เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
อ่าน: 34782 ลอดลายรั้ว...วินด์เซอร์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 28 ก.พ. 06, 07:29

 แน่นอนว่า...เจ้าชายฟิลิปต้องได้พบกับกับกลุ่มเสนาบดีหัวโบราณขวางโลก พวกเขาเหล่านั้น ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน
และเคยมีแต่คุณพนักงานข้าทาสรองรับใช้ที่วันๆต่างเคยเดินกันพล่านไปหมด
{คุณพนักงานพวกนี้ มีภาษาอังกฤษเรียกอย่างเหมาะเหม็งลงตัวว่า footman }
ที่กว่าจะอ้อยอิ่งทอดน่องเดินกลับไปกลับมาก็หมดวัน..งานการที่เคยทำแบบเช้าชามเย็นชามก็ต้องถูกกระตุ้นให้เร็วขึ้น

ดังนั้นไม่ว่าเจ้าชายฟิลิปจะทรงทำอะไร พวกเสนาบดีนี้เป็นขัดไปหมด แถมเอาไปด่าลับหลังว่า..เป็นเพราะเจ้าชายพระสวามีไม่รู้จักว่า ไพร่กับผู้ดีต่างกันอย่างไร..
เนื่องจากเจ้าชายได้ทรงเชิญอาคันตุกะมาร่วมโต๊ะเสวยกับสมเด็จถึงในพระราชวัง.. ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเป็นพวกดาราภาพยนตร์ อันเป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามว่าเป็นพวกคนชั้นต่ำ เต้นกินรำกิน
ท่านเซอร์ อลัน ลาเซลเลส..ราชเลขาฯ คือคนหนึ่งที่ถึงขนาดหลุดปากไปว่า.. (โดยที่ไม่เข้าใจในพระประสงค์ว่า..เจ้าชายต้องการให้สมเด็จพระราชินีได้ทรงรู้จักกับโลกภายนอกบ้าง)
"ไอ้เจ้าไม่มีศาลเยอรมันนี่...บังอาจนัก"
เซอร์ริชาร์ด โคลวิลล์ ได้ให้คำสนับสนุนว่า..
"จริง..เจ้าชายนี่..ช่างไม่มีความเป็นเยนเติลแมน**เสียเลย มิหนำซ้ำ เพื่อนๆที่คบหาอยู่ก็ไม่มีใครเป็นเยนเติลแมนซะด้วย"

** ขอเล่าเรื่องคำว่า เยนเติลแมน = gentleman สักนิดว่า สำหรับชาวอังกฤษแล้ว ไม่ใช่แค่เป็นผู้ชายที่สุภาพ รู้จักมารยาทสังคมเท่านั้นจึงจะเป็นเยนเติลแมนได้..
ผู้ที่ถูกเรียกนั้นหมายความว่าได้รับการยกย่องขึ้นอันดับทำเนียบไฮโซ ที่จะต้องพร้อมมูลไปด้วย ชาติตระกูล การศึกษา การอบรม และ การวางตัวที่ถูกต้องเหมาะสม ลูกชายในตระกูลขุนนางมักต้องเตรียมตัวฝึกหัดกันให้เป็นเยนเติลแมนกันตั้งแต่เด็กๆ
ถึงขนาดต้องว่าจ้างพี่เลี้ยงสอนกันโดยตรง และถ้าใครถูกด่าว่าไม่ใช่เยนเติลแมนละก้อ เจ็บช้ำหนักหนา เพราะมันหมายถึงเป็นการด่าไปถึงว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอนเชียว

ส่วนลูกผู้หญิงก็ต้องไปเรียนการบ้านการเรือน บริหารบ่าวไพร่บริวาร และรู้จักการออกสังคม เรียกว่า debutante(เดบูตอง)
และเมื่ออายุได้ 16 พ่อแม่ก็จะจัดงานเต้นรำแนะนำตัวเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งเชิญพวกชายหนุ่ม ว่าที่เยนเติลแมนทั้งหลายให้มาร่วมงานแบบกึ่งดูตัว จับจองกันเข้าไว้แต่เนิ่นๆ

ในยุคนั้น หนุ่มๆชาวอังกฤษในหมู่ชนชั้นกลางพยายามกันสุดชีวิตเพื่อที่จะได้รับการยอมรับขึ้นทำเนียบว่าเป็นเยนเติลแมน
เพราะมันหมายถึงความรุ่งเรืองทางสังคมในอนาคตทั้งหมดทีเดียว
 
ไม่ว่าการนินทาเจ้าชายพระสวามีว่าพระองค์จะเป็นเยนเติลแมนหรือไม่นั้น เมื่อความทราบถึงพระกรรณ พระองค์ไม่แคร์เลยสักนิด..
แถมเดินหน้า..ลุยต่อไป และตรัสว่า
"มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องให้ราชวงค์นี้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติให้ได้มากที่สุด"
เท่านั้นไม่พอ พระองค์ได้อยู่เบื้องหลัง
การทรงงานของสมเด็จฯอย่างใกล้ชิด ถ้าจะเทียบเห็นจะพอๆกับท่านผู้หญิงเอลลินอร์ ที่เฝ้าช่วยเหลืองานของประธานาธิบดีรูสเวลท์อย่างไม่ให้คลาดสายตานั่นเอง

