เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 4359 ความหมายของคำว่า เรียม
เรียมเอง
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 16 พ.ย. 00, 13:00

พึ่งเข้ามาครั้งแรกนะคะ ชอบที่นี่มากเลยค่ะ เลยได้โอกาสขอถามผู้รู้ว่า คำว่า เรียม จริงๆแล้วมีความหมายไหมคะ เคยมีคนรู้จักท่านนึงบอกว่า เป็นคำแทนตัวเหมือนกับ ฉัน หรือ  เรา ทำนองนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 พ.ย. 00, 02:49

มามั่วครับ
เรียม ดูเหมือนเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ที่ใช้แทนตัวเราเวลาพูดกันคนที่รักกัน ไม่ใช้ทั่วไปครับ เห็นใช้แต่ฝ่ายชาย ผู้หญิงจะใช้หรือไม่ ไม่เคยเห็น (ยกเว้นอีเรียมของไอ้ขวัญ ซึ่งอันนั้นเป็นชื่อเธอ ไม่ใช่สรรพนาม คือเธอเรียกตัวเธอเองด้วยชื่อตัวเอง)
จะแปลจริงๆ ว่าอะไรก็ไม่ทราบ ที่มาอย่างไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน คงจะต้องจุดธูปบูชาครู ถาม "เรียมเอง" หรือครูมาลัย ชูพินิจ นักเขียนอาวุโส ซึ่งเสียไปนานแล้ว
กรณี เรียมเหลือทนแล้วนั่น ...นั้น  เป็นชื่อครับ
(เคยได้ยินว่า ไก่แถวคลองแสนแสบเวลาถูกจับมาถอนขนย่างก็ร้องเพลงนี้แหละ ว่า - เกรียมเหลือทนแล้วนั่น...)
ชักเลอะเทอะครับ
บันทึกการเข้า
ลุงแก่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 07 พ.ย. 00, 06:26

ความเห็นคล้ายคุณ นกข ครับ
นี่แหละครับคือความรุ่มรวยของภาษาไทย(สำนวนคุณแสงชัย สุนทรวัฒน์)
ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีวรรณคดีที่ไพเราะได้อ่านกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 07 พ.ย. 00, 09:03

เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑ มาจากภาษาเขมร  แปลว่า พี่ ค่ะ
ในกวีนิพนธ์โบราณ ผู้ชายใช้พูดแทนตัวเองกับหญิงที่รัก  ไม่ใช้พูดกับน้องชาย น้องสาว หรือคนทั่วไป
มีเกร็ดเกี่ยวกับคำนี้เคยอ่านพบ  ว่าสมัย "วัธนธัม" ของจอมพลป.  กำหนดให้ชายใช้ชื่อชาย หญิงใช้ชื่อหญิง  นางสาวไทยชื่อเรียม แพศยนาวิน  ถูกทักว่าชื่อเธอต้องเปลี่ยน    คุณเรียมก็เลยต้องเปลี่ยนเป็น "เรียมรมย์ "ให้ฟังเป็นหญิง  แต่เธอไม่เคยใช้  พอหมดยุคนี้เธอก็ใช้ "เรียม" เหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
เรียมเอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 พ.ย. 00, 18:32

ขอบคุณทุกท่านท่ีมาช่วยบรรยายนะคะ  หลงคิดว่าน่าจะเป็นคำแทนตัวของ
ผู้หญิงต้ังนาน  คงติดมาจากเร่ืองแผลเก่าน่ีเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 10:34

ชื่อเรียม เป็นชื่อผู้หญิงมีมาก่อนนางเอกแผลเก่าค่ะ
คิดว่าชื่อนี้มาจากมิเรียม หรือมาเรียม ภาษาอาหรับ นะคะ
สำหรับหญิงที่เป็นมุสลิม หรือมีเชื้อสายจากบรรพชนที่มาจากใต้
อย่างเจ้าจอมมารดาเรียม  หรือสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระชนนีในรัชกาลที่ ๓ ก็ว่ากันว่ามีเชื้อสายจากมุสลิม
แต่ถ้าเป็นสาวไทย หรือไทยปนจีน แต่สมัยโบราณ ไม่ใช้ชื่อนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
ลูกมณี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 13:57

เกร็ดเรื่องเจ้าจอมมารดาเรียมมีเชื้อสายมุสลิม
ต้องให้คุณหลวงนิลกังขาเล่าเจ้าค่ะ คิกคิก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 พ.ย. 00, 14:47

เชิญคุณหลวงมานั่งเล่าค่ะ
ปูพรม เตรียมน้ำชา หมากพลูบุหรี่ไว้บนนอกชานเรือนไทยพร้อมแล้ว
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 01:27

โฮ้ย ... ผมยังไม่ได้เป็นออกหลวง เป็นแต่ไพร่ราบฝุ่นเมืองธรรมดