เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 14
  พิมพ์  
อ่าน: 48156 อันว่า นามปากกาในเรือนหลังใหญ่นี้
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


 เมื่อ 29 ธ.ค. 05, 20:32

 เชื่อว่าทุกท่านคงคุ้นกับนามปากกา"เทาชมพู,ศรีปิงเวียง ,ติบอ,นิลกังขา,ศศิศ ,นิรันดร์,Hotacunus,Nuchan,Dominio ฯลฯ” และอีกหลายร้อยพันชื่อในบ้านหลังนี้กันดี   หลายท่านอยู่กันมานาน  หลายท่านเพิ่งมาใหม่  บางท่านแวะเวียนเข้าออกไปมา  หลายท่าน หายไปจากเรือน และไม่ได้ข่าวคราวอีก
ผมเองก็เพิ่งเข้ามาในเรือนนี้ได้ไม่นาน  โดยบังเอิญและไม่ตั้งใจ  (จะขอเล่าเท้าความสักนิด ) เมื่อได้มานั่งพักเหนื่อยอยู่หน้าประตูบ้าน   ก็ได้ยินเสียงแว่วมา จากในบ้าน           เป็นเสียงคุยกัน   เสียงงานรื่นเริง     เสียงไต่ถาม   สารทุกข์สุกดิบ   เสียงบ่น  เสียงหัวเราะ   เสียงท่องอาขยาน   เสียงฮัมเพลง   เสียงพร่ำวอน   สอนสั่ง   เสียงตะโกน เจี๊ยวจ๊าว   เสียงกระซิบแผ่วเบา  เสียงการละเล่น   เพลงอีแซว  เพลงฉ่อยเพลงยาว  เสียงกลอนและโคลง   บางครั้งเสียงเงียบไป       สักพักก็ดังขึ้นมาใหม่      เมื่อมีเสียงคนหนึ่งร้องเพลงขึ้น  ก็จะได้ยินเสียงร้องรับต่อกันเป็นทอดๆอยู่เป็นระยะๆ     เสียงเหล่านี้มีอยู่ทุกส่วนมุมเรือน            
   เมื่อลุกขึ้นชะโงกหน้าเข้าไปดู  ก็พบผู้คนมากมายมากหน้าหลายตา   หลากหลายอาชีพการงาน   ทุกเพศทุกวัย   มาจากต่างที่ต่างพื้นเพ  ต่างความรู้  ต่างนิสัย  มารวมกันอยู่ในบ้านหลังนี้  
   มีเจ้าของบ้าน  มีผู้อาศัย   ผู้ดูแล    ผู้ตอบปัญหา ตอบคำถาม    มีผู้เยี่ยมเยือนจากบ้านหลังอื่น   มีแขกเหรื่อแวะเวียนเข้ามา   มีแขกประจำ และขาจร   มีผู้มาพักเหนื่อย ผู้ที่แวะผ่านเข้ามาและผ่านเลยไป  มีแม้กระทั่งเจ้าตัวแสบผู้มาป่วน   และนี่แสดงให้เห็นได้ถึงความอบอุ่นแบบอุ่นหนาฝาคั่ง   ความหน้าอยู่  ความหนาแน่นและแนบแน่นของเรือนหลังนี้   เมื่อตั้งใจมองเข้ามาในหลายๆซอกมุมของพื้นที่บ้าน   ก็จะเห็นแต่ละคนมีบทบาท ต่างๆกันไป   แต่ละคนทำหน้าที่ของตนไปด้วยใจรักและสนุกสนาน   ที่นี่  มีครู   มีศิษย์  มีเพื่อน  มีพี่และน้อง   มีลุง มีน้า ,อาและหลาน  มีคนหนึ่งถาม  อีกหลายคนช่วยกันตอบ  ,   เมื่อมีคนหนึ่งตั้งข้อสมมุติฐานและความคิดเห็น  ก็จะมี คนเห็นด้วย และคนค้าน   ,  มีคนหนึ่งสอน  อีกเป็นสิบ นั่งฟัง  , เมื่อมีคนนั่งเฉยมอง  หรือ มีอารมณ์ บูด  ก็จะมีคนคอยแหย่ สัพยอก สนุกๆให้ยิ้มออก    มีคนหนึ่งไล่ตีแมวอยู่ชานเรือน   อีกหลายคนช่วยกันวิ่งไล่ต้อนจับ  เป็นที่สนุกสนาน  (ถ้าหันไปมองความหลัง ด้วยอารมณ์ นึกสนุก  ก็จะเห็น  )   (คงจะตลกดีหากมองเป็นภาพ บางคนถลกกระโปรงวิ่งไล่    บางคน ตะโกนโหวกเวก ให้เร็วๆช่วยกัน ดักไว้        ไอ้แมวดื้อจอมป่วนไม่ยอมออกไปดีๆวิ่งลอดแข็งขา       คุณ ตาถอดรองเท้า ขว้างแต่ไม่โดน     และกว่าจะจับได้ก็เล่นเอาหอบไปตามๆกัน  สนุกดีพิลึกหากมองเสียในแง่นี้)    
   ที่เห็นได้ชัดเจนคือ บ้านหลังนี้มี”มิตรภาพ” อันอบอุ่นแฝงตัวอยู่ทุกหย่อมหญ้าของพื้นที่บ้าน (แม้ที่จริงแล้วจะไม่มีใครได้รู้หรือเห็น หน้าตากันอย่างแท้จริงก็ตาม)
   ผมเองแอบอ่านกระทู้  แอบมองอยู่เนิ่นนานด้วยความตื่นตาและนึกสนุกตามไปด้วย   เห็นเขาสนุก เราก็เผลอ หัวเราะ ออกมา    เห็นเขาจริงจังก็อดเออ  ออ กับเขา  ไปด้วยไม่ได้  รู้สึกเหมือนเป็นเด็กวัดปีนกำแพงแอบมองเข้ามาในโรงเรียนใหญ่ทุกวัน           จนวันหนึ่งจึงรวบรวมความกล้าถือวิสาสะกระโดดข้ามกำแพง   มือกำใบสมัครเข้ามาขอกับครูใหญ่  และได้เป็นสมาชิกในที่สุด    และก็ได้รับการต้อนรับจากคนในบ้านเป็นอย่างดี  (โดยเฉพาะคุณ Nuchan ผู้ที่คอยใส่ใจกับคำถามของคนใหม่ที่เป๋ เข้ามาเช่นผมแทบทุกคำถาม    ขอบพระคุณครับ) บางทีนึกกล้าตั้งกระทู้มาถาม๒-๓ กระทู้  ก็มีคนมาช่วยตอบ
   ด้วยความที่เป็นคนที่มีความรู้ไม่มาก    จึงมักตั้งเป็นกระทู้คำถามมากกว่าบอกเล่า  หวังว่าคงไม่ถือสา
   วันนี้ผมมาแนะนำตัวและฝากเนื้อฝากตัว(ทั้งที่ควรทำมาตั้งแต่แรกเข้าแล้ว)    ขอผู้ใหญ่ในบ้านจงเอ็นดูแบ่งปันความรู้  หากมีผิดพลาดประการใด  ขอรบกวนดุด่า เสมือนผมเป็นเด็กในบ้านนี้คนหนึ่ง         จะเป็นพระคุณยิ่ง   หากตักเตือนให้ได้รู้ถึงข้อผิดพลาด  ซึ่งผมจะขอน้อมรับไว้ด้วย  ใจปรีดี   เพราะหากว่าผู้ใหญ่ไม่ดุไม่เตือน  ก็แสดงว่าท่านไม่ได้ใส่ใจในเราเท่าที่ควร  ถ้าเป็นอย่างนั้นเด็กอย่างผมคงเคว้งแน่       ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ในเรือนไทยหลังใหญ่หลังนี้ด้วยอีกคนเถอะนะครับ.
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 29 ธ.ค. 05, 20:33

 ขึ้นหัวข้อเกี่ยวกับนามปากกา ก็ตั้งใจอยากคุยถึงเรื่องนามปากกาในเรือนไทย      แต่ใช่ว่าอยากจะรู้ว่าเจ้าของนามปากกานั้น เป็นใคร  ผมคิด(เอาเอง)ว่า  รู้ไปก็เท่านั้น   อันอาจเป็นการก้าวล่วงจนเกินไป และไม่มีความสำคัญอันใด (เพราะอย่างไรเสีย  ก็คงไม่ทำให้มิตรภาพในเรือนนี้เปลี่ยนไปเพราะการรู้ถึง ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของนามปากกา)  
   ผมเพียงนึกสนุกและคิดว่าหลายท่านในที่นี้ ก็คงคิดสนุกอยากรู้เหมือนกันว่า  นามแฝงที่ตั้งขึ้นมาจนเป็นเอกลักษณ์ ประจำตัวไปแล้วของแต่ละท่านนั้น  มีความหมาย  อย่างไร หรือ มีที่มาที่ไปอย่างไร   อาจอยากรู้ว่าทำไมคุณ นิลกังขา จึงตั้งชื่อชวนกังขาเช่นนั้น , คุณ ศรีเวียงปิง ผูกพัน กับแม่น้ำปิงเช่นไร  ,ลุงแก่ หายไปไหนหรือแก่มากจนพิมพ์ไม่ไหวแล้ว (ล้อเล่นครับลุง),คุณเปียว คุณจ้อ  เป็นชื่อเล่นในชีวิตจริงหรือเปล่า, แล้วคุณถาวภักดิ์ ,คุณศานติล่ะ   จริงไหมหากผูกพันธ์ กับสิ่งใดจึงมักใช้สิ่งนั้นมาตั้งเป็นชื่อเป็นนามแฝง   จริงหรือเปล่าที่อ. เทาชมพู  ชอบสีชมพู       จริงไหมที่โดยมากเราจะมักตั้งชื่อให้เหมาะสมและแสดงความเป็นตัวเราเองที่สุด   ใครเห็น ชื่อ บ้านายคำเก่ง  ก็รู้ว่าเป็นคนเหนือ…..  หรือไม่ใช่?     จริงไหมบางทีเราอาจตั้งชื่อให้ตรงข้ามกับตัวเองไปเลยจนสิ้นเชิง  เช่นคุณ ปรียานุช  โกมารชุน  ใช้นามแฝงเป็นชื่อ ผู้ชาย    จริงหรือ ที่บางท่านใช้ศิลปะในการตั้งชื่อ เพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ สุนทรีของตน  ( แต้ กา อ้าย ศศิศ )
   ผมเองเมื่อก่อนเค้าเรียกกันด้วยความเอ็นดูว่าหมูน้อย (จริงๆอยากให้เค้าเรียกว่า  บึกบึน ,หรือพริ้วลม มากกว่า ) แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ที่ได้นึกถึงชื่อนี้ ขึ้นมา  เมื่อมาอยู่ในบ้านนี้ รู้สึกว่ายังไม่อยากขึ้น ไปบนเรือนนะ เพราะยังนึกอาย ในความรู้ตัวนัก    จึงขออยู่ใต้ถุนเรือน แอบอยู่ในกะลา คอยฟังเสียง ฟังสาระดีๆ ที่แว่วมาจากบนเรือน จะดีกว่า  และนี่เป็น ที่มา ของนามแฝงของผม    แท้ที่จริงแล้วมิได้อยากปิดบังชื่อจริงแต่อย่างใด เพราะสามารถคลิ๊ก เข้าไปดูข้อมูลได้ของผมได้นี่หน่า        แล้วคนอื่นล่ะครับสนใจจะเล่าที่มาของนามปากกาของตัวเองบช้างหรือเปล่า  หากไม่เป็นการรบกวนนัก  ก็น่าจะมาร่วมสนุกกันทุกๆท่าน เพื่อเพิ่มมิตรภาพ และความเป็นกันเองยิ่งขึ้น        อ. เทาชมพูจะว่าอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 29 ธ.ค. 05, 23:03

 มีคนฝากมาให้เจิมเป็นปฐมฤกษ์สำหรับกระทู้นี้ ก็ขอเจิมละนะครับ ขอเล่าละกันว่าทำไม นสพ.คนนี้ถึงใช้นามปากกาว่า "นทีสีทันดร"
อืมไม่รู้ว่าจะเริ่มไงดี เล่าคร่าวๆไปก่อนละกันนะครับ มีเรื่องอะไรคิดออกจะมาโพสใหม่ อิอิอิ โม้ได้เป็นวันแหละเรื่องนามปากกาผม
เริ่มต้นที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมนี่ก็ต้องย้อนไปสมัยเอ๊าะๆ เป็น freshy เนื่องด้วยไม่อยากเรียนวิชาเลือกหมวดมนุษย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลือกเรียนอารยธรรมกัน และมีคนบอกว่าวิชามรดกสถาปัตยกรรมไทยนี่น่าสนใจ ได้ไปเที่ยวนอกสถานที่ แถมให้เกรดค่อนข้างง่าย จึงเลือกเรียนวิชานี้ มีเพื่อนตามมาเรียนอีกจำนวนนึง
หลังจากได้เรียนไปๆ ก็รู้สึกชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมของไทยของไทยโดยไม่รู้ตัว มีคาบนึงอ.มรว.จักรรถ จิตรพงศ์มาสอน จำได้ว่าท่านสอนเลือกแนวคิดเรื่อง โลกสัญฐาน ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบเรื่องนี้เป็นส่วนตัวก็ไม่รู้สิ สงสัยคงเป็นเพราะอธิบายสถาปัตยกรรมในหลายๆที่ที่ได้เคยดูมามั้ง
หลังจากเรียนจบยังชอบศิลปวัฒนธรรมของไทยอยู่ รู้สึกดีกับรายวิชานี้ (ได้เกรดAอ่ะดิ) แนะนำรุ่นน้องมาเรียนด้วยนะ แต่ทำไมเพื่อนๆหรือรุ่นน้องที่ได้เรียนไม่ค่อยชอบศิลปวัฒนธรรมของไทยกันก็ไม่รู้สิ
หลังจากนั้นก็ได้ไปเที่ยวทริปศิลปวัฒนธรรมของคณะ และได้ลงรายวิชา Individual project ช่วง summerของคณะแพทย์เนื่องจากไม่อยากเรียนลีลาศ อยากทำหัวข้อศิลปวัฒนธรรมเลยทำเรื่องศิลปกรรมในวัดสุทัศน์ฯ ตอนแรกอ.เจ้าของรายวิชาจะไม่ให้ทำด้วยนะเพราะว่าไม่เห็นเกี่ยวกับแพทย์เลย ดีนะนี่ที่มีอ.ผู้ใหญ่ท่านนึงในคณะที่สนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยมาเป็นอ.ที่ปรึกษาให้ก็เลยได้ทำงานนี้
ระหว่างที่ทำรายงานก็รู้สึกทึ่งในการวางแปลนของวัดสุทัศน์ฯที่ออกแบบให้เป็นศูนย์กลางจักรวาล(กรุงเทพฯ) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และหลังจากได้อ่านเกี่ยวกับด้านโหราศาสตร์ของอ.พลูหลวง ก็ทำให้เข้าใจแนวคิดของโลกสัณฐานมากขึ้น
ไปญี่ปุ่นก็ไปเจอรูปสลักบนกลีบบัวที่ฐานของหลวงพ่อโตเมืองนาราเกี่ยวกับโลกสัณฐานด้วย (เคยมีคนบอกว่าแนวคิดนี้มีในคัมภีร์ของมหายานด้วย)
พาอ้อมไปนาน ไม่รู้จะจบไงดี
อืมแล้วทำไมถึงต้องใช้สีทันดรมหาสมุทรด้วยหรอ อืมอันนี้ไม่รู้สิ อยู่ๆก็คิดอยากใช้องค์ประกอบนี้ของแนวคิดโลกสัณฐานอ่ะนะ

อาจเป็นเพราะว่าเราชอบลักษณะทีเป็นหยินมั้ง สีฟ้า น้ำ ฯลฯ

ปล.เอาแค่นี้ก่อนละกันคิดออกแล้วจะมาโพสอีกค้าบ
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 ธ.ค. 05, 23:27

 ฝากเนื้อฝากด้วยอีกคนค่ะ
คิดเช่นเดียวกับคุณหมูน้อย....ถึงแม้จะมาได้ไม่นานมานี้....
แต่ก็ได้รับความรู้ดีๆมากมาย...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถามตอบกระทู้ของคุณรุ่นพี่ๆที่อยู่เรือนไทยนี้มานานแล้ว...ในฐานะผู้มาใหม่ ขอกล่าวว่า สุดยอด
แต่ละท่านเป็นผู้รู้ นักสังเกตุ นักเล่า ฯลฯ
ทุกท่านเป็นคนที่ยอดเยี่ยม...
..............
เรื่องที่มาของนามแฝง
ถ้าทุกท่านยังคงอยากทราบจากหน้าใหม่ผู้ที่ไม่มีความคิดความเห็นและความรู้อะไรสักเท่าไหร่อย่างการีนล่ะก็...
(เอาเถอะ...ถึงไม่อยากรู้...เราก็จะบอก)
Karine เป็นชื่อที่อาจารย์ที่ปรึกษาผู้สอนวิชาภาษาฝรั่งเศสตั้งให้ค่ะ
อาจารย์ท่านตั้งให้กับเด็กที่เรียนฝรั่งเศสทุกคน
แล้วก็ว่า...มันก็เหมาะสมกับเราดี...เลยใช้แทนตัวเองมานานแล้ว
แทบทุกเว็บที่การีนไปเยือนก็ใช้นามแฝงนี้ทั้งนั้นล่ะค่ะ
ความหมายของชื่อไม่มี(หรือไม่ก็ไม่รู้เอง) แต่เป็นชื่อนี้มีความหมายต่อจิตใจ อย่างน้อยก็บอกว่า...ครั้งหนึ่งเราเคยเรียนภาษาฝรั่งเศส...
คุณนทีสีทันดร...อารยธรรม
แต่การีนเรียนอารยธรรมไทยค่ะ...ตัวเดียวกันไหมค่ะ...ได้บีบวก
เที่ยวก็สนุก ที่สำคัญอาจารย์ก็ใจดี อิอิ (หล่อด้วยนะนี่)
เรียนแล้วได้อะไรมากมายเลยค่ะ...อย่างน้อยก็ทำให้การีนภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยมากขึ้น
บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 29 ธ.ค. 05, 23:47

 คนละตัวคับผม
บันทึกการเข้า
pharmaceutical scientist
มัจฉานุ
**
ตอบ: 70


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 00:29

 มาแวะพักเรือนหลังนี้บ่อยๆครับ
ส่วนมากมาฟังท่านเจ้าของเรือน เล่าเรื่องให้ฟัง
หรือไม่ก็เป็นแขกของท่านเจ้าของเรือนมาเล่าแทน
ฟังแล้วก็ได้เกร็ดความรู้เยอะแยะ เพลินดีครับ
พักหลังชักจะมาแวะบ่อยกว่าเรือนหลังอื่นซะอีก อิอิ

เอาหล่ะเข้าเรื่อง ตามกระู้ทู้กันดีกว่า
อันที่มาของนามแฝงนี้ (ขออนุญาตใช้คำนี้แทนนามปากกา เพราะรู้สึกว่าคำนี้น่าจะใช้กับคนที่เขียนบทความหรือหนังสือมากกว่า)
ก็มาจากอาชีพที่ทำอยู่นั่นเอง
อาจสงสัยว่าแล้วตกลงเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือเภสัชกรกันแน่
สรุปก็ทำทั้งสองอย่างอยู่ครับ
pharmaceutical scientist เป็นคำที่เริ่มใช้ในอเมริกา
มีที่มาจากการที่สาขาวิชาทางเภสัชศาสตร์มีองค์ความรู้ค่อนข้างกว้าง
เกิดแบ่งออกเป็นสองแขนงใหญ่ คือ แขนงที่ทำงานเกี่ยวข้องกับตัวยา (product-oriented) และ แขนงที่ทำงานเกี่ยวกับผู้ป่วยเป็นหลัก (patient-oriented)
คนที่เรียนหรือทำงานเกี่ยวกับการวิจัย ผลิตยา จะถูกเรียกว่า pharmaceutical scienctist เรียน 4 ปี จบมาได้วิทยาศาสตรมหาับัณฑิต
เน้นต่อปริญญาโท เอก
คนที่เรียนเพื่อการบริบาลผู้ป่วย เรียน 6 ปี จบมาเป็น เภสัชกร (pharmacist) มีใบประกอบวิชาชีพ ได้วุฒิ Doctor of Pharmacy (PharmD)

สำหรับเมืองไทยยังไม่ได้แบ่งสาขาชัดเจน เรียน 5 ปี
ได้ใบประกอบวิชาชีพเป็นเภสัชกร เลือกทำงานได้ในหลายด้านตามความชอบ
ระยะหลังมีบางมหาวิทยาลัยเพิ่มหลักสูตร pharmD ซึ่งเรียน 6 ปี
แต่ก็ยังไม่ยุบหลักสูตร 5 ปี ซึ่งก็สามารถสอบใบประกอบได้เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นเมืองไทยจึงไม่มีสถานะ pharmaceutical scientist ที่ชัดเจน
pharmacetical scientist ในเมืองไทยจึงเป็นเภสัชกรที่สนใจงานทางด้านนี้มากกว่า
ส่วนตัวเองก็มาเรียนต่อด้าน basic sciences ด้วย เลยชอบใช้คำนี้แทนสถานภาพของตัวเองอีกด้านหนึ่ง (อีกมุมหนึ่งก็เป็นเภสัชกร)
ซึ่งสอดคล้องกับชื่อคณะเภสัชศาสตร์ในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Pharmaceutical Sciences (บางแห่งใช้คำว่า Pharmacy)

ส่วนถ้าจะให้สอดคล้องกับชื่อของเจ้าของบ้านก็คงจะต้องใช้ชื่อว่า
"เขียวมะกอกชมพู" กระมัง อิอิ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 02:00

 ดิฉันเข้ามาในเรือนไทยเพราะเหตุบังเอิญเหมือนกับคุณหมูค่ะ กำลัง search หานิยายเรื่องปริศนา
แต่หลงเข้ามากลางวงที่เขากำลังนั่งล้อมฟังอาจารย์เทาชมพูเล่าเรื่องพระองค์หญิงวิภาวดีฯ
และด้วยดิฉันมีรูปพระองค์ท่าน ก็อยากให้คนอื่นชมบ้าง เข้ามาไม่ทันได้แนะนำตัว แค่จะเอารูปมาส่งให้
ชื่อแฝงก็เลยไม่ได้ตั้ง ก็ใช้ชื่อเล่นจริงๆขนาดพิมพ์ไม่ครบขาดตัว a ข้างท้าย ยังไม่ bother แก้
เพราะคิดว่าคงไม่มีผลผูกพัน ด้วยไม่ได้จะมาโพสต์อะไรกับเขา ความรู้วรรณคดีไทย นิยายไทย
และเรื่องของไทย ดิฉันมีจำกัด แค่จะเป็นผู้อ่านเท่านั้น

ส่วนตัวเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ชอบอ่านภาษาไทยมากค่ะ ทำคะแนนภาษาไทยได้ดี วิชาที่ทำคะแนนแย่ที่สุด
คือภาษาอังกฤษ แต่พอจับหลักได้จึงรู้ว่าภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นของยาก เพียงแต่วิธีการเรียน
การสอนที่ดิฉันประสบมา ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในความรู้สึกของตัวเอง sense ทางภาษาของดิฉันไม่ได้เลวร้าย
เพราะเรียนแมนดาริน ก็รู้เรื่องดีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก แต่ทำไมเรียนภาษาอังกฤษจึงกรอกไม่เข้า

วันนั้นพอไฟล์ใหญ่เกิน ส่งไม่สำเร็จ จึงเมล์ไฟล์ไปให้คุณติบอช่วยโพสต์ให้ ในเรือนไทยจึงรู้จักกับ
คุณติบอเป็นคนแรก จากนั้นก็แวะเวียนมาอ่านที่เรียนไทยอีก เข้าห้องนี้เหมือนอยู่กับบรรยากาศเก่าๆ
ที่เคยเรียนหนังสือ กลางวงล้อมของพี่ๆชาวสีเทาชมพูที่มาเรียนด๊อก สาขาประวัติศาสตร์กันมาก
ตอนนั้นดิฉันตัดสินใจย้ายเมืองเรียนกระทันหันตอนปิดเทอมฤดูหนาว ในขณะที่พี่ๆสีเทาชมพูกลับบ้านกัน
หมด ทำให้ไม่ได้ร่ำลากันหรือพบกันอีกจนกระทั่งวันนี้ เคยได้รับมิตรภาพและความเอื้ออาทร
จากพี่ๆอักษรเป็นอย่างมาก ทำให้มองเห็นสีเทาชมพูในแง่ดีเสมอ ฟังพี่ๆเขาคุยกันเรื่องเจ้านายบ้าง
เรื่องประวัติศาสตร์ของไทยบ้างมาเรือนไทยจึงเหมือนกลับสู่โลกเดิมที่คุ้นเคยอีกครั้งหนึ่ง  
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 03:00

 เป็นกระทู้ที่แปลกดีครับ อิอิ

นามแฝงที่ผมใช้นี้ ก็เป็นนามสกุลของผมที่แปลงให้อยู่ในรูปภาษาละตินครับ

คือส่วนตัวแล้วสนใจภาษาละตินครับ แต่ว่าไม่มีเวลาจริงจังซักที และที่สำคัญจริงจังแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหน อิอิ ก็เลยอ่านแบบเล่นๆ ประดับสมองเฉยๆ ครับ จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามเรื่องไป ( ส่วนใหญ่จะจำไม่ได้    )

ก็แปลงเล่นๆ สนุกๆ ครับ เมื่อก่อนถ้าจะใช้นามแฝง (ส่วนใหญ่ตอนเล่นเกมส์ ที่ต้องตั้งชื่อพระเอก อิอิ) จะใช้ชื่อเล่น ที่แปลงเป็นภาษาละตินเช่นกันครับ คือ Kunius
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 03:47

 Andreas is the name of my Danish friend kharb. He is so cute and adorable. So I use his name to represent myself in the cyber-world.

I almost end up using another name as "Benjamin" but I have already used it to name my lovely dog.....so I must change to another name.

However, I used to think about "Alexander"...... I have to keep it to name another one of my dogs....
บันทึกการเข้า
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 09:40

คุณหมูน้อยในกะลา บรรยาย ความเป็นเรือนไทยได้สวยงามเหลือเกิน เราเห็นคุ้นเคยกันอยู่ทุกวัน ไม่นึกว่าจะมีคนบรรยายออกมาให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสวยงามได้ขนาดนี้ ขอบคุณครับ

เท่าที่ผมนั่งฟังคุณหมูน้อยในกะลาบรรยาย ผมมีความรู้สึกผูกพันลึกๆ เหมือนคนคุ้นเคยมานาน ประหนึ่งว่าคุณหมูน้อยในกะลา ก็ไม่ใช่คนใหม่ของเรือนหลังนี้ซะทีเดียว ถ้าแอบฟังอยู่ข้างนอกรั้ว ก็คงจะแอบฟังมานานนับหลายปี ถึงขนาดรู้จักคุณ ลุงแก่ หรือแม้แต่ คุณเปี้ยว ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ค่อยได้โผล่มาที่เรือนหลังนี้เลย    ยินดีต้อนรับกลับเรือนครับคุณหมูน้อยในกะลา

ผมเพิ่งทราบเหมือนกันว่า คุณ Nuchan นี่ไม่ใช่ คุณหนูจันทร์ แต่เป็นคุณ นุชนา    ที่บังเอิญพิมพ์ตัว a ตกไปตัวนึง  

ส่วนนามปากกาของผม แม่ตั้งมาให้ครับ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 12:57

 "...อันความรู้ อยู่คู่คน ทุกหนแห่ง
สุดแต่แรง ของใคร จะใฝ่หา
มิมีใคร รู้เลิศ แต่เกิดมา
สรรพวิชา มีมากล้น ค่อยค้นไป
...เรื่องใดที่ เรารู้ กว่าผู้อื่น
อย่ามัวขืน จงรีบแจง แถลงไข
เรื่องอื่นเขา รู้กว่าเรา มีถมไป
เขาจักได้ แบ่งปัน ให้กันมา
...ใครนั้นทราบ กาพย์โคลงกลอน ช่วยสอนสั่ง
ให้พร้อมพรั่ง ปัญญาเกิด ด้วยเถิดหนา
ทั้งนิยาย และเรื่องสั้น แบ่งกันมา
วิทยา สังคีตะ สารคดี
...นำบทความ บทวิจารณ์ ผลงานเขียน
มาหมุนเวียน เปลื่ยนกันอ่าน สมานศรี
มารวมกลุ่ม เป็นชุมนุม ชาวกวี
เป็นน้องพี่ เพื่อนพ้องกัน สร้างสรรค์งาน"


ปล.ผมก็เพิ่งทราบ ถึงที่มาของคุณ นุชนา เช่นกันครับ
บันทึกการเข้า
Dominio
ชมพูพาน
***
ตอบ: 128

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 21:18

 ไม่ได้ตั้งใจจะใช้คำว่า Dominio ค่ะ แต่จะใช้ว่า Dominion เผอิญระบบลงทะเบียน
ของเว็บเกิดเล่นตลก พอลงเสร็จ โปรแกรมบอกว่ามีข้อผิดพลาดบางอย่าง ให้ลงใหม่และริบชื่อ
ไปเสร็จสรรพ จึงต้องดรอปตัว “n” ออก เลยกลายเป็นโทนสแปนิช ออกเสียง โอ้โอ้ ค่ะ

เคยชินกับคำว่า Dominion อยู่ 2 ทาง

1) ตอนเรียนไบเบิล ผ่านตา Dominion Theology บ่อยครั้ง  “The Church is to
take dominion back from Satan”
take dominion  =  take control

2) คำกริยา หรือ verb ตัวนี้ เกี่ยวพันกับตัวเอง
dominate     =  verb
dominant     =   adj ในวิชายีน หมายถึง ยีนเด่น

Lecturers must learn to manage the “quiet” or “dominant” participants.

สมัยเรียนหนังสือ มีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่งสอน Social Science ให้อ่านหนังสือนอกเวลา
ทีเกือบ 10 เล่ม พวกเรานักเรียนปรึกษากันเสร็จแล้วไปต่อรองกับอาจารย์ให้ลดเหลือ 5 เล่ม
หนังสือบางเล่มไม่ถูกใจ ต่อรองขอเปลี่ยนใหม่ อาจารย์ต้องโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะพวกเรา
เสียงแข็ง มีไม้เด็ด ถ้าไม่เปลี่ยนให้จะไปดรอปวิชานี้ออก อาจารย์กล่าวหาว่าดิฉันเป็นจอม
วางแผนในการ  “manipulate and/or dominate decision making” และเป็นจำเลย
ในอีกหลายๆเหตุการณ์  คำนี้จึงอยู่ในใจ ด้วยความตลกขบขันค่ะ
บันทึกการเข้า
เนยสด
ชมพูพาน
***
ตอบ: 153



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 30 ธ.ค. 05, 22:58


แอบนั่งฟังเรื่องราวในเรื่อนไทยบ่อยๆ ครับ
บางครั้ง (น้อยครั้งมาก) ก็เข้าไปร่วมวงด้วย
แต่เนื่องจากไม่มีความรู้มาก เลยต้องออกจาวงไปทำแลปที่ห้องเด็กวิทย์ต่อ
อันนามแฝงผมนี้ มาจากการที่อยากได้ชื่อเล่นภาษาไทยอย่างมาก
เพราะพ่อตั้งชื่อเล่นให้เป็นภาษาอังกฤษ (ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ แค่อยากมีชื่อไทย)
พยายามนึกชื่อเล่นต่างๆ นาๆ แต่ก็ไม่โดนใจซักที
จนวันนึงเล่นเกมคอมฯ ได้ที่ 1 เลย เลยใส่ชื่อภาษาอังกฤษลงไป
แต่เกมนั้นมันไม่มีภาษาอังกฤษครับ ก็เลยต้องคิดชื่อใหม่อย่างฉุกเฉิน
ผมเลยเห็นว่า golf = เนสด (ดูที่แป้นพิมพ์ประกอบนะครับ)
เอ้... มันยังไม่มีความหมายหนิหน่า เลยเติมตัว ย เข้าไปตรงกลาง
พอดีแปะ มีความหมาย โดนใจด้วย จึงเป็นที่มาของนามแฝงครับ

ไปที่  http://moon.google.com  แล้วซูมสุดๆ ครับ    
บันทึกการเข้า

ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 31 ธ.ค. 05, 22:21

 มีพี่ที่น่ารักในบอร์ดถามมาครับ ว่าผมไม่มารีพลายกระทู้นี้หน่อยเหรอ ชื่อแปลกๆกับเขาทั้งที

ที่จริงก็อยากรีพลายนะครับ แต่ไม่รู้จะเริ่มเรื่องจากตรงไหนดี ก็เลยไม่ได้เล่าซะที(เป็นปัญหาหลักในชีวิตประจำวันของนายติบอครับ 555+)


เริ่มจากรู้จักเรือนไทยครั้งแรกก่อนแล้วกันครับ
ตอนนั้นก็ตามประสานิสิตที่อยากหาเรื่องอ่านแก้เบื่อตอนปิดภาคฤดูร้อนครับ ผมก็เข้าไป google.com ค้นข้อมูลเรื่องที่อยากอ่านก็เลยได้มาพบเรือนไทยเข้า ตอนนั้นเห็นแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากสมัครในทันทีครับ (ไม่รู้จะสมัครทำไม เพราะบอร์ดดูเป็นบอร์ดผู้ใหญ่-พยายามคิดว่าตัวเองยังเป็นเด็กครับ- แต่เส่ห์ของเรือนไทยก็พาผมมาอ่านบอร์ดอยู่ต่อมาเรื่อยๆครับ)
จนสองสามสัปดาห์ผ่านไป ผมได้ลงเรียนวิชาเลือกภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัย จึงต้องกลับมาค้นคว้าข้อมูลทำรายงานอีก ก็ได้ข้อมูลจากเรือนไทยมาช่วยไว้บางส่วน (ตอนนั้นไม่ได้สมัคร และไม่กล้าโพสต์ถามอะไรเนื่องจากหลังจากตามอ่านกระทู้อยู่พักใหญ่แล้วรู้สึกว่า อ.เทาชมพูเป็นผู้ใหญ่ที่ "ดุ"(มาก) เลยเกรงๆอยู่ซัก(หลายๆ)หน่อยครับ) แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจสมัครอยู่ดี

ก่อนสมัครก็มานั่งเลือกชื่อลอคอิน ไม่รู้จะตั้งว่าอะไรดีเหมือนกันครับ บางทีก็อยากได้ชื่อที่ตั้งแล้วอ่านเดินหน้าถอยหลังได้ (เหมือนชื่อประตูวัง) หรือชื่อที่ผวนกลับไปกลับมาได้ หรือชื่อพิเศษๆ อีกหลายชื่อก็เลยเขียนลงกระดาษไว้ แต่พอมานั่งอ่านชื่อแต่ละชื่อดูแล้วดูEtymology ดูก็ไม่เห็นจะมีชื่อไหนเป็น "ภาษาไทย" ซักชื่อ เลยลองเลือกชื่อที่เป็นภาษาไทยดีกว่า แต่ก็ไม่อยากได้ชื่อที่อ่านแล้วเหมือนย่อมาจากชื่อจริงอีก (ทำไมผมถึงเกิดมาเป็นคนวุ่นวายอย่างนี้เนี่ยะ) ก็เลยจับคำนู้นคำนี้มาผสมๆกันกลายเป็นนายติบอนี่ล่ะครับ


ส่วนใครจะคิดว่าชื่อผมแอบเลียนเสียงมาจากกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าที่มีพระนามว่าพระเจ้าธีบอ (ซึ่งคนไทยส่วนมากจะคุ้นกับพระนามพระเจ้าสีปอซะมากกว่า) ก็ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับ ว่ามิได้มีเจตนาจะยุ่งกับราชวงศ์ของประเทศใดๆทั้งสิ้นครับ (ยังไม่อยากเอาใบน้อยหน่ามาหมักผมครับ) และที่สำคัญที่สุด ผมยังเด็กเกินไปที่จะมีภรรยาแบบพระนางศุภยาลัตครับ  


แต่วันก่อนที่ได้คุยกับฝรั่งคนนึงซึ่งออกพระนามพระเจ้าธีบอตามตัวสะกด(Thibaw)ว่า "คิงติบอ" แล้วก็นึกถึงชื่อลอคอินตัวเองในเรือนไทยขึ้นมาตะหงิดๆนะครับ หิหิ





ปล. มายืนยัน นั่งยัน นอนยันครับ ว่าตอนแรกๆที่เข้ามาอ่าน(ช่วงที่มีการไล่ตัวป่วนกันคราวก่อนนู่น) ผมรู้สึกว่าอาจารย์เทาฯดูดุ(มากๆ) (มาก)จริงๆครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30609

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 01 ม.ค. 06, 10:10


นามแฝงเทาชมพู เกิดจากความคิดปัจจุบันทันด่วนตอนที่วิชาการทีม...ดร.คนไหนก็จำไม่ได้แล้ว  ไม่เปี้ยวก็อ๊อฟ ไม่อ๊อฟก็จ้อนี่แหละ   ถามว่าจะใช้นามแฝงว่าอะไร

ในเมื่อเขากำลังสร้างเรือนไทยให้อยู่   สำนักเรียนที่ดิฉันได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับไทยๆมามากที่สุด  ก็คือสำนักสีเทา ในรั้วบ้านสีชมพู

ก็เลยตอบไปว่า เทาชมพู   รำลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาให้   ถ้าสมัยนั้นตั้งใจเรียนมากกว่านี้สักหน่อยก็คงตอบได้ดีกว่านี้
ใช้มา ๕ ปีขึ้นปีที่ ๖ แล้ว   สังหรณ์ว่าอีกไม่ช้าไม่นานอาจจะต้องเปลี่ยนชื่อ    
เพราะ
.............
คุณติบอหาว่าดุ  ฮือฮือ

คุณติบอจำดิฉันสับกับคุณญาติผู้ใหญ่ของตัวป่วนหรือเปล่าคะ
ดิฉันไม่ดุหรอกค่ะ  ถ้าดุก็ไม่ต้องขอแรงคุณน้ามาใช้ไม้เรียวไล่ตีหลานชายที่ชอบปลอมเป็นผู้หญิงเข้ามาป่วน  
คงจับเชือดเสียเองนานแล้ว  ทั้งชื่อจริง นามสกุลจริง ที่ทำงาน ดิฉันก็รู้หมดละ  หลังๆนี้พี่แกก็ยังไม่เลิกจิกตีดิฉันอยู่เลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.269 วินาที กับ 19 คำสั่ง