เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
อ่าน: 15984 หิมะแรก
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 13 ธ.ค. 05, 03:25

 ขอกราบแสดงความยินดีกับอาจารย์เทาชมพูด้วยค่ะ อากาศหนาวๆแบบนี้ เวลาออกนอกบ้านต้องพันคอให้อบอุ่นนะคะ ถ้าเริ่มเจ็บคอก็ดื่มชา Chamomile อุ่นๆทั้งวันเลยค่ะ ชา Chamomile นี่สารพัดประโยชน์มากๆ และหาซื้อง่ายด้วยค่ะ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตไหนๆก็มี

รูปสวยจังเลยค่ะอาจารย์ ท้องฟ้าก็ฟ้าได้ใจจริงๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 13 ธ.ค. 05, 11:29

 ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะคุณนนทิรา
ที่นี่อากาศแห้ง  ทำให้ระคายคอ   เวลานอนก็ต้องเปิดเครื่องทำความชื้น (Humidifier)  ไม่งั้นตื่นมาคอจะแห้งเจ็บ
ออกไปข้างนอกต้องสวมเสื้อคอปิดมิดชิด   หรือพันคออย่างที่ว่ามาละค่ะ  คอเป็นจุดอ่อนจริงๆด้วย
ส่วนดีคือไม่มีเหงื่อ    แม้แต่ในฤดูร้อนที่อุณหภูมิขึ้นถึง 80 F.
สวมเสื้อผ้าซ้ำๆกันได้

ขอเล่าถึงเรื่องที่คนไทยชอบทำกันตอนไปเมืองนอก
คือช็อปปิ้ง

ภาพนี้เอามาจากเน็ต  ทิวทัศน์นอกเมืองเป็นทุ่งหญ้าแบบนี้ละค่ะในฤดูหนาว
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 13 ธ.ค. 05, 11:59

 รูปสวยมากค่ะ ดูสงบ แต่อ้างว้าง

ดิฉันคุ้นเคยกับการอาศัยในเมืองที่มีประชากร 7 แสนคน อยู่หลายปี
พอไปเรียนที่เมืองมหาวิทยาลัยซึ่งมีประชากร 5 หมื่นคน (ครึ่งคือนักศึกษา)
ช่วงฤดูหนาวนักเรียนไทย และฝรั่งกลับบ้านกันหมด เมืองทั้งเมืองยังกะเมืองร้าง แคมปัสไม่มีคน

คริสต์มาสอีฟ ปีนั้นหดหู่เหลือเกิน ความเหงาเป็นศัตรูตัวฉกาจ เห็นหิมะตก แล้วขวัญผวาอีกหลายปี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 14 ธ.ค. 05, 14:39

 ใครมาเดินที่ศูนย์การค้าในเมืองนี้อาจจะตกใจว่าทำไมมันว่างเปล่านัก  ผู้คนโหรงเหรง
ผิดกับซูเปอร์มาเก็ตที่ผู้คนมาจับจ่ายซื้อของกันคึกคักกว่ามาก
ไม่ใช่ว่ามันเป็นเมืองเล็ก แล้วคนแห่ไปเมืองใหญ่
เคยไปเดินในเมืองใหญ่ ก็พอๆกันละค่ะ

ตอนนี้ร้านรวงกำลังตกแต่งรับคริสต์มาส    แต่เมื่อเทียบกับของไทยแล้ว   ห้างใหญ่ๆในกรุงเทพตกแต่งสวยกว่าเยอะ

ชาวบ้านแถวนี้ไม่ค่อยซื้อเสื้อผ้ากันนัก  กี่สิบปีแฟชั่นก็ไม่เปลี่ยน   ของยืนพื้นคือกางเกงยีนส์  
100 คนที่เจอ นุ่งกางเกงยีนส์เสีย 99 คน ทั้งชายหญิง  อีกหนึ่งที่ยกเว้นคือคุณยายอายุไม่ต่ำกว่า 80 เธอถึงจะนุ่งกางเกงแบบสแลค

เสื้อประจำของเขาก็คือเสื้อยืดในหน้าร้อนและเสื้อไหมพรมถักในหน้าหนาว  มีเสื้อสกีแจ็กเก็ตผ้าร่ม ซับในหนา ทับอีกที ถ้าอากาศหนาวจัด
แฟชั่นสวยๆอย่างบ้านเราไม่ค่อยมี
ผู้หญิงในเมืองนี้ไม่แต่งหน้าและไม่ทำผม  ซอยก็ซอยเฉยๆ  หรือปล่อยยาว  มัดไว้ง่ายๆ

แต่คนอเมริกันชอบแต่งบ้าน  ร้านขายของแต่งบ้านเปิดกันหนาตา  เช่นเดียวกับร้านหนังสือ
ของแต่งบ้านรับคริสต์มาสวางขายกันเต็มไปหมด  เช่นเดียวกับของขวัญ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 00:41

 เมื่อวานไปเดินเล่นในศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ในเมือง Boulder ชื่อ Fortiron (อ่านว่าฟอร์ตไออ้อน หรือจะกระดกลิ้นให้คล้ายฝรั่งกว่านี้ ก็เป็นฟอร์ตไอเอิ้น)



ศูนย์การค้าที่นี่มักจะอยู่นอกเมือง   ไกลออกไปจากตัวเมืองหลายไมล์พอสมควร  ไม่มาตั้งสง่าอยู่กลางเมืองอย่างสยามพารากอน

เขาจะสร้างในเนื้อที่กว้างขวางมาก  มีอาคารเตี้ยๆและยาวแบบเดียวกับเทสโกโลตัส  หลายอาคาร   พร้อมลานจอดรถขนาดมหึมา



เนื้อที่ข้างในยาว เป็นสองชั้น  แบ่งเป็นร้านรวงเป็นห้องๆไป เหมือนในศูนย์การค้าเซนทรัลปิ่นเกล้า

สินค้ามักจะเป็นแบรนด์เนมของใครของมัน    อย่างร้าน Victoria's Secret ที่ได้ข่าวว่ามาเปิดในเมืองไทยก็มี  

เป็นเสื้อผ้าและชั้นในของผู้หญิง   สีชมพูสว่างโร่บาดตาไปทั้งร้าน
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 00:44

 คอมป์ฟื้นแล้วหรือค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 00:49

 ร้านในอเมริกานี่เดินช็อปเท่าไร  คนไทยอย่างดิฉันก็ซื้ออะไรไม่ได้สักที
มีอุปสรรคหลายประการ อย่างแรกคือเสื้อผ้าหน้าหนาวนั้นเอาไปใช้ในเมืองไทยไม่ได้
อย่างที่สอง size ของเราต้องเข้าร้านที่เขามีเสื้อผ้าสำหรับคนโครงร่างเล็ก และเตี้ยแบบเอเชีย เรียกว่า petite  
ถ้าเป็นไซส์ทั่วไปของชาวอเมริกัน  ใหญ่เกินกว่าจะใส่
สามคือสไตล์ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรา    เขาช้ากว่าเราประมาณปีหนึ่งหรือสองปีเห็นจะได้
อะไรที่สาวๆบ้านเราเลิกใส่ไปแล้วว่าเชย  ที่นี่กำลังฮิท
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 00:58

 กำลังวัดดวงกับคอมพ์ดูค่ะคุณ Nuchan  อยู่ดึกตามเคยนะคะ
กำจัดออกไป ๑ โปรแกรมที่เดาว่าทำให้เครื่องรวน  ถ้าไม่ใช่ก็แปลว่าเจอไวรัสเข้าจริงๆ

อาคารที่เดิน มันกว้างและยาวมาก   เดินไปเดินมารู้สึกว่าเราคงเดินมาเกือบสองไมล์แล้วมั้ง ก็เลยลงนั่ง ดูคนเดินไปมาว่าเขาแต่งตัวกันยังไง

Boulder เป็นเมืองใหญ่กว่าเมืองที่ดิฉันอยู่  และเป็นเมืองเศรษฐี   มีธุรกิจกลางเมืองที่ดูคึกคัก
ผู้คนที่นี่จึงดูแต่งตัวทันสมัยกว่า     สาวๆที่หุ่นเพรียวสูงและแต่งตัวเท่แบบสาวออฟฟิศ เดินผ่านไปมากันหลายคน
แต่ถ้าเทียบหุ่นและการแต่งตัวดี   สาวกรุงเทพกินขาด

คนอเมริกันส่วนใหญ่ที่ดิฉันเห็นที่นี่  ล้วนน้ำหนักเกินมาตรฐาน   ไมใช่เกินแค่ ๕ - ๖ กิโลอย่างบ้านเรา  แต่เกินสัก ๕๐ กิโลได้
อ้าว ไม่ได้พูดเล่นนะคะ   คนอเมริกันมีโครงร่างสูงก็จริง แต่ส่วนกว้างก็ขยายใหญ่เสียจนน่าตกใจเหมือนกัน
ดิฉันกะๆด้วยสายตาว่าคนที่หนักเกิน ๑๐๐ กิโล มีกว่า ๕๐% ของคนเดินผ่านไปมาทั้งหมด  เรียกว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่
อย่างในเมืองที่ดิฉันอยู่   ซึ่งเป็นหัวเมืองชนบท  ประชากรที่นั่นน้ำหนักเกินเสีย ๘๐-๙๐ %
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 02:23

ทำไมคนแถวนี้ตัวใหญ่กันนัก คำตอบคืออาหารการกินของเขานั่นเองเป็นสาเหตุ

อาหารฝรั่งที่รัฐอื่นเป็นไงไม่ทราบ   แต่อาหารการกินที่นี่ถ้าออกไปกินตามร้าน จะเจอแต่ฟาสต์ฟู้ดเป็นหลัก
อาจจะอุปาทานของดิฉัน    แต่คิดว่ารสชาติของแม็คโดนัลด์และเคเอฟซีที่นี่  มันและเค็มกว่าในเมืองไทย
โค้กที่นี่ก็น่าจะเรียกว่ากินเป็นถัง มากกว่ากินเป็นถ้วย

รสมันและรสเค็ม เป็นรสหลักของของคาว  ส่วนของหวานนั้นก็หวานจัดๆ  ไอศกรีมที่นี่หวานกว่าเมืองไทย

ผิดกับอาหารไทยซึ่งมีหลายรสในจานเดียว   ข้อสำคัญอาหารไทยของเรามีหลายอย่างที่ไม่มัน
อย่างพวกต้มทั้งหลาย ต้มโคล้ง ต้มยำ ต้มส้ม  และยังมีสมุนไพรประกอบด้วย
มาถึงใหม่ๆ ก็กินต้มโคล้งปลากรอบ ติดกันหลายมื้อ  หอบปลากรอบมาด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 17:52

 อาหารที่เห็นเขากินกันตามร้านนอกบ้าน คือฟาสต์ฟู้ดซึ่งท่วมท้นล้นไปด้วยแป้งและเนื้อสัตว์หนักๆอย่างเนื้อวัว
ส่วนเนื้อหมูไม่เป็นที่นิยม
ไก่ถ้าไม่ชุบแป้งทอดหนาเตอะ ก็อบด้วยเนย  กินด้วยเลี่ยนมาก
กินกับโค้กถ้วยใหญ่
ของหวานก็ไอศรีมที่อุดมไปด้วยครีม
ผักมีนิดเดียว  แล้วยังราดน้ำสลัดข้นๆแคลอรี่สูงอีกด้วย

สิ่งที่น่ายินดีคืออาหารไทยจัดเป็นอาหารชั้นดีของคนอเมริกันที่นี่ไปแล้วในตอนนี้
แซงหน้าอาหารจีนก็ว่าได้

ในเมืองเล็กๆที่ดิฉันอยู่ก็มีร้านอาหารไทยมาเปิด ๒ ร้าน   เมืองใกล้เคียงก็มีอีกเมืองละสองสามร้าน  
แทบจะเรียกได้ว่าอาหารไทยแพร่ขยายไปทั่วไม่ว่าเมืองเล็กเมืองน้อยแค่ไหน

แต่รสชาติอาหารไทยในอเมริกาต้องปรุงให้ถูกปากฝรั่ง  มันเลยไม่เหมือนอาหารไทยในเมืองไทย
เคยไปกินที่ร้านหนึ่ง  ก๋วยเตี๋ยวราดหน้ารสหวานทีเดียว
อาหารไทยที่นี่ใส่รสหวานนำหน้ารสอื่น   รองลงมาคือมันและจืด  เปรี้ยวแทบไม่มีเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 17:57

