เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
อ่าน: 32455 ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 31 ม.ค. 06, 03:04

 It has been a long time since I first came to read this topic.......I am really sorry for being silent in the last couple weeks....

Due to I have to fix my laboratory system, I have not had a time to even come to read and reply....

Today it is a good day for me; after I put my samples into the instruments....I can sit in front of my computer and start reading the whole story again.  

Anyway…….

With lots of research & information collecting done, Khun PingandGrey has brought us the great story again……This story has opened my eyes to know King CharlesII, also things happening inside the England Dynasty once more. I indeed thanks for your kind contribution.

As I have read quite a lot of Ladies’ biography……it seems to me that “cheating their husband” is quite common in England, especially inside the palace…….why?


Best Regards
Andreas
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 31 ม.ค. 06, 07:40

 ตอบคุณ Andreas
การแต่งงานในสมัยโบราณ โดยเฉพาะในเจ้านายและผู้ดีมีตระกูล แต่งกันเพราะความเหมาะสมทางหน้าตาและสินสอด    น้อยรายจะเป็นเพราะความสมัครใจรักใคร่กันจริง
เพราะฉะนั้นเมื่อแต่งกันแล้ว ผู้หญิงมีลูกให้สามีได้แล้ว  ถือว่าผลิตทายาทให้เขาตามหน้าที่ ครบถ้วน     หลังจากนั้นเธอจะไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ  เพราะตัวสามีเองก็ทำอะไรได้ตามใจชอบมาตั้งแต่แรก

ผู้ชายก็ไปมีเมียน้อย เมียเก็บ    ผู้หญิงก็ไปมีชู้ ถ้าอยากจะมี   เพราะเธอยังสาวอยู่มาก    สามีก็รู้ แต่ตราบใดที่ยังไม่ล้ำเส้นให้เขาลำบากใจ   เขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้  ออกงานร่วมกันกับภรรยาไปเรื่อยๆ  ทั้งที่ชู้นั้นบางทีก็ขุนนางด้วยกันนี่แหละค่ะ
ส่วนลูกเต้าคลอดออกมา พี่เลี้ยงก็เลี้ยงไป  พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยง  จ้างครูมาสอนที่บ้าน  พอโตก็ส่งเข้าโรงเรียน

พระราชินีนาถวิกตอเรียทรงแหวกจากค่านิยมเดิมๆ ด้วยการเลือกพระสวามีด้วยความสมัครพระทัย    อภิเษกสมรสกันด้วยความรัก   ต่างองค์ต่างซื่อสัตย์ต่อกัน  เจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นผู้ที่เคร่งในศีลธรรม  ไม่เคยสนพระทัยหญิงอื่นเลย ทั้งสองพระองค์ทรงมีครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นมาก
พระราชินีนาถจึงทรงกำหนดระเบียบในราชสำนักเสียใหม่   ให้เลิกเหลวเละกันเสียที    ข้าราชสำนักต้องแต่งงาน ไม่ใช่เป็นเพลย์บอย มีเมียเก็บไปวันๆ   และห้ามมีเรื่องชู้สาว  มิฉะนั้นจะต้องถูกปลดออกจากหน้าที่
ผลก็คือราชสำนักของควีนวิกตอเรียได้ชื่อว่ามีระเบียบเรียบร้อยและเคร่งครัด   เรื่องนางเล็กๆของขุนนางถ้ามีก็ต้องแอบๆ กันมิดชิด  ห้ามเปิดเผยอย่างสมัยก่อน
แต่พอสิ้นรัชสมัยพระราชินีนาถ  พระราชโอรสคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ก็ทรงกลับไปดำเนินรอยตามแบบเดิมๆ รอยเดียวกับพระเจ้าชาร์ลส์  แทบจะพิมพ์เดียวกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 31 ม.ค. 06, 07:56

 ต่อเรื่องหลุยส์

หลุยส์เป็นคนรู้ใจพระเจ้าชาร์ลส์ทะลุปรุโปร่งว่าทรงมีจุดอ่อนอย่างไรบ้าง    หล่อนจึงรักษาตำแหน่งพระสนมไว้ได้เหนียวแน่น
ไม่ตกกระป๋องจนตลอดรัชสมัย   แม้ว่ามีคู่แข่งที่หล่อนกำจัดไม่สำเร็จอย่างเนล กวินน์ก็ตาม

ดวงหล่อนแข็งเอาการ  สามารถรอดพ้นเหตุวิกฤตทางการเมืองไปได้หลายครั้ง  อย่างที่ยากที่พวกคาทอลิคจะรอดไปได้
อย่างเช่น Popish Plot ในปี 1678 ซึ่งมีการกุข่าวขึ้นมาว่าพวกคาทอลิควางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์
เพื่อจะยกเจ้าชายเจมส์พระอนุชาที่เป็นคาทอลิคขึ้นครองบัลลังก์แทน

ข่าวนี้เล่นเอาบ้านเมืองปั่นป่วน เกือบแตกเป็นสองฝ่าย  มีผู้บริสุทธิ์โดนต้องกล่าวหากันระนาว แม้แต่พระราชินีแคทเธอรีนเองก็อยู่ในข่าย    
แต่ว่าหลุยส์กลับรอดปลอดภัยไปได้

หล่อนได้เฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์จนถึงเวลาสวรรคต   หลุยส์เป็นคนจัดให้บาทหลวงคาทอลิคมาทำพิธีรับศีลและล้างบาปให้พระองค์    
ชาร์ลส์ได้เปลี่ยนมานับถือคาทอลิคอย่างที่เป็นพระประสงค์ส่วนลึกมานานแล้ว ไม่กี่นาทีก่อนสวรรคต  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 31 ม.ค. 06, 08:01

 เมื่อสิ้นรัชกาลเก่า ราชาองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ หลุยส์หมดหน้าที่ในอังกฤษ  ก็เดินทางกลับไปอยู่ในฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ พระเจ้าชาร์ลส์ได้ประทานปราสาทและที่ดินในแคว้นโอบิญญีให้เป็นสิทธิ์ของหล่อน  
เพื่อจะได้อยู่อาศัยเมื่อสิ้นบารมีพระองค์แล้ว  

ที่จริงหลุยส์ก็ได้กอบโกยเงินทองจากราชสำนักไปมากพอจะอยู่อย่างเศรษฐินีอย่างสบายไปจนตาย
แต่เบี้ยหวัดและทรัพย์สินส่วนมากสูญหายไปในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2   ทำให้หล่อนตกเป็นหนี้สินรุงรังในวัยชรา

อย่างไรก็ตาม  หน้าที่สายลับที่หล่อนทำถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังตามมาส่งผลดีให้
พระเจ้าหลุยส์ยังส่งเบี้ยหวัดมาประทานหล่อนไม่เคยขาด  เมื่อพระองค์สวรรคตแล้วดยุคแห่งออลีนส์ก็ยังช่วยจุนเจือหล่อนอยู่
ช่วยเจรจาปกป้องหล่อนจากเจ้าหนี้  หล่อนจึงรอดพ้นคุกตะรางไปได้

หลุยส์อายุยืนยาว    หล่อนอยู่มาจนอายุ 85 ถึงแก่กรรมในปารีสเมื่อ ค.ศ. 1734

อ่านแล้วรู้สึกว่า หลุยส์เป็นคนดวงแข็ง  แต่พระเจ้าชาร์ลส์เองก็น่าจะดวงแข็งยิ่งกว่าหล่อน
จึงทรงครองราชย์มาได้ตลอดรอดฝั่งทั้งที่กอดงูพิษอยู่นานไม่รู้กี่ปี  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 31 ม.ค. 06, 08:07

 เลดี้คาสเซิลเมน และหลุยส์ ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ เป็นหญิงที่มีสีสันมากเอาการในประวัติศาสตร์ก็จริง   แต่เมื่อเทียบกับพระสนมอีกคนหนึ่งแล้ว ทั้งสองยังชิดซ้ายจนได้ค่ะ

หล่อนคนนั้นคือเนล กวินน์ ซึ่งเป็นพระสนมที่คนอังกฤษจดจำได้มากที่สุดในบรรดาพระสนมของพระเจ้าชาร์ลส์

ใครเคยดู ละครโทรทัศน์ เรื่อง "ทองเนื้อเก้า" และ "อีพริ้ง คนเริงเมือง" แล้วเห็นว่านางเอกในละครมีชีวิตโลดโผนขนาดไหน
ก็ลองมาอ่านประวัติของเนล กวินน์ดูแล้วจะพบว่า ทั้งลำยองและพริ้งเป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อเทียบกับพระสนมรายนี้

ประวัติของเนล กวินน์ มาจากจุดต่ำสุดในสังคมอังกฤษ   หล่อนกำเนิดในซ่องโสเภณี  แม่หล่อนเป็นแม่เล้า-และแน่นอนว่าเป็นอดีตโสเภณีมาก่อน
แม่เมาเหล้าจมน้ำตายเมื่อเนลยังเด็ก  หล่อนไม่มีการศึกษา อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

พอโตเป็นสาวรุ่นขึ้นมา อายุสิบสามสิบสี่  หล่อนก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเด็กเดินเร่ขายส้มในโรงละคร

เด็กขายส้มในยุคนั้นไม่เหมือนเด็กขายพวงมาลัยในบ้านเรา  เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกเขาขายสินค้าอย่างเดียว  ถือเป็นอาชีพสุจริตตรงไปตรงมา (แม้ว่าผิดระเบียบจราจร)
แต่เด็กสาวขายส้มนั้นขายตัว ให้ลูกค้าชายหื่นๆในโรงละครพร้อมกันไปด้วย  

หมดเวลาค่ะ
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 01 ก.พ. 06, 00:09

 Dear khun PingandGrey

Thank you indeed for your answer kharb.....
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 01 ก.พ. 06, 08:14



   You're welcome ka , Khun Andreas.

*******************************

ก้าวต่อไปของเนล คือเลื่อนขึ้นเป็น' อีหนู' ของชาร์ลส์ ฮาร์ท นักแสดงชายในโรงละคร และเรียนเต้นระบำจากครูฝึก (ซึ่งหล่อนก็เป็นเด็กของเขาด้วยเหมือนกัน)

 ด้วยความสวยน่ารัก  ประกอบกับพูดจาครึกครื้นเฮฮา  มีลูกเล่นแพรวพราว ทำให้เจ้าของโรงละครและนักเขียนบทเห็นแวว   หล่อนได้เลื่อนขึ้นเป็นนักแสดงหญิงเมื่ออายุ 15



ขอเท้าความถึงอาชีพละครเสียก่อนว่า  ถือเป็นอาชีพต่ำต้อยมาตั้งแต่สมัยพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1  (คือยุคของเชกสเปียร์)

 แม้ว่าได้เข้าไปในเล่นถวายในวัง ก็หาทำให้นักแสดงและผู้มีอาชีพทางด้านละครเป็นผู้มีเกียรติขึ้นมาไม่

 แม้แต่กวีหรือนักเขียนผู้ดีมีตระกูลเขาก็ไม่เขียนบทละครเป็นอาชีพ  ให้เสียชื่อเสียง



สมัยนั้นไม่มีนักแสดงหญิงในโรงละคร  บทนางเอกแสดงโดยเด็กผู้ชายรุ่นๆที่เสียงยังไม่แตก  แต่มาถึงสมัย Restoration มีละครชายจริงหญิงแท้แล้ว

อย่างไรก็ตาม อาชีพนางละครในยุค Restoratoin ไม่ใช่อาชีพมีเกียรติ ได้รับการยอมรับด้วยดีอย่างดาราในสมัยนี้  

 แต่เป็นอาชีพ 'เต้นกินรำกิน' ที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างนักแสดงและโสเภณี  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 01 ก.พ. 06, 08:19



   นางละครส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกชาวบ้านยากๆจนๆ มีอดีตหมองมัวมาก่อน   ถึงเป็นนางละครมีผู้ดูกันล้นหลามทั่วลอนดอนแล้ว  ก็ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นสุภาพสตรีน่ายกย่องขึ้นมา  

ส่วนใหญ่ก็ไปเป็นเมียเก็บของเศรษฐีและผู้ดีชั้นสูง จนกว่าจะตกอับเมื่ออายุมากขึ้น  ถ้าฉลาดหน่อยก็เก็บเงินทองเอาไว้เลี้ยงตัว

 แต่ส่วนใหญ่ก็กลับไปเป็นโสเภณีและตายไปอย่างไร้คนเหลียวแล



ย้อนกลับมาที่เนล  ด้วยคุณสมบัติคือความสวยและเฉลียวฉลาด พออายุ 17 ก็ได้แสดงนำในละครเรื่อง Secret Love

 John Dryden ผู้เขียนเรื่องตั้งใจสร้างนางเอกให้มีบุคลิกและอุปนิสัยขี้เล่นเฮฮา  ตรงกับหล่อนเป๊ะๆ   เพื่อเอาบทมาส่งให้นางเอกดัง  

ผลเป็นไปตามคาดหมาย ละครฮิทติดอันดับ 1   ส่งให้เนลโด่งดังไปทั่วลอนดอนในชั่วข้ามคืน



คนดูละครมีทุกชนชั้นตั้งแต่ผู้ดีไปจนขี้เมาข้างถนน   หนึ่งในผู้ดีที่มาดูละครคือชาร์ลส์ แซควิลล์ มีบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ดบัคเฮิร์สต์     เขาเกิดหลงใหลอยากได้หล่อนมาเป็นเมียเก็บ    และก็สำเร็จสมประสงค์  



เขาเชิญหล่อนไปพัก ณ คฤหาสน์เขาที่เมืองเอบซอมในช่วงฤดูร้อน    ณ ที่นั้นเนลก็ได้สัมผัสความเป็นอยู่หรูหราแบบผู้ดีชั้นสูงเป็นครั้งแรกในชีวิต   ได้แต่งกายแพงๆ กินดินเนอร์โก้ๆ นั่งรถม้า และมีคนใช้นับสิบๆคอยรับใช้เอาอกเอาใจแบบเท้าไม่แตะดิน



แต่รักง่ายก็หน่ายเร็ว  เป็นแฟนกันไม่เท่าไรก็จบกันไป    เนลมาเป็น'เด็ก' ของขุนนางอีกหลายคน  ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งพระสนม เมื่ออายุ 19  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 01 ก.พ. 06, 08:24

 ในตอนนั้นชาร์ลส์มีพระสนม
เป็นนางละครสาวสวยอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว
ชื่อมอล เดวิส
หล่อนมีประวัติไม่ได้ดีไปกว่าเนลเท่าไร
เป็นลูกนอกกฎหมายของขุนนางผู้ดีมีตระกูล  
พ่อไม่ยอมรับ  หล่อนก็เลยโตขึ้นมาแบบชาวบ้าน

เป็นสาวขึ้นมาก็กลายมาเป็นนางละคร  ทั้งแสดง เต้นระบำ
และร้องเพลงได้จับใจคนฟัง  ในจำนวนนั้นมีพระเจ้าชาร์ลส์รวมอยู่ด้วย

แต่พวกราชสำนักเกลียดมอลเอามากๆ  
นอกจากมีพื้นเพต่ำต้อย  หล่อนยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ไม่มีกาลเทศะ   ไม่มีมารยาท
นอกจากพระเจ้าชาร์ลส์แล้วก็ไม่มีใครชอบหน้าหล่อนเอาเลย

ภาพข้างบนนี้ มอล เดวิส ค่ะ  
หมดเวลาสำหรับวันนี้ เศร้า
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 01 ก.พ. 06, 11:29

 ลงชื่อตามอ่านครับ

เรื่องของราชันผู้นิราศ องค์นี้ (คนละองค์กับในหลวง ร. 7 "ราชันผู้นิราศ" ของไทยเรา ขององค์นี้นิราศเพราะครอมเวลล์ แล้วก็ได้นิวัติกลับไปครองบัลลังก์ใหม่)

เรื่องของราชาพระองค์นี้ นักเขียนอังกฤษ ใครก็จำไม่ได้ เคยเอามาเขียนเป็นหนังสือทำนองนิยาย อ่านง่ายๆ แล้วก็มี ดูเหมือนคุณนิดา หรือไม่ก็คุณเนื่องน้อย ศรัทธา เอามาแปลเป็นไทย อ่านสนุกครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 02 ก.พ. 06, 08:27

 คุณนกข. หมายถึงนิยายของเจน เลน ที่คุณสุคนธรสแปลหรือเปล่าคะ
กล่าวถึงในค.ห. 23 ค่ะ
**************************
มาเล่าเรื่องเนล ต่อ

วันหนึ่งพระเจ้าชาร์ลส์เสด็จมาทอดพระเนตรละคร   เนลเองก็ไปกับคู่ควงของหล่อน  หล่อนได้นั่งติดกับพระราชา  
เนลเป็นคนช่างคุยเล่นหัวสนุกสนาน  พระเจ้าชาร์ลส์ก็เกิดพอพระทัยนางละครสาวสวยคนนี้
ขึ้นมาถึงกับให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จนัดหล่อนและเจ้าหนุ่มที่เป็นแฟน ไป "ดื่ม" กันต่อที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆ  

พอกินดื่มกันเสร็จ  ปรากฏว่าพระเจ้าชาร์ลส์ไม่ได้นำเงินติดองค์มาเลยสักสตางค์เดียว เพราะพระองค์ท่านไม่เคยพกกระเป๋าเงินอยู่แล้ว  
ก็เป็นพระราชาจะมีโอกาสจ่ายเรื่องอะไรกันจริงไหมคะ  
ผลคือเจ้าหนุ่มคู่ควงต้องควักกระเป๋าเลี้ยงเอง

เรื่องนี้ทำให้เนลเห็นเป็นเรื่องชวนหัวเอามากๆ  ถึงกับโพล่งออกมาอย่างครื้นเครงว่า
" ให้ตาย - ่าซิ   เกิดมาไม่เคยมีเจ้าภาพกระจอกยังงี้มาก่อนซักคน"

คนร่วมโต๊ะก็ตกตะลึงไปกันหมด   นึกว่าเนลคงจะถูกยัดใส่คุกหรือเฆี่ยนหลังขาดเสียแล้วในตอนนั้น  
แต่พระเจ้าชาร์ลส์กลับนึกเอ็นดูความเปิดเผยตรงไปตรงมาของหล่อน    ก็เลยทรงหลงรักหล่อนนับแต่นาทีนั้น

ภาพนี้วาดขึ้นในยุคนี้ค่ะ   เป็นภาพพระเจ้าชาร์ลส์กำลังเกี้ยวพาราศีกับเนล  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 02 ก.พ. 06, 08:45

 ดังนั้น แทนที่จะแค่เจอหล่อนครั้งเดียว พระราชา ก็ทรงนำนางละครสาวเข้าไปพำนักอยู่ในพระราชวังไวท์ฮอลล์ ในฐานะพระสนมคนล่าสุด

เนลเจอคู่แข่งที่จ้องขย้ำหล่อนอยู่หลายราย  โดยเฉพาะหลุยส์ ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ    
แต่หลุยส์ก็ทำอะไรหล่อนไม่ได้จนแล้วจนรอด
ส่วนมอล เดวิส ถูกเนลเขี่ยออกให้พ้นเส้นทาง  
วิธีของเนลยากจะบอกได้ว่าหล่อนหวังผลถาวรหรือแค่แกล้งเล่นสนุกๆ  

คือหล่อนสืบรู้ว่าพระราชาจะเสด็จมาค้างคืนกับมอล  หล่อนก็เลยทำดีให้ตายใจ
เชิญมอลไปกินอาหารเย็นในห้องพักของหล่อน  แต่ในเนื้อที่ทำให้กิน  หล่อนแอบใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายลงไป
(ถ้าเป็นเมืองไทยคงจะคล้ายๆสลอด)

คืนนั้นพระเจ้าชาร์ลส์เสด็จมาค้างคืนที่ห้องของหล่อน   แต่ลองนึกภาพดูว่ามอลกินยาถ่ายอย่างแรงเข้าไป มันจะทุลักทุเลขนาดไหน  
พระเจ้าชาร์ลส์กริ้วมาก
ไม่ได้กริ้วเนล(เพราะไม่ทรงรู้) แต่กริ้วบรรยากาศอันเกินคำบรรยายในคืนนั้น  

มอลก็เลยตกกระป๋อง  สิ้นสุดวาระการเป็นพระสนมแต่บัดนั้น
แต่พระเจ้าชาร์ลส์ก็ประทานเบี้ยหวัดให้หล่อนปีละ 1000 ปอนด์ พออยู่กินไปได้อย่างสบาย  
อย่างน้อยหล่อนก็มีธิดากับพระองค์ด้วยคนหนึ่ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 02 ก.พ. 06, 08:47

 ถ้าจะย้ำให้เห็นภาพว่าคนท้องเสียมันทำลายบรรยากาศได้รุนแรงแค่ไหน
ต้องอธิบายเรื่องการอนามัยขับถ่ายในยุคนั้นประกอบให้เข้าใจ

ถ้าใครยังไม่รู้เรื่องสุขาของผู้คนในสมัยนั้นก็โปรดรับทราบว่า ในยุคก่อนนี้จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 19  
แม้แต่เจ้าใหญ่นายโตของยุโรป  เขาก็ยังไม่สุขสบายเท่าสามัญชนอย่างเราๆในเรื่องห้องน้ำห้องท่า
เพราะเขาไม่มี  ค่ะ ย้ำว่าไม่มี

แม้แต่ในปราสาทราชวังก็ไม่มีห้องน้ำประเภทตั้งอุปกรณ์อ่างจากุชชี่ หรือชักโครกทองคำ เด็ดขาด

เวลาจะอาบ  เขามีอ่างอาบน้ำตั้งไว้ในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง  ตั้งอ่างไว้เฉยๆบนพื้นเหมือนเราตั้งกาละมัง
เพราะสมัยนั้นไม่มีระบบท่อน้ำ ที่จะเปิดน้ำหรือระบายน้ำทิ้งตามบ้านเรือน  
คนใช้ก็หิ้วถังน้ำขึ้นมาทีละถังสองถัง   เทน้ำอุ่นใส่ลงอ่างจนเต็ม  
นายก็อาบเสร็จโดยไม่มีก๊อก ไม่มีฝักบัว  อาบน้ำเดียวจบงั้นแหละ
เสร็จแล้วคนใช้ก็ตักน้ำจากอ่างใส่ถังไม้หิ้วลงไปเททิ้ง  ลงบันไดไปอย่างลำบากลำบน

การอาบน้ำเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและยากลำบาก     อาบกันอาทิตย์ละครั้งก็ถือว่าบ่อยมากแล้ว  ยิ่งหน้าหนาวยิ่งไม่อาบกันเลย  
ว่ากันว่าพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทูลกระหม่อมปู่ของพระเจ้าชาร์ลส์ไม่นิยมอาบน้ำเกือบตลอดชีวิต   ดูเหมือนจะอาบแค่ตอนประสูติ ก่อนอภิเษกคืนหนึ่ง เท่านั้น

เอาภาพห้องน้ำ หรือ water closet ของคุณหญิงคุณนายในยุคโบราณมาให้ดูค่ะ เขาก็แต่งห้องเสียสวยเชียว แต่ว่าลำบากอย่างที่ว่ามานี่แหละ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 02 ก.พ. 06, 08:52

 ส่วนการขับถ่าย เขาใช้กระโถนค่ะ  เรียกว่า chamber pot
เมื่อก่อน ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลายราคา หลายแบบ มีการออกแบบสวยงาม สำหรับผู้ดีมีสกุล
วางไว้ในห้องนอนตอนกลางคืน ตอนเช้าคนใช้ก็ยกไปเท ล้างให้สะอาดแล้วยกกลับขึ้นมา

เล่ามาถึงตอนนี้คงนึกภาพออกว่า เวลาคนท้องเสียแล้วมีแต่กระโถนตั้งอยู่ในห้องนอน  ไม่มีห้องน้ำให้วิ่งออกไปกดชักโครกทิ้งได้
มันน่าคลื่นไส้แค่ไหน  

ขอพักครึ่งเวลาก่อน เพื่อจะถามว่า ดิฉันโพสต์ข้อความติดต่อกันเร็วมาก วันต่อวัน
อาจจะทำให้ท่านที่อยากมาคุยเพิ่มเติม  หรือมาซักถาม  ถามไม่ทัน
ก็เลยจะหยุดไว้แค่นี้ก่อน ถือว่าคนเล่ากำลังดื่มน้ำ แก้คอแห้ง
ใครอยากคุยอะไรในช่วงนี้ก็เชิญเลยค่ะ     ไม่ต้องนั่งเงียบฟังลูกเดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 02 ก.พ. 06, 09:00

 อ้อ ลืมไป  มีภาพกระโถนอีกแบบหนึ่งมาให้ดู

แบบนี้หอบหิ้วติดตัวไปในระหว่างเดินทางค่ะ  
เป็นม้านั่ง มีประตูเปิดปิดได้ทางด้านข้าง
เพื่อจะดึงเอากระโถนข้างในออกมาล้างให้สะอาด
แล้วเลื่อนกลับเข้าไป
เคยเห็นของแบบนี้ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม
ของรัชกาลที่ 2 ที่อัมพวา  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.063 วินาที กับ 19 คำสั่ง