เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 22233 กามนิต (ภาคพื้นดิน) --- ช่วยหน่อยนะคะ
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 27 พ.ย. 05, 17:16

 คุณ samongi คะ
ถ้าใคร หรือ แม้แต่อาจารย์เทาฯ บอกว่าง่าย อย่าพึ่งเชื่อว่าง่าย
แต่ถ้าดิฉันบอกว่าง่าย มันหมายความว่า ง่ายจริงๆ อิอิอิ

ทดลองอ่านดูใหม่สิคะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 27 พ.ย. 05, 19:23

 ขอบคุณอาจารย์เทาชมพูดที่อธิบายได้แจ่มแจ้งมากครับ

คุณ สมองจิ๊ และคุณหนูชาน
ภาคสวรรค์ กามนิตจะคุยกับวาสิฏฐีถึงปมปัญหาที่ยังไม่ได้รับคำอธิบายในภาคพื้นดินไง เรื่องมันต่อกันอ่ะ อ่านภาคแรกแล้วไม่อ่านภาคหลังได้ไง  ผมเลยงงว่าเอ๊ะจะซาบซึ้งกะเรื่องนี้ได้ไงถ้ายังไม่อ่านภาคสวรรค์น่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 27 พ.ย. 05, 19:44

 O.K. อาเฮีย paganini ดิฉันอ่านภาคบกแล้ว เดี๋ยวจะรีบหาภาคอากาศมาอ่าน

ขอต่อว่าเฮียหน่อยนึง โทษฐานที่จุดประกายฤดูชุนเทียนเรื่องมังกรหยก ทำให้ดิฉันอยากอ่านอีก
จึงไปซื้อครบชุดมา แต่เป็นของจำลอง พิศนาคะ ไม่สนุกเหมือนของ น. นพรัตน์ ที่เคยอ่านเลยค่ะ

แหม! เฮียน่าจะบอกให้หมด ก็อะฮั้นไม่ใช่คอนิยายตงง้วนอาชีพนะ เลยไม่ทราบว่ารื่องเดียว มีผู้แปลหลายท่าน
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 03:29

 ครับ หนังสือกามนิตเป็นยอดหนังสือแปลที่สงสัยกันว่าตัวจริงจะได้อรรถรสเหมือนกับหนังสือแปลรึเปล่า ภาคอากาศ ไม่ต้องหาหรอกครับ อ่านจากเวปที่โพสต์ข้างบนก็ได้ครับ

ผมอ่านมาไม่รู้กี่รอบแล้ว แต่ละครั้งอ่านแล้วหยุดไม่ได้ต้องอ่านรวดเดียวจบใช้เวลาทั้งวันแล้วนอนปีติซาบซ่านไปอีกครึ่งคืนกว่าจะหลับได้ บ้ามั้ยล่ะ
มีหนังสือไม่กี่เล่มหรอกครับที่เราอ่านแล้วอ่านอีกไม่รู้เบื่อ สำหรับผมก็มี กามนิต สามก๊ก(เจ้าพระยาพระคลัง) พม่าเสียเมือง(ของท่านคึกฤทธิ์) แล้วก็นิยายกำลังภายในของกิมย้ง โก้วเล้งน่ะครับ (นับไปนับมาก็เยอะเหมือนกันนะ)

สำหรับมังกรหยก นั้น มีหลายคนแปลมากๆครับ ผมจำได้ไม่หมด อย่างน้อยก็ซัก 6-7 เวอร์ชั่นครับ แปลจากต้นฉบับบต่างๆกัน อยากจะขออธิบายอย่างคร่าวๆนะครับ (เพราะผมไม่รู้ละเอียด) ว่า กิมย้งนั้นเขียน เสิ่นเตียเอ็งย้งตึ่ง (มังกรหยกภาค ก๊วยเจ๋ง) มาครั้งแรกเป็นตอนๆเพื่อเลี้ยงหนังสือพิมพ์ เม้งป่อของท่านครับ(ประมาณ พศ 250x) เขียนแล้วคนติด ก็ซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่าน จนกลายเป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่เลยครับทำนองเดียวกับอาจารย์คึกฤทธิ์เขียนนิยายเลี้ยงสยามรัฐนั่นแหละครับ ทางจำลองพิศนาคะก็เอามาแปลลง เดลินิวส์มั๊งสมัยนั้น แล้วคนก็ติดกันงอมแงม จนกระทั่งรวมเล่มถือว่าเป็น เวอร์ชั่นแปลไทยแรกสุดของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แต่ทีนี้หลังจากท่านกิมย้งได้เขียนนิยายเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อเป็นเรื่องสุดท้ายรู้สึกอิ่มตัว ไม่เขียนเรื่องใดอีกจำได้กระทำการ revise หรือสะสางต้นฉบับนิยายของท่านทั้งหมดใหม่ (ประมาณ พศ 251x) รวมไปถึงการเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางตอนที่กิมย้งฝากให้คนอื่นเขียนตอนไม่อยู่ด้วย ดังนั้นเวอร์ชันแปลหลังๆจึงได้แปลจากต้นฉบับแก้ไขครั้งที่หนึ่งนี้ ซึ่งเท่าที่จำได้ก็มี ว ณ เมืองลุง และ น นพรัตน์ แต่ล่าสุดเมื่อปี รึ 2 ปีที่แล้วนี่เอง ท่านกิมย้งได้ตรวจทานแก้ไขเนื้อเรื่องนิยายทั้งหมดของท่านอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว  และมีคนไทยแปลแล้วด้วยแต่ผมจำชื่อไม่ได้ครับ ผมเห็นเพื่อนซื้อมา

ดังนั้นสรุปว่า งานของท่านกิมย้งเป็นงานศิลป์ที่ไม่ตาย ท่านแก้ไขปรับปรุงตามเหตุผล สถานการณ์ และคำทักท้วงจากผู้อ่าน คิดดูสิครับว่าท่านเขียนด้วยความมันส์ ครั้งแรกตอนอายุ 30 กว่า แต่แก้ไขครั้งแรกอายุ 40 กว่า  ตอนนี้ 80 กว่าๆท่านก็ยังมาลำบากแก้ไขอีก ถ้าคุณ nuchan ไม่รังเกียจผมแนะนำให้อ่านทุกเวอร์ชัน แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน  จะได้เห็นมุมมองของปราชญ์อันลึกซึ้งในปรัชญาตะวันออกที่วัยต่างๆกัน

สำหรับผม ถ้าจะเปรียบเทียบ น นพรัตน์กับจำลองพิศนาคะแล้ว  คุณหนูฉัน(nuchan) อาจจะติดกับสำนวนของ น นพรัตน์ซึ่งกลายเป็น มาตรฐานของวงการไปแล้ว สำนวนของ น นพรัตน์ ลามไปถึงหนังจีน คนพากย์ และหนังสือที่เกี่ยวกับจีนทั้งหลาย  พอคุณหนูฉันมาอ่าน จำลอง คงจะรู้สึกแปลกๆ เพราะจำลองแปลเมื่อ พศ 250x นานมาแล้ว กลิ่นอายของสำนวนพงศาวดารยังไม่เลือนไปจากคนไทยเท่าไหร่ ดังนั้นกลิ่นของ จำลองจะออกไปทางนั้น สำนวนของ น. นพรัตน์ คมคายเฉียบแหลม จำลองยาวกว่าเยิ่นเย้อกว่าแต่บรรยายได้อย่างละเอียดละออ ได้บรรยากาศความเป็นจีน (อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ผมเป็นลูกจีนนะครับ) เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการวางรากฐานการแปลนิยายจีนนั้นเริ่มต้นมาจาก จำลองพิศนาคะ น.นพรัตน์ 2 พี่น้องเขาได้แบบอย่างจากจำลองมาในการแปลนิยายยุคหลังๆ

สำหรับผมมังกรหยกภาค 2 (เอี้ยก้วย) ฉบับแปลของ จำลอง พิศนาคะ บรรยายถึงความรู้สึกรักระหว่างหนุ่มสาวได้ดีที่สุด

หลายคนที่เคยอ่านตาม นสพ. ตั้งแต่ตีพิมพ์ครั้งแรกต่างบอกว่าเวอร์ชั่นแรกสนุกกว่าเวอร์ชันหลังที่กิมย้งแก้ไขแล้ว(ซึ่งน นพรัตน์ และ ว ณ เมืองลุงเอามาแปล) จริงๆแล้วคุณ หนูฉัน มีของดีอยู่ในมือนะครับ ผมไปตามหาตามงานหนังสือ ไม่เคยเจอเลยเวอร์ชั่นจำลอง พิศนาคะ  ถ้าคุณไม่ต้องการผมรับซื้อได้นะ ในราคามิตรภาพ

ปล. คุณหนูฉันเคยอ่านมังกรหยกแล้วยังอ่านซ้ำอีกทำไม ไม่ลองเรื่องอื่นของกิมย้งบ้างละครับ คนจีนบอกว่า เกิดมาแล้วไม่ได้อ่านนิยายของกิมย้งถือเป็นความสูญเสียในชีวิตนะครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 09:56

 ดิฉันเคยอ่านมังกรหยกแล้วยังอ่านซ้ำ อยู่ทำไม?
สมัยเรียนหนังสือ คนอื่นอาจจะย้ายบ้านบ่อย ดิฉันไม่ย้ายบ่อย ใครไปใครมา
ก็เลยยกสมบัติมาให้เรามาก มีฤทธิ์มีดสั้น และหนังจีนอีกนับสิบชุดที่โรบินฮูด
ที่กลับเมืองไทยไม่ได้ ต้องให้ครอบครัวส่งของดีมาให้อ่าน
ในที่สุดหนังสือพวกนี้ก็เลย ended up ที่บ้านเรา  ตอนกลับบริษัทพี่สาวชิป
ของไปบ้านพี่หมดแล้ว

ส่วนตัวไม่ชอบอ่านเรื่องใหม่ๆที่ยังไม่เคยอ่านเพราะไม่ชอบความเสี่ยงที่อ่านไปครึ่งวัน
แล้วพบว่าไม่ได้เรื่อง ดังนั้นก่อนจะอ่านเรื่องไหน ต้องให้คนช่วยกรองก่อนว่าดี จึงจะอ่าน
เผอิญพี่สาวนอนเตียงข้างๆกัน เขาเป็นนักอ่าน เขาจะบอกว่าเรื่องไหนดี แล้วจึงอ่านตาม
แต่ชนิดที่ให้ข้าพเจ้าเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ยังไม่เคยทำ
คุณ P อาจรู้จักพี่สาวของดิฉัน เขาอยู่ห้อง 843 ตึกคุณหญิงหรั่ง และยังมีพี่ชายอีก 2 คน
ปีติดๆกัน ไล่เรียงไปมาอาจรู้จักกันก็ได้
เขามาเรียนโท  มีเวลาว่างมาก  ที่ U เรามี Thai collection ใหญ่มาก
ยืมทีกี่เล่มก็ได้และยืมได้ทั้งเทอม พอหมดเทอม ขนหนังสือใส่รถแวนไปจอดเทียบแล้วโหลดลง
บางทีเขาอ่านขุนช้างขุนแผน ร้องไห้น้ำตาไหล อ้ายเราก็หมั่นไส้ แต่จริงๆแล้วคืออิจฉา
ที่เขาได้อ่านของสนุกๆ ดิฉันมาเรียนตรี 4 ทุ่มถึงตี 2 มีแต่การบ้าน อ่านวรรณคดีอังกฤษ เขียน essay
ชีวิต miserable มาก

เมื่องานสัปดาห์หนังสือที่พึ่งจบลง ที่บูธจัดรายการนาทีทอง ขายมังกรหยกภาค 2 (เอี้ยก้วย)
ชุดละ 4 เล่ม 300 บาท โดยคนบ้านเพ

ดิฉันซื้อมา แต่ยังหาคนแนะนำว่ามันคู่ควรแก่การอ่านหรือไม่ไม่ได้ ประโยชน์ที่เห็นชัดๆ
คือเดือนที่แล้วงานชุม ดิฉันนอน office หลายคืน ไม่มีหมอนก็เลยคว้ามังกรหยกภาค 2
มาหนุนแทน เล่มหนาดีค่ะ

อย่ากรุณาให้เกียรติแปลชื่อดิฉันเลย ฟังแล้วตล้ก ตลก หนูฉาน หนูจัน ฯลฯ  อุตส่าห์ใช้ชื่อจริง Nuch
เผอิญพี่ๆอักษรเขาเรียก Nuchana พิมพ์ตกตัว a ไป เข้ามาเว็บนี้เพราะดิฉัน search
หา ว. ณ ประมวลมารค จึงหลุดเข้ามาในกระทู้พระองค์เจ้าวิภาวดี เห็นบรรยากาศเว็บนี้
เหมือนอยู่กลางหมู่พี่ๆอักษรจุฬาฯที่มาทำดอกกัน ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆขึ้นมา
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 11:06

 แหมคุณนุชต้องให้พี่สาวกรองซะก่อนยังงี้ สงสารพี่สาวแย่เลย ในชีวิตจริงต้องให้ใครมากลั่นกรองอะไรก่อนยังงี้รึเปล่าครับ
อิอิอิอิ
ผมเองก็ซื้อหนังสือมาแล้วยังไม่ได้อ่านอีกเยอะมากเลยครับ แต่ตั้งใจว่าต้องอ่านเมื่อเวลามาถึง บางเล่มซื้อมาเป็นสิบปีแล้วก็ยังไม่ได้อ่าน รอวันที่อินทรีย์แก่กล้าและวาสนาของผมกับหนังสือต้องกัน
บางครั้งหนังสือที่เราอ่านมันจะถูกจริตเราเสียแต่ทีแรกเสมอไป ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่อ่านปรัชญาชีวิตของคาลิล ยิบรานแปลโดยอาจารย์ระวี ภาวิไล อ่านไม่รู้เรื่องเลยครับ รู้เพียงว่าเป็นบทกวีเรื่อยเปื่อยเท่านั้น แต่เมื่อวาสนามาถึงผมก็เริ่มเข้าใจจนอ่านแล้วอ่านอีก  นี่แค่ตัวอย่างหนึ่งนะครับ

มองในอีกแง่หนึ่งหนังสือดีไม่ว่าหนังสือแปลสำนวนไหนก็น่าจะไม่สำคัญเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอครับ สาระของมังกรหยกอยุ่ตรงที่ ความสนุก ความซับซ้อนแยบยลของโครงเรื่อง ศิลปะของผู้แต่งในการสร้างตัวละคร รวมไปถึงปรัชญาอุดมการณ์ที่แฝงไว้ในบุคลิกและความคิดของตัวละคร ดังนั้นลงว่าสำนักพิมพ์ตีพิมพ์งานแปลของใครแล้วผมว่า สำนวนเขาคงไม่ขี้เหร่เท่าไหร่หรอกครับ

สำหรับนิยายจีน ผมขอบังอาจกลั่นกรองให้คุณนุชได้มั้ยครับ
กิมย้ง ที่คุณควรอ่านมี มังกรหยกทั้งสามภาค (ก๊วยเจ๋ง เอี้ยก้วย และเตียบ่อกี้ ตามลำดับ) กระบี่เย้ยยุทธจักร  8เทพอสูรมังกรฟ้า อุ้ยเสี่ยวป้อ
โก้วเล้ง แนะนำให้อ่าน ฤทธิ์มีดสั้น จับอิดนึ้ง ยอดขุนโจร ดาวตกผีเสื้อกระบี่ ชอลิ้วเฮียง

