เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 8158 เรื่องเผ็ดๆ
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
 เมื่อ 20 พ.ย. 00, 19:00

สืบเนื่องมาจากกระทู้ ต้มยำ เกรงจะออกนอกเรื่องไปคุยกันเรื่องพริก  
เลยขอมาตั้งกระทู้ใหม่เลยนะคะ  หวังว่าคงไม่เป็นการเลยเถิดขอบเขตของ เรือนไทย
ไปนะคะ  เอาเป็นว่า ลงเรือนไปเก็บพริกมาตำนำ้พริกกินกันละกัน


/>
พริกที่ได้ชื่อว่าเผ็ดที่สุดในโลก คือ ฮาบาแนโร่(Habanero -
ไปเช็คตัวสะกดมาแล้วนะคะ)  ฮาเบแนโร่(สำเนียงลูกทุ่งมะกัน)นั้น  มีอย่างสีแดง
และอย่างสีส้ม  สีแดงนั้นเผ็ดกว่า  แต่สีส้มสวยกว่า  ดิฉันเคยปลูกอยู่  
แล้วต้นมันแผ่ออกแบบสนฉัตร  สวยกว่าในรูปอีกค่ะ  แล้วเม็ดมันก็สวยมาก  
คล้ายดอกโคมจีน  แต่เผ็ดสิ้นดีเลยค่ะ  
ขนาดปลูกแค่สีส้มยังเผ็ดจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเลยค่ะ  
เลยเลิกปลูกไปหลายปีแล้วค่ะ



วิธีที่เอามาใช้วัดความเผ็ดนั้น
  คิดค้นขึ้นมาโดย คนที่ชื่อ วิลเบ้อร์ สโกวิล เมื่อปี คศ 1920 เศษๆ  
โดยใช้คนนี่แหละค่ะ  มาชิมพริกแล้วให้คะแนนความเผ็ด  
จากนั้นก็เอาพริกไปบดเติมนำ้ในห้องทดลอง  โดยจะนับนำ้ที่เติมเป็นหยดๆ  
แล้วให้คนชิมไปเรื่อยๆ  จนกว่าความเผ็ดจะเจือจางไปจนจับไม่ได้  
โดยใช้คนชิมหลายๆคน  แล้วเฉลี่ยการประมาณออกไป  ต้องเติมนำ้ไปกี่หยด  
ก็เรียกว่า  เท่านั้นเท่านี้ หน่วยสโกวิล  แต่วิธีอย่างนี้  
คงเปลืองอาสาสมัครน่าดู  ต่อมาเค้าก็ใช้วิธีที่มันแน่นอนขึ้น  
โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่าHigh performance liquid chromatography (HPLC)  
มันจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ  ทราบแต่ว่า  
เขาเอาพริกไปตากแห้งแล้วสะกัดเอาสารที่ทำความเผ็ด  คือ capsaicinoids
แล้วเอาไปใส่เครื่องวัดดูว่ามีสารนี้กี่ส่วนต่อล้านส่วน  
เข้าใจว่าเครื่องทำงานโดยอาศัยหลัก Spectroscopy ที่วิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมี
  แต่ก็ไม่แน่ใจนะคะว่าจะใช่หรือไม่  



พริกฮาเบแนโร่ สีส้ม  
วัดด้วย HPLC ได้ค่าออกมา ประมาณ สองแสน สโกวิล
(ตัวเลขล่าสุดจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก)  อย่างสีแดงได้ค่า 577,000 สโกวิล  
พริกที่เค้าเรียกว่าเป็นพริกขี้หนูทั้งหลายของไทยนั้น  เค้าวัดได้  
50,000-100,000 หน่วยสโกวิล



แต่ความเผ็ดของพริกนั้น  
นอกจากขึ้นอยู่กับพันธุ์แล้ว  ยังขึ้นอยู่สภาพดินฟ้าอากศที่ปลูกอยู่มากด้วย  
จึงจะนับเอาความเผ็ดตามตัวเลขแน่นอนคงตัวไม่ได้  เช่น พริก ฮาลาเพโน่(jalapeno)
นั้นมีตั้งแต่ที่เผ็ดแค่ 4000 ไปจนถึง 50,000 หน่วยสโกวิล


/>
พริกมีกำเนิดในทวีปอเมริกา  มาตั้งแต่สมัย 7000 BC แล้ว  เมื่อคริสโตเฟ่อร์
โคลัมบัส ไปทวีปอเมริกา  นอกจากสึกว่าชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองคือ คนอินเดียแล้ว
  เขาก็นึกว่า  ต้นพริก  เป็นพืชอย่างเดียวกันกับ พริกไทย(black pepper หรือ
pepper)  สมัยนั้น  พริกไทยในยุโรปมราคาแพงกว่าทองคำโดยนำำ้หนักทีเดียว
/>


เข้าใจว่า  ชาวยุโรปเป็นผู้นำ พริก เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย  
หลังจากที่โคลัมบัสนำพริกกลับไปปลูกในยุโรปแล้ว


/>
เย็นนี้จะกลับทำส้มตำมะละกอ กับ ข้าวเหนียวไก่ย่าง ดีกว่า  
เชิญทุกคนมาร่วมวงโจ้ด้วยกันนะคะ  อิอิ
src='http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/reurnthai164x00.jpg'>
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30953

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 09:40

ต้นสวยจังค่ะ  เห็นแล้วน่าปลูกไว้ดูเล่น
เอาหมูน้ำตก กับลาบ แยกพริกต่างหาก  มาวางให้คุณพวงร้อยด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ทิด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 11:25

เผ็ดขนาดนี้น่าจะเอามาปลูกเมืองไทยกันบ้างนะครับ ท่าทางจะถูกปากคนไทยไม่น้อยเลย
โดยเฉพาะแม่พี่สาวซาดิสม์ของผมนี่เห็นทีจะชอบเป็นพิเศษ ตอนเด็กๆ แกเคยตำส้มตำ
ใส่พริกขี้กาลงไปเกือบสามสิบเม็ด ผมตักชิมเข้าไปคำเดียวเลิกกินส้มตำฝีมือแกมาจนทุกวันนี้
แต่คนตำเองตักใส่ปากกินหน้าตาเฉย แถมยังลอยหน้าลอยตาบอก "รสชาติกำลังดี" เสียอีก
ถ้าลองเอาเจ้า "ฮาบาแนโร" ของคุณพวงร้อยไปให้เจ๊แกลองใส่ส้มตำซักยี่สิบเม็ดคงจะดีไม่น้อย
เผื่อจะได้ดัดนิสัย เลิกกินเผ็ดจัดๆ กับเขาเสียที หึหึ
บันทึกการเข้า
ทิด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 11:30

ว่าแล้วฝากถามคุณพวงร้อยสักนิดเถอะครับว่าพอจะมีเล็ดพัธุ์สำหรับเอามาเพาะเองหรือเปล่าครับ
ไม่รู้ว่าเจ้าฮานาแบโรนี่ชอบอากาศแบบไหนกัน ร้อนชื้นแบบบ้านเราพอจะปลูกได้ไหมครับ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 12:33

ตอนที่ปลูกนะคะ  ปรากฏว่า  ไม่มีแมลงอะไรมากลำ้กรายเจ้าฮาเบแนโร่ที่ปลูกไว้เลยค่ะ  รู้สึกว่าจะเป็นพริกชนิดนี้แหละค่ะ  
ที่เค้าเอมาสกัดทำอาวุธห้องกันตัวที่เรียกว่า pepper spray น่ะค่ะ  ไปอ่านเจอมาหลายที่ก็บอกว่า  เอาเม็ดพริกนี้มาตำละลายน้ำ  
แล้วใส่ขวดสเปร์ย์เป็นยาฆ่าแมลงที่ได้ผลดีมากเลยค่ะ หึหึ

ดิฉันเคยเอาเม็ดกลับไปหลายซองให้คนที่เมืองไทยปลูก  มีที่ให้สั่งได้ทางอินเตอร์เน็ตค่ะ คุณทิด  เดี๋ยวพรุ่งนี้ดิฉันจะเอาเว็บมาแปะให้นะคะ  
แต่ที่ให้เค้าไปเค้าก็บอกว่าปลูกไม่เห็นขึ้นเลย  ดิฉันถามเค้าว่าปลูกยังไง  เค้าว่า  เอาไปโปรยหว่านในสวน  ดิฉันงี้แทบนำ้ตาตก  
เพราะซื้อมาซองละสามเหรียญอเมริกัน  มีแค่สามสิบเม็ดนะคะ  ฮือๆ  

มันเป็นเม็ดที่เพาะค่อนข้างยากค่ะ  แต่ดิฉันเพาะมาได้ผลดี  คือไปซื้อดินเพาะที่เค้าฆ่าเชื้อโรคมาแล้ว  ต้นพริกที่เพาะจากเม็ดที่ซื้อมานี่  
จะติดเชื้อราตายได้ง่ายมากเลยค่ะ  เลยต้องระวังเรื่องความชื้นตอนมันยังเล็กอยู่  แล้วต้องเพราะในที่อุ่นและแห้ง  ถ้าจะให้ดี  
เอาไปแช่นำ้ส้มสายชูผสมนำ้  ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง  สักเจ็ดแปดชั่วโมง  เค้าว่าเป็นการเลียนแบบระบบนำ้ย่อยของนก  
เพราะนกมักจะกินพริกแล้วไปถ่าย (ไม่รู้นกอะไรชอบกินเผ็ดขนาดนั้น)  แต่ดิฉันแช่นำ้เฉยๆค่ะ  แล้วเพราะดินสะอาด  ใส่ถาดไปวางบนเตาแก๊ส  
ที่ห่างจาก pilot light สักหน่อย  ไม่เกินอาทิตย์ก็งอกค่ะ

คิดว่าอย่างในบ้านเรา  ถ้าเพาะตอนประมาณเดือนมกรากุมภา  จะงอกมาทันหน้าแล้ว  ตอนปลูกตอนแรกต้องรดนำ้หน่อย  
เพื่อรอให้มันโตพอที่จะต้านเชื้อราตอนฝนตกหนักๆได้น่ะค่ะ  คิดว่าน่าจะปลูกได้นะคะ  เพราะเค้าชอบอากาศร้อน  
เพียงแต่ว่าตอนต้นอ่อนต้อนประคบประหงมหน่อย  แต่ก็เพียงรุ่นแรกเท่านั้นแหละค่ะ  พอมีต้นแล้ว  ปล่อยให้เม็ดมันแห้งคาต้น  ตกดินมาเกิดเอง  
จะขึ้นเองเยอะแยะจนถอนไม่ทันเสียอีกค่ะ
บันทึกการเข้า
คนเก็บหิน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 13:06

เข้ามานั่งฟังคุณพวงร้อยเล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
ALOI
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 13:38

Humm...yum..yum

I need a glass of water please.

Bruzzzzz....hot..hot
บันทึกการเข้า
โบว์สีชมพู
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 15:30

อ่านแล้วหิวค่ะ อยากทานนํ้าตก ลาบ ส้มตําด้วยคนค่ะ
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 19:32

คุณพวงร้อยคะ  รูปนี้มาจากกระถางที่คุณปลูกเองหรือคะ สวยจังเลย  ส้มหวานคงไม่กล้าทานหรอก แต่อยากปลูกไว้ดูเล่นน่ะ
บันทึกการเข้า
ว่านน้ำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 20:11

เอาไปทำยาหม่องท่าจะดี อิอิ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 01:29

ซี้ดส์....
บันทึกการเข้า
wim
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 01:59

I want  this chilli kha P Puangroi
really want to eat something very
very hot.. ie. somtum  TumTang
with kai yang .. LAB..  KOW NEAW
having a watering mouth now..
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 02:16

สำหรับที่ขายเมล็ดพันธุ์พริกฮาเบแนโร่นะคะ

Johny's Seeds:

http://www.johnnyseeds.com/cgi-local/Minishopsql4.cgi?action=page&adver=other&item=PEPR

' target='_blank'>http://www.johnnyseeds.com/cgi-local/Minishopsql4.cgi?action=page&adver=other&item=PEPR

(ต้อง scroll ลงไปข้างล่างที่ (2139) CARIBBEAN RED HABANERO นะคะ)

Pine Tree :

http://www.superseeds.com/latin.htm

' target='_blank'>http://www.superseeds.com/latin.htm



ลิ้งค์สำหรับที่ขายซ้อสพริกเผ็ดๆต่างๆ

http://chileheads.netimages.com/catalogs.html

' target='_blank'>http://chileheads.netimages.com/catalogs.html



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ฮาเบแนโร่

Domesticated C. chinense



Flowers 2 or more at each node (occasionally solitary). Pedicels erect or declining at anthesis. Corolla greenish-white (occasionally

milky white or purple), without diffuse spots at base of lobes; corolla lobes usually straight. Calyx of mature fruit usually with annular

constriction at junction with pedicel, veins not prolonged into teeth. Fruit flesh firm. Seeds straw-colored. Chromosome number

2n=24, with one pair of acrocentric chromosomes, e.g. Habanero (Mexico), pimento de cheiro (Brazil).



เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า  เรื่องสูตรทางเคมีและสารประกอบอะไรนี่  เดี๋ยวไม่ทราบจะออกนอกเรื่องเกินไปหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ  เอาเผ็ดๆพอหอมปากหอมคอละกัน อิอิ



รูปนี่ดิฉันก๊อปเค้ามาน่ะค่ะ  ต้นที่ปลูกไว้สวยกว่านี้อีก  แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ค่ะ  ตอนมันออกลูกมามากๆ  กิ่งก้านมันจะลู่ลง  ทกให้มันแผ่ก้านออกในแนวนอนเหมือนสนฉัตรเลยค่ะ  แถมมีลูกสีส้มจัดห้อยลงมาเต็มต้น  สวยจริงๆค่ะ



ส่วนที่ทำให้เผ็ดในพริกคือ  สารประกอบ  capsaicinoids  ซึ่งประกอบด้วย สารหลักสองตัวคือ Capsaicin และ Dihydrocapsaicin ซึ่ง"ไม่ละลาย" ในนำ้เย็น  แต่จะละลายในอัลกอฮอล์ค่ะ  เพราะฉะนั้น  เวลาทานเผ็ดแล้วซดนำ้เย็นมันจะไม่หาย  ต้องกรึ๊บเหล้าจึงจะผ่อนคลายลงได้ค่ะ  เรียกว่าเอาเหล้าล้างตาม  (พูดจริงๆนะคะ)



ตอนที่ปลูก  ซื้อมะละกอลูกย่อมๆมาสับหมดทั้งลูก  แล้วโชลกเจ้าฮาเบแนโร่ใส่ไปครึ่งเม็ดเท่านั้นแหละค่ะ  กะว่าถ้าเผ็ดไม่พอค่อยใส่ที่เหลือ  แต่ปรากฏว่าเผ็ดจนแทบลิ้นพองทานไม่ได้เลย  ต้องเททิ้งหมด  เสียดายมะละกอจริงๆค่ะ  เพราะต้องถ่อไปไกลมากกว่าจะหามะละกอดิบมาทำส้มตำได้



ตอนจะเก็บหรือหั่นพริกนี้  เค้าแนะนำให้สวมถุงมือค่ะ  เพราะอาจจะมือพองได้  หรือเผลอๆเอามือไปป้ายหน้าป้ายตาละก็  ปวดแสบปวดร้อนกันนานเลยแหละค่ะ



เอารูปพริกฮาเบแนโร่พันธุ์ต่างๆมาฝากอีกค่ะ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/reurnthai164x12.jpg'>
บันทึกการเข้า
Thaiicedtea
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 16:42

มันเผ็ดเกินไปที่จะชื่นชมในรสชาติได้ค่ะ ระวังน่ะค่ะ เดี๋ยวหัวใจวายได้ด้วยความเผ็ด
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 11 พ.ย. 00, 05:34

หนีร้อนจากกระทู้บนๆ มานั่งเล่นกระทู้นี่ครับ กระทู้นี้เผ็ดแต่ไม่ร้อนครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง