เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 18310 ที่มาของชื่อแปลกๆ
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


 เมื่อ 15 ม.ค. 06, 18:42


วันเด็กที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวชม พระที่นั่งวิมานเมฆ และพระที่นั่งอนันตสมาคมมาครับ (เขาเปิดให้เด็กๆไปดู คนแก่ๆอย่างผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปชมเหมือนกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต) มีคนนำเที่ยวเป็นคนชื่อดังแห่งเวป pantip คุณณัฐเศรษฐ์ ได้ความรู้มากมาย (อันนี้แค่เกริ่นนำครับ)
ตอนขากลับที่แยกกันแล้ว ได้ไปเดินดูๆตามข้างทาง เห็นมีร้านขายขนมฝักบัวอยู่ รู้สึกอยากกินขึ้นมา นานๆจะเจอแล้วได้กินสักทีเลยซื้อมา  2 ชิ้น
ระหว่างที่กำลังกินอยู่ ก็คิดว่าทำไมคนโบราณถึงเรียกว่า "ขนมฝักบัว" นะ(ใจนึงคิดว่า อ้วนอีกแล้วเพราะเป็นขนมทอดมีน้ำมันเยอะพอสมควร) รูปร่างจะว่าเหมือนฝักบัวก็ไม่ใช่เหมือนไข่ดาวมากกว่าอีกทำไมไม่เรียก "ขนมไข่ดาว" นะ
กินไปๆดูเนื้อในเห็นเป็นโพรงๆเหมือนในฝักบัวเลย ก็เลยทึกทักเอาเองว่าน่าจะเป็นสาเหตุนี้แน่เลยที่ทำให้เรียกว่าขนมฝักบัว
วันนี้มาค้นในเนทเปิด google ดูมีเวบนึงเขียนบอกว่า "เมื่อฉีกขนมจะเป็นแป้งภายในเป็นโพรงจากก้นมาถึงด้านหน้า มีลักษณะเช่นเดียวกับฝักบัวจริง ๆ" อืมสงสัยว่าเราจะเดาถูกนะ

ยังมีชื่อสิ่งของอีกหลายๆอย่างที่มีที่มาที่น่าสนใจ ชาวเรือนไทยคนไหนมีความรู้ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคับ

ขนมฝักบัว เป็นขนมที่ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมแป้งข้าวเหนียว ใส่ผงฟูและกะทิ ทอดในกระทะก้นลึก ขนมจะพองตรงกลางคล้ายทอดไข่ดาว ขนมฝักบัวมีลักษณะเป็นแผ่นกลม ขอบหยักเล็ก ๆ อย่างสม่ำเสมอกันโดยรอบส่วนขอบกลาง ส่วนกลางขนมหนา ก้นขนมนูนอย่างสม่ำเสมอ ทางปักษ์ใต้เรียก “ขนมจู้จุน” เพราะมีลักษณะคล้ายสะดือจุ่น นิยมใช้เป็นขนมสำหรับติดกัณฑ์เทศน์  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 15 ม.ค. 06, 18:59

มีอีกชื่อที่ทึกทักเอาเองเหมือนกันคือ "ต้นหนวดปลาหมึก" เมื่อก่อนเคยเจอแต่ต้นกับใบก็สงสัยทำไมเรียกว่า ต้นหนวดปลาหมึกหว่า พอไปเห็นตอนออกดอกถึงร้องอ้อน่าจะเป็นจากสาเหตุนี้ละมั้ง แต่ก็ทึกทักเอาเองยังไม่ได้หาหลักฐานสนับสนุน พี่ๆน้องๆคนไหนมีความรู้ช่วยบอกหน่อยนะครับว่าผมเดาถูกอีกรึเปล่า
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 15 ม.ค. 06, 19:02


"ทาบฟ้าหนวดปลาหมึก
เพิ่งรู้สึกนึกเหมือนจริง
หลายเส้นเด่นดูยิ่ง
มากปุ่มป่ำล้ำเรียงราย..."
รูปและข้อความในกระทู้นี้เอามาจากเวบนี้คับhttp://www.tourthai.com/gallery/flower/pic08540.shtml  
บันทึกการเข้า
ออกญาธรรมาธิกรณ์
อสุรผัด
*
ตอบ: 24


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 15 ม.ค. 06, 20:25

 หนวดปลาหมึกจริงๆด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 15 ม.ค. 06, 20:37

 ต้นแปรงล้างขวดค่ะ
เห็นดอกของมันแล้วไม่ต้องมีคำอธิบายว่าทำไมชื่อนี้
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 ม.ค. 06, 21:05

ที่จริง คนไทยเรียกชื่อของตามอะไรที่เห็นแล้วจำได้ง่ายซะจนชินแล้วล่ะครับ

ผมเคยงงว่า ผ้า 2 ชนิดที่กรรมวิธีการผลิตต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำไมถึงมีชื่อเรียกที่พ้องกัน

อย่างแรก คือแพรเกี้ยวหนาม-ขนุน ซึ่งมีวิธีทำคือการนำผ้าแพรหนังไก่ไปมัด แล้วย้อมสี ซึ่งการมัดและอุณหภูมิขณะย้อมจะทำให้ลักษณะของผ้าดูเป็นหนามๆคล้ายๆกับลูกขนุน

ส่วนอย่างที่สอง คือผ้านมสาว หรือผ้าตาดเงินหนามขนุนซึ่งใช้แล่งโลหะ (หรือกระดาษตะกั่ว) มาไขว้กันเหมือนเวลาจะเริ่มสานตะกร้อจากใบมะพร้าวเรียกว่าทำนมสาว แล้วเอานมสาวเป็นสายๆมาสอยติดลงไปบนผ้า ก็ถูกเรียกว่า "ผ้าตาดเงินหนามขนุน" เหมือนกัน

ผมเลยสงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่า "หนามขนุน" เหมือนกัน ทั้งๆที่กรรมวิธีการผลิตไม่เห็นจะเหมือนกันเลย จนกระทั่งได้ความรู้มาว่า "คนสยามเป็นพวกซื้อของมาใช้ ถ้าไม่เรียกตามชื่อเดิม(ให้ภาษามันเพี้ยนๆไป)ก็เรียกใหม่ตามที่เห็นแหละ" ถึงได้ถึงบางอ้อครับ ว่าที่เรียกแบบนี้เพราะผ้าทั้ง2 ชนิดมีลักษณะเป็นหนามทู่ๆ ละเอียดๆ เหมือนหนามของลูกขนุนไงครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 16 ม.ค. 06, 06:43

 แพรชีฟอง ที่ตัดชุดราตรี   เมื่อก่อนตอนเข้ามาในประเทศไทย เราเรียกว่าแพรเยื่อไม้
ตามลักษณะโปร่งบาง เหมือนเยื่อที่ลอกจากไม้ค่ะ  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 16 ม.ค. 06, 23:20


ต้นกระถินณรงค์ครับ นำเข้ามาในประเทศไทยโดยขุนณรงค์ชวนกิจ (ชวน ณรงค์ชวนะ)
ที่เรียกว่ากระถิน คงเป็นเพราะว่า(สันนิษฐานเองเหมือนเดิม)ตอนต้นเล็กๆมีใบจริงเป็นใบประกอบลักษณะคล้ายใบกระถิน ต่อมามีก้านใบซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและทำหน้าที่แทนใบประกอบที่หายไป  
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 00:10

 ที่จริง ชื่อต้นไม้แนวนี้มีอีกหลายอย่างเลยนะครับ

เท่าที่นึกออกก็ ศรีตรัง ชมพูพันทิพย์ ล่ะ (แต่ที่เหลือลืมหมดแล้วล่ะครับ ต้องขอเวลานึกอีกชาติเศษๆได้ 555+)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 11:20

 อวัยวะส่วนที่เรียกว่า "กระเบนเหน็บ" ไงคะ  อยู่บริเวณบั้นเอวด้านหลัง
 
ถ้าปวดตรงนี้อาจเป็นโรคไซอาติคา (Sciatica) เกิดจากเส้นประสาทไขสันหลัง บริเวณกระดูกสันหลังบั้นเอวกระเบนเหน็บที่ไปเลี้ยงขา ถูกหมอนรอง กระดูกสันหลังหรือกระดูกเลื่อนไปกดทับ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้น

ที่เรียกว่ากระเบนเหน็บ เพราะเมื่อก่อนคนไทยนุ่งโจงกระเบน  ชายกระเบนที่โจงแล้วเหน็บอยู่ตรงบั้นเอวด้านหลัง  ตรงนั้นพอดี
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 12:25


มาเพิ่มเติมจากอาจารย์เทาชมพูนะครับ
ส่วนที่เรียกว่า "ทัดดอกไม้" (pterion) ซึ่งเป็นบริเวณด้านข้างของกระโหลกศีรษะ ซึ่งตรงกับบริเวณที่ใช้ทัดดอกไม้เหนือหู บริเวณนี้จะมีเส้นเลือดอยู่ เมื่อบาดเจ็บบริเวณนี้อาจทำให้เกิดการฉีกขาดของเส้นเลือด ทำให้มีเลือดออกนอกเยื่อหุ้มสมอง(epidural hemorrhage)ได้  
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 23:31

 ขอเสนอคำว่า "หมวกกันน็อค" ครับ

คือ ในความเป็นจริงแล้ว ถึงจะใส่หมวกก็มีโอกาสได้ "น๊อค" (สลบ) ครับ ถ้ากระแทกพื้นแรงๆ (น่าจะเรียกว่า "หมวกกันสลบ" อิอิ)

ถึงแม้จะมีคำว่า "หมวกนิรภัย" มาก็ไม่ช่วยทำให้ความหมายตรงกับความจริงนัก

นิรภัย แปลว่า ไม่มีภัย คือ สวมใส่แล้วไม่มีภัย ซึ่งก็ไม่จริง เพราะถ้าประมาทก็เกิดภัยได้

อันที่จริง หมวกดังกล่าว "ลดความรุนแรง ที่อาจเกิดกับศีรษะ" เท่านั้นครับ
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 18 ม.ค. 06, 07:09


ถ้าเป็นขนม แนะนำ

"ขนมกง" ครับ

Thaitambon.com เค้าบอกว่า "ขนมกง ผลผลิตจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น เช่น ถั่ว งา ข้าวตอก แป้งข้าวเหนียว มะพร้าว มาแปรรูปเป็นขนมกง ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง มีคุณค่าทางอาหารสูง"  (ตำบลนาโคก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร)

รูปร่างของขนมเหมือน "กงล้อ" ก็เลยเรียก "ขนมกง"

จบข่าว    
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 18 ม.ค. 06, 22:27


มาเล่าเรื่องหลวงพ่อกลักฝิ่นดีกว่า เป็นพระพุทธรูปที่มีที่มาน่าสนใจและชื่อขององค์พระก็แปลกดีด้วยครับ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีประกาศห้ามสูบฝิ่นและมีการปรามปรามฝิ่น ซึ่งในการปราบปรามครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.๒๓๘๒ เป็นการกวาดล้างฝิ่นในภาคใต้ตั้งแต่เมืองปราณบุรี ถึงนครศรีธรรมราช และจากตะกั่วป่าถึงถลาง สามารถจับฝิ่นดิบและฝิ่นสุกมาได้มากมาย ตัวฝิ่นนั้นโปรดฯ
ให้นำมาทำพิธีเผาที่หน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ เหลือกลักฝิ่นซึ่งทำด้วยทองเหลืองอยู่จำนวนมาก จึงโปรดฯ ให้นำมาหล่อพระพุทธรูปได้พระขนาดหน้าตักกว้าง 1 ศอก 1 คืบ 1 นิ้ว ประดิษฐานเป็นพระประธานในศาลาการเปรียญ วัดสุทัศนเทพวรารามฯ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า “พระพุทธเสฏฐมุนี” ส่วนคนทั่วไปนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อกลักฝิ่น”  
ผมว่าการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะเป็นแนวคิดเรื่อง recycle ครั้งแรกๆในเมืองไทยก็เป็นได้นะครับ  
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 19 ม.ค. 06, 07:14

 มาอีกคำครับใกล้ตัวมากๆ

"หนังสือ"

หนัง คือ หนังของสัตว์
สือ คือ ตัวอักษร

หนังสือ คือ หนังสัตว์ที่มีตัวอักษร

ปัจจุบันหนังสือไม่ใช่หนัง แต่เป็น "กระดาษ" (จำได้ว่าเป็นคำเปอร์เซีย ?)

ุ-----------------

ตู้เย็น - ตัวตู้ไม่ได้เย็นเลยครับ ร้อน แต่ในตู้นั้น เย็น จริงๆคือ "เครื่องทำความเย็น" หรือ "ตู้ทำความเย็น"

----------------

รถไฟ - เมื่อก่อนวิ่งได้ด้วยไฟ แต่ปัจจุบันวิ่งด้วยน้ำมัน แต่ก็ยังเรียกรถไฟ

เรือบิน - เมื่อก่อน พาหนะไม่มีล้อคือ เรือ ดังนั้น เครื่องบิน บินไป ไม่ได้ใช้ล้อ มีลำยาวเหมือนเรืออีก เลยเรียกเรือบิน ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนใช้แล้ว แต่ยังคงเหลือคำนี้ในตำแหน่งทหาร

"นาวาอากาศ" = เรือที่เคลื่อนที่ไปในอากาศ

----------------

มือถือ - โทรศัพท์ไร้สาย ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
ย่อมาจาก โทรศัพท์มือถือ เพราะเล็ก มือถือได้ ปัจจุบันเรียกกัน "มือถือ" ก็เป็นที่เข้าใจ ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบไทยๆ คือ "Hand Hold" อิอิ

ุ-----------------

อันนี้ไม่เกี่ยวครับ แต่แว๊บมาในหัว

"To son to man" มุขของเพื่อนผมสมัย ม.ปลาย เค้าบอกว่าแปลว่า "ถึงลูก(ชาย)ถึงคน" ... ทำไปได้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.061 วินาที กับ 19 คำสั่ง