ปล.1 ที่คุณบอกว่าอย่ากรุณาให้เกียรติเรียกชื่อคุณน่ะ   ผมนึกถึงสำนวนของ น นพรัตน์ที่ว่า  ได้รับเกียรติจนแตกตื่นลนลานแล้ว  อิอิอิ อย่าซีเรียสนะครับ ผมชอบแซวครับ ประมาณจิ๊กโก๋ตึกจุลน่ะครับ ถ้าคุณนุชลองไปหาอ่านดูก็น่าจะดีนะครับ

ปล.2 ผมพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีหนังสือชื่อ สกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก เขียนโดยอาจาย์ ถาวร สิกขโกศล นับเป็นหนังสือแนะนำเกี่ยวกับนิยายของกิมย้งที่ดีที่สุด ผมอ่านแล้วอ่านอีก สนุกมากแม้ว่าเป็นแค่หนังสือกึ่งวิจารณ์กึ่งแนะนำ ประทับใจในความปราดเปรื่องทางอักษรศาสตร์ทั้งไทยและจีนของอาจารย์ถาวร
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 12:33

 ดิฉันขออนุญาตอาจารย์เทาฯ หยิบรูปนี้ให้คุณ paganini ดูอีกสักครั้งนะคะ เห็นว่าเฮียแก
เป็นขาประจำนิยายจีน

เหมือนกันแหละคะ เราจะรู้ว่าหนังสือเล่มใดดี ต้องถามคนที่อ่านจบแล้ว

ดิฉันไม่อยากเสี่ยงในเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง เช่น จดหมายจากเมืองไทย ถ้าไม่มีคนกลั่นกรองให้
ดิฉันก็อาจจะอ่านเรื่องอื่นๆในชั้นหนังสือไปก่อน แต่ถ้าคอหนังสือเช่นอาจารย์เทาฯ บอกว่าดี
ก็หมายความว่าความเสี่ยงต่ำ อย่างอัตของคุณหญิงมณี เป็นต้น อาจารย์อุตส่าห์หยิบมาเล่า
ทำให้ดิฉันมั่นใจว่าคงซื้อไม่ผิดเล่ม

เราทำงานเหนื่อยๆมาแล้ว เวลาจะอ่านอะไรขอให้อ่านให้สนุก เฮีย P ลองไปอ่านเรื่องสั้น
ใน section ใหม่ที่เว็บแห่งนี้มีอยู่เรื่องหนึ่ง อ่านไปได้หน่อยเจ้าของเรื่องพูดหน้าตาเฉยเลยว่า
ขออภัยท่านผู้อ่านมีเหตุขัดข้อง ไม่เขียนต่อแล้ว

อย่างนิยายจีนก็เหมือนกันคะ ไม่กล้าอ่านเรื่องใหม่ๆ ด้วยเหตุผลหลายประการ
อ่านแล้วติดบ้าง อ่านแล้วโดนบ่นบ้าง วันๆไม่ทำอะไรเลย เอาแต่อ่าน ดิฉันจะอ่านคุณหญิงมณี
ให้จบเสียหน่อย ต้องปิดประตูหายเงียบเข้าไป แต่ประการสำคัญที่สุดคือ ไม่รู้จะอ่านเรื่องอะไรดี
ที่สำคัญถ้าลงมืออ่าน มันควรจะดึงดูดใจให้ต้องติดตามอ่านให้จบได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ก็ต้องขอขอบคุณเฮียนะ ที่อุตส่าห์แนะนำให้ เดี๋ยวจังหวะเหมาะๆจะได้หามาต่อคิวเตรียมไว้

ดิฉันจะอ่านเพชรพระอุมาให้จบเสียหน่อย ให้คนยืมไป ป่านนี้ยังไม่ได้คืน

เท่ห์มากคำว่า...ได้รับเกียรติจนแตกตื่นลนลาน แต่จิ๊กโก๋ตึกจุล...จุลอะไรคะ?
.
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 20:46

 ไหวพริบของแม่นางช่างว่องไวยิ่งนัก สามารถหยิบยกคำคมโบราณมาโต้แย้งข้าพเจ้าได้อย่างทันท่วงที จนข้าพเจ้าต้องแอบโห่ร้องชมเชยอยู่ในใจ คำนวณการณ์แล้วการประลองฝีปากกับแม่นางคงไม่ง่ายนักต้องแอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบอยู่กลางฝ่ามือ ถอยดีกว่าเรา หุหุหุหุ


"ดิฉันขออนุญาตอาจารย์เทาฯ หยิบรูปนี้ให้คุณ paganini ดูอีกสักครั้งนะคะ เห็นว่าเฮียแกเป็นขาประจำนิยายจีน"

ขอแก้ข่าวหน่อยนะครับ จริงๆแล้วผมเป็นขาประจำนิยายหลายประเภทครับ ไม่เฉพาะนิยายจีน


"เราทำงานเหนื่อยๆมาแล้ว เวลาจะอ่านอะไรขอให้อ่านให้สนุก เฮีย P ลองไปอ่านเรื่องสั้นใน section ใหม่ที่เว็บแห่งนี้มีอยู่เรื่องหนึ่ง อ่านไปได้หน่อยเจ้าของเรื่องพูดหน้าตาเฉยเลยว่า
ขออภัยท่านผู้อ่านมีเหตุขัดข้อง ไม่เขียนต่อแล้ว"

อันนี้ผมขอแนะนำให้คุณเขียนต่อเองเลยสิ อีกอย่างถ้าเขาเขียนเก่งจนสามารถทำให้คุณรู้สึกอยากอ่านต่อได้ แสดงว่าที่คุณอ่านผ่านๆมาก็ไม่เสียเปล่านะ  journey is the destination ไง

จากที่คุยกันผมคาดว่าคุณนุชคงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเวลามากเพราะไม่ยอมเสี่ยงการเสียเวลากับการอ่านหนังสือที่ไม่มีคนแนะนำ ผมลองคิดแบบคุณนุชนะ การที่เราอ่านตามใครแนะนำนี่มันสร้าง ความคาดหวัง อคติ หรือความลำเอียงบางอย่างขึ้นก่อนการอ่านหนังสือนั้นๆ เหมือนกับเราไปดูหนังที่คนบอกว่าดีๆๆๆ แต่พอเราไปดูเอ๊ะไม่เห็นดีตามที่บอก หนังสือก็เหมือนอาหารแหละครับ ดีเลวขึ้นกับรสนิยม การอ่านโดยที่มีภาพคร่าวๆในใจย่อมเสียอรรถรสในการเสพเนื้อหาไปไม่มากก็น้อยล่ะครับ

เอ๊ะ ผมพูดงี้แล้วทำไมยังมาแนะนำให้คุณนุชอ่านโน่นอ่านนี่อยู่ได้นะ เหอๆๆ ขัดแย้งในตัวเองจริงๆ

ปล. ตึกจุล นี่ชาวจุฬารู้จักดีครับ อยู่แถวศาลาพระเกี้ยวไงครับ อาจารย์เก่าๆเล่าว่าแถวนั้นเมื่อก่อนเขาเรียกสามแยกปากม๋า ในยุคที่ความสัมพันธ์ชายหญิงไม่เปิดกว้างเท่าสมัยนี้ พวกนิสิตชายหาทางแสดงออกโดยไปนั่งแถวนั้นแล้วแซวสาวๆที่เดินผ่านไปมา  (พฤติกรรมนี้ผมไม่เคยทำนะ เกิดไม่ทันอ่ะ)

ปล.2  เพชรพระอุมา ผมอ่านจบจนได้ครับหลังจากใช้เวลาด้วยความวิริยะอุตสาหะมาประมาณ 1 ปี  ผมบอกได้เลยว่าภาคแรก ดี ภาคหลัง อ่านเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าอ่านจบเท่านั้น
ถามว่าเสียดายเวลาที่อ่านมั้ย  ไม่เลยครับ ก็ผมอ่านเพชรพระอุมาจบตั้ง 2 ภาค นี่นา เท่ห์เลยอ่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 22:46

 ขอคารวะท่านพี่หนึ่งจอก และเปิดประเด็นสนทนาด้วยคำคมอันหนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆ

"อู๋หี่..อู่หนั่งถ้อย" มีงิ้วก็มีคนดู หรือแปลอีกอย่างว่า ไม่มีงิ้วโรงไหน ที่ไม่มีคนดู
ต่อให้เล่นได้ห่วยแค่ไหน อย่างน้อยก็มีคนเข้าไปชมครั้งแรก ให้รู้รสชาติแห่งความห่วย
เพื่อที่จะได้ตัดสินใจครั้งที่สอง..ที่สามได้ถูก

....อันนี้ผมขอแนะนำให้คุณเขียนต่อเองเลยสิ อีกอย่างถ้าเขาเขียนเก่งจนสามารถทำให้
คุณรู้สึกอยากอ่านต่อได้ แสดงว่าที่คุณอ่านผ่านๆมาก็ไม่เสียเปล่านะ....

ที่ดิฉันติดตามเข้าไปอ่าน ไม่ได้หมายความว่าทราบซึ้งตรึงใจ แต่ว่าเข้าไปอ่าน
เพื่อทดสอบ hypothesis บางอย่างเท่านั้น พอตอนจบเป็นแบบป๋าหี่ก็ต้องอ่านเรื่องใหม่
และตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะเจอแบบเดิมอีกหรือเปล่า

เคยเจอเหตุการณ์ใกล้ตัว แล้วทำให้ต้องนึกถึง Law of Murphy ไหมค่ะ เช่น ตอนเราขับรถ
เลนไหนดูเหมือนเร็ว พอเปลี่ยนไปอีกเลนทีไร เลนนั้นติดทุกที ภาษาเศรษฐศาสตร์เขาเรียก
กลไกการปรับตัวว่าเป็นการ "ปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล" หรือ equilibrium นั่นเอง

ดังนั้น คนเราบางครั้งอย่าดิ้นรนให้มาก หรือเล็งผลเลิศ จนเกินควร เพราะว่าคนคำนวณไม่อาจเทียบฟ้าลิขิต

โดยเฉพาะอีกไม่กี่เดือนก็จะเลือกตั้ง สว. ใหม่กันแล้ว มีการคิดเล่นๆกันว่า ผู้สมัคร สว. กรุงเทพฯ
หากได้สัก 2 หมื่นเสียง ก็สอบได้แล้ว

ลองใช้ What if  อธิบายว่าถ้าเรายิงหัวละ 500 บาท เบ็ดเสร็จลงทุนแค่ 10 ล้านบาท ก็กรุยทางสู่สภาได้
ดีกว่าทำคัทเอ้าต์โตๆ หาเสียงจนคอแหบคอแห้ง

มันก็จริงนะ แต่ว่าคนอื่นเขาก็คิดแบบนี้กันทุกคน มันเลยเป็น What if ที่ไม่เป็นจริงเสมอไปน่ะ
............
สมัยเป็นนักเรียน โชคชะตาจับพลัดจับพลูให้มาอยู่บ้านกับคนญี่ปุ่นใจดี เกิด ค.ศ. 1900
(ละแวกบ้านมีคนเกิด ค.ศ. 1900 เกือบ 10 คน) ตอนเย็นต้องขับรถพาท่าน ไปทานอาหารเย็นที่ร้านจีนทุกวัน

หลายๆปีก็เข้าร้านเดิม สั่งอาหารวนเวียนอยู่แค่ บีฟ บอคเคอรี่, บีฟฉอยซำ บีฟอองชอย วนเวียนกันอยู่ไม่กี่เมนู

เจ้าของร้านก็ถามว่าทำไมไม่สั่งอย่างอื่นให้แกรนด์มาบ้าง ดิฉันตอบว่าพอใจอรรถรสแค่นี้แหละ
สั่งอย่างอื่นแล้วมีความเสี่ยง อะไรที่มันดี พอรับได้ เอามันแค่นี้ ภาษาเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า
Utility Theory

จริงๆค่ะ ระบบอะไรที่มันดีอยู่แล้ว คนเราควรจะพอใจกับมัน หรือถ้าทำมันพังก็ซ่อมซะ
ฝรั่งเขาเรียกว่า If you break it, fix it.

แต่มีบางคนนอกจากจะไม่ช่วยสร้างแล้ว.....ยังจ้องทำลายซะอีกแน่ะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 28 พ.ย. 05, 23:10

 เหอๆๆๆ  เอาน่า ความคิดหลากหลาย บรรเจิดจ้าในยามค่ำคืน

ปล่อยๆซะมั่ง ปลงๆซะมั่ง  นี่แหละชีวิต Cest' la vie!



กลับมาเรื่องเก่าของเราดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 29 พ.ย. 05, 11:42

 จาก ค.ห. 8
ขอเรียนถามว่าทำไมนิราศนรินทร์ และนิราศลำน้ำน้อยของพระยาตรัง
ถึงได้รับอิทธิพลมาจากกำสรวลศรีปราชญ์ล่ะคะ (historically speaking)  

ธรณีนี่นี้.................... เป็นพยาน
เราก็ศิษย์อาจารย์.........หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร........เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมาล้าง........ดาบนี้ คืนสนอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 29 พ.ย. 05, 16:27

เชิญอ่านคำตอบที่นี่ค่ะhttp://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=41191
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 30 พ.ย. 05, 19:26

 ค.ห. ที่ 13
หากคุณ Hotacunus แวะเข้ามา ช่วยกรุณาหาความเชื่อมโยงระหว่าง 2 ภาษาให้ทราบ
จะเป็นพระคุณยิ่งค่ะ เพราะอธิบายได้ปรุโปร่งเหลือเกิน

ดิฉันมองไม่ออกถึงความเชื่อมโยงระหว่างละติน กับสันสกฤต ที่อาจารย์อธิบายว่า
ทั้งสองภาษามีรากศัพท์เดียวกันจำนวนมาก

นึกได้แค่ว่า Charles Dicken ใช้ภาษาสันสกฤตในงานเขียนบางเรื่อง
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 03 ธ.ค. 05, 10:46

 จาก ค.ห. 31 รอให้คุณ Hotacunus เห็น ก็ไม่เห็นสักที ดิฉันชักตะหงิดอยากทราบเคร่าๆ
ความเชื่อมโยงของภาษา east and west ว่าจะมีรากเดียวกันได้อย่างไร

ขออาจารย์ช่วยกรุณาใบ้ให้สักหน่อยจะขอบพระคุณยิ่งค่ะ
(หวังว่าคงไม่เกี่ยวกับ silk road route ที่ถูกยกให้เป็นตัวละครเอกหลายงานค่ะ)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 03 ธ.ค. 05, 11:11

 จากการแผ่อิทธิพลของอารยันเข้าไปในอินเดียไงคะ

 http://www.indhistory.com/aryan.html

จำเรื่องศัพท์ได้น้อยเต็มทีว่าตัวไหนบ้าง   คืนครูไปหมดแล้ว
ตอนนี้นึกออกตัวเดียวคือ สรป  แปลว่างู
ภาษาอังกฤษยังมีให้เห็นในคำว่า serpent
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง