เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 14393 สงสัยมั๊ยครับว่าทำไมความเป็นชาตินิยม ถึงทำให้ประเทศเจริญ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 10:29

 มอบให้คุณ สร

John F. Kennedy:
Ask not what your country can do for you, but what you can do for your country.
************************************
Adlai Stevenson:
What do we mean by patriotism in the context of our times? I venture to suggest that what we mean is a sense of national responsibility ... a patriotism which is not short, frenzied outbursts of emotion, but the tranquil and steady dedication of a lifetime.
**************************************
Edith Cavell:
I realise that patriotism is not enough. I must have no hatred or bitterness towards anyone.
***************************************
Felix Adler:
Love of country is like love of woman -- he loves her best who seeks to bestow on her the highest good.
บันทึกการเข้า
MathGuy
อสุรผัด
*
ตอบ: 24

อาจารย์สอนคณิตศาสตร์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 12:42

ได้มุมมองต่างๆ ดีมากครับ

ผมสะดุด (ชอบใจอยู่หลายแนวคิด) เช่น

- ชาตินิยม เพราะว่า เรามีดีให้นิยม
- Public Mind
- ความมีวินัย
- ความมีคุณธรรม

ซึ่งรวมๆ แล้ว คือ ความดี ของชาติ ที่แสดงออกมาจากคนในชาติแต่ละคน หลายๆคนรวมกัน

ผมพยายามนำเสนออยู่เสมอว่า ชาติ หรือ สังคม ไม่มีตัวตนที่แท้จริง แต่บุคคล แต่ละคนที่รวมกันเข้าต่างหาก ที่ทำให้เกิด ชาติ หรือ สังคม

ชาตินิยมจึง = การที่คนในชาติ(ส่วนใหญ่) ภาคภูมิใจในชาติที่เขาอยู่ และอยากจะทำอะไรๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อชาติ จะทำอะไรก็พยายามนึกถึงประโยชน์ของชาติมาก่อน และในบางครั้ง ถึงกับยอม เสียความชอบใจ หรือผลประโยชน์ส่วนตน

ผมว่า คนไทย ลึกๆ ก็มีความรักชาติ แต่เรา อาจจะไม่เก่ง ในเรื่องของการแสดงออกมา ... น่าจะเข้าทำนอง ไม่ได้ตระหนักรู้อย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา

ความหย่อนในเรื่องวินัย คงเพราะเรา ชอบตามใจ เอาแต่สบายตัวเราลืมนึกถึงคนอื่น ... จริงๆ ก็ไม่ได้เจตนาจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน ... แต่ความตระหนักรู้ หรือจิตสำนึก มันไม่มีกำลังแรงมากพอ ... จนบางทีกลายเป็นความเคยชิน ติดเป็นนิสัย

ที่ผสมโรงเข้าไปก็คือ การปลูกฝังเยาวชน ซึ่งทำไม่ได้แน่ๆ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี


ผมขอพูด จำเพาะลงไป เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่อง การบริโภค ความทันสมัย และ เทคโนโลยี

เรายังห่างไกลจากการเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี

รัฐบาลเองก็ยังขาด vision อยู่มาก

ผมไม่เห็นด้วยกับ เมกกะโปรเจคต์

เรามีคนเก่งมากมายแล้ว เราต้องฝึกสร้าง ผลิตเทคโนโลยีของเราเอง

ไม่เริ่มวันนี้ แล้วจะไปเริ่มกันเมื่อไหร่ เราจะต้องเป็นหนี้
ต้องจ่ายค่าโง่ กันไปอีกกี่ครั้ง กี่หน จึงจะฉลาด ที่จะทำอะไรกันเอง

มิเช่นนั้น ความภาคภูมิใจในชาติ จะมาจากไหน


(จริงๆ มีประเด็นเรื่อง ทุจริต พฤติกรรมขี้โกง ที่น่าจะเกี่ยวข้องด้วย ... เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีครับ    )
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 12:57

 ดิฉันก็นึกแปลกใจเหมือนกันเมื่อมาถึงเรื่องการผลิตเทคโนโลยีของเราเอง ในเมื่อดูจากการศึกษา ไทยก็มีความรู้ไม่น้อยหน้าใคร  
ยกตัวอย่าง สาขาเดียวกัน
เรามีคณะวิศวฯมาตั้งค่อนศตวรรษแล้ว   มีคนไทยที่ไปจบจากสถาบันชั้นนำของอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น ฯลฯ   มาตั้งแต่รุ่นคุณทวด  
รัฐบาลไทยให้ทุนไม่อั้น ค่าเล่าเรียนแพงเท่าไรก็ยอมจ่าย   คนไทยเราก็เก่ง ไม่ว่ามหาวิทยาลัยดังๆที่ไหนจะต้องมีนักเรียนไทยหัวกะทิไปเรียนจบมาเสมอ

แล้วทำไมจนบัดนี้  แม้แต่รถยนต์คนไทยผลิต ยี่ห้อไทย ยังไม่มีสักคัน
บันทึกการเข้า
OrThoMorPheUs!
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 19:56

 ผมว่าคนไทยไปเรียนนอก ก็ใช้แต่เครื่องมือนอก พอกลับมาเมืองไทย ก็มีแต่เครื่องมือเก่าๆบางทีก็ไม่มีอะไรเลย ตรงนี้เลยดูเหมือนพัฒนาแต่บุคลากรอย่างเดียว แต่ไม่ลงทุนในด้านอื่นเท่าที่ควร ไม่รู้ว่าจะถูกรึป่าวนะครับ
บันทึกการเข้า
HotChoc
มัจฉานุ
**
ตอบ: 62


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 22:21

 เรื่องที่ไทยยังไม่มีรถยนต์นี่อาจจะซับซ้อนกว่าที่คิดนะครับ ไม่ใช่แค่ว่าคนไทยทำไม่ได้หรือคนไทยจะไม่ซื้อ คงต้องสังเกตุด้วยว่าพวกโตโยต้าฮอนด้าเขา"สกัดดาวรุ่ง"กันยังไง อาจารย์คนไหนหรือใครมีโครงการสร้างรถก็จะเอาหล่ะ อยากทำงานกับทางเราไหม? เงินเดือนแสนอัพ ใครจะผลิตรถเิองก็ผลิตรถให้ทางเราดีกว่าไหม นอกจากนี้เส้นสายนักการเมืองก็มี รถยนต์ยี่ห้อไทยคงเกิดยาก

เรื่องพวกนี้ผมฟังมาจากรุ่นพี่วิศวะฯเครื่องกลน่ะครับ
บันทึกการเข้า
HotChoc
มัจฉานุ
**
ตอบ: 62


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 22:27

 ผมเห็นด้วยกับคุณ MathGuy นะครับ ถ้าจะให้ไทยผลิตเทคโนโลยีเอง รัฐบาลก็ต้องช่วยปกป้อง โลกยุคทุนนิยมตอนนี้ พวกบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ยอมให้ใครมาแย่งส่วนแบ่งตลาดกันง่ายๆหรอกครับ FTA บางทีก็ใช้เป็นอาวุธได้
บันทึกการเข้า
ภูมิ
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 196


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 22:51

 สร้างแบรนด์และรักษาแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ถามว่าทำทุกอย่างในเมืองไทยได้ไหม
ตอบว่าได้ แต่ economic of scale ไม่พอ
คนไทยเราซึ่งฉลาดและขึ้เกียจ ก็เลยทำOEM เอา
ผมว่าไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องสกัดดาวรุ่งเท่าไรหรอก
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 03 มี.ค. 06, 23:49

ค.ห. 30
อ. เทาชมพู คะ

ดิฉันสังเกตว่ารูปประโยคที่อาจารย์ยกมา ซึ่งเป็นคำพูดของรัฐบุรุษหรือบุคคลมีชื่อเสียง ล้วนแต่ใช้ภาษาง่ายๆ
โครงสร้างประโยคเป็นประโยคเชิงเดี่ยว ไม่สลับซับซ้อน แต่ก็สามารถสื่อความหมายได้ดีเหลือเกิน

ดังนั้น ถ้าประโยคง่ายๆ และกระชับ สามารถสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ ก็คงไม่มีความจำเป็นที่ต้อง
เขียนให้ยาวเหยียด มีส่วนขยายของส่วนขยาย หรือ  play around (not adultery) with words for fun.
ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ

แฮะๆๆ ยอมรับค่ะ เขียนไปแล้วลืมตัวไป ชอบเล่นคำให้ยอกย้อนเล่นๆ เพื่อความมัน จนบางครั้ง
ถูกเทศนาว่าน้ำท่วมทุ่ง หาผักบุ้งไม่เจอ "Your essay is so wordy, wordy." อิอิ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 00:44

 เรื่องการทำวิจัยนั้น บางครั้งคงต้องประเมินกำลังของเราเอง

จริงอยู่ที่เรามีคณะวิศวฯมานาน (วิศวฯจุฬารุ่นล่าสุดนับดูแล้วน่าจะเป็นรุ่น 90) แต่โลกของการทำวิจัยนั้นเหมือนการวิ่งแข่งกัน

ถ้าเราออกวิ่งตามหลังคู่แข่งมาก แล้วยังวิ่งช้ากว่าเขา บางครั้งก็ต้องมาลองคิดดูว่าเราน่าจะลงไปแข่งกับเขาหรือไม่?

ที่ว่าอย่างนี้ไม่ใช่ว่าให้ถอดใจยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่ทำอะไรเลยนะครับ

แต่ในเมื่อเรามีทรัพยากรจำกัด เราก็ต้อง focus กำหนดเป้าหมายร่วมกัน รวมพลังกันทำวิจัยเพื่อชนะในการแข่งขันซึ่งเราประเมินแล้วว่า "สู้ได้"

นี่เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เรายังขาดอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
สร
อสุรผัด
*
ตอบ: 20

Complexity Optimization Researcher, Co-evolution Learner and Writer. 'Sundarekas' Childers, Dreamland.


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 04:28

 May I pass #30 to someone we know full well?  



I will keep going with "I urge your decision and action".

(Those who follow "Let's talk English" would see where I am heading.)



We will find difficulties in looking at ALL alternatives to choose the BEST,

due to power, time and resources constraints and so on.

It is more practical to choose one FEASIBLE action and PERFORM it in TIME,

then assess the results for FITNESS for the purpose using a "win - stay, lose - change".

So, step by step, we can get closer to our goal(s).



This is a local strategy - anyone can do it and influence neighbours to do the same;

not a national formula coming from a high authority.    
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 17:18

 ง่ะ...การีนเข้ามาชื่นชมกระทู้ทีไร...ช่วงนี้...ต้องมาพบเข้ากับคุณสรพอดี...การีนก็พยายามอ่านทุกกระทู้ เพราะหมู่นี้เข้ามาเรือนไทยไม่บ่อยนัก...แล้วก็ต้องมาเจอเข้ากับอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะไม่สันทัดในภาษาอังกฤษของตนเอง
อิ อิ
คุณสร น่าจะเปิดกระทู้สอนภาษาอังกฤษเน้อค่า..555+
อันที่จริงการีนเห็นแล้วว่าหลายๆท่านในเรือนไทยแห่งนี้ ล้วนเป็นผู้มากด้วยความรู้ทุกท่าน อ่านเขียนภาษาอังกฤษ(และอาจภาษาอื่นๆด้วย)ได้ดี
ยอมรับนับถือเว็บแห่งวิชาการเพื่อคนไทยเว็บนี้จริงๆ ที่ได้รวบรวมผู้ทรงภูมิไว้ด้วยกันหลายๆท่านเช่นนี้

เห็นไหมค่ะ...อย่างน้อยที่สุด เรือนไทยและเว็บไซต์แห่งนี้ก็เป็นอีกแห่ง ที่บอกความเป็นชาตินิยม และความเจริญของคนไทยเรา

คนไทยเก่งที่จะเรียนรู้...
แต่ไม่ค่อยคิดทำ และคิดแข่งขัน เราไปอย่างไร มาอย่างนั้น
เพราะคนไทยรักสงบ 55+
สบายๆง่ายๆ อะไรก็ได้ นี่ก็เป็นสไตล์คนไทยอยู่แล้วนี่ค่ะ

การีนเห็นด้วยที่คุณCrazyHorse ว่าเราควรสนับสนุนให้แข่งขันในส่วนที่เรา "สู้ได้"
แต่ในขณะเดียวกัน การีนก็เชื่อว่าคนไทยเราทำได้ทุกอย่าง ถ้าเราตั้งใจจะทำ

เราควรส่งเสริมให้เยาวชนเรา ได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการของ
การสอนให้คิดเป็น ....

ถ้าเราลองสังเกต เด็กอนุบาลไทยจะกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการศึกษา แต่เมือ่โตขึ้น เด็กเราเหมือนเจอกรอบแห่งอะไรสักอย่างที่การีนก็บอกไม่ถูก จนทำให้เด็กไทยส่วนมากจะเป็นผู้ที่รู้จักแต่คิดอยู่คนเดียว... ไม่กล้าแสดงความคิดของตนเอง กลัวเด่นกว่าเพื่อน กลัวว่าความคิดตนเองผิด กลัวไปกลัวมา นั่งคิดไปนั่งคิดมา....หมดเวลาที่อาจารย์บอกให้เราแสดงความคิดเห็น
บางที เด็กก็แสดงความคิดนะค่ะ....แต่อาจารย์จะบอกว่า ความคิดคุณน่ะ...ผิดนะ...ไม่ดีนะ...บางทีเจอคำรุนแรงกว่านั้น
ปัญญาอ่อนรึเปล่าเธอน่ะ...
แป่ว....เด็กหมดความคิด และหมดกำลังใจที่จะคิด

กรอบหลายๆอย่างของสังคมไทยนี่ละค่ะ....ที่ทำให้คนเราออก...คล้าย...ไม่มีความเป็นชาตินิยม

อยบากให้สอนให้เยาวชนของชาติในรุ่นต่อๆไปรักชาติ ด้วยการสอนให้...

รู้จักคิด และกล้าที่จะแสดงออกด้วย และโดยการเน้นเข้าไปด้วยวิชาแห่งจริยธรรม รวมกับวิชาการ


....
บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
MathGuy
อสุรผัด
*
ตอบ: 24

อาจารย์สอนคณิตศาสตร์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 04 มี.ค. 06, 18:46

 ผมว่าปรัชญาในการดำรงชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าเราจะวิเคราะห์ตัวเราเอง คนอื่น สังคม หรือ ปรากฏการณ์ทางสังคมของคน

เราสามารถใช้เครื่องมือทางปรัชญามาช่วยอธิบายได้

ผมไม่ได้มีเจตนา จะว่า วิศวกรบ้านเรา

แต่วิศวกร สองคน ที่มีปรัชญาชีวิตต่างกัน
จะเป็นตัวกำหนด การกระทำ ของวิศวกร

คนหนึ่ง อาจจะเลือกทำงานให้บริษัทต่างประเทศ

อีกคนหนึ่ง อาจจะพยายามตั้งโรงงานของเขาเอง ผลิตสินค้าทางเทคโนโลยี

ผมพอจะรู้จัก คนที่ชอบเครื่องบินบังคับ ไม่ได้เป็นช่าง หรือ วิศวกร

หัด รื้อ ประกอบ ซ่อมเอง
จนปัจจุบันนี้ มีโรงงานขนาดย่อม ทำเครื่องบินบังคับส่งออกนอก


ถ้าเราพูดถึง รถยนต์ของไทยจริงๆ ที่จะแข่งขันในตลาดโลก อาจจะเป็นอะไรที่ฝันเฟื่อง ถ้าดูตามสภาพจริงขณะนี้

แต่ถ้าเราดูเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่า จะชิ้นเล็กน้อยแค่ไหน
ใช้ความรู้มาก น้อยแค่ไหน

ที่เป็นของไทยจริงๆ มันมีน้อยมากๆ ครับ


อ.จันทรชัย หญิงประยูร บอกผมว่า

รายได้จากการขายของเล่น(ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี)ของฮ่องกง
มากกว่า เงินงบประมาณของประเทศเราเสียอีก!
   
บันทึกการเข้า
ต้นกล้าเป็นspy
อสุรผัด
*
ตอบ: 25

โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยครับ


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 05 มี.ค. 06, 21:50

 กว่าจะได้มาซึ่งความรักชาติ ก็ต้องเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญที่สะท้อนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของคำว่า "ชาติ"
เฉกเช่นเดียวกับญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลก ถึงแม้จะเสียหายอย่างหนัก แต่ ชาตินิยมของเขาได้ทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 09 มี.ค. 06, 17:13

 ขอโพสต์นอกเรื่องนะครับ
ผมไม่เข้าใจความหมายของคำว่า civillize และไม่เข้าใจบรรทัดฐานของคำว่า เจริญ ครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอชื่นชมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านครับ    วันหลังผมจะมาใหม่
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
i'm boring
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 08:32

 ผมไม่รู้ว่าชาตินิยมจะนิยามอย่างไร เพราะพวกประเทศเช่น จีนหรือญี่ปุ่น ถ้าคุณเป็นคนต่างชาติ แต่ยอมรับเอาวัฒนธรรมของเขา เขาก็จะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกัน ไม่ค่อยแบ่งแยกหรือกีดกันหรอกครับ (จากประสบการณ์ของผมนะครับ)
ส่วนผมคิดว่าที่ประเทศเหล่านั้นเจริญ เพราะเขามีสิ่งที่คนไทยส่วนมากไม่ค่อยจะมี ก็คือ ความขยันและประหยัด
ความประหยัดผมเองก็พอมี แต่ความขยันนี่ซิผมก็ไม่ค่อยมีหรอกครับ ผมคิดว่าสองสาเหตุนี้เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้บ้านเมือง อย่างจีน ญี่ปุ่นหรือเกาหลีเจริญ อย่างคนญี่ปุ่นพนักงานจำนวนมากทำงานถึง 2ทุ่มถึงสี่ห้าทุ่มกันเลย ทั้งๆที่เวลางานจริงๆเลิกแค่ห้าโมง คนที่เป็นหัวหน้าก็จะทำงานหนักและต้องรับผิดชอบมากกว่าลูกน้อง ต่างกับคนไทยครับเวลามีอะไรมักโบ้ยให้ลูกน้อง คนพวกนี้อดทนต่องานมากทำงานหามรุ่งหามค่ำ พวกนี้สู้กับงานมาก ถ้าเคยดู หนังญี่ปุ่น การ์ตูน ในตอนจบก็มักจะมีคำว่า "สู้ต่อไป..." หรือ พวกทีวีแชมเปี้ยน คนแข่งก็จะพูดอยู่ตลอดว่า "สู้สู้" หรือ "จะทำให้ดียิ่งขึ้น" ผมคิดว่ามาจากคำว่า "กัม-ป่ะ-เร-มัส" คำพวกนี้เป็นคำที่อยู่ในสายเลือดของคนญี่ปุ่นเลย แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยพูดคำในเชิงแบบนี้  คนญี่ปุ่นทั่วไปจะนิยมชมชอบนักกีฬามากกว่าดาราอีก เพราะว่านักกีฬาที่ประสบความสำเร็จได้จะต้องมีความพยายามสูงต้องฝึกซ้อมทุกวัน ไม่ใช่แค่อาศัยความเก่งหรือพรสวรรค์อย่างเดียว สิ่งที่เขาชื่นชมคือความอุตสาหะมากกว่าความเก่ง
สมัยผมเด็กๆเวลาเรียนหรืออ่านเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ก็มักจะเป็นในแบบที่ว่าคนพวกนี้เก่ง อัจฉริยะ แต่ไม่ค่อยพูดถึงความอุตสาหะพยายามเลยครับ
ส่วนคนไทยผมก็คิดว่าความอดทนสูงเหมือนกันนะครับ แต่เป็นความอดทนประเภทที่ทำให้ไม่พัฒนา คืออดทนกับปัญหา ทนมันอยู่อย่างนั้นโดยไม่แก้ไข

สิ่งที่สำคัญรองมาผมคิดว่าเป็น มาตรฐานทางด้าน คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ที่มีสูงกว่าบ้านเรา (ขอยกเว้นจีน นะครับ เพราะไม่ค่อยต่างกับเมืองไทย) อย่างถ้าคดีที่คนแจ้งบัญชีหุ้นผิดและถูกสงสัยว่าใช้ข้อมูลภายใน ถ้าอยู่ที่เกาหลีหรือญี่ปุ่น ความผิดก็จะร้ายแรงมาก ตำรวจเจ้าหน้าที่ก็จะมาคุมตัวและยึดเอกสารต่างๆ เสมือนกับประกอบอาชญากรรมร้ายแรงมาทีเดียว และประเทศอย่างญี่ปุ่นก็มีสถิติอาชญากรรมต่ำมาก หรือในกรณีงานวิจัยโคลนนิ่งของเกาหลี ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้ประเทศเกาหลีน่าชื่นชมมากครับ เพราะไม่ว่า ศ.หวาง เป็นคนดังของประเทศไม่ต้องสน โดนปิดแลปและตรวจอย่างตรงไปตรงมา อย่างใน nature ยังวิจารณ์เปรียบเทียบจริยธรรมในการทำวิจัย ว่าเกาหลีใต้จะดีกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
 http://www.nature.com/nature/journal/v439/n7077/full/439634a.html
และกรณีในอตีดที่มีคนในระดับผู้นำของประเทศ เกาหลี และ ญี่ปุ่น ถูกจำคุกจากการคอรับชั่น ประเทศพวกนี้เป็นประเภท ที่ว่ามีกฏอยู่ ถ้าอยากจะทำผิดกฎหมายก็ทำไป แต่อย่าให้ใครรู้หรือถูกจับได้แล้วกันไม่งั้นโดนหนักแน่
มาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรมที่สูงนี้เองทำให้สภาพบ้านเมืองสงบ ไม่ต้องมีปัญหาด้านสังคมมาก คนพวกนี้ก็จะได้เครียดเรื่องงานอย่างเดียว ทำงานให้เต็มที่
แค่ในสถาบันการศึกษาที่น่าจะเป็นแบบอย่างของประเทศ ระดับทางจริยธรรมก็ยังต่ำเลย อย่างเช่นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงบางแห่งเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในการสอบ การลงโทษก็มีหลากหลายตามคณะ บางคณะก็แรงมาก พักการเรียนสองปี ปรับตกทุกวิชา บางคณะก็พักการเรียนเทอมเดียว บางคณะก็มีแต่กฎแต่ไม่ทำอะไรมาก ที่ผมรู้ก็เพราะรู้จักกับอาจารย์คณะที่มีกฎแรง คือพักการเรียนไปสองปีและตกทุกวิชา เค้าเล่าให้ฟังว่ามีเด็กคณะอื่นมาเรียน แล้วถูกจับได้ วิชานั้นได้F และส่งเรื่องให้คณะต้นสังกัดแต่ทางต้นสังกัดก็ไม่ทำอะไร วิชาอื่นก็ได้เกรดปกติและก็ได้เรียนต่อในเทอมถัดไป นี่และครับมาตรฐานทางจริยธรรมของเมืองไทย
ส่วนในสังคมไทยทั่วไปหรือครับลองเปิดหนังสือพิมพ์ก็รู้แล้วว่าเป็นอย่างไร หรือลองไปถามแม่ค้าร้านตลาด ว่าเจ้าหน้าที่ สรรพากร ตำรวจ หรือเทศกิจเป็นยังไง บ้าง

ส่วนที่มีบางท่านกล่าวถึงเรื่องระเบียบวินัย ผมเห็นด้วยครับ แต่คิดว่ามันงี่เง่ามากที่ว่า ต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกระเบียบถึงมีวินัยเพราะว่าทำตามกฎ แล้วถ้าคิดต่อไปว่ากฎนี้มันมีประโยชน์อะไรครับ ถ้าการแต่งเครื่องแบบดีจริง บรรดาครูอาจารย์ ทำไมไม่แต่งเครื่องแบบมาสอนกันทุกคนละครับ ถ้าไม่มีกฎก็ช่วยออกกฎด้วยซิครับ แต่ถ้าพูดว่า เด็กพวกนี้ไม่มีวินัยเลย เพราะไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยเข้าเรียน ไม่ค่อยทำการบ้าน ไม่ค่อยอ่านหนังสือ อันนี้ผมเห็นด้วยเต็มที่ เพราะเป็นการมีวินัยแบบมีเหตุและมีผล คนไทยไม่ค่อยชอบปลูกฝังค่านิยมแบบนี้เลย
ชอบแต่แบบให้แต่งตัวให้เรียบร้อย คนที่แต่งไม่เรียบร้อย หัวยุ่ง หนวดเคราไม่โกนก็มักจะถูกเพ่งเล็งหรือต่อว่า แต่ไม่เคยดูในผลงานต่างๆที่เขาทำเลย คนไทยเราก็มักจะมองกันที่ภายนอก คนแต่งตัวดีก็น่าจะเป็นคนดี พวกโจรเลยสบายไงครับ แค่ขับรถหรูๆ บีเอ็มหรือ เบ็นซ์ ก็ไปปล้นบ้านคนโดยที่ รปภ ไม่รู้ตัวเลยก็มีเยอะนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.056 วินาที กับ 19 คำสั่ง