 ช่วงนี้ผู้คนกำลังต้องรับคริสต์มาสกัน เป็นเทศกาลใหญ่ประจำปี
ร้านรวงต่างๆขายกันแต่ของคริสต์มาส  อย่างพวกของขวัญ เต็มไปหมดทุกประเภท

คริสต์มาสที่นี่ไม่ครึกครื้นเหมือนการฉลองคริสต์มาสในบ้านเรา
ที่ออกไปเฮฮาเที่ยวเธคเที่ยวผับ หรือกินตามร้านอาหารนอกบ้าน

วันคริสต์มาสของเขาเป็นวันที่เมืองเงียบเหงาเหมือนเมืองร้าง  ผู้คนเข้าบ้านฉลองกันในครอบครัวและเครือญาติ
นักเรียนไทยที่เหลือตกค้างอยู่ในเมือง ไม่กลับบ้าน ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ  ไม่รู้จะไปไหน
ถ้าไม่มีเพื่อนให้จับกลุ่มกันละก็   จะเป็นวันที่เหงาที่สุดวันหนึ่งในรอบปี   ขับรถออกไปตามถนนก็ว่างเปล่าผู้คนแทบไม่มีให้เห็น
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 16 ธ.ค. 05, 17:59

 ตื่นเช้าจังเลยค่ะ หรือว่ายังไม่เข้านอนคะ เกือบตี 4 แล้วมั้ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 17 ธ.ค. 05, 12:30

 ดิฉันนอนไม่ค่อยเป็นเวลาค่ะ

มาเล่าต่ออีกเรื่องหนึ่ง  คือเรื่องมาขุดทองที่อเมริกา

อเมริกาเป็นดินแดนในความฝันของหนุ่มสาวจากหลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนากันน้อย
พวกเขาแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า จากรายได้ที่ดีกว่า ในอเมริกา  
แม้ว่าเป็นงานแรงงานอย่างคนงาน ก็ยังได้ค่าตอบแทนดีกว่าอาชีพมีเกียรติในประเทศเขาเสียอีก
สามารถตั้งหลักปักฐาน มีบ้าน มีรถได้ ตั้งแต่เริ่มทำงาน เมื่อทำไปนานๆก็มีเงินประกันสังคมเลี้ยงชีพในยามชราเสียอีก

ความใฝ่ฝันที่จะแสวงหาโชคลาภทำนองนี้ คนไทยเรียกว่ามาขุดทอง  ฝรั่งเรียกว่า American Dream   ทำให้อเมริกาเป็นประเทศที่ต้องกลั่นกรองการขอวีซ่า และตรวจคนเข้าเมืองกันอย่างเข้มงวดที่สุดในโลกก็ว่าได้
เพราะเขากลัวว่าจะเข้ามาแล้วไม่ยอมกลับ   ล่องหนหายตัวไปลักลอบทำงานในประเทศเขา   แย่งงานคนในประเทศ และอาจจะหลบเลี่ยงภาษีอีกด้วย  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 17 ธ.ค. 05, 12:37

 แต่เดี๋ยวนี้การลักลอบเข้ามาทำงานทำได้ยากแล้ว  ต่อให้ได้วีซ่าเข้าประเทศ และผ่านด่านตรวจมาได้ก็เถอะ
เพราะเขาไม่ออกเลข social security number ให้คนต่างชาติอีก

เลขนี้คือเลขผู้เสียภาษี     เมื่อก่อนใครขอก็ได้   แม้ว่าไม่มีภาษีจะต้องเสีย เพราะไม่ได้ทำงาน
คืออยากขอก็ไปขอมาไว้โก้ๆ  เอามาเก็บไว้เฉยๆ ส่วนคนทำงานทุกคนต้องมีเลขโซเชียลนี้แจ้งให้นายจ้างรู้เมื่อเข้าทำงาน
เดี๋ยวนี้ทางการเขาไม่ออกให้แล้ว นอกจากพลเมืองอเมริกัน

ถ้านักเรียนไทยคนไหนอยากจะไปลักลอบทำงาน หารายได้พิเศษ  ก็จะอด  เพราะไม่มีเลขโซเชียลไปยืนยัน
จะมั่วตัวเลขก็ไม่ได้ เพราะระบบเขาเป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
ถ้าไม่มีเลข  แต่นายจ้างยังรับเข้าทำงาน ด้วยความเมตตาหรืออยากได้แรงงานราคาต่ำ   ก็คือผิดกฎหมายทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
โดนจับได้เมื่อไรนายจ้างโดนปรับแทบจะล้มละลายเลยทีเดียวละค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30780

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 19 ธ.ค. 05, 06:02

 วันนี้เป็นวันอาทิตย์    ไม่ได้ออกไปไหน  ตั้งแต่เช้าหิมะปลิวลงมาอีกแล้วไม่ขาดสาย แต่ยังดีว่าเป็นละอองเบาๆ และไม่มีลม   ถ้ามีลมละก็หนาวเยือกเข้ากระดูก
ลองเปิดประตูออกไปรับอากาศหนาวว่าแค่ไหน    เย็นยะเยือกเหมือนอยู่ในช่องฟรีซไม่มีผิด    ต้องรีบปิดประตู

คนอเมริกันในเมืองนี้  ถ้าอยู่ในบ้านเขาก็เปิดทีวีดูกัน   ช่องที่เขาดูกันมากคือพยากรณ์อากาศ   เพราะมันจำเป็น
จะเดินทางไปเมืองไหนก็ต้องดูว่าถนนหนทางปิดเพราะหิมะตกหนักหรือเปล่า   จะขึ้นเครื่องบิน  จะไปเล่นสกี  ขึ้นภูเขาท่องเที่ยว   ต้องรู้เรื่องอากาศเป็นอันดับแรก
นักเรียนไทยกลุ่มหนึ่งในเมืองนี้หนีหนาวไปเที่ยวฟลอริดากันแล้ว     เห็นว่าจะไปดิสนีย์เวิร์ลด์กัน     คงไปเจอฝนที่โน่น  ฝนเข้าฟลอริดาทั้งเหนือและใต้  
นี่ก็ดูจากพยากรณ์อากาศค่ะ

ทีวีที่นี่มีหลายสิบช่องแบบยูบีซีของเรา    มีอยู่หลายช่องที่เอาหนังเก่าๆมาฉาย  
เลยได้ดูหนังเก่าแก่ ขาวดำก็มี   เป็นหนังสีแต่ในชีวิตจริงพระเอกนางเอกแก่ตายไปแล้ว
หรือปลดเกษียณไปนานแล้วก็มี

Pride and Prejudice เวอร์ชั่นขาวดำที่เกรีย การ์สันเล่นก็มีฉายให้ดูค่ะเมื่อคืนนี้
เป็นยุคที่พระเอกหล่อนางเอกสวยบาดใจ  แต่งตัวยุครีเจนซี่ได้สวยมาก

มีช่องหนึ่งเขาเอาหนังในอดีตของดาราดังมาฉายติดต่อกันหลายเรื่อง เป็นชุด
อย่างชุดของเอลวิส เพรสลีย์ก็มีตั้งแต่บลู ฮาวาย  จีไอบลูส์  ฯลฯ  สมัยที่เอลวิสโด่งดังเป็นพลุ
เรียกว่าดูกันเพลินไม่ได้นอนกันค่อนคืน

เมื่อเช้านี้มีหนังของเม็ก ไรอันมาให้ดูค่ะ  เรียงต่อกันหลายเรื่อง
แต่ดิฉันดูได้ ๒ เรื่องเท่านั้นก็พอแล้ว  เพราะเคยดูมาหลายครั้ง

ตอนที่กำลังพิมพ์นี่ เปิดดูทอมครูซ ไปพลางๆ

ที่เล่ามานี่เพื่อบอกว่าความบันเทิงของคนอเมริกันที่นี่ เขาปนกันทั้งหนังปัจจุบันและอดีต
ทำให้ดาราเก่าๆ ยังอยู่ในความทรงจำของคนดูเสมอ   ไม่ใช่ว่าพ้นยุคไปแล้วก็สาบสูญไม่มีใครรู้จัก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง