัลฟองโซที่ 4 แห่งโมดีนา
เจ้าหญิงองค์ใหม่ก็ไม่ได้ก่อความนิยมยินดีให้ราชสำนัก พอๆกับคนเก่า  เพราะเธอเป็นคาทอลิค  แถมเคร่งครัดมากๆเอาด้วย

ข้าราชบริพารรวมทั้งราษฎรเกลียดเธอเอามากๆ  
ข่าวซุบซิบแพร่สะพัดไปทั่วบ้านเมืองว่าเธอเป็นสายลับที่พระสันตปาปาคลีเมนต์ที่ 10 ส่งมาครอบงำเจ้าชาย
เพื่อเปลี่ยนประเทศอังกฤษไปเป็นคาทอลิคอีกครั้ง

เธอถูกสงสัยว่าพัวพันในแผน Popish Plot ที่กุขึ้นว่าพวกคาทอลิคจะลอบปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์และยกเจ้าชายเจมส์ขึ้นครองราชย์แทน
เจ้าหญิงรอดพ้นไปได้แต่เลขานุการของเธอรับเคราะห์แทน   เธอกับเจ้าชายต้องลี้ภัยออกนอกอังกฤษชั่วคราวจนเรื่องสงบลง
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 24 ก.พ. 06, 09:00

 อาจารย์คะ มันเป็นแฟชันของราชวงศ์ยุโรปที่ชอบแต่งงานข้ามประเทศเหรอคะ (นึกเปรียบเทียบว่าถ้าเจ้าชายญี่ปุ่น
ไปรับสะใภ้ต่างชาติเข้ามาบ้าง จะเป็นอย่างไรกัน)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง