เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 51976 ราชาศัพท์ที่แปลว่า "ถึงแก่กรรม"
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


 เมื่อ 11 ก.พ. 06, 10:04

 ดิฉันสงสัยเกี่ยวกับคำศัพท์พวกนี้ จึงเข้าไปสืบค้นการใช้คำเหล่านี้ดูค่ะ

ทิวงคต   เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่พระยุพราชหรือเจ้าฟ้าซึ่งได้รับการเฉลิมพระยศพิเศษ

สิ้นพระชนม์   เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และสมเด็จพระสังฆราช

ชีพิตักษัย  เป็นคำราชาศัพท์ใช้แก่หม่อมเจ้าว่า ถึงชีพิตักษัย

พิราลัย  เป็นคำราชาศัพท์ใช้สำหรับเจ้าประเทศราช และสมเด็จเจ้าพระยา

อสัญกรรม เป็นคำราชาศัพท์ใช้สำหรับข้าราชการชั้นเจ้าพระยาตาย ใช้ว่า ถึงแก่อสัญกรรม

อนิจกรรม  เป็นคำราชาศัพท์ข้าราชการชั้นพระยาพานทองตาย ใช้ว่า ถึงแก่อนิจกรรม

 http://www.geocities.com/roy_bilan222/word-thai4.htm

ดิฉันใคร่ขอเรียนถามว่า
1) พระองค์จุลฯ ทรงเขียนตอนหนึ่งว่า... ทูลกระหม่อมอาแดงทรงสิ้นพระชนม์เมื่ออายุเท่ากับ
ทูลกระหม่อมพ่อของข้าพเจ้าเสด็จทิวงคต.... ในเมื่อทูลกระหม่อมฯทั้งสองเป็นเจ้าฟ้าชั้นสูง
เหมือนกัน ทำไมถึงไม่ใช้ราชาศัพท์คำเดียวกันคะ
(อ้อ..เมื่อจะทิวงคต ใช้ทรงทิวงคตได้ไหม ทำไม่ต้องเสด็จด้วยคะ)

2) ในเรื่องปริศนา ตอนท่านชายประชวรเป็นไข้ป่า ปริศนารำพึงรำพันกับตัวเองว่า ถ้าท่านชายสิ้นชนม์
เป็นความผิดของปริศนาที่ไปยั่วท่าน ทำไมผู้นิพนธ์จึงไม่ใช้สิ้นชีพิตักษัยในกรณีนี้คะ

3) สำหรับผู้นำประเทศ หรือนายกรัฐมนตรี เคยเห็นแต่ใช้คำว่าอสัญกรรม เมื่อดูตามคำจำกัดความด้านบน
นายกฯ น่าจะเทียบได้กับสมเด็จเจ้าพระยา แล้วเหตุใดจึงไม่ค่อยเห็นใครใช้คำว่า "พิราลัย" เลยคะ

4) เมื่อเทียบแล้ว ข้าราชการชั้นใด ถึงใช้คำว่าอนิจกรรมได้คะ

ขอบคูณค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 10:52

 คนที่จะตอบคำถามคุณนุชนาได้ชัดเจน  ดิฉันเห็นมีคุณหยดน้ำ   คุณ V_Mee และคุณ UP
ระหว่างรอ ก็ขอมาคั่นโปรแกรม ด้วยคำตอบสั้นๆว่า
ราชาศัพท์ที่เป็นภาษาทางการ (ภาษาเขียน) กับที่พูดๆแบบไม่เป็นทางการ (ภาษาพูด)  ไม่เหมือนกันค่ะ

ในเรื่องปริศนา ตอนท่านชายประชวรเป็นไข้ป่า ปริศนารำพึงรำพันกับตัวเองว่า ถ้าท่านชายสิ้นชนม์
เป็นความผิดของปริศนาที่ไปยั่วท่าน
ทำไมผู้นิพนธ์จึงไม่ใช้สิ้นชีพิตักษัยในกรณีนี้คะ

คำตอบ- ก็เพราะที่พูดๆกันเป็นภาษาพูด    เขาไม่ใช้คำว่า สิ้นชีพิตักษัย น่ะสิคะ
เขาพูดกันอย่างปริศนาพูดน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 13:54

ผมก็ไม่รู้ แฮ่ะๆ



แต่เข้ามาเดา



ผมเข้าใจเองว่า คำว่า ทิวงคต แยกศัพท์แล้ว คล้ายๆ กับคำว่า สวรรคต ทั้งสองคำความหมายจริงๆ ก้แปลว่า ตาย เหมือนกัน แต่ความหมายตามรูปศัพท์ก็ไม่ใช่แค่ตายเฉยๆ แต่แปลว่าไปสวรรค์



สวรรค + คต 'คต' แปลว่า ไป ไปแล้ว พระตถาคต อันเป็นพระนามหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เรียกพระองค์เอง แปลเป็นไทยว่า "พระผู้ไปดีแล้วอย่างนั้น" คือทรงบรรลุพระนิพพานแล้ว ข้ามพ้นไปแล้ว (แม้ขณะเรียกพระองค์เองจะยังทรงพระชนม์อยู่)



ทิวงคต ผมลองมั่วดูตามประสาบาลีเถื่อน ไม่ได้เรียนมาจริงจัง เดาว่าเกี่ยวๆ อะไรสักอย่างกับคำว่า เทว เทพ ดังนั้นผมคิดว่าเราพอจะแปล ทิวงคต ได้ว่า ไปสู่สภาวะอันเป็นทิพย์แล้ว



เมื่อเป็นเช่นนั้น จะใช้ สวรรคต หรือทิวงคต เฉยๆ ก็ได้ และจะใช้ เสด็จ เน้นเข้ามาอีกเป็น เสด็จสวรรคต และเสด็จทิวงคต ก้ได้เช่นกัน ก็แปลว่า (เสด็จ) ไปสวรรค์หรือเทวโลกแล้ว เท่านั้นแหละ



ขอจบการเดาแบบขยายขี้เท่อเพียงนี้ ผู้ทราบภาษาบาลีตัวจริงถ้าผ่านมา กรุณาแวะสั่งสอนผมด้วยครับว่า ทิว + อัง + คต มันแปลว่าอะไรกันแน่ที่ถูกต้อง?
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:02

พิราลัย เข้าใจว่าเป็นคำเก่า สังคมเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน ก็เลยไม่มีใครใช้ คิดว่ายังงั้นครับ เหมือนตำแหน่งเจ้าคุณสมุหนายก หรือท่านสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อเปลี่ยนระบบใหม่ล้มเลิกไปแล้ว ผู้มีอำนาจสมัยต่อมาก็ไม่ได้เรียกตำแหน่งของตัวว่าสมุหนายกแล้วนี่ครับ

พิราลัย แปลว่า ที่อยู่ของพีระ (แปลดื้อๆ เพราะ "อาลัย" แปลว่าแหล่ง หรือที่อยู่ เช่น วิทยาลัย ที่อยู่ของความรู้) แต่ว่า "พีระ" นี่มันอะไรหนอ?

ผมเดาอีก ว่า พีระไม่ใช่คน น่าจะเป็นผู้มีสภาพเป็นทิพย์ หรือภูต หรือคล้ายๆ เทวดาชนิดหนึ่ง "ที่อยู่ของพิระ" ก็เลยเป็นคล้ายๆ สวรรค์ ก็แปลอีกว่า สมเด็จเจ้าพระยาท่านนั้นที่ตายไป ท่านไปโลกหน้าที่คล้ายๆ สวรรค์แล้ว

ในขณะนี้ที่ยังไม่ได้ค้น ผมจำได้ว่า ในนิทานเวตาลพระนิพนธ์ นมส.ตอนสุดท้าย พระเจ้าวิกรมาทิตย์ทรงทำลายกลอุบายของโยคีได้ และทรงทิ้งศพ (ของโยคีหรือของลูกชายคนขายน้ำมันก็จำไม่ได้ถนัด) ลงในกองไฟที่บูชาเทพเจ้าแล้ว เป็นอันว่าพิธีบูชายัญก็สำเร็จสมบูรณ์ จึง "เกิดมีพีระขึ้นมาสองตน" จากกองไฟ เข้ามาเฝ้าพระราชาวิกรมาทิตย์

แปลว่าพีระไม่ใช่คน และเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่มีอำนาจวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง สงเคราะห์อนุโลมให้เป็นเทือกๆ เทวดาคงจะพอได้ครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:33

สิ้นพระชนม์ กับ ถึงชีพิตักษัย น่าจะแปลได้คล้ายๆ กัน

คือแปลว่า สิ้นอายุ หมดอายุ สิ้นชีวิต สิ้นชีพ

ถึงแก่อสัญกรรม แปลว่าถึงแก่การกระทำอันหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็น อสัญ งั้น อสัญแปลว่าอะไรหว่า?

รู้แต่ว่า อาสัญ แปลว่า ตาย

อ + สัญญะ จะแปลว่า "ที่ไม่รู้จัก" ได้ไหม? แน่สิครับที่เราคนพูดคนใช้ภาษา จะไม่รู้จักภาวะหลังความตาย เพราะเราต่างก็ยังไม่เคยตายด้วยกันทุกคน หรือถึงเคยก็จำไม่ได้ (เว้นแต่มนุษย์ส่วนน้อยที่ระลึกชาติได้)

งั้นเราจะแปลรวมว่า ถึงแก่อสัญกรรม - "ถึงแก่กระทำอะไรอย่างหนึ่งที่เป็นการล่วงไปสู่สภาพที่เรา (ที่ยังอยู่) ตามไปรู้ด้วยไม่ได้" ได้ไหม?

ถึงแก่อนิจกรรม แปลทำนองคล้ายกัน คือ ถึงแก่การกระทำอันเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ไม่คงที่ แตกดับไปแล้ว

ถึงแก่กรรม จะแปลว่าอะไรดีหนอ?

มีคำเก่าว่าตายอีกคำ ว่า "กระทำกาลกิริยา"
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:35

 ศัพท์สุภาพภาษาฝรั่ง ตาย ใช้ว่า pass away ล่วงไปแล้ว

ผมเคยแปลคำว่า สวรรคต หรือการเสด็จสวรรค์ ซึ่งก็แปลว่าตายนั่นแหละสำหรับกษัตริย์ ว่า pass away heavenwards.
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:38

 พระยาพานทอง น่าจะเป็นสัก ซี 10 เดี๋ยวนี้ได้ ครับ อันนี้เดา

แต่ในการใช้ภาษาเดี๋ยวนี้เข้าใจว่า อธิบดีตายก็น่าจะใช้ ถึงแก่กรรม ได้เป็นคำกลางๆ อาจจะมีระเบียบการใช้ศัพท์อยู่ แต่ผมยอมรับว่ายังไม่ได้ค้นครับ
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:46

 ขอเห็นแย้งกับคุณนุชนาที่ว่าตำแน่งนายกฯน่าจะเทียบได้กับสมเด็จเจ้าพระยาฯนะคะว่า ตามความคิดเห็นของดิฉัน นายกฯหรือข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองตำแหน่งสูงๆอื่นๆในปัจจุบันนั้น น่าจะเทียบได้กับเจ้าพระยาเท่านั้น ไม่ใช่สมเด็จเจ้าพระยา ดังนั้นใช้ อสัญกรรม น่าจะถูกต้องแล้ว ไม่ใช่ถึงแก่พิราลัย

ถ้าจำไม่ผิดสมเด็จเจ้าพระยาฯในประวัติศาสตร์ไทยมีสองท่านเท่านั้นใช่ไหมคะ ท่านแรกคือสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกหรือรัชกาลที่ 1 กับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการในรัชกาลที่ 5

พีระน่าจะมีความหมายเดียวกับวีระหรือวีร ที่แปลว่าผู้กล้าหรือเปล่าคะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นเดาว่า พิราลัย คือการไปอยู่ในที่ของผู้กล้า? (คนตายไปแล้วเป็นผู้กล้าหาญ?)
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 14:55

 1) ก่อนอื่นขอบ่น ทำไมพจนานุกรมออนไลน์ของราชบัณฑิต ถึงป่วยหนัก 2 วันดี 20 วันไข้
เมล์ไปถามก็เฉยๆ อยากทราบจังว่าสังกัดไหน จะเขียนไปชมที่นายเขาค่ะ
 http://rirs3.royin.go.th/ridictionary/lookup.html

2) อ้อ..ถ้าเป็นแบบที่อาจารย์ว่า คือราชาศัพท์ภาษาพูดกับภาษาเขียนอาจต่างกัน ก็แล้วไปค่ะ
นึกว่าผู้นิพนธ์ทรงเขียนผิด หรือมีเหตุผลอื่นค่ะ
(ปล. อาจารย์โปรดกรุณาดูท่อนล่างสุด ที่ดิฉันคัดมา ตรงลากเส้นทะแยงมุมน่ะค่ะ มัน misleading อิอิ

3) สำนวนคุณนิล มันส์จังเลย... บาลีเถื่อน  สำหรับคำว่า "พิราลัย" ส่วนตัวคิดว่า เป็นภาษาเก่า
(และออกละครหน่อยๆ) จึงจะเปิดพจนานุกรมเช็คดูค่ะ ลองสืบค้นดู เห็นคุณบ้านายคำเก่ง
โพสต์ว่าคำนี้จะใช้กับเจ้าหัวเมือง ส่วนเมืองกรุงไม่ใช้คำนี้แล้ว ก็รับได้ค่ะ เพราะไม่เห็นเขาใช้
คำนี้ในปัจจุบันจริงๆ

*********
แล้วเจ้านายฝ่ายเหนือละครับ ไม่ได้อยู่ในราชวงศ์จักรีด้วยเหมือนกัน

ลืมท่านเหล่านี้ไปแล้วหรือครับ

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๖ มีงานพระราชทานเพลิงศพที่เมืองนครลำปาง ....

เจ้าหญิงบุษบง ณ ลำปาง พิราลัยในวันที่ ๑๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานหีบทองราชนิกูลลายก้านแย่ง ชั้นหม่อมเจ้า และหีบเพลิงและไฟหลวงพระราชทาน
จุดจากหน้าพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมหาราชวัง ...(ที่ต้องใช้คำว่าพิราลัย
เพราะถือตามเจ้าล้านนาโบราณ หากตายแล้วจะพูดว่า พิราลัย แต่ทางกรุงเทพมักจะใช้ว่าถึงแก่กรรมบ้าง
ถึงแก่อนิจกรรมบ้าง ถึงแก่อสัญกรรมบ้าง โดยเฉพาะหม่อมเจ้าต้องใช้ว่า ทิวงคต ?)...แต่สำหรับ
เจ้าหญิงฯล้านนาองค์นี้แล้ว เมื่อเรามีหนังสือกราบถวายบังคมลาพิราลัย ทางสำนักพระราชวัง
ไม่ได้ทักท้วง จึงใช้คำว่า พิราลัย ... อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักการของราชสำนักกรุงเทพ
แต่ทางกรุงเทพ ก็ให้การยอมรับคำว่า พิราลัย ครับ

เจ้านายในประเทศไทยปัจจุบัน มิได้มีเพียงราชวงศ์จักรี หากแต่ยังมีเจ้านายฝ่ายเหนือด้วยนะครับ

ชื่นชอบและชื่นชมคุณเทาชมพูเสมอ อยากรู้จักตัวจริง แต่ไม่มีบุญพบกันสักที
(คนทำงานข้างห้องพี่จ้อ)


โดย: บ้านายคำเก่ง  [IP: 161.200.255.163,unknown,]  
วันที่ 27 พ.ค. 2546 - 21:09:57
*********
...ไม่ได้ลืมเจ้านายแห่งราชวงศ์ล้านนาหรอกค่ะ แต่เสียใจที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้มากพอ....
ดิฉันก็อยู่แถวๆเรือนไทยนี้ละค่ะ ถ้านอกเรือนไทย บางทีก็ไปอยู่แถวรั้วเดียวกับคุณจ้อ
แต่ต้องลากเส้นทะแยงมุม ข้ามสนามไปสุดริมรั้วโน่นเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 15:06

 สัญญะคือ สัญญาณ ได้ไหมคะ? อสัญกรรมคือสภาพที่ไม่มีสัญญาณหรือการรับรู้แล้ว คือการปราศจากชีวิตนั่นเอง

พยายามรื้อฟื้นความรู้บาลี-สันสกฤตจากสมัยชั้นมัธยมฯ มาเดาๆค่ะ

นึกขึ้นได้จาก อิเหนา สงสัยว่าทำไม วงศ์เทวัญ ทำไมต้องต่อด้วยอสัญแดหวาด้วยนะคะ หรือใช้เพื่อให้คล้องจองกันเท่านั้น?
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 15:06

 คุณบ้านายคำเก่ง ถ้าผ่านมาช่วยเปิด sms ด้วยนะคะ ปาร์ตี้เรือนไทยครั้งนี้จะได้พบตัวจริง เสียงจริง ท่านสักทีค่ะ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 15:19

น่อง B เหอ

เรื่องชื่อวงศ์เทวัญของอิเหนา เห็นจะต้องเชิญผู้รู้ตัวจริงมาแปลคำว่า อสัญ ซะก่อน เพราะผมก็เป็นแต่บาลีเถื่อนอย่างว่านั่นแหละ เพียงแต่รู้ว่า แดหวานั้น เป็นสำเนียงชวามลายู ตรงกับคำว่า เทวา ในบาลีนั่นเองครับ ก็วงศ์อิเหนาน่ะเป็นเชื้อวงศ์เทวดานี่ครับ เทพเจ้าต้นตระกูลคือองค์ปะตาระกาหลา ซึ่งผมเคยสงสัยไว้ในกระทู้เก่าๆ ในเรือนไทยว่า เป็นเทวดาองค์ไหน และคุณเทาชมพูเคยเฉลยว่า คือพระศิวะครับ
บันทึกการเข้า
otto
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 20:45

 เท่าที่เคยอ่านผ่านแล้วจำได้นะครับ  
1.ทูลกระหม่อมพ่อของพระองค์จุลเป็นเจ้าฟ้าที่ได้รับพระมหากรุณาเป็นพิเศษให้ใช้ทิวงคต  ซึ่งมีอีกองค์ที่ใช้คำว่าทิวงคตเหมือนกันแต่จำพระนามไม่ได้  คุ้นๆว่าน่าจะเป็นเจ้าฟ้าภาณุฯตามประวัติศาสตร์มีเพียง 2 องค์เท่านั้นที่ได้โปรดพระราชทานเป็นพิเศษ  ผมขอเดานะครับว่าที่กรมหลวงพิษณุโลกได้พระราชทานอาจด้วยเพราะพระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาทสืบต่อร.6  หากพระองค์ไม่ทรงมีพระโอรสตามพระราชพินัยกรรม

ส่วนข้อ 2. เรื่องท่านชายของปริศนา  ผมเดาขำๆนะครับ  ท่านชายอาจได้รับทรงกรม  หรือได้เลื่อนเป็นพระองค์เจ้าก็ได้  เพราะช่วงที่เวลาในเรื่องปริศนา  เป็นช่วงที่มีหม่อมเจ้าหลายองค์ได้เลื่อนขึ้นเป็นพระวรวงค์เธอก็เยอะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 11 ก.พ. 06, 22:03

 พิราลัย พิร+อาลัย แปลว่าที่อยู่ของผู้กล้า  ก็คือหนึ่งเดียวกับ สุราลัย ไงคะคุณนกข.
สุระ ก็ผู้กล้า เหมือนกัน  เราใช้เรียกเทวดา ค่ะ

คำนี้ความหมายไปคล้ายกับวัฒนธรรมของเทวดาแถบๆเหนือ ทางสแกนดิเนเวียหรือไงนี่แหละ
เขามีที่อยู่ของผู้กล้า ซึ่งเป็นที่ดวงวิญญาณของมนุษย์ดีๆ
หรือพวกนักรบ จะไปอยู่กันเมื่อจากโลกไปแล้ว เรียกว่า Valhalla
เพราะงั้นก็พอจะมั่วได้ว่า Valhalla แปลว่าพิราลัย ตรงเป๋ง

ย้อนมาถึงเรื่องปริศนา    
พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีฯทรงกำเนิดมาอย่างเจ้า และอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างเจ้ามาตลอดพระชนม์ชีพ
เสกสมรสกับเจ้า อีกเหมือนกัน  เพราะงั้นท่านใช้ราชาศัพท์ไม่ผิดหรอกค่ะ

ราชาศัพท์ที่ปรากฏอยู่ในปริศนาก็คือ ภาษาพูดที่เจ้าท่านตรัสกัน หรือคนธรรมดาเอ่ยถึงเจ้า
คำว่า "สิ้นพระชนม์" หรือย่อลงมาเป็น "สิ้นชนม์" ก็เป็นคำเรียกกลางๆ สำหรับเจ้านายตั้งแต่ระดับหม่อมเจ้าขึ้นไป
ภาษาพูดแบบนี้จะไม่เคร่งครัดอย่างภาษาราชการ

ทำนองเดียวกัน  เมื่อมาถึงสามัญชน  พระยาพานทอง เมื่อตายไป   ภาษาทางการจะเรียกว่าท่านถึงแก่อนิจกรรมหรืออะไรก็ตาม
แต่ถ้าเป็นลูกหลานญาติมิตรเขาก็ไม่พูดว่า " คุณปู่ท่านถึงแก่อนิจกรรมไปหลายปีแล้วครับ"
เขาใช้ว่า "ท่านสิ้นไปหลายปีแล้ว"    สั้นๆ   แต่คำนี้ไม่เอาไปใช้ในหนังสือราชการ

ดิฉันไม่ทราบว่าพระยาพานทอง พอจะเป็นข้าราชการซี ๑๐ ได้ไหม   รู้แต่ว่าถ้าเป็นพระยาทั่วไป  ขั้นพันเอก พันตำรวจเอก  ก็เป็นพระยาแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 12 ก.พ. 06, 02:20

 อ่านไปอ่านมาผมสงสัยครับ....

ถ้า พณฯท่านนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งเทียบเท่ากับ "เจ้าพระยา"

แล้ว พณฯท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อย่าง พณฯท่าน พลเอกเปรม..... ท่านจะมีตำแหน่งเทียบเท่าเป็นอะไรดีครับ

จริงๆก็ไม่อยากเอา พณฯท่านพลเอกเปรม ไปเทียบกับท่านนายกหรอกนะครับ..... แบบว่าท่านทั้งคู่ห่างกันเกินไปหน่อย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 19 คำสั่ง