เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 10759 สืบสานศิลป์แห่งฝ่ายใน
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


 เมื่อ 27 ต.ค. 05, 14:38


เมื่อปีพ.ศ.2525 อันเป็นปีมหามงคลสมัยที่กรุงเทพมหานคร มีอายุครบ 200 ปี หรือ ร.ศ.200 ซึ่งพระบรมมหาราชวัง และ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ชำรุดทรุดโทรม ทั้งพระที่นั่งที่สำคัญที่เคยโดดเด่นในสมัยอดีต แต่ในสมัยนั้นได้ชำรุด ทุดโทรมมากๆก็ต้องมีการรื้อทิ้ง

รวมทั้งพระตำหนักฝ่ายใน บางหลังก็ต้องรื้อลงเช่นกันแต่บางหลังก็อาจจะถูกดัดแปลงเป็นศูนย์เด็กปฐมวัย โดยกฎเกณฑ์ทั้งหลายในเขตพระราชฐานฝ่ายใน รวมทั้งศิลปะอันวิจิตรงดงามในวังหลวงแห่งนี้ ซึ่งได้ถูกเลือนหายไปโดยได้หายไป แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะมีการฟื้นฟูวังหลวงแห่งนี้ให้กลับมาดูงดงาม สวยงาม และวิจิตรดังเดิม

ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จึงเล็งเห็นความสำคัญของศิลปะอันวิจิตรที่เคยโดดเด่น อยู่ในพระบรมมหาราชวังชั้นในแห่งนี้ จนบูรณะเสร็จสมบูรณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ทรงมีพระดำริการฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาววังโบราณรวมไปถึงศิลปอันล้ำค่าที่เคยพิศมัยอยู่  
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 ต.ค. 05, 16:54

 เรื่องแรกที่ผมจะพูดถึงนั้นก็คือ " เขตพระราชฐานชั้นใน ในอดีตครับ "
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 27 ต.ค. 05, 17:09

 บริเวณพระราชฐานชั้นในก็เต็มไปด้วยตำหนักใหญ่น้อย ทีสร้างขึ้นมาแล้วหลายรัชกาลตั้งแต่รัชกาลที่1 จนถึงรัชกาลพระพุทธเจ้าหลวงมหาราช ทุกตำหนักใช้วัสดุในการก่อสร้างต่างกันไป  เขตพระราชฐานชั้นในเปรียบเสมือนเมืองๆหนึ่งก็ว่าได้ ถนนปูด้วยหินแผ่นใหญ่ๆ   ตัดเลี้ยวไปตามตำหนักใหญ่น้อย  และ อาคารสถานที่ต่างๆ  ซึ่งล้วนแต่เป็นที่ประทับสมเด็จพระอัครมเหสี  พระอรรคชายา  พระราชชายา  ท่านเจ้าคุณจอมมารดา  ตำหนักแถวของคุณจอมมารดา  พระสนมเอกต่างๆ  ตำหนักพระเจ้าลูกเธอ  พระองค์เจ้า  และพระบรมวงศ์อีกหลายพระองค์  

ตามถนนหนทางภายในพระราชฐานล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายตั้งแต่บรรดาเหล่าพระราชวงศ์  พระสนมเจ้าจอม   ท้าวนาง  คุณพนักงาน คุณเฒ่าแก่ ข้าหลวง  หลวงแม่เจ้า คุณห้องเครื่อง โขลน  และจ่า ในเมืองเล็กๆแห่งนี้มีแต่ผู้หญิงล้วน  เพราะเป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้ชาย  สตรีทั้งหลายที่อยู่ในวังล้วนต้องมีสังกัด

ด้วยความที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น  จึงถึงกับมีตลาดย่านการค้าเกิดขึ้นในเขตพระราชฐานชั้นใน  ซึ่งธุรกิจการค้าขายนั้นจะเกิดขึ้นบริเวณแถวเต๊ง  ซึ่งเป็นเรือนแถวยาวอยู่ทางทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ของพระราชวัง อีกทั้งเต๊งแถวท่อ เต๊งแถวแดง  

ในวังต่างๆ  ผู้ใดที่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในวังหลวงก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนขนบธรรมเนียมประเพณี  จรรยามารยาท  ตลอดจนวิชาสำหรับกุลสตรีต่างๆ  ดังนั้นผู้คนจึงถวายบุตรหลานเข้าไปอยู่ในวังกันเป็นจำนวนมาก
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 27 ต.ค. 05, 17:12

 ทัวร์เขตพระราชฐานชั้นใน ในอดีต กับสี่แผ่นดิน(เรียบเรียง)

เขตพระราชฐานชั้นใน ตั้งอยู่ด้านหลังของพระมหาปราสาทและพระราชมณเฑียร ประกอบด้วยตำหนักที่ประทับของพระมเหสีเทวี พระราชธิดา ตลอดจนเรือนเจ้าจอม สนมกำนัลและพนักงานซึ่งเป็นหญิงล้วน ก่อนเข้าประตูศรีสุดาวงศ์จะมีจำโขลนเฝ้าประตูวังชั้นใน พอเข้าไปในวังผ่านโรงละครในวังซึ่งเป็นโรงโถง กลางวัดก็ดูเหมือนศาลาวัดกว้างๆ เดินต่อไปจะพบสระน้ำเป็นสระของพระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา (ปัจจุบันยังคงอยู่)ผ่านทิมโขลนที่ทิมโขลนนี้จะสังเกตเห็นโขลนนั่งอยู่มาก จะมีนายโขลนชาววังเรียกกันว่าหลวงแม่เจ้า

ที่ริมทางเดินจะมีตึกยาวติดต่อกันเป็นสองชั้น แบ่งเป็นห้องๆ เรียกว่า แถวเต๊ง แถวเต๊งเป็นที่อยู่ของคุณพนักงาน คุณเฒ่า คุณห้องเครื่อง รวมทั้งข้าหลวงบนตำหนัก ในแถวเต๊งแดงบางแห่งก็เปิดร้านขายของด้วย  

ในเขตพระราชฐานชั้นในนี้ ผู้ใดเดินตามถนนหนทางในวังในเวลาค่ำคืนจะต้องถือใครไม่ปฎิบัติอาจถูกโขลนจับได้

เจ้านาย และเจ้าจอมมารดา หรือเจ้าจอมในวังนี้มีฐานะไม่เท่าเทียมกัน บางพระองค์หรือบางท่านอยู่ในตำหักที่ค่อนข้างเก่าแก่ผุพัง บางท่านก็อยู่ตำหนักใหญ่สูงหลายชั้น ประกอบด้วยเครื่องตกแต่งโอ่โถง ตำหนักแต่ละหลังมีบรรยากาศแตกต่างกันไป บางตำหนักก็ขายน้ำอบ น้ำปรุง บางตำหนักก็ปิดเป็นห้างขายแพร และเครื่องใช้ต่างๆ บางตำหนักเป็นชาวเมืองเพชรบุรี     พูดสำเนียงเป็นชาวเมืองเพชรไปทั้งตำหนัก ที่มาจากปักษ์ใต้ก็พูดปักษ์ใต้

ส่วนตำหนักใหญ่สูงสี่ชั้นมียอดหอคอยกลางเป็น ตำหนักพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เรือนข้าราชบริพารฝ่ายในนับว่าแปลกกว่าที่อื่น พราะข้าหลวงนุ่งซิ่นไว้มวบ แต่งกายอย่างชาวเชียงใหม่ พูดภาษาเมืองเหนือทั้งตำหนัก และเป็นที่เดียวที่มีเมี่ยงคำแจกกันทานเป็นประจำ(เป็นตำหนักหลังเก่าของพระองค์)

ในวังมีสวนเต่า มีต้นไม้ครึ้ม และมีสระน้ำที่ไม่ลึกพอลุยได้ ก้นสระนั้นปูด้วยหิน มีตะไคร้น้ำจับจนลื้น
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 27 ต.ค. 05, 17:16

 พระที่นั่งบริเวณ และริมพระราชฐานชั้นใน

พระที่นั่งบรมพิมาน ตั้งอยู่เหนือสวนศิวาลัย มี2ชั้น สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ในปัจจุบันรับรองแขกบ้านแขกเมือง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่8 ทรงประทับในพระที่นั่งนี้จนกระทั่งเสด็จสวรรคต

พระที่นั่งมหิศรปราสาท เป็นพระที่นั่ง สถาปัตยกรรมแบบไทย สร้างในสมัยรัชกาลที่4 อยู่ใกล้กับหมู่พระราชมณเฑียรมากที่สุด ปัจจุบันได้ดัดแปลงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

พระที่นั่งสีตลาภิรมย์ ตั้งอยู่ริมสนามด้านหลังพระที่นั่งบรมพิมาณ เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว เป็นพลับพลาโถง ใช้เป็นที่ประทับเมื่อพระราชทานเลี้ยง เช่นงานพระราชอุทยานสโมสร

พระที่นั่งนั่งศิวาลัยมหาปราสาท อยู่ตรงมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนศิวาลัย ข้างประตูราชสำราญ เป็นปราสาท5ยอด สร้างในสมัยรัชกาลที่5 ในปัจจุบันพระที่นั่งศิวาลัยได้ว่าง ไม่ได้ใช้การอะไร
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 27 ต.ค. 05, 17:26

 พระที่นั่งมหิศรปราสาท
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 12:31

 หมู่พระตำหนักที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่1-3
ในรัชกาลที่1-3ได้มีสถาปัตยกรรมแบบเรือนไทย แบบเรือนหมู่

พระตำหนักเขียว

ตำหนักเขียว เป็นตำหนักของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีพระเชษฐภคินีของรัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้รื้อมาสร้างถวายที่วัด สถาปัตยกรรมเป็นเรือนไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ได้ถวายเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดอมรินทรารามซึ่งอยู่ในความอนุรักษ์ของกรมศิลปากร  ซึ่งทางวัดได้ทำการรื้อเพื่อย้าย และ ทำการสร้างใหม่ให้คงสภาพเดิม
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 12:33

 ตำหนักแดง

พระตำหนักแดง เป็นส่วนหนึ่งของพระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดฯ ให้สร้างพระราชทานสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ต่อมาเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รื้อไปปลูก ูถวายสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีซึ่งเสด็จไปประทับที่พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี

           พระตำหนักแดงหลังนี้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชโอรสในสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เมื่อเสด็จบวรราชาภิเษกแล้ว จึงทรงย้ายจากพระราชวังเดิม มาปลูกไว้ในพระราชบวรสถานมงคล เมื่อพ.ศ. 2400

           พระตำหนักแดง เป็นเรือนหลวง สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ขนาด 7 ห้อง เครื่องบนประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ แสดงฐานานุศักดิ์ของเรือน ฝาเป็นฝาปะกน มีเสานางเรียงรองรับแนวชายคาด้านหลัง ด้านหน้าเป็นระเบียง ภายในแบ่งเป็น 2 ห้อง และมีห้องสรงอยู่บนเรือนด้วย ปัจจุบันจัดแสดงส่งของส่วนพระองค์สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเจ้านาย หรือชนชั้นสูงในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

 http://www.thailandmuseum.com/bangkok/tumnakdang.htm  
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:08

 ต่อไปผมจะพาไปรับชมภาพตำหนักต่างๆในพระราชฐานชั้นในนะครับ

เริ่มจากภายในพระตำหนักแดง
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:10

 พระแท่นบรรทมแบบไทยบน จีน / คันฉ่องโบราณสวยงามมากครับ
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:15

 ตำหนักแบบเรือนแถวที่สร้างขึ้นในสมัยต้นรัชกาลที่4-5

ตัวอย่าง: พระตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษณวดี

ภาพนี้เป็นตำหนักที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องเครื่อง พระตำหนักสูง 2 ชั้น มีพาลัยหน้าหันสู่ทิศใต้
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:18

 ตัวอย่างที่2: เรือนเจ้าจอมเยื้อน ในรัชกาลที่ 5

เป็นเรือนแถวทีถูกดัดแปลงบางส่วนเป็น2ชั้น เป็นเรือนที่กึ่งไทย กึ่งจีน กึ่งยุโรป หรือเรือนลูกครึ่ง แต่โดยมากจะเป็นแบบจีน
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:19

 แปลนเรือนเจ้าจอมเยื้อน
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:24

 ตัวอย่างที่3: เรือนเจ้าจอมประคอง ในรัชกาลที่ 5

ภาพนี้เป็นเรือนเจ้าจอมประคอง ในรัชกาลที่ 5 เป็นเรือนแถวเรือนสูง 2 ชั้น มีลานกว้างตรงกลางเรือน ประมาณปี 2528 คาดว่าจะใช้เป็นรร.อนุบาล
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 ต.ค. 05, 14:42

 ตำหนักของ- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้นที่4
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้นที 5
- และเจ้าจอมมารดาบางท่าน

1. ตำหนัก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทเทพกัญญา
2. ตำหนัก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์
3. ตำหนัก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย
และเจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5
4.ตำหนักเจ้าจอม หม่อมราชวงศ์จิ๋ว หรือพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ในรัชกาลที่ 5

ตำหนักเหล่านี้เป็นตำหนักเดี่ยว ก่ออิฐถือปูน ความสูง 2 หรือ 3 ชั้น มีผนผังเป็นรูปตัว U มีมุข 2 ข้าง มีกำแพงก่ออิฐถือปูนเชื่อมมุขทั้ง 2 ที่รั้วกำแพงมีซุ้มเหลี่ยมกั้นเข้าออก ไปลานกว้างในตำหนัก ภายในมีบันได 2 แห่ง คือ บันไดใหญ่ กับบันไดบ่าว ส่วนมากบันไดบ่าวเป็นบันใดเวียน บ้างก็เป็นบนไดคล้างตึกพระยาอภัยภูเบศร ที่ปราจีนบุรี ตำหนักมีการทำ Built in(เครื่องเรือนติดผนัง) ไว้กันห้อง และบางตำหนัก ( ตำหนักพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ในรัชกาลที่ 5 ) มีที่ประดับชายคาเป็นลายไม้ฉลุเล็กๆ

รูปแบบตำหนัก เป็นแบบตะวันตก บนตะวันออกอย่างลงตัว ภายในการตกแต่งหน้าต่างเป็นแบบตะวันตก ส่วนหลังคายังคงมุงกระเบื้องว่าวสีขาว หรือกระเบื้องเคลือบดินเผาไม่ทาสี
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง