เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 21512 อารยัน ต้นตอของสันสกฤต
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 09 ม.ค. 06, 07:11

 อ่ะจ๊า อ่านม่ะทันอ่า
แต่ดูความเหงที่ 21 จิ จายย้ายจางงเยยยย
เด๋วนี้ผมเรยต้องเปลี่ยนวิธีพูดเรยอ่ะกั๊บ
กัวโดนคุณ "เฮ๊ด" ดุเอาอ่ะคับ



ปล. อ่านไม่ทันนะครับเพิ่งจะถึงความเห็นที่ 21 เนี่ยะแหละครับ
ไปล่ะครับ เดี๋ยวกลับมาอ่านต่อตอนบ่ายนะครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 09 ม.ค. 06, 23:31

 Top languages by population: by  SIL
Ethnologue Survey (1999)

Chinese........ (937,132,000)
Spanish........ (332,000,000)
English......... (322,000,000)
Bengali......... (189,000,000)
Hindi/Urdu.... (182,000,000)
Arabic*........ (174,950,000)
Portuguese... (170,000,000)
Russian........ (170,000,000)
Japanese...... (125,000,000)
German..........(98,000,000)
French*......... (79,572,000)
 http://www2.ignatius.edu/faculty/turner/languages.htm
จากตารางทั้งสอง อาจตั้งข้อสังเกตได้ดังนี้

1) ฮินดี ทางซ้ายผิดกับ ฮินดีร์/อูร์ดู ทางขวามาก

2) ภ. ฝรั่งเศสมีคนใช้ 70 ล้านคน++ ตรงนี้น่าแปลกใจว่าครั้ง  หนึ่งภาษาฝรั่งเศสเคยมีความสำคัญมาก
...ในยุโรป และขณะนี้ในแอฟริกาเหนืออีกหลายประเทศยังพูดภาษานี้ Intuitively speaking, ตัวเลขนี้ทำไมต่ำจังค่ะ!!

3) why Germany > French?
4) English is too little.
5) Arabic is spoken in how many countries?
ท่านผู้ใด มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างไหมค่ะ  
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 10 ม.ค. 06, 01:03

 In addition to Burmese language,



The grammar's rule is similar to Japanese, by having Subject follows by Object and then Verb at the end.



I used to study Burmese for 3 months, it is very interesting language and very close to Lanna' language.
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 00:53

 1998  Hindi 333 ล้าน

1999 Hindi/Urdu 182 ล้าน

ดูแล้วก็งงเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าข้อตกลงของผู้สำรวจข้อมูลว่าอย่างไร ที่ ฮินดี มีมากถึง 333 ล้าน อาจเป็นเพราะผู้สำรวจนับว่า ฮินดี เป็นภาษาประจำชาติของอินเดีย ก็เลยเอาตัวเลขของคนอินเดียทั้งหมดมาเหมารวมก็ได้ครับ

ส่วน ฮินดี กับ อูรดู แค่ 182 ล้าน ก็อาจเป็นไปได้ว่า ผู้สำรวจข้อมูลจำแนกอย่างละเอียด คือ เอาแต่คนที่พูดฮินดี กับ อูรดู เป็นภาษาแม่จริงๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ ในอินเดียก็จะมีไม่มากครับ เพราะทางใต้เค้าพูดทมิฬกันเป็นภาษาหลัก

---------------------------------------
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 01:11


สีน้ำเงินเข้ม  : ใช้เป็นภาษาแม่
สีฟ้า : ใช้เป็นภาษาราชการ (แต่ภาษาถิ่นเป็นภาษาอื่น เช่นคนผิวดำในอาฟริกากลาง และอาฟริกาตะวันตก)
สีฟ้าอ่อน : เป็นภาษาทางวัฒนธรรม (คือ พวกที่เคยเป็นเมืองขึ้นมาก่อน อย่างพวกแขกอาฟริกาเหนือ อินโดจีน)
สีเขียว : ใช้กันในกลุ่มเล็กๆ เฉพาะกลุ่ม

กลุ่มประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศส เค้าเรียกกันว่า La francophonie (ลา ฟร็องโกโฟนี) ครับ เข้าใจว่า แบบสำรวจที่บอกว่า 70 ล้าน คงนับแต่ "สีน้ำเงินเข้ม" คือ ใช้เป็นภาษาแม่ครับ ส่วนพวกอาหรับ ถึงจะเคยเป็นเมืองขึ้นจริง แต่โดยทั่วไปจะพูดภาษาถิ่นกันคือภาษาอาหรับ คิดว่าผู้สำรวจคงนับเอาแต่คนที่พูดเป็นภาษาแม่ ตัวเลขเลยออกมาน้อย
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 01:56

 ส่วนความเห็นของคุณ Andreas ก็น่าสนใจครับ



อันที่จริง ก็มีหลายภาษาเลยครับที่วางกรรมไว้หน้ากริยา

อย่างที่คุณ Andreas ยกมาก็มี พม่า ญี่ปุ่น



เท่าที่ผมนึกออกนะครับ ก็ยังมี พวกภาษาโบราณ สันสกฤต บาลี ละติน กรีกโบราณ



เกาหลีก็มีโครงสร้างไวยกรณ์คล้ายๆ ญี่ปุ่น ก็นึกออกเท่านี้ครับ



ส่วนภาษาที่บางทีก็หน้ากริยา บางทีก็หลังกริยา ก็มีภาษาเยอรมัน กับ ภาษาฝรั่งเศสครับ



แต่ภาษาฝรั่งเศสจะแปลกๆ กว่าชาวบ้านคือ ถ้าเป็นคำนามทั่วๆ ไป ก็วางหลังกริยาครับ แต่ถ้าเป็นพวกสรรพนามที่เป็นกรรมตรง กรรมรอง (เทียบอังกฤษ เช่น me him them) จะต้องไว้หน้ากริยาเสมอครับ



Je le lui dirai. (เฌอ เลอ ลุย ดิเร) ผมจะบอกมันแก่เขา

(ถ้าเรียงด้วยคำอังกฤษนะครับ

I it to-him will-tell = I will tell him about it. หรือ I will tell it to him)



นอกจากนี้ยังมีสรรพนามแทนสิ่งของ (สิ่งนั้น) และสถานที่ด้วย (ที่นั่น) ก็ต้องวางหน้ากริยาเหมือนกันครับ



อย่างภาษาอังกฤษว่า Let's go !  (Let us go)

ภาษาฝรั่งเศสจะว่า on y va ! (อง นี วา !)  



on = เรา, ใครคนหนึ่ง

y = ที่นั่น

va = ไป

ตัว y นี่แหละครับ คือ สรรพนามแทนสถานที่ ถ้าแปลเป็นไทยก็คงได้ว่า เราไป (ที่นั่น) กันเถอะ !  



อ้าวออกวิชาภาษาฝรั่งเศสไปแล้ว อิอิ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 09:45

 ขอบคุณค่ะ กระนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่า German>French ได้อย่างไรค่ะ
บันทึกการเข้า
pharmaceutical scientist
มัจฉานุ
**
ตอบ: 70


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 10:48

 ผมขอวิเคราะห์เรื่อง German>French
ลองใช้วิธีค้นจำนวนประชากร
Germany 82 ล้านคน
Austria 8 ล้านคน
รวมแล้วประมาณ 90 ล้าน ยังไม่รวมประชากรที่พูด German ใน Switzerland Luxemberg

France 63 ล้านคน
Luxemberg บางส่วน
Canada 32 ล้านคน (แบ่งคนที่พูด French ประมาณ 7 ล้านคน)
รวมๆแล้วก็ประมาณ 70 ล้านขึ้นไป

ซึ่งพิจารณาจากตรงนี้แล้ว ข้อมูลจากการสำรวจข้างต้นคงนำมาจากประชากรที่พูด German และ French เป็น native speaker
ไม่ได้นำประชากรของประเทศที่พูดภาษาเหล่านี้เป็นภาษาราชการมารวมด้วย
ไม่อย่างนั้น French จะต้องมากกว่า German อย่างแน่นอน
เพราะ Madagascar ประเทศเดียวประชากรก็ปาเข้าไป 17 ล้านคนแล้ว
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 11 ม.ค. 06, 12:51

 คิดแบบเดียวกันคุณ pharma ว่าเขาคงไม่รวมประชากรของประเทศที่พูดภาษาเหล่านี้
เป็นภาษาราชการมารวมด้วยค่ะ

จาก ค.ห. 34
1) ทางซ้ายมือของ Toronto เขาระบายสีฟ้า ตอนสัมผัสจริงๆ ไม่ค่อยรู้สึกว่ามี French influence เท่าไรเลยค่ะ
2) นึกไม่ถึงว่าตอนขวาของอินเดียจะมีจุดเขียวได้ ใครนึกออกบ้างคะ
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 13 ม.ค. 06, 01:26

 จุดเขียวที่อินเดียเป็นเมืองปอนดิเชอร์รี่ครับ เป็นอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส เหมือนกันกับเมืองกัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นของโปรตุเกสครับ

ปอนดิเชอร์รี่ http://en.wikipedia.org/wiki/Pondicherry
กัว http://en.wikipedia.org/wiki/Goa  
บันทึกการเข้า
บ้านายคำเก่ง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 52

ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 13 ม.ค. 06, 20:17


สรีสวัสสดีน่อเจ้าทังหลายเหย ข้าม่อนลุกล้านนามาแล... Minkalaba-khimya เอ้ย  Andreas Jon-daw-nan-me-ko-so-win-ba Twe-ya-da-wan-ta-ba-de

ที่ข้าม่อนรู้มานั้นอันว่าพระเจ้านั้นเพิ่นเปนเชื้ออารยันแลอริยกะอี้น่อ เปนชาวชาดเชื้ออารยันอันว่าอินโดยูโรเปี้ยนหั้น แลเปนชาวชาดเชื้อหั้นขาวแลว่ายุ้ยเซ้อี้แล

ที่เมืองม่านนั้นยังไช้คำสันสกิดไนคำสวดอยู่แล

(คำแปล)  สวัสดีครับทุกท่าน ผมมาจากล้านนาครับ สวัสดีคุณ  Andreas ด้วย ดีใจที่ได้พบครับ ผมชื่อ (นาย)ส่อวิน ครับ

ที่ทราบมานั้นพระพุทธเจ้ามีเชื้อสายของทั้งอารยันและพวกฮั่นขาว (ยุ้ยเช้-- ซึ่งเป็นพวกที่มาตีอินเดียตอนเหนือได้ โดยเดินทางมาฟากตะวันออก)  

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้มักมีผู้อ้างตัวว่านั่งทางในบ้าง อ่านตำนานโบราณบ้าง เกิดนิมิตแล้วเจอวัตถุโบราณบ้าง แล้วทึกทักเอาว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นคนไทย โดยจะพบตามกระทู้ต่างๆทั่วไปทั้งในพันธ์ทิพย์ เว็บไซต์ทางศาสนา รวมทั้งเว็บไซต์แห่งนี้ด้วย เคยมีบุคคลผู้ใช้ชื่อว่า เอกอิสสะโร หรือ ศรีวรุณอิสโร เข้ามาโพสต์ข้อความในทำนองว่าได้ไปอ่านเอกสารโบราณ ศิลาจารึก และสละเวลาเดินทางไปสำรวจด้วยตนเองที่ราชบุรี ขอนแก่น ฯลฯ แล้วรวบรวมเป็นหลักฐานพยายามเอามาตีความว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นคนไทย ในครั้งนั้นผมได้ท้วงติงเรื่องการนำเอาตำนานพระธาตุลำปางหลวงและตำนานเมืองเชียงแสนของล้านนามากล่าวอ้าง มีการตีความที่ถึงขั้นอาจกล่าวได้ว่าจะนำความวิบัติมาสู่ประวัติศาสตร์และโบราณคดีล้านนาอย่างมาก ดังนั้นเมื่อได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ซึ่งกล่าวถึงพระพุทธเจ้า จึงอยากประกาศเตือนทุกท่านให้ช่วยสอดส่องดูแลการกระทำดังกล่าวอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจกลายเป็นกระแสใหญ่โตดังเรื่องสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี(สิน)ไปกู้เงินจากจีนก็ได้
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 14 ม.ค. 06, 04:00

 เรื่องมาจาก "ฮั่นขาว" ผมเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละครับ

ผมเคยอ่านเหมือนกันว่า "ฮั่นขาว" หรือ "ฮุน" (Hun) คืออนารยชนจากเอเชียกลางเผ่าหนึ่งที่เข้าไปทำชื่อเสียง (ด้านไม่ดี ?) ในยุโรป ในสมัยที่มีผู้นำชื่อ "อัลติล่า"

นักวิชาการเชื่อกันว่า "ฮุน" (คำนี้เรียกตามโรมันครับ Hunni) น่าจะเป็นพวกเดียวกับ "ซ่งหนู" (คำนี้เรียกตามจีน)ซึ่งเป็นเผ่าที่ต้องทำให้จีนต้องมีโครงการสร้างกำแพงทางทิศเหนือ แต่แนวคิดนี้ก็ยังไม่ยอมรับกันร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ

ส่วน "ยุ้ยเช้" ของคุณบ้านายคำเก่ง(ผมจำไม่ได้แล้วครับว่า ตามจีนกลางเรียกอย่างไร หยู่ฉือ ฮืม) เป็นชื่อที่ได้จากบันทึกจีน ซึ่งตรงกับพวก "กุษาณะ" ซึ่งก็มาจากเอเชียกลางเหมือนกัน

ในสมัยที่พวกกุษาณะ หรือ กุชาน เข้ามายึดครองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย ก็เป็นสมัยที่เริ่มมีการสร้างพระพุทธรูปกันแล้วครับ

ส่วนกุษาณะ จะเป็นคนกลุ่มเดียวกับฮั่นขาว หรือ ฮุน หรือไม่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องพระพุทธเจ้ามีเชื้ออะไรเป็นเรื่องที่ตอบยากครับ ยิ่งในกรณีมีเชื้อสายเอเชียกลางด้วยแล้ว ตามความเห็นของผม ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะ

๑. ทางติดต่อระหว่าง ถิ่นของพวกเอเชียกลาง กับเนปาล มีทางเข้าทางเดียวเท่านั้นคือ ทางปากีสถานเท่านั้น ทั้งนี้เพราะ มีที่ราบสูงทิเบต และเทือกเขาหิมาลัยกันอยู่ ดังนั้น จึงมีความเป็นได้น้อยมากครับ ที่พวกเอเชียกลางเข้ามาถึงเนปาลในช่วงก่อนพุทธกาล

๒. พวกเอเชียกลางเริ่มเข้ามามีบทบาทในแถบๆ ปากีสถาน-อาฟกานิสถาน เพิ่งจะราวพุทธศตวรรษที่ ๕ เท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุให้พวกกรีกเสื่อมอำนาจด้วยเช่นกัน จะเห็นว่าระยะเวลาห่างจากพุทธกาลถึง ๕๐๐ ปี ที่เดียว

ุุ------------------------------------

ส่วนเรื่องมีเชื้อไทยนั้น แค่คิดก็ผิดแล้วครับ

๑. หลักฐานทุกอย่างที่เชื่อถือได้ต่างบ่งชี้ว่า พระพุทธเจ้าทรงมีชาติกำเนิดอยู่ในชมพูทวีปแน่นอนครับ ไม่มีทางจะมาอยู่ใน "สุวรรณภูมิ" ไปได้

๒. เพราะ "เชื้อไทย" (ต่างชาติเรียก "สยาม") เพิ่งเกิดขี้นมาพร้อมๆ กับการนโยบาย "รุกขึ้นเหนือ" ของ ๒ ผู้สถาปนาอาณาจักรอยุธยา รามาธิบดีที่ ๑ กับ บรมราชาธิราชที่ ๑ ครับ

ก่อนหน้านั้น เป็น "เชื้อไท" ทั้งสิ้น แบ่งอยู่กันเป็นก็กเป็นเหล่า และเพิ่งลงมามีบทบาททางการเมืองในพื้นที่นี้ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เท่านั้นครับ

ขอบคุณ คุณบ้านายคำเก่ง ครับ ที่เป็นห่วง คิดว่าที่นี่มี "ลูกบ้าน" กันเยอะครับ อิอิ เช่น บางครั้งก็มี นักรบพเนจรแวะ "มาบอกให้ทำการบ้านให้หน่อย" ก่อนตัวเองจะไปเล่นเกมส์ออนไลน์ ก็โดน "ลูกบ้าน" ช่วยกันปรามกันอย่างแข็งขันครับ

ก็เคยผ่านตามาเหมือนกัน กับแนวคิดของคุณเอกฯ รู้สึกจะเคยเป็นสีสันหนึ่งของบอร์ดโบราณคดีในอดีต อิอิ ก่อนจะถูกยุบมาอยู่ในเรือนไทย (กลายเป็นหัวข้อโบราณคดี) อืม ไม่รู้ว่าเพราะบอร์ดนั้นมีเรื่องมั่วๆ มากเกินไปหรือเปล่า จึงถูกยุบ ผมรู้สึกว่าช่วงหลังๆ ก่อนบอร์ดจะถูกยุบ จะมีกระทู้ "คลั่งชาติไทย" มามากมายเหลือเกิน

ส่วนเรื่อง พระเจ้าตากสิน ไปกู้เงินจากจีน ไม่เคยได้ยินเลยครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีคนมั่วขึ้นมาเอง หรือ เป็นการศึกษาอ้างจากเอกสารครับ ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 14 ม.ค. 06, 06:00

 คุณศรีวรุณ อิงความเชื่อของดร.คนหนึ่ง ที่ตั้งสมมุติฐานเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเผยแพร่ความเห็นต่อไปอีก
ตรงข้ามกับคุณศรีวรุณที่เชื่อถือเอาจริงจังมาก  

แต่เขาก็ยอมรับว่าไม่เคยไปอินเดีย   ข้อมูลที่อ้างอิงก็คือพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
อ่านแล้วมาสรุปเอาเองเช่นการวัดเส้นทางต่างๆในเมืองสมัยพุทธกาล
เทียบกับเส้นทางในอีสาน ระหว่างจังหวัดที่เขาเชื่อว่าเป็นเมืองในพุทธกาล

ความเข้าใจผิดของคุณศรีวรุณ เกิดจากความเชื่อว่า โบราณสถานต่างๆที่มีชื่อว่าพระพุทธองค์เคยเสด็จมา เป็นเรื่องจริง
ตำนานไทยบอกไว้อย่างไรก็เชื่อตามนั้น อย่างพระแท่นดงรังที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก็เป็นที่ปรินิพพานจริงๆ

ทั้งที่ทั้งหมดนี้เป็นความหลงเข้าใจผิดเท่านั้นเอง เพราะคุณศรีวรุณ ไม่เคยศึกษาในเชิงโบราณคดี  
ว่าสถานที่ต่างๆดังกล่าวตลอดจนอายุของพระพุทธรูป ล้วนเกิดภายหลังพุทธกาล

อันตรายอยู่ที่ว่าคุณศรีวรุณเป็นคนขยันเขียนและขยันโพสต์   ไม่ว่าใครจะคัดค้านอย่างไรก็ไม่ท้อถอยที่จะเดินหน้าตามความเชื่อของตน
แม้แต่เข้าไปเผยแพร่ความเชื่อในห้องเรียนของมหาวิทยาลัย  ไม่ทราบว่าอาจารย์เจ้าของวิชาเชื่อด้วยหรืออะไรกันแน่

ความศรัทธาในสิ่งที่เขาเชื่อ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความรู้จริง   และอาจเป็นโทษในการทำให้บุคคลที่ขาดความรู้เพียงพอ  เช่นเยาวชน  เกิดความสับสนและเชื่อในทางผิดได้

ทางเดียวที่จะช่วยได้คือให้ความรู้ที่มีน้ำหนักบนเหตุผลและหลักฐานข้อมูล  คัดค้านความเชื่อของเขา  
คือ เอา "วิชา" ไปแทนที่ "อวิชา"
ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีนักโบราณคดีออกมาชี้แจงลบล้างด้วยข้อมูลที่มีน้ำหนักกว่า  
กลับปล่อยให้เขาเข้ามาครอบครองเว็บบอร์ดโบราณคดี ตั้งกระทู้เต็มไปหมด  แล้วยังไม่เห็นเป็นเรื่องเสียหายเสียอีก
ถ้าบ้านายคำเก่งและคุณ Hoฯ จะเริ่มทำอะไรบ้าง ดิฉันก็สนับสนุนค่ะ
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 14 ม.ค. 06, 07:20

 อิอิ อันที่จริงเมื่อก่อนในบอร์ดโบราณคดี ผมก็ออกมาบ่อยๆ ครับ แต่ใช้ชื่ออื่น แต่คนกลุ่มนี้ (มีมากกว่าหนึ่ง) พอตอบโต้ไม่ได้ก็ตั้งกระทู้ใหม่ พอเราเ้ข้าไปชี้แจงด้วยเหตุผล คนกลุ่มนี้ก็ทำตัวเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ก็ไปตั้งกระทู้ใหม่อีก ด้วยกระทู้แนวเดิมๆ

บอร์ดเลยล่มสลาย อิอิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 14 ม.ค. 06, 07:33

 อาจจะไม่ได้มีมากกว่าหนึ่ง  มีหนึ่งแต่หลายชื่อก็เป็นได้ค่ะ
ดิฉันขอเสนอว่าให้คุณ Hoฯ ก๊อปคำตอบของคุณไล่ตอบไปในกระทู้ใหม่
ที่เขาตั้งขึ้นอีก
จะได้ทุ่นแรงพิมพ์
ใครเข้ามาอ่านก็จะได้เห็นคำชี้แจง ไม่ว่าคนตั้งจะตั้งใหม่กี่หนก็ตาม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.12 วินาที กับ 19 คำสั่ง