เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 17905 ที่มาของชื่อแปลกๆ
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 19 ม.ค. 06, 20:54

 คำต่อไปนี่น่าสนใจคือคำว่า "นาฬิกา" ครับ
มาจากภาษาบาลีว่า  นาฬิเก ซึ่งแปลว่า มะพร้าว สมัยก่อนที่ไม่มีเครื่องบอกเวลา คนไทยเราใช้กะลามะพร้าวเจาะรูที่ก้นลอยในอ่างน้ำให้น้ำเข้ากะลามะพร้าวประมาณเวลาได้  
ผมว่า น่าจะยังมีให้เห็นบ้างในการจับเวลาการตีไก่
บันทึกการเข้า
ชื่นใจ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 136

นักศึกษาปริญญาเอก University of East Anglia England


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 27 ม.ค. 06, 02:07

 คือว่า...(แหะๆ ...หัวเราะกลบเกลื่อนเล็กน้อย)
ไม่ได้มีสาระอะไรมาแบ่งปันเล้ยยยย (เน้นเสียงหน่อยนะคะ)
มีแต่คำไร้สาระมาฝาก
เนื่องจากเห็น To son to man เลยแว้บขึ้นมาได้อีกคำหนึ่ง
PhD ที่เรารู้กันว่าย่อมาจาก Doctor of Philosophy
อิฉันกับเพื่อนๆก็เพี้ยนหนัก ให้คำจำกัดความซะใหม่ว่า
Permanent Head Damage
คาดว่าคนที่กำลังอยู่ในกระบวนการผลิต PhD
หรือผ่านกระบวนการ PhD  มาแล้ว คงจะเห็นด้วย

อย่างนี้มันน่า นักเชียว คิดพิเรนได้ขนาดนี้
เรื่องมีสาระล่ะไม่คิด  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 27 ม.ค. 06, 08:04

 คำที่ยังหาที่มาไม่ได้คือการถวายคำนับของสตรี ที่เรียกว่า " ถอนสายบัว"
ทำไมถึง "ถอนสายบัว"
เวลาคนถอนสายบัวขึ้นจากน้ำ  ทำท่าคล้ายๆยังงี้หรือไงคะ
บันทึกการเข้า
ออกญาธรรมาธิกรณ์
อสุรผัด
*
ตอบ: 24


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 29 ม.ค. 06, 01:20

 ตามความคิดผม น่าจะเป็นกริยา หญิงที่ย่อ และ ก้มลงไปหยิบสายบัว ด้วยอากัปกริยาเรียบร้อย งดงาม
บันทึกการเข้า
ชื่นใจ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 136

นักศึกษาปริญญาเอก University of East Anglia England


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 29 ม.ค. 06, 04:18

 ความหมายของคำว่า ถอนสายบัว (ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
 http://rirs3.royin.go.th/ridictionary/lookup.html
หมายถึง ถวายคำนับแบบผู้หญิง โดยยืนตรงแล้วชักขาข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหลัง
แล้ววาดปลายเท้าไขว้ไปทางด้านขาข้างที่ยืน พร้อมกับย่อเข่าอีกข้างหนึ่งลงช้าๆ
เมื่อจวนต่ำสุด ให้ยกมือทั้ง ๒ ข้างวางประสานกันบนหน้าขาข้างที่ย่อต่ำ
ก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วเงยศีรษะขึ้น พร้อมกับชักขาข้างที่ไขว้กลับยืนที่เดิม
เป็นการแสดงความเคารพของสตรีต่อเจ้านายชั้นสูง

ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
 http://www.kanchanapisek.or.th/kp8/mthai/res.html
อธิบายวิธีถวายความเคารพแบบสากล (ใช้กับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์) ไว้ดังนี้
การถวายความเคารพแบบย่อเข่า (ถอนสายบัว) มีสองแบบ คือ
แบบสากลนิยม
ยืนตรง หันหน้าไปทางพระองค์ท่าน วาดเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหลังเล็กน้อยตามถนัด
พร้อมกับย่อตัวลง ลำตัวตรง หน้าตรง สายตาทอดลง ปล่อยแขนทั้งสองข้างแล้ว ยืนตรง
แบบพระราชนิยม
ยืนตรง หัน หน้าไปทางพระองค์ท่าน วาดเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหลังเล็กน้อยตามถนัด
พร้อมกับย่อตัวลง ขณะที่วาดเท้าให้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นวางประสานกันบนขาหน้าเหนือเข่า
ค้อมตัวเล็กน้อยทอดสายตาลง เสร็จแล้วยืนขึ้นใน ลักษณะเดิม
บันทึกการเข้า
ชื่นใจ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 136

นักศึกษาปริญญาเอก University of East Anglia England


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 29 ม.ค. 06, 04:19

 ตามไปหาที่มาของการบัญญัติศัพท์ ที่เว็บฯราชบัณฑิตยสถาน…ก็ไม่เจอเลยค่ะ
น่าเสียดาย...อยากทราบที่มาจริงๆ แต่ก็หาไม่พบ
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว อิฉันเคยได้ยินอาจารย์ผู้สอนวิชากายวิภาคศาสตร์และ
จลนวิทยาเล่าโยงไปถึงการวางเท้าของท่าถอนสายบัว
(คาดว่าอาจารย์ท่านคงต้องการยกตัวอย่างอากัปกิริยามาอธิบายให้นักศึกษาคล้อยตาม)
ดังนั้นสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ คงแก้ข้อสงสัยเรื่องที่มาของคำๆนี้ ให้กับอาจารย์เทาชมพู อิฉัน
และอีกหลายๆ ท่านไม่ได้ แต่คงพอช่วยให้กระจ่างได้ว่าทำไมต้องถอนสายบัวท่านี้

อาจารย์เล่าว่า (เมื่อครั้งกระโน้น) คนอยากได้สายบัวต้องพายเรือไปกลางน้ำ
สมมุติว่าพายเรือไปคนเดียว  ครั้นเจอบัว ดอกที่เหมาะเจาะถูกใจ
เลยตั้งท่าจะถอน วาดเรือเข้าใกล้กอบัวซะหน่อย วางพายลง ขยับนั่งคุกเข่า
หันหน้าเข้าหาบัว โยงโย่โยงหยกอยู่พักใหญ่ ทั้งก้ม ทั้งโน้มตัว
มือข้างหนึ่งก็ดิ่งลงไปในน้ำ มืออีกข้างก็เท้าไว้กับขอบเรือ ออกแรงเพลินไปนิด
น้ำหนักเอียงไปข้างเดียว เรือโคลง คนก็เลยหล่นตูมลงน้ำ
(ไม่ทราบว่าอาจารย์ผู้เล่า ใช้สมมติฐานไหนนะคะ แต่พอเล่ามาถึงตรงนี้จำได้ว่า ฮากันครืน)
บันทึกการเข้า
ชื่นใจ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 136

นักศึกษาปริญญาเอก University of East Anglia England


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 29 ม.ค. 06, 04:19

 จำได้ว่า อาจารย์ท่านเล่าต่อแบบหน้าตายมากเลย ว่า
ถ้าคนถอนสายบัวคนนั้นรู้ว่า CG อยู่แถวๆก้น คงไม่ตกน้ำ
(อ่านเรื่อง Center of Mass ของร่างกายมนุษย์ได้ที่นี่ค่ะ
 http://moon.ouhsc.edu/dthompso/namics/mass.htm
http://www.absoluteastronomy.com/reference/center_of_mass
CG หรือ COG ตามที่เห็นในเว็บฯ เป็นคล้ายจุดรวมน้ำหนักของร่างกายทั้งร่างกาย
จุดที่ว่านี้ ในท่ายืนปกติอยู่สูงประมาณก้นกบค่อนมาด้านหน้าเล็กน้อย
แต่จุดนี้ขยับเปลี่ยนแปลงได้ตามท่าท่างที่เปลี่ยนไป และถ้าเกิดกรณีที่เจ้าจุดนี้
เคลื่อนที่อย่างเร็วออกนอกพื้นที่รับน้ำหนักของเท้า ก็แปลว่า “ล้ม” ค่ะ)
เล่าต่อค่ะ...
อาจารย์ท่านบอกว่า ถ้าคนๆนั้น หันหน้าไปทางเดิม แต่ชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น
ในขณะที่เข่าอีกข้างยังทำท่าคล้ายคุกเข่าเหมือนเดิม
เข่าข้างที่ชันขึ้นก็จะช่วยค้ำหน้าอกไว้ ไม่ให้ยื่นออกไปนอกเรือมากนัก ตอนที่ดึงสายบัว
จุดรวมน้ำหนักของร่างกายก็ยังอยู่ค่อนมาทางด้านหลังตลอดเวลาที่ออกแรงดึง
ถึงพลาดพลั้ง อย่างมากก็แค่ก้นจ้ำเบ้าอยู่ในเรือ ไม่ต้องลงไปดำน้ำถอนสายบัว
บันทึกการเข้า
ชื่นใจ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 136

นักศึกษาปริญญาเอก University of East Anglia England


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 29 ม.ค. 06, 04:20

 จบจากท่าในเรือ อาจารย์ท่านก็โยงมาที่ท่าบนบก ท่านบอกว่า
ท่ายืนปกติ เท้าชิด หมายถึงพื้นที่รับน้ำหนักของเท้าจะแคบ แต่จุด CG อยู่สูง ล้มง่าย
ถ้าเทียบกับท่าถอนสายบัว ที่เท้าข้างหนึ่งอยู่ด้านหน้า อีกข้างหนึ่งไขว้ไปด้านหลัง
พื้นที่รับน้ำหนักของเท้าจะเพิ่มขึ้น และจุด CG อยู่ต่ำ ท่านี้มั่นคงกว่าเยอะ

จำได้ว่าเพื่อนๆหลายคนแย้งว่า หนูทำแล้วจะล้มนะคะอาจารย์
คลับคล้ายคลับคลาว่าอาจารย์จะบอกว่ากล้ามเนื้อขาของพวกเรามันขี้เกียจ
หรือไม่ก็ไม่รู้จักธรรมชาติของตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องวาดเท้าแค่ไหนถึงจะทรงกายอยู่ได้
อะไรทำนองนี้แหละค่ะ

เฮ้อ...เล่าจบซะทีค่ะ ขอออกตัวว่าเรื่องนี้หยิบความทรงจำมาปัดฝุ่นค่ะ
ไม่แม่นเป๊ะๆ อย่างที่อาจารย์ท่านเล่า แต่น่าจะพอได้ใจความ
สุดท้ายก็ยังสงสัยอยู่ดี
ทำไมการทำความเคารพท่านี้จึงไม่ใช้ชื่ออื่น ทำไมต้องชื่อว่า “ถอนสายบัว”
แล้วชื่อนี้มาจากไหน มาได้อย่างไร
เล่ายังไงเนี่ย...แม้แต่ตัวเองยังไม่หายงง
บันทึกการเข้า
กานตภณ
อสุรผัด
*
ตอบ: 14


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 04 ก.พ. 06, 00:11

 . แหม ชื่อ " ถอนสายบัว " นี่ คุยกันสนุกเชียวนะครับ
. ผมเองก็คิดอีกแบบนะครับ ผมว่ามันอาจะมาจากการเก็บสายบัว ตอนที่คนเก็บอยู่ในน้ำก็ได้นะครับ
. สมมุติว่า น้ำอยู่ระดับอกหรือระดับเอว เวลาดึงสายบัว ดึงจากทางที่ใกล้ดอก สายบัวก็มักจะขาด จะก้มลงไปเด็ดส่วนที่อยู่ลึก ๆ ก็ไม่ถนัด ด้วยต้องก้มหลังลงไป หรือ ถ้าระดับน้ำเสมออกหรือคอ ก้มนิดหน่อยหัวก็คงจมน้ำแล้ว
. เป็นไปได้ไหมครับ ที่คนเก็บฝักบัวจะหาทางออกด้วยการตวัดเท้าดึง ฝักบัวส่วนลึก ๆ ให้หลุดออกจากดินใต้น้ำ ก่อนจะ ใช้มือดึงตามออกมา ก็จะสามารถเก็บฝักบัวได้ ยาว ๆ ตามที่ต้องการ
. นี่จินตนาการเองนะครับ แหะ แหะ ว่าแล้ว ก็อยากกิน แกงสายบัวขึ้นมาทันที คุณยายที่นครปฐมเคยทำให้กิน น้ำข้น ๆ แล้วก็มีเนื้อปลาทูด้วย
..แต่ตอนนี้ อยู่เชียงใหม่ หาแกงสายบัวไม่ค่อยเจอเลยครับ
. ทุกวันนี้เลยได้แต่ กินผักกาดจอ และ แกงฮังเล
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 04 ก.พ. 06, 00:19

 อยากทราบว่า กระดูกที่เรียกว่า "ไหปลาร้า" มีที่มาจากอะไรเหรอครับ

มันก็ไม่เห็นจะเป็นไหตรงไหนเลย รูปร่างยาวๆเหมือนซี่โครงอ่ะครับ



พี่หมอท่านไหนก็ได้รบกวนหน่อยนะครับ อิอิ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 04 ก.พ. 06, 11:43

 สงสัยมานานแล้วครับ

เอกมัยแปลว่าอะไรครับ อยู่แถวนั้นมายี่สิบกว่าปี จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าเอกมัยแปลว่าอะไรเลยครับ
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 06 ก.พ. 06, 00:57

 ถึงคุณน้องติบอ ครับ
"ไหปลาร้า" ผมก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันครับว่าทำไมเรียกกันแบบนี้

ราชาศัพท์เรียกว่า "พระรากขวัญ"

ในตำนานอุรังคธาตุ (ตำนานการสร้างพระธาตุพนม) แปลไว้ว่า "กระดูกด้ามมีด"

ก็เลยคิดเล่นๆ ว่า กระดูกไหปลาร้า อาจไม่ได้เกี่ยวกับ ไหปลาร้า แต่อาจเพี้ยนมาจาก ด้ามมีดพร้า (พร้า เพี้ยนเป็น ปลาร้า) ฮืม

จะว่าไปแล้ว รูปร่างของกระดูกไหปลาร้า ก็คล้ายกันกับด้ามมีดพร้าเหมือนกันนะครับ

ไม่มีคำอธิบายครับ เพราะไม่รู้เหมือนกัน ทิ้งไว้ให้ช่วยกันคิดครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 06 ก.พ. 06, 10:28

 พาสาลาว เพิ่นเอิ้นว่า หมวกกันกะทบ เจ้า ท่านโฮตาคูนุส
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 06 ก.พ. 06, 11:23

 ป.ล. กระดาษ นั้นจะมาจากภาษาเปอร์เซียหรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจ ไม่มีความรู้พอที่จะยืนยันได้ แต่เคยทราบว่า ภาษามาเลย์เรียกกระดาษว่า kertas เท็จจริงยังไง เชิญผู้รู้บาฮาซามาเลเซียแก้ไขด้วยครับ

Kertas กับกระดาษ ฟังเสียงก็ใกล้กันมาก เป็นไปได้ว่าเรารับคำนี้มาจากมลายู แต่อีกทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือ มลายูก็รับคำนี้ต่อมาจากเปอร์เซียเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
น่าน
อสุรผัด
*
ตอบ: 6

ทำธุรกิจส่วนตัว


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 06 ก.พ. 06, 14:46

 เห็นทุกท่านมีความรู้ด้านภาษาเลยอยากรู้ว่า ทำไมถึงต้องเรียกหมากับสุนัข คำว่าหมาไม่สุภาพตรงไหนแล้วคำไหนถูกบัญญัติขึ้นก่อน ช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่ิอยจ๊ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.048 วินาที กับ 19 คำสั่ง