เจ้าชายฟิลิปทรงพยายามผลักดันให้การทำงานของสถาบันกษัตริย์ให้กระจายออกไปเป็นวงกว้าง โดยการยอมรับในการเป็นองค์ประธานมูลนิธิต่างๆรวมทั้งกาที่ทรงยอมรับเป็นองค์อุปถัมภ์การกีฬาแห่งชาติ ซึ่งนับว่าเป็นของใหม่ ที่แน่นอนย่อมทีเสียงค้าน และการกระทบกระแทก
โดยนำพระองค์ไปเปรียบเทียบกับฮิตเล่อร์เมื่อครั้งที่ เขาได้ก่อตั้ง ยุวชนนาซี..ที่มีการรวบรวมเด็กๆมาเข้าค่ายเล่นกีฬา
เท่านั้นไม่พอ..ยังโยงไปถึงว่า พระองค์ได้เคยมีพระอาจารย์ที่ทรงเคารพรัก คือ ดร. เคิร์ท ฮาห์น ผู้อำนวยการโรงเรียนกอร์ดอนสตัน ที่เป็นชาวเยอรมัน-ยิว อีกต่างหาก
แต่พระองค์ได้หาย่อท้อไม่ ทรงเดินหน้าเต็มตัวในการกระจายมูลนิธิ The Duke of Edinburgh Awards Scheme
ออกไปในทุกแห่ง เพียงแต่จะมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่นใน เบลเยี่ยม เรียกว่า Benelux Award ในจอร์แดน เรียกว่า The Crown Prince Award
ใน ออสเตรเลีย, จาไมก้า, นิวซีแลนด์ เรียกว่า Dee of Ee
เจ้าชายฟิลิป ได้ตรัสออกมาโต้งๆว่า..
"จะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่..ชั้นไม่ give a damn ตราบใดที่การทำงานต้องทำได้ผลดีเทียบเท่าที่นี่.."  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 28 ก.พ. 06, 07:31

 ส่วนสมเด็จพระราชินี..เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ ภาระหนักอึ้งที่ว่านั้น นอกจากจะเป็นการบ้านการเมืองแล้ว..พระองค์ยังต้องเป็นผู้นำทางศาสนาฝ่ายฆราวาสอีกด้วย..และไม่ใช่นิกายเดียว หากแต่ต้องทรงควบกล้ำไปทั้งสองนิกายคือ ฝั่งอังกฤษ นิกายเชิร์ช ออฟ อิงค์แลนด์ และ ทางฝั่งสก๊อตแลนด์คือ นิกายเพรสไบทาเรียน
ซึ่งทั้งสองนิกายนี้มีการปฏิบัติธรรมและการบริหารภายในที่แตกต่างกัน
ซึ่งในฐานะนางกษัตริย์ พระองค์จะต้องเสด็จไปทำพิธีราชาภิเษกรับมงกุฏ (ของสก๊อตแลนด์) อีกครั้งตามธรรมเนียมของนิกายเพรสไบทาเรียนด้วย
ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในการเสด็จเยือนของพระองค์

ประชาชนชาวสก็อตต่างมารอชื่นชมในพระสิริโฉมและพระบารมีกันอย่างเนืองแน่นที่
พระวิหาร St. Giles และทุกคนต้องประหลาดใจที่พบว่า สมเด็จพระราชินีของพวกเขานั้น เสด็จมาในชุดธรรมดาที่มีเสื้อโค๊ตตัวโคร่งสีฟ้าหม่นสวมทับมา..
ดูแปลกๆ ยามที่ทรงประทับท่ามกลางขุนน้ำขุนนางที่พากันแต่งตัวชุดเครื่องแบบมาอย่างเต็มยศ
เท่านั้นยังไม่หนำ..ในข้อพระกร พระองค์ได้ทรงคล้องกระเป๋าถือสีดำใบใหญ่ยักษ์ไว้แนบพระวรกาย
โดยภาพรวมทั้งหมด ทุกคนลงความเห็นว่า ไม่ต่างอะไรกับภาพของคุณนายเสมียนธรรมดาๆที่เห็นกันประจำวันนี่เอง
ฝ่ายพระสวามีเสียอีกที่ทรงชุดเครื่องแบบครบถ้วนอย่างโบราณที่มีทั้งหมวกจีบปักด้วยขนนก

ที่แท่นทำพิธีนั้น..ดยุค ออฟ แฮมมิงตัน ได้เดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระพักต์ พร้อมทั้งได้เทินหมอนกำมะหยี่ที่มีพู่ห้อยทั้งสี่ด้านขึ้นเหนือศรีษะ
บนหมอนนั้น คือ มงกุฏแห่งแผ่นดินสก๊อตแลนด์ ขณะที่ทรงเอื้อมพระหัตถ์มารับ...
โชคดีที่ท่านดยุคได้เบี่ยงศีษะหลบทัน ก่อนที่พระกระเป๋าใบโตนั้นจะเหวี่ยงเข้ามาฟาดโดนเอาที่หน้า..

(มีภาพวาดเหมือนของวินาทีนี้..โดยจิตกรชาวสก๊อตที่ได้วาดไว้ประดับให้เป็นศรีสง่านั้น..เขาได้ตัดพระกระเป๋าทิ้งไป..)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 28 ก.พ. 06, 07:49


เชิญขึ้นไปอ่านต่อได้ที่กระทู้นี้ค่ะ
 http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=20&Pid=46679  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.031 วินาที กับ 19 คำสั่ง