เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 6867 อยากรู้เรื่องราวและภาพสถานที่ตั้งของวังหน้าครับ
N.P.
อสุรผัด
*
ตอบ: 19

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 10:02

 อืม...วังหน้าที่เดี๋ยวนี้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประกอบด้วยพระที่นั่งสำคัญ ดังนี้
พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน สร้างสมัย ร.1 ซ่อมและขยายในสมัย ร.3, ร.5 ปัจจุบันเป็นห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย
บันทึกการเข้า
N.P.
อสุรผัด
*
ตอบ: 19

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 10:05

 พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ สร้างสมัย ร.1 ซ่อมสมัย ร.3 (ดูรูปในค.ห.9-10)
บันทึกการเข้า
N.P.
อสุรผัด
*
ตอบ: 19

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 10:16

 พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย สร้างสมัย ร.3 โดยอยู่ด้านหลังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการชั่วคราวของกรมศิลปากร

หมู่พระวิมาน สร้างสมัย ร.1 อยู่ด้านหลังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
บันทึกการเข้า
N.P.
อสุรผัด
*
ตอบ: 19

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 10:23

 พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ สร้างสมัย ร.4 ปัจจุบันจัดแสดงพระแท่นที่ประทับของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว อยู่ด้านซ้านมือ ของหมู่พระวิมาน
บันทึกการเข้า
หยดน้ำ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 146

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 11:25

 ประตูที่คุณเปรมไปยืนรอแม่พลอย  เรียกว่า  "ประตูช่องกุด"  ครับ ถ้ายืนอยู่สนามหลวงแล้วหันหน้าเข้าพระบรมมหาราชวัง  ประตูนี้จะอยู่ทางขวามือ  ผมไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงข้ามกับราชนาวรสโมสร  หรือสโสมสรข้าราชบริพาร  แต่ประตูนี้จะอยู่ถึงก่อนถนนท้ายวังอ่ะครับ  งงมั๊ยคับเนี่ย
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 12:07

 ขอบคุณ คุณหยดน้ำ... รู้จักวัดพระแก้ว แต่ไม่รู้จักพระบรมมหาราชวังค่ะ จะถามมานานแล้ว แต่ไม่กล้า เดี๋ยวจะว่าเชย
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 12:49

 ส่วนหนึ่งของพระนิพนธ์แสดงพระราชปณิธานอันมุ่ งมั่นเพื่อชาติและศาสนาในสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิ งหนาท

....คิดมาก็เป็นน่าอนิจจัง
ด้วยกรุงเป็นที่ตั้งพระศาสนา
ทั้งอารามเจดีย์ที่บูชา
ปฏิมาฉลององค์พระทรงญาณ
ก็ทลายยับยุ่ยเป็นผุยผง
เหมือนพระองค์เสด็จดับสังขาร
ยังไม่สิ้นศาสนามาอรธาน
ทั้งเจดีย์วิหารก็สูญไป.....

.....รบไหนจะให้ยับลงที่นั่น
แต่กึ่งวันไม่ให้ทนทานได้
จะทำการครั้งนี้ให้มีชัย
จะไว้เกียรติให้สืบทั้งแผ่นดิน
ทำเมืองเราก่อนเท่าใด
จะทดแทนมันให้หมดสิ้น
มันจิตอาหังการ์ทามิฬ
จะล้างให้สุดสิ้นอย่าสงกา........

......ถ้าเสร็จการอังวะลงตราบใด
จะพาใจเป็นสุขเกษมสันต์
อ้ายชาติพม่ามันอาธรรม์
เที่ยวล้างขอบขันฑ์ทุกพารา
แต่ก่อนก็มิให้มีความสุข
รบรุกฆ่าฟันเสียหนักหนา
แต่บ้านร้างเมืองเซทั้งวัดวา
ยับเยินเป็นป่าทุกตำบล
มันไม่คิดบาปกรรมอ้ายลำบาก
แต่พรัดพรากจากกันทุกแห่งหน
มันเหล่าอาสัตย์ทรชน
ครั้งนี้จะป่นเป็นธุลี......

ทรงเป็นขุนศึกคู่บัลลังค์ถึง 2 แผ่นดิน ทรงตรากตรำพระวรกายกรำศึกตลอดพระชนม์ชีพ ทรงพระปรีชาเป็นนักรบโดยแท้  เข้าที่ไหนก็ยับลงที่นั่น

พระรูปที่ประดิษฐานหน้าวัดมหาธาตุ หากได้รู้พระประวัติ ก็จะรู้สึกสะทกสะท้อนหัวใจนัก  ดูเหมือนในบั้นปลาย เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองให้ทรงน้อยพระทัยพระบรมเชษฐาธิราช  จนทรงประกาศวางพระแสงคู่พระหัตถ์ ถวายเป็นราวเทียน บูชาพระพุทธองค์

สงกรานต์ที่มาก็ยังได้ถวายน้ำสรงบาทพระองค์ท่าน ด้วยสำนึกในพระกรุณา

พระชายาเจ้าครอกศรีอโนชา ดูจะเป็นรักแท้คู่บุญบารมีของขุนศึก 2 แผ่นดินพระองค์นี้  เข้าใจได้ทรงสู่ขอจากเจ้ากาวิละด้วยพระองค์เองตั้งแต่ยังทรงเป็นสามัญชน  ครั้งกบฎพระยาสรรค์  เรือนของพระยาสุริยอภัยถูกกลุ่มคนยกเข้าทำลายอย่างตั้งใจไม่ให้เหลือซากยกครัว  ก็ได้เจ้าครอกศรีอโนชาที่ใจเด็ดนัก สมเป็นคู่บารมีพระยาเสือ คุมทหารเข้าแก้ไขสถานการณ์จนพระยาสุริยอภัยและครอบครัวพ้นอันตราย

กรมพระราชวังบวรและพระเจ้ากาวิละเป็นสองขุนศึกที่ทรงประวัติการรบที่โดดเด่นที่สุดแห่งยุค จนเกิดคำกล่าว "พระยาช้างอยู่ทางเหนือ พระยาเสืออยู่ทางใต้"
บันทึกการเข้า
หยดน้ำ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 146

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 14:19

 วัดพระแก้ว  ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง(วังหลวง)  ครับ
บันทึกการเข้า
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 24 พ.ย. 05, 14:49

 จากคำกล่าวที่ว่า "พระยาช้างอยู่ทางเหนือ พระยาเสืออยู่ทางใต้" ที่คุณ ถาวภักดิ์ นำมากล่าวนั้น

ปรากฏใน "ตำนานพิ้นเมืองเชียงใหม่" ในตอนที่เมืองเชียงใหม่นั้น เป็นป่าดิบดงตันด้วยต้นไม้เครือเขาเถาวัลลิ์เป็นอันมาก ในสมัยของพระญาจ่าบ้าน นั้น

ได้มีชายผู้ ๑ ได้นำลูกเสือโคร่งสองตัวมาถวาย่เจ้าพระญาจ่าบ้าน แล้วพอตกกลางคืนมานั้น ก็มีแม่เสือ "ซอ" ล่องถนนกลางเวียงออกมาเป็นภาษาคนว่า

"พระญาช้างอยู่ทางเหนือ พระญาเสืออยู่ทางใต้
ท้าวตนใด เอาลูกคู
[กู]ไพ[ไป]ไว้ หื้อปล่อยแท้ได้พลันมา
คัน
[หาก]บ่ปล่อยลูกรัก แห่งคูปุตตา จักกินลำดับ ลงมาเปนถ้อย
จักกินหื้อหมด ทัง
[ทั้ง]ครุ้ม[คุ้ม]หลวงครุ้มหน้อย ทังยิง[หญิง]ทังชายใหยน้อย
ทังนิ้วแม่นิ้วกลาง นิ้วนางนิ้วก้อย ฝ่ามือนวลนิ้วน้อย จักกินทังเครื่องส้อย
[สร้อย]สังวาล"

ซึ่งเจ้ากาวิละเป็นพระญาช้าง  ส่วนเจ้าพระยาสุรสีห์เป็นพระญาเสือ

ส่วนตำนานรักวังหน้าระหว่าง พระยาสุรสีห์ กับ เจ้าศรีอโนชา นั้น ฟังไปฟังมา ก็ยิ่งกว่านิยาย (หรืออาจจะเป็นนิยายก็เป็นได้) หาอ่านได้ใน "ขัตติยานีศรีล้านนา" ได้ครับผม
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.033 วินาที กับ 19 คำสั่ง