เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 27534 หนังสือน่าอ่าน ใครเคยอ่านบ้างคะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 20 ธ.ค. 05, 19:43

 คุณ paganini อย่าเพิ่งงง

คุณ Nuchan ลอกคำตอบหลังไมค์ของดิฉัน
มาให้อ่านน่ะค่ะ

สรุปอีกทีว่า กรุณาเลิกใบ้หวยได้แล้วนะคะ
มันทำให้ดิฉันรู้สึกผิดยังไงไม่รู้ ที่บอกความจริงไม่ได้
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 20 ธ.ค. 05, 20:34

 คุณถาวภักดิ์ กล่าวถึงขณะนั่งรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ประทับใจมุมมอง
ของอาจารย์ที่ถ่ายทอดเป็นร้อยกรองอย่างไพเราะ

พูดถึงเมืองเหนือทำให้นึกขึ้นได้ว่าอาจารย์หม่อม ท่านได้เล่าไว้ที่ไหนซักแห่งจำไม่ได้ค่ะ
ถึงเหตุการณ์ที่ลำปางก่อนที่เสด็จในกรมชัยนาทฯ ทรงถูกจับ ท่านบอกว่าบ้านท่านที่ลำปาง
เสด็จในกรมชัยนาทฯ ทรงโปรดขอไปพักด้วยเรื่อยๆ และเสด็จแบบธรรมดา ไม่มีพิธีรีตรองมาก
เจ้าของบ้านกินอย่างไร ท่านก็ทรงเสวยอย่างนั้น

คล้อยหลังจากบ้านท่านอาจารย์ได้แป๊บเดียว ก็มีทหารมาคอยจับตัวเสด็จในกรมฯขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการจองจำที่ยืดเยื้อออกไปอีกเกือบ 10 ปี
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 02:39

 พี่ Nuchan ครับ ผมไม่เคยอ่านเรื่องยิวครับ บางเรื่องที่อ่านก็ไม่ค่อยสนุก เพราะว่าหลังๆนี้สำนักพิมพ์ของสยามรัฐไปเอาเทปที่ท่านเคยจัดรายการมาถอดความ ดังนั้นเนื้อหาก็ไม่ค่อยจะปะติดปะต่อ ก็ท่านไม่ได้เขียนนี่นา

คุณ ถาวภักดิ์ครับ อาจารย์หม่อมท่านเป็นเอกบุรุษ เป็นนักปราชญ์แห่งกรุงศรี แต่ถ้าจะบอกว่าหาคนที่สามารถเยี่ยงท่านได้ยากยิ่งนั้น ผมอยากจะบอกว่า คนที่ลุ่มลึกหลักแหลม เต็มไปด้วยสติปัญญาอันลึกซึ้ง รอบรู้กว้างไกล สายตาดุจพญาอินทรีย์ นั้นมีอยู่เยอะ เสียแต่ท่านเหล่านี้สันโดษเกินกว่าที่จะออกมาเปิดเผยตัวให้สาธารณะชนได้รู้จัก ท่านคึกฤทธิ์ก็ทราบความจริงข้อนี้ดี ดังกลอนที่ท่านได้เขียนไว้ก่อนถึงแกอสัญกรรมไม่นานนัก แล้วทีวีในเมืองไทยได้เอากลอนบทนี้มาขึ้นในตอนไว้อาลัยท่าน
เสียดายที่ผมจำไม่ได้แล้วแต่เนื้อหาประมาณว่า
หากโลกนี้ไม่มีคนชื่อคึกฤทธิ์ นกยังร้องฟ้ายังสว่าง ดวงอาทิตย์ยังขึ้น ไรทำนองนี้แหละครับ
อาจารย์เทาฯ ครับ พอช่วยผมได้มั่งมั้ยล่ะครับ แหะๆๆๆ

ปล.ผมหลอกล่อไรพี่ nuchan เหรอครับ  ไม่รู้เรื่องเร้ยยยย
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 10:38

 ก็มีอยู่นี่ไงครับ ในนามแฝงว่า paganini ลุ่มลึกจนถูกหาว่าล่อหลอกสาวข้ามรุ่น นี่ขนาดไม่ตั้งใจนะเนี่ย  ถ้าตั้งใจละก้อมีหวังหมดบาง

เพชรหากยังอยู่ในดิน จะสูงค่าเพียงใดก็ไม่มีความหมายครับ ต้องเจียรนัยด้วยสุดยอดฝีมือ แล้วนำมาประดับยอดมงกุฏ ปรากฏความเจิดจรัสแก่สายตาสาธารณชน เกียรติยศจึงเกริกไกร

อาจารย์เป็นปุถุชนคนหนึ่งครับที่ยังมีรัก โลภ โกรธ หลง หากคณูปการณ์ที่ส่งให้อาจารย์เกริกไกร คือความสามารถในการแสดงออกอันเป็นดังคบเพลิงที่สามารถจุดต่อๆกับไปได้ไม่รู้จบ ให้ความสว่างไสวไปทั้งแผ่นดิน

สมัยหนึ่งมี 3 Must's สำหรับชาวต่างชาติระดับโลกจะต้องทำหากมาเยือนเมืองไทย คือ ไปวัดพระแก้ว ไปตลาดน้ำ และไปหาคึกฤทธิ์

ส่วนเรื่องที่ว่ามาอ่านภายหลังแล้วไม่รู้เรื่องนัก คงเป็นเพราะอาจารย์เก่งในการหยิบยกเอาสิ่งรอบตัวอย่างทันควันมาประกอบการนำเสนอ เช่นถ้าอ่านกฤษฎาภินิหาริย์อันบดบังมิได้  จะเจอคำว่ามาเฟียมหาดไทย เป็นการเสียดสี ล้อเลียนเหตุการณ์ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งในขณะนั้น  คนที่อ่านเมื่อแรกเขียน ยากที่จะไม่ขำกลิ้ง  มาบัดนี้มุขดังกล่าวก็ตกยุคไปนานแล้ว

หรือครั้งที่เพิ่งตั้งพรรคสหประชาไทย อาจารย์ก็เขียนนิทานลงหน้า 5 สยามรัฐเล่าเรื่องแร้งกับเหี้ยผสมพันธุ์กัน ตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่ว่าสหัปมงคล เป็นที่ถูกอกถูกใจคนอ่านนัก

หรือแม้ครั้งที่สูงวัยมากแล้ว ขณะคำว่าส้มหล่นเพิ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น อาจารย์ก็นำมาเรียกรัฐมนตรีท่านหนึ่งว่า รัฐมนตรีส้มหล่นในคอลัมน์ซอยสวนพลู ใครที่ได้อ่านในขณะนั้นคงอดยิ้มไม่ได้

ถ้าคุณพี่ Nuchan ของคุณป๋า paganini อยากรู้เรื่องยิวอย่างละเอียด ก็ไปหาอ่านของอาจารย์หม่อมเถอะครับ  ยังไม่เคยเห็นหนังสือเล่มใดจะให้ทั้งความรู้และความบันเทิงไปพร้อมๆกันเช่นนี้ เว้นแต่ฝรั่งศักดินา และหนังสืออีกบางเล่มของอาจารย์

ที่ว่าบางเล่ม ก็เพราะบางข้อมูลของอาจารย์ มีความไม่ถูกต้องเหมือนกันครับ ไม่ทราบว่าจะเป็นอารมณ์ขันลุ่มลึกของอาจารย์หรือเป็นการมั่ว เป็นสี่ตีนตยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง บางที่ก็หลอกคนอ่านซะสนิท  กว่าจะรู้ตัวก็หลายปี  เช่นที่อาจารย์เคยเขียนสรุปวิเคราะห์ว่า สมเด็จพระนเรศวรไม่เคยเสวยพริก ด้วยเหตุที่เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ และกว่าจะมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศพ่อค้าทางยุโรป  ก็ล่วงมาถึงรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ

แต่อันที่จริง การค้ามีมาก่อนแล้ว และทหารอาสาโปรตุเกสก็มีมาตั้งแต่ครั้งศึกเชียงกรานแล้ว
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 11:19

 ไม่ยอมวุ้ย คุณถาวภักดิ์ เรียกเราเป็นสาวข้ามรุ่น
คุณ paganini มาเรียกพี่ไม่ด้ายนะ เค้าเข้าก่อนตะเอง 2 รุ่นก็จริง
แต่เค้าสอบเทียบมา 2 เด้ง ม. ต้นที ม. ปลายที มันก็เจ๊ากันนั่นแหละ

วันนั้นเคลิ้มๆ ฟังเสียงไวโอลีนของคุณ paganini ปล่อยให้หนุ่มผู้นิยมเสียงเพลงหลอกลวงเราไป  LIVE msn
อาจารย์เทาชมพูค่ะ อาจารย์จะว่าอย่างไร...เขายังหลอกไม่เลิกเลย หนำซ้ำมาทำไก๋...ผมไม้รู้  ผมไม่รู้
ดิฉันเห็นจะต้องร้องเพลง หนูไม่ยอม หนูไม่ยอม  ก็เพราะเขากระตุ้นต่อมอยากรู้ จนมันทำงาน 24 ชม.
เห็นจะต้องเลียนแบบ “ลัทธิเอาอย่าง” ของคุณ Andreas ในกระทู้ “Winter Wonderland” ซะแล้ว
ต้องติดต่อคุณ Andreas หลังไมค์บ้าง เพราะคุยกับ paganini ยิ่งคุย ยิ่งมืด ยิ่งงงกว่าเดิมอีกค่ะ
*****
คุณถาวภักดิ์ ลงทุนเชียร์อาจารย์หม่อมจนสุดลิ่ม เห็นท่าจะต้องลองอ่านดูบ้าง ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 11:23

 แหม หลานถาวภักดิ์ ผมมิบังอาจจะคิดว่าตัวเองมีความลุ่มลึกแต่อย่าใด เทียบกับปราชญ์ที่มีและที่แล้วมา ผมไม่ถึง นขธุลี ของท่านเหล่านั้นหรอกครับ บังเอิญเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสได้เจอ นักคิดและปัญญาชนหลายๆท่าน จึงกล้ากล่าวเช่นนั้นน่ะครับ

ผมว่าเพชร อยู่ที่ไหนก็เป็นเพชร  แม้อยู่ในตมเพชรก็รู้ตัวเองว่าเป็นเพชร มิต้องไปเปรียบเทียบกับใคร ด้วยเหตุที่เพชรไม่ได้อยากจะเป็นเพชรดังนั้นจึงเป็นเพชร

อาจารย์หม่อมท่านได้เปรียบกว่าเพชรเม็ดอื่นๆตรงที่ท่านมีโอกาสแสดงออกมากกว่า การเขียนหนังสือ การเป็นนักหนังสือพิมพ์ การอยู่ในวงการเมืองทำให้ประชาชนรับรู้ถึงตัวตนของท่านง่ายกว่า จุดเด่นของท่านอยู่ที่ความคมคาย แหลมคม วาทะที่จับใจ เสียดแทง ความมีไหวพริบ และวาทศิลป์

หากแต่บางทีผลของงานเป็นสิ่งบ่งชี้ที่ดีที่สุด

สำหรับผมนับถือท่านในฐานะนักปราชญ์ นักคิด นักเขียน มากกว่า ในแง่นักการเมือง นักบริหาร หรือ การเป็นรัฐบุรุษ

ในเรื่องที่ท่านชอบมั่ว อันนี้พวกเราไม่ถือครับ เพราะท่านเขียนหนังสือเหมือนกับผู้ใหญ่เล่าเรื่องให้ลูกหลานฟัง มีแต่งเติม มีใส่สีเป็นเรื่องธรรมดา ท่านเองก็ไม่ได้กล่าวอ้างว่างานท่านเป็นงานวิชาการแต่อย่างใด

ปล. คุณพี่ Nuchan ไม่ได้เป็นของผมแต่อย่างใด หลานอ้างงี้เดี๋ยวผมโดนเตะนะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 13:00

 1. คุณถาวภักดิ์คะ ตกลงทราบไหมคะว่าหนังสือดอกรัก สัตว์แสนรู้ มันเป็นแบบเรียนในห้องเรียนหรือเปลาค่ะ
2. หนังสือของอาจารย์หม่อม เล่มไหนที่แย่ที่สุดค่ะ (ถามแบบมีจุดประสงค์)
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 13:24

 1.เข้าใจว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาครับ อย่างน้อยก็สำหรับโรงเรียนผมในช่วงนั้น  เพราะเข้าใจว่าครูไม่เคยบังคับให้อ่าน(หรือบังคับแล้วผมเอาหูทวนลมก็จำไม่ได้แล้ว)  ผมไปค้นเจอ นั่งอ่านเองเอาวันสุดท้านก่อนจะปิดเทอมใหญ่  เลยอ่านได้ไม่จบ  อารมณ์ค้างมาจนทุกวันนี้

2.ตอบแล้วไงครับ คือ ในห้วงมหรรนพ แต่ก็เป็นเพียงความเห็นของผมเท่านั้นนะครับ  หลายๆท่านที่ชอบอะไรที่ดูฉลาดๆ เพราะอ่านแล้วตัวเองเกือบรู้เรื่อง อาจยกย่องว่าเป็นที่สุดของที่สุดก็ได้ครับ

เชลียร์(นี่ก็ศัพท์ของอาจารย์ มาจากเลีย+เชียร์)อาจารย์มากไปเดี๋ยว เดี๋ยวถูกหมั่นไส้  ขอดึงลงมานิดหนึ่งด้วยข้อตำหนิติติงจากนักวิจารณ์อีกข้อว่า  การเขียนนิยายของอาจารย์อย่าง ไผ่แดง หรือ หลายชีวิต เชื่อว่าอาจารย์นำเคร้าโครงบางอย่างมาจากวรรณกรรมต่างประเทศ แต่อาจารย์ไม่ได้ระบุบอกไว้ จึงถูกจวกว่าลอกเลียน  กาเหว้าที่บางเพลงก็มาจากนิยายวิทยาศาตร์คลาสสิกของอังกฤษ ที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาอย่างน้อย 2 ครั้งแล้ว  แต่เรื่องนี้ รู้สึกว่าอาจารย์บอกไว้ก่อนนำลงในคอลัมน์ซอยสวนพลู
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 13:33

 หากชอบการมองพระพุทธศาสนาในเชิงปรัชญา  อยากเชิญชวนให้อ่านที่อาจารย์แปล Johnathan Livingston Seagull ของ Richard Bach ครับ  จะรู้เรื่องและเพลิดเพลินกว่าในห้วงมหรรณพหลายขุม  แต่ระดับคุณพี่ Nuchan คงเคยอ่านฉบับภาษาอังกฤษมาแล้วกระมังครับ  ต้องแนะนำให้อ่านเล่มถัดมาแทนชื่อ Illusions
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 21:11

 "หลายๆท่านที่ชอบอะไรที่ดูฉลาดๆ เพราะอ่านแล้วตัวเองเกือบรู้เรื่อง อาจยกย่องว่าเป็นที่สุดของที่สุดก็ได้ครับ"

คุณถาวภักดิ์ปากจัดจริงๆ  จิกใครบ้างก็ไม่ทราบ แต่ดิฉันรู้สึกว่าอุ้งเล็บของคุณเฉี่ยวหลังดิฉันไปด้วย
เพราะเพิ่งบอกว่าบางเรื่องในห้วงมหรรณพ อ่านแล้วสนุกมาก ในขณะที่คุณเห็นเกือบตรงกันข้าม
**************************************
เรื่องที่ถูกโจมตีว่าไปเอาของนักเขียนคนอื่นๆมา อย่างไผ่แดง หลายชีวิต  กาเหว่าที่บางเพลง
ขอยกเว้นเรื่องท้ายไว้ก่อน   พูดถึง ๒ เรื่องแรก

การลอกเลียน กับการได้อิทธิพลมาจากผลงานประพันธ์ของคนอื่นเป็นคนละเรื่องกัน
วัดกันง่ายๆ ว่า ถ้าลอกเลียน ก็ไม่มีอะไรใหม่ของตัวเอง ไม่ได้สร้างสรรค์เพิ่มเติมในผลงานของตน   ไม่มีรายละเอียดที่ค้นคว้าด้วยตัวเอง ไม่มีคุณลักษณะเฉพาะของตนเอง

เป็นแค่ก๊อปปี้มาแล้วอาจจะเปลี่ยนชื่อตัวละครหรือฉากในเรื่องนิดหน่อยจากเมืองนอกเป็นเมืองไทย  

แต่ความคิดสำคัญ โวหาร ลีลาการแต่ง เอาของเขามาหมด
แบบนี้ถือว่าน่าตำหนิ

แต่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไม่เคยทำเช่นนั้น   ไผ่แดงไม่ได้ลอก The Little World of Don Camillo มา  
แต่ว่าเอา "เค้า"มา  แล้วมาสวมวิญญาณของไทยเข้าด้วยฝีมือของท่าน  อย่างแนบเนียน

หลายชีวิต ก็มีรสชาติแตกต่างจาก The Bridge of San Luis Rey เหมือนกินต้มยำต่างจากซุป  แม้ว่ามันเป็นอาหารชนิดน้ำเหมือนกัน
ความแตกต่างนี้เอง เป็นตัวบ่งชี้ฝีมือของนักเขียน

กะแค่เค้าโครงเพียงว่าตัวละครหลายตัวมาจบชีวิต ณ ที่เดียวกัน  ไม่ได้ทำให้ตัวละครอย่างไอ้ลอย พระเสม พรรณี ทองโปรย ฯลฯ กลืนหายกลายเป็นผลงานของฝรั่งไปได้
พวกเขาก็ยังเป็นคนไทยในชนบทล้วนๆเมื่อประมาณ ๕๐-๖๐ ปีก่อน
ไม่ได้เป็นฝรั่งไปได้  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 21:21

 คงต้องโยงเข้าหาบริบททางวัฒนธรรม...
(ขอใช้ภาษาของนักวิชาการ โรยหน้าไว้หน่อยเถอะค่ะ)

พูดง่ายๆแบบชาวบ้านคือขออธิบายความนิยมของคนไทยในสมัยม.ร.ว. คึกฤทธิ์เขียนหนังสือ
และย้อนไปก่อนหน้านั้นจนถึงรัชกาลที่ ๕
คนอ่านไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบเรื่องแปล    เห็นว่าเหม็นนมเหม็นเนย  ที่ติดมาในบรรทัด
อาจจะมีส่วนน้อยที่ชอบ เช่นพวกนักเรียนนอกด้วยกัน

เมื่อ "แม่วัน" แปล "ความพยาบาท" ท่านก็ต้องปรุงรสเรื่องนี้ด้วยขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูด หลายอย่างเพื่อกลบรสชาติฝรั่ง
ให้คนอ่านไทยบริโภคได้ง่าย
เช่นพระเอกพูดกับนางเอก ก็เรียก "แม่นินนาจ๋า" แทนที่จะเรียกว่า My Dearest Nina

อีกอย่างในสมัยนั้นเป็นสมัยที่คนไทยยังไม่รู้จักปัญหาลิขสิทธิ์    แม้เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อนถึงรู้จักแล้วก็ยังไม่เคร่งครัดอยู่ดี  
การแปลหรือดัดแปลงมาเขียนให้อ่านกันถือเป็นเรื่องปกติในวงการหนังสือ   ไม่ต้องขอลิขสิทธิ์ให้ยุ่งยาก ใครใคร่แปลก็แปล
ส.น.พ.บางแห่งถึงกับตัดประเด็นไม่บอกว่าแปลเสียด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าจะขายไม่ได้
มันตรงกันข้ามกับความนิยมในสมัยนี้  ที่เป็นยุคทองของวรรณกรรมแปล

เมื่อมองข้ามความเป็นไปทางสังคม เอาความเข้าใจในปัจจุบันไปวัดอดีต
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์จึงถูกโจมตีด้วยประการนี้
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 21 ธ.ค. 05, 22:03

 นั่นนะสิคะอาจารย์ คอมเมนท์ที่ดิฉันได้รับมา บางกระแสเขาแนะนำว่าให้อ่านห้วงมหรรณพ
พอคุณถาวภักดิ์ให้ความเห็นในเชิงไม่ชอบ ดิฉันจึงถามย้ำ

คงต้องสรุปโดยใช้ประโยคหากินของอาจารย์ว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" จริงๆด้วยค่ะ
ถ้าเล่มไหนตรงกัน ก็อ่านก่อน ถ้าเล่มไหนเสียงแตก จับไว้อ่านสุดท้าย!!
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 22 ธ.ค. 05, 10:50

 แฮ่ กราบขอขมาที่ตักอย่างงามครับ ท่านอาจารย์เทาผู้แสนโสภาทั้งกายและใจ  กลอนมันพาไปครับ แหะๆ  สันดานปากเปราะนี่แก้ไม่หายสักที  พอกด post ไปค่อยนึกได้ว่า จะเป็นที่ระคายเคืองอาจารย์แสนสวยของพวกเราแหงๆ  แหม ถ้ามีปุ่มให้แก้ได้ก็ทำไปแล้วละครับ

แต่อย่างไรอาจารย์เทาผู้ทั้งแสนสวยทั้งแสนใจดี แสนน่ารักอย่างนี้คงไม่ถือโทษผมกระมัง ผมก็กระเปิ๊บกระป๊าบให้อาจารย์ดูมาหลายรอบแล้ว ท่านก็เมตตาอภัยให้ทุกครั้ง ขอถือโอกาสกราบงามๆที่ตักของอาจารย์คนงามอีกครั้ง เพื่อขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ไม่ถือผมจริงๆจังๆโทษสักกะที

อย่างน้อยด้วยความเป็นสาวเทวาลัยแสนงาม คงจะคุ้นเคยกับเหล่าพันธุ์ปากเปราะที่สิงสู่อยู่แถวสามแยกปากหมากระมังครับ

อันที่จริงที่กล่าวไว้เกี่ยวกับในห้วงมหรรณพนั้น นึกถึงตนเองมากกว่าคนอื่นครับ เพราะเมื่อแรกอ่าน ผมยังมีทัศนคติเห็นของยากเป็นของดี ได้อ่านอะไรทำนองนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองฉลาด เก่งกว่าคนอื่น  หากภายหลังทัศนคติดังกล่าวก็เปลี่ยนไปด้วยบารมีและความเมตตาของครูบาอาจารย์ที่กราบไหว้บูชาสุดใจอย่างเชื่อมั่นในความเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐของท่าน  แต่ก็ยังโง่อยู่มาก จึงพยายามด่าตัวเองบ่อยๆดังว่า แฮ่ ครั้งนี้ดังไปหน่อย ทำชาวบ้านสะดุ้งไปทั้งคุ้งน้ำเลย
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 22 ธ.ค. 05, 12:36

 ครับ ที่อาจารย์เทาเมตตากล่าวแก้ข้อกล่าวหาจากผู้ติติงอาจารย์หม่อมนั้น ผมเห็นด้วยทุกประการครับ  เปล่าประจบนา  มีความคิดนี้อยู่ในใจดวงน้อยๆแสนซื่อนี้มานานแล้ว  ด้วยทึ่งในความเป็น"ตาดูดาว เท้าติดดิน"ของอาจารย์หม่อมนักหนา  เพียงแต่ไม่เอ่ยออกมาในครั้งเดียว  เกรงชาวบ้านจะเอียน

อาจารย์หม่อมต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานมาก ตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่มเต็มตัว แต่อาจารย์กลับมาคลุกคลีตีโมงกับชาวบ้านอย่างถึงแก่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นในหลายๆงานเขียนของอาจารย์ เช่นในหลายชีวิต ที่อาจารย์หม่อมบรรยายความรู้สึกนึกคิดของผู้คนต่างอาชีพต่างระดับของสังคม โดยเฉพาะในระดับคนธรรมดาสามัญ ชาวนาชาวสวน หมอแผนโบราณ หรือแม้แต่ผู้หญิงขายตัว ราวกับไปนั่งเขียนนั่งดูในหัวใจของคนเหล่านั้น

เพราะเหตุนี้กระมังที่อาจารย์หม่อมสามารถสร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์หนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่แม้มี ส.ส.เพียงหยิบมือเดียว ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ บริหารบ้านเมืองได้นานนับปี ผลักดันนโยบายหลายๆประการออกมาเป็นรูปธรรมอย่างได้ผล และยังส่งอิทธิพลผลพวงมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ไม่ทราบคุณพี่ Nuchan แสนสวย เคยอ่านหลายชีวิตหรือยังครับ (แฮ่ สารภาพครับว่าประจบหาพวก เผื่อเจอโทษหนักจะได้มีคนเมตตาส่งข้าวส่งน้ำ นะจ๊ะ คุณพี่ Nuchan จ๋า)

นี่ก็เป็นอีกเล่มที่ไม่ควรพลาด และควรรีบอ่าน  นอกจากชีวิตความเป็นอยู่ที่อาจารย์สามารถนำมาตีแผ่ได้อย่างละเอียดละออทุกเม็ดแล้ว  สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่าคือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในแต่ละสภาวะ อย่างไม่เคยปรากฎในวรรณกรรมของไทยใดๆมาก่อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 22 ธ.ค. 05, 12:46

 เอ้อ คุณถาวภักดิ์คะ  ไม่จำเป็นต้องขอโทษขอโพย ถึงกับต้องมากราบตักหรอกค่ะ
แค่บอกว่าคุณไม่ได้จิกดิฉัน  ก็พอใจแล้ว

แต่ถ้าคุณถาวภักดิ์ผู้เคยเป็นเด็กดีประจำสามแยกแห่งนั้นมาก่อน
จะกราบให้ได้จริงๆละก็   ดิฉันก็จะขอยืมตักคุณ paganini มาให้กราบแทนดีกว่าค่ะ
เชื่อว่าแกคงไม่ขัดข้อง  แกก็อาศัยอยู่เลยสามแยกไปไม่กี่มากน้อย  เรียกว่าคนคุ้นๆกัน ไม่ใช่คนอื่นไกล  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง