เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
อ่าน: 27519 หนังสือน่าอ่าน ใครเคยอ่านบ้างคะ
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 00:15

 เท่าที่ผมจำได้เลาๆนะ หม่อมไกรสรถูกถอดยศเพราะเล่นเพื่อนรึเปล่าครับ น่าจะมาจากหนังสือโครงกระดูกในตู้นะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 01:05

 หม่อมไกรสรถูกสำเร็จโทษในรัชกาลที่ ๓  
มีผู้ถวายฎีการ้องเรียนขึ้นมาก่อน  เมื่อโปรดเกล้าฯให้สอบสวนชำระความ
ก็ได้พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องอีกหลายเรื่อง
เรื่องหลงรักนางละครนอก (ที่เป๋นชาย) จนเป็นสวาทกัน( คำนี้แปลว่า ชายรักชาย)ก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่สุด
เรื่องร้ายสุดคือทรงให้การว่าถ้าสิ้นแผ่นดินรัชกาลที่ ๓ แล้วก็จะไม่ยอมเป็นข้าใคร
หมายถึงว่าจะก่อกบฎต่อผู้ที่ขึ้นตรองราชย์ต่อนั่นเอง
จึงถูกสำเร็จโทษ

หม่อมไกรสรเคยเป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดพระองค์หนึ่งในต้นรัชกาลที่ ๓
ทรงกำกับการกรมสังฆการี  คือกรมควบคุมพระ
ท่านไม่ชอบเจ้าฟ้ามงกุฎอย่างมาก   เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎทรงสถาปนาธรรมยุติกนิกายขึ้น  หม่อมไกรสรก็เป็นปรปักษ์ใหญ่ที่ตามราวีพระสงฆ์นิกายใหม่
เช่นตักข้าวต้มร้อนๆใส่บาตร  พระจะทิ้งบาตรก็ไม่ได้ เสียความสำรวม ต้องอุ้มบาตรมือพองกลับวัด

เมื่อหม่อมไกรสรถูกสำเร็จโทษ  ความทราบถึงเจ้าฟ้ามงกุฎ ก็ทรงสร้างพระขึ้นมา   เรียกว่าพระไพรีพินาศ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 03:55

 อาจารย์ครับ
ยศเดิมของหม่อมไกรสร คืออะไรครับ หนังสือโครงกระดูกในตู้ของผมหายไปนานแล้ว เขาเป็นพระโรสในรัชกาลที่ 2 ใช่ไหมครับ
พี่ Nuchan และท่านอื่นๆครับ
ช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ผมนอนดึกครับ ดู DVD ทุกคืน ล่าสุดดูเรื่อง The Godfather I และ II เลยได้ความคิดที่จะเปรียบเทียบครับ
ไม่ทราบว่าทุกท่านเคยดูมั้ยหนังสองเรื่องนี้ ซึ่งผมถือว่าเป็น a work of art เลยทีเดียว
ศิลปะการทำภาพยนต์นับเป็นรูปแบบที่สูงที่สุดอย่างหนึ่งของศิลปะเลยทีเดียว เพราะผมคิดว่ามันเป็นการผนวกเอาศิลปะในหลายด้านไม่ว่า การถ่ายภาพ การจัดฉาก สร้างฉาก เครื่องแต่งกาย(ทัศนศิลป์) การแสดง การกำกับ(จิตวิทยา และการจัดการ) ดนตรีประกอบ(มีส่วนอย่างมากในการสร้างอารมณ์) บทภาพยนต์ เนื้อเรื่อง (วรรณศิลป์) และอีกหลายอย่างที่ยังนึกไม่ออก
เมื่อไหร่ที่มีเอามารวมกันอย่างเหมาะเจาะ งานนั้นจะเป็นงานศิลป์ชั้นเลิศไม่แพ้ Symphony No.9 ของ Beethoven หรือ มหาวิหาร St.Paul ที่โดมออกแบบโดย Michelangelo เลยทีเดียว

หนังสองเรื่องนี้เป็นตัวแทนของลักษณะ supreme art ที่ผมหมายถึง หลังจากดูหนัง 2 เรื่องนี้หลายต่อหลายรอบในหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าแต่ละครั้งได้ความรู้สึก ความเข้าใจ ได้อะไรที่แตกต่างออกไปในแต่ละครั้งที่ดู
นี่ทำให้ผมอยากจะนิยามว่า

งานศิลป์คืองานที่เสพได้หลายครั้ง เสพได้หลายแง่มุม แต่ละครั้งที่เสพมักจะเกิดอะไรขึ้นกับจิตวิญญาณของผู้เสพ
นี่แหละนะที่เขาใช้คำว่า "เสพ" กับงานศิลป์
ผมละอยากจะกราบเท้าปราชญ์ท่านแรกที่ใช้คำนี้กับงานศิลป์จริงๆ

อ้าวเฮ้ย  หลงประเด็นแล้วเรา

กลับมาครับ คืออยากจะคุยต่อกับพี่นุชนาว่า
dramatic scene ในเรื่องพม่าเสียเมืองนั้น อย่างเช่นตอนที่พระเจ้ามินดุงกำลังประชวรหนักใกล้จะเสด็จสวรรคต พระเจ้าสีป่อกำลังจะขึ้นเถลิงบัลลังก์แห่งบุรีรัตนะอังวะ(ชอบจริงๆคำนี้ อิอิอิ) มีการฉวยโอกาสกำจัดศัตรูทางการเมืองในตอนนั้น แล้วพระเจ้ามินดุงนอนบ่นว่า ป่านนี้ลูกเราคงไปถึงตรงนั้นแล้ว ตรงนี้แล้ว ฟังแล้วใจหายครับ
หรือตอนที่พระนางศุภยลัตทรงจัดให้มีงานรื่นเริงในขณะเดียวกันก็จัดให้มีการปลงพระชนม์หมู่บรรดาพระราชวงศ์เพื่อตัดเสี้ยนหนามของพระราชบัลลังก์
ทำให้ผมนึกถึง dramatic scene ในเรื่อง The Godfather เลยทีเดียว ถ้าเคยดู ลองนึกถึงภาค 1 ตอนจบสิครับที่เกิดการพิฆาตศัตรูฝ่ายตรงข้าม ในระหว่างที่พระเอกไปทำพิธีตั้งชื่อแก่ godson ในโบสถ์หรือไม่ก็ภาค 2 ตอน Vito Corleone ไปตามฆ่า Don Fanucci
2 ฉากที่ยกมานั่นเร้าอารมณ์ สะเทือนอารมณ์อย่างสูง นี่แหละครับที่ผมพยายามสื่อความหมายคำว่า dramatic ซึ่งด้วยผมมันด้อยความสามารถทางภาษาอังกฤษ ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมใช้คำได้ถูกความหมาย หรือถูกต้องตามที่อยากจะสื่อหรือไม่ วานอาจารย์เทาชมพูช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ

ปล. The Godfather ทั้ง 3 ภาคเนื้อหารุนแรง ไร้ศีลธรรมไม่เหมาะแก่เยาวชนและสตรีมีครรภ์ แต่ถ้ามองด้วยจิตที่สูงไปกว่านั้น มันคืองานศิลป์ชั้นยอดครับ ถ้ามีคนเคยดูหรือเคยอ่านไว้ค่อยยกยอดไปคุยกันที่กระทู้ใหม่นะครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 07:45

 ก่อนจะให้อาจารย์เทาฯแก้ไขภาษาอังกฤษให้ สิ่งที่จะโดนแก้ก่อนคือภาษาไทยคำว่า "วาน" ค่ะ
ในบริบท "วานอาจารย์เทาชมพูช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ" อาจารย์เคยติงคุณศรีปิงเวียงไปที่หนึ่งแล้ว
คำนี้ไม่ใช้กับผู้อาวุโสกว่าค่ะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 09:13

 เฮ้ พี่ Nuchan คำว่าผู้อาวุโสคงต้องใช้กะพี่มากกว่านะ
อาจารย์เทาชมพูพึ่งจะได้รับปริญญาไปเมื่อเร็วๆนี้เองนะครับ
ฮ่ะๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 09:31

 ถึงว่าซิ พูดถึงปริญญา ไม่รู้ว่าปริญญาใบนี้อาจารย์จะแลนด์ตรงไหน ฝาบ้านอาจารย์หมดเนื้อที่แล้วน่ะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 09:35

 ล้อเล่นน่ะครับพี่ Nuchan
เอาเป็นว่าขอบคุณที่มาบอกครับเพราะว่าผมก็พึ่งจะรู้นะครับว่าวานใช้กับผู้อาวุโสกว่าไม่ได้

แต่ทีนี้ผมจะดื้อดึงนิดนึงว่าในเวปบอร์ดแห่งนี้เป็นเวปปัญญาชน เราต่างชื่นชมนับถือ ในสติปัญญาของกันและกัน ต่างก็ถอดหัวโขนในชีวิตจริง แล้วมาคุยแลกเปลี่ยนกันในสิ่งที่ชอบตรงกันที่นี่อย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน คุยกันอย่างเสรีไม่ต้องเกรงใจ เปรียบเสมือนเพื่อนกันทางปัญญา
โดยตัวผมเอง ผมทึกทักเอาว่าด้วยบุคคลเช่นอาจารย์เทาชมพูท่านไม่ถือสาหาความอะไรกับเรื่องแค่นี้หรอกครับ ท่านมองที่เนื้อหา เจตจำนง ที่ผู้โพสต์แต่ละคนต้องการจะสื่อมากกว่าครับ (หรือเปล่าครับ อาจารย์ อิอิอิ  กลัวหน้าแตก)
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 04 ม.ค. 06, 09:42

 คุณศรีปิงเวียงคะ คำว่า วานช่วยแปลให้หน่อย เขาใช้กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือไม่ก็รุ่นน้อง
ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายอายุเท่าไร แต่มากกว่าคุณ
ใช้คำว่า ขอความกรุณาช่วยแปลให้ผม จะขอบคุณมากครับ
ก็จะน่าฟังแบบไทยๆมากกว่าค่ะ

เปิด sms ด้วยค่ะ Top secret!
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 17:12

 คุณพี่นุชนาเคยกล่าวถึงเรื่อง อุดมการณ์บนเส้นขนานมาแล้ว เผอิญผมเคยทำรายงานกลุ่มเรื่องนี้(โดยไม่มีหนังสือจริง ๆ   ) มาแล้ว ผลปรากฏว่าผ่านไปได้ด้วยดี
อรุณมนัย (อรุณ นนทแก้ว) แต่งเรื่องนี้โดยใช้ประสบการณ์จริงที่ได้มีโอกาสพบกับอาสาสมัครชาวต่างชาติ จากที่ได้พบอาสาสมัครฝรั่งชายหญิงผู้มีทรรศนะเมืองไทย(สมัยจอมพลถนอม)ต่างกัน และจากที่ได้ไปต่างประเทศเป็นพื้นหลัก
อรุณมนัยเรียกงานชิ้นนี้ว่าเป็นสารนิยาย เพราะมีเค้าความจริงอยู่บ้าง (ยังมีต่ออีก)
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 17 ม.ค. 06, 23:41

 จำได้ว่าในหนังสือ "สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์" ของคุณปรามินทร์ เครือทอง เคยตั้งสมมติฐานไว้ว่าอาจจะไม่ได้ใช้วิธีทุบ เพราะเคยมีบันทึกว่าใช้ทิ่มด้วยท่อนจันทน์ เดาเอาว่าใช้วิธีตำบนหน้าอกจนช้ำในตายไปครับ

สยองนะ

เรื่องการสำเร็จโทษพระเจ้าตาก ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันเรื่องใส่ถุงแดงแล้วทุบด้วยท่อนจันทน์ เพราะตอนเด็กๆผมก็เคยอ่านเจอเหมือนกัน

ความจริงในพงศาวดารบันทึกฉากนี้ไว้อย่าง dramatic เหมือนกัน คือให้เจ้าพระยาจักรีทรงให้เจ้าพนักงานนำพระเจ้าตากไปสำเร็จโทษ พระเจ้าตากขอพบ แต่เจ้าพระยาจักรีโบกมือปฏิเสธ จึงถูกนำไปสำเร็จโทษโดยการบั่นพระเศียรครับ

เรื่องนี้นี่เองที่อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าพระเจ้าตากไม่ได้รับการยอมรับและปฏิบัติในฐานะเจ้า แม้แต่การประหารก็ไม่ได้ทำโดยวิธีสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
Peking Man
ชมพูพาน
***
ตอบ: 142


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 18 ม.ค. 06, 12:10

 แวะเข้ามาอ่าน เห็นว่ามีเกี่ยวกับการประหาร ผมขอเสนอวิธีที่น่าสนใจของจีนบ้างนะครับ

คำเตือน ถ้าขวัญอ่อน "อย่าอ่านและคิดตาม"

หนึ่ง "ไคโข่วเซี่ยว ยิ้มปากกว้าง" เป็นการง้างปากนักโทษให้อ้าแล้วกระทุ้งกระบองลงไปจนออกมาทางทวารหนัก

สอง "ถิงจ้าง โบยที่หน้าลานพระราชวัง" เป็นการให้ผู้ต้องโทษคุกเข่าลงแล้วใช้ไม้โบย  ในบางกรณีอาจตายได้ ในสมัยราชวงศ์หมิง ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ตามบันทึกพนักงานโบยสามารถโบยให้นักโทษขาดใจตายโดยไม่มีแผลแม้แต่นิดเดียว (เคล็ดลับว่ากันว่าพนักงานโบยฝึกโดยการโบยเต้าหู้เต็มแรงแต่ว่าห้ามไม่ให้เต้าหู้่แหลก)  

สาม "เชียนเตาเกอ เฉือนด้วยมีดพันครั้ง" บางกรณีตรึงนักโทษไว้กับเสา บางกรณีให้นอนลงบนแผ่นกระดานแล้วค่อย ๆ เถือเนื้อออกมาทีละชิ้นเล็ก ๆ จนตาย (มีการแบ่งโทษหนักเบาโดยจำนวนครั้งที่ถูกเฉือนเนื้อ ตามบันทึกราชวงศ์หมิง มีการประหารผู้คิดก่อรัฐประหาร (หลิ่วจิ่น) โดยวิธีนี้กว่านักโทษคนนี้จะตายใช้เวลา สามวัน เฉือนเนื้อไปแล้ว พันกว่าชิ้น)

สี่ "ลั่ว นาบเสาทองแดงเผาไฟ" เป็นการประหาร(ในตำนาน หรือเปล่า)นักโทษในราชวงศ์ซางก่อนจะล่มสลาย จับนักโทษไปนาบกับเสาทองแดงที่ข้างในจุดถ่านเอาไว้

ห้า "ฉิ่งจุนรู่เวิง เชิญท่านเข้าหม้อเถิด" ตามบันทึกพงศาวตารเกิดขึ่นในสมัยบูเช็กเทียน เหตุมีอยู่ว่า อยู่มาวันหนึ่ง พระนางบูได้ข่าวความโหดร้ายทารุณนี้จึงไปถามผู้ที่จัดการให้มีการลงโทษแบบนี้ขึ้น (จำชื่อขุนนางคนนี้ไม่ได้แล้ว) แล้วถามอย่างละเอียดถึงขั้นตอนทั้งหลาย พอน้ำในหม้อเดีอดแล้ว พระนางบูก็เอ่ยขึ้นว่า เชิญท่านเข้าหม้อเถิด...

หก "ปัวผี ถลกหนัง" มีมานานตั้งแต่สมัยสามก๊ก แต่ได้รับความนิยมในสมัยหมิง โดยเฉพาะหมิงตอนต้น มักจะใช้กับมหาโจร และข้าราชการที่ประพฤติมิชอบแต่ก็มีในบางโอกาสที่ขุนนางตงฉินถูกขันทีสั่งถลกหนังเหมือนกัน

ส่วนมากจะใช้มีดกรีดไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ  พยายามลอกหนังให้ได้เป็นชิ้นเดียวโดยที่นักโทษยังไม่ตายหลังจากนั้นจะนำหนังไปฟอก ฟอกเสร็จบ้างก็เอาไปยัดนุ่นหรือฟางแขวนไว้หน้าที่ทำการเขตไม่ให้ผู้คนเอาเยี่ยงอย่าง ในบางกรณีนำหนังมาใส่โครงแล้วทำเป็นโคมแขวนไว้หน้าที่ทำการเขตยามค่ำคืน

เจ็ด "ซูสี่ แปรงขัด" ใช้แปรงลวด กับน้ำต้มร้อน จัดให้นักโทษนอนอยู่กับที่ บ้างก็ว่าจับตรึงให้อยู่กับเสา สาดน้ำร้อนลงไปบนเนื้อจนสุก แล้วใช้แปรงลวดขัดเนื้อที่สุกออก ทำจนนักโทษตาย

แปด จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นการเอาไม้สองแผ่นประกบนักโทษ แล้วใช้เลื่อยผ่่าครึ่ง

เก้า จำชื่อไม่ได้อีกเหมือนกัน แต่อันนี้ฟังดูดีหน่อย จัดการตรึงนักโทษไว้บนเตียง ใช้กระดาษชุบน้ำโปะหน้าทีละแผ่น จนหายใจไม่ออกและขาดใจตาย

นอกจากนี้ยังมีโทษประหารอื่น ๆ อีกแต่เนื่องด้วยไม่ค่อยแปลกใหม่ เลยไม่ได้ยกมา

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีโทษที่แย่ยิ่งกว่าตายสำหรับผู้ชายซึ่งก็คือ "กงสิง โทษตัดอวัยวะสืบพันธ์ (ในกรณีนี้ถ้าพนักงานตอน ทำพลาดและนักโทษตาย นับว่ามีโทษหนัก)"

หากว่าเป็นการลงโทษที่ทารุณยิ่งกว่าตาย น่าจะเป็นการที่มเหสีของพระเจ้าฮั่นเกาจู่จัดการกับสนมของพระเจ้าฮั่นเกาจู่หลังจากพระองค์สวรรคตแล้ว

หลู่ว์โฮ่วสั่งให้ทหารไปจับสนม (หรูอี้ฟูเหริน) มาจัดการตัดแขนตัดขา ควักตาตัดลิ้นออก แล้วเอาไปโยนไว้ในเล้าหมู

หวังว่าทุกคนคงจะไม่อ่านแล้วอยากจะอ้วก...
บันทึกการเข้า
คำฝอย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 64

เรียน


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 18 ม.ค. 06, 17:55

 คุณ Peking man  ทำไมแต่ละอย่างมันน่ากลัวจังล่ะคะ อ่านแล้วสยองมากเลยค่ะ ดิฉันโผล่เข้ากระทู้นี้เจอฉากประหารพอดี แหะ แหะ

เห็นคุยเรื่องหนังสือ พม่าเสียเมือง  เคยอ่านตอน ม. 2 น่ะค่ะ อ่านไปก็กลัว ผีไปด้วย

ตอนนี้ดิฉันอ่าน หนังสือชุด นาเนีย เล่ม 1 ค่ะ อ่านได้วันละ 2-3 หน้า แล้วก็หลับไป  เคยอ่านตอนเป็นเด็ก เรื่องเมืองในตู้เสื้อผ้า น่ะค่ะ ตอนนี้เลยอยากจะอ่านทั้งชุด อยู่นี่มีแค่ 2 ตัวเลือก คือ ไม่อังกฤษ ก็ เยอรมัน เลย เลือกอังกฤษ ถึงได้อ่านได้ทีละ 2-3 หน้าไงคะ
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 18 ม.ค. 06, 23:55

 น่ากลัวๆ...ทำไมคนเราทำกันได้ ??

จนบัดนี้ ข้าพเจ้า...ก็ยังไม่ได้อ่าน "พม่าเสียเมือง ซะที...

เคยอ่านนาเนียอยู่เล่มนึงค่ะ ตอนเจ้าชายแคสเปี้ยน...นานมากแล้ว...จำเรื่องแทบไม่ได้ แต่จำได้แม่นยำว่า...อ่านภาษาไทยค่ะ
555+

แต่ตอนนี้นึกออกอยู่หลายๆเรื่องที่เคยของ ลักษณาวดี ค่ะ
มหารานี ธุวตารา เลือดขัตติยา มงกุฎที่ไร้บังลังก์
คิดว่าเรื่องเหล่านี้มีลักษณะเหมือนกัน คือ เป็นเรื่องแบบเจ้านาย
มีเจ้าหญิงเป็นตัวเอกที่เด่นกว่าเจ้าชายโดยมาก เพราะเจ้าหญิงมักต้องเป็นคนที่ลำบากกว่า มีสถานภาพเป็นองค์ที่ไม่มีอิทธิพล
แต่มักถูกทำนายทายทักว่าจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเสมอ (อิ อิ)

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าพล๊อตเรื่องค่อนข้างไปทางที่เดาได้ แต่ภาษาที่ใช้ก็สวยงาม และแทรกข้อคิดไว้ด้วย
การีนชอบค่ะ...ทุกท่านว่าอย่างไรบ้างค่ะ
บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 21 ม.ค. 06, 11:07

พบแล้วค่ะ ดอกรักสัตว์แสนรู้ หนังสือเรียนที่ตามหามานาน
ในเล่มมีเรื่องสั้นอีกหลายเรื่องปนอยู่ค่ะ
ไม่เคยเรียนเล่มนี้ เพราะหนังสือถูกยกเลิกไปก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 21 ม.ค. 06, 11:21

 "ในเวลาที่เราผ่านวัยเรียนมานานโขแล้วนั้น  คงมีบ้างสักวันที่ท่านอยากย้อน
รำลึกถึงอดีตเมื่อครั้งต้องท่องบ่นตำราเป็นประจำ  ตำราหรือแบบเรียนบางเล่มอาจ
เคยให้ความรื่นรมย์แก่ท่านเป็นพิเศษกว่าเล่มอื่น ๆ ด้วยเหตุที่มีเสน่ห์บางอย่างแฝงอยู่
เช่น เนื้อเรื่องดี  รูปประกอบสวย  อ่านแล้วเกิดความประทับใจ  แม้วันเวลาจะผ่านไป
นานแค่ไหนก็ยังรู้สึกถึงความงดงามเหล่านั้นอยู่..."

เอนก  นาวิกมูล, "แบบเรียนในดวงใจ," บ้านพิพิธภัณฑ์ สมาคมกิจวัฒนธรรม
(กรุงเทพมหานคร : 2546).

จากหนังสือรวมภาพแห่งความทรงจำอันสดใสในวัยเยาว์เล่มนี้  พี่เอนกฯ
ได้เสนอรายชื่อหนังสือแบบเรียนในดวงใจเอาไว้รวม 16 รายการ ได้แก่
1. มูลบทบรรพกิจ  
2. แบบเรียนเร็ว  
3. ดรุณศึกษา  
4. บทดอกสร้อยสุภาษิต  
5. แบบหัดอ่านหนังสือไทย  
6. แบบเรียนเร็วใหม่  
7. นกกางเขน  
8. ลูกสัตว์ต่าง ๆ  
9. ดอกรักสัตว์แสนรู้  
10. แมวสีสวาด  
11. แบบสอนอ่านมาตรฐาน  
12. แบบเรียน ก ไก่ ชั้นเตรียม  
13. หนังสือชนะการประกวดแบบเรียน ครั้งที่ 6 พ.ศ.2495
14. แบบเรียนชุดปัญญา-เรณู  
15. แบบเรียนชุดสุดา - คาวี  
16. แบบเรียนภาษาไทย ป.3 - ม.ศ.5

สำหรับหนังสือเรื่อง "นกกางเขน" เป็นหนังสือนิยายประกอบภาพ
ที่เคยใช้เป็นแบบเรียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
มาตั้งแต่การพิมพ์ครั้งแรก เป็นหนังสือที่สอนให้เด็กรักธรรมชาติ
มีความกรุณาต่อสัตว์
และปลูกฝังให้เด็กรักและเข้าใจพ่อแม่ ตลอดจนเข้าใจวิถีชีวิตในภายภาคหน้า
เมื่อตนต้องพ้นจากอ้อมอกของพ่อแม่สู่โลกและสังคมภายนอกด้วย

ด้วยแก่นเรื่องที่ชัดเจน และการใช้ภาษาง่าย ๆ แต่สละสลวยกินใจ
ทำให้ "นกกางเขน" เป็นหนังสือแบบเรียนอีกเล่มหนึ่งที่สร้างความประทับใจ
ให้ผู้อ่านมาทุกยุคทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน

ได้รับการคัดเลือกจากคณะผู้วิจัยของ สกว. ให้เป็นหนึ่งใน 100 เล่ม
หนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน

 http://www.bangkokbookclub.com/article.php?id=4015&lang=th
.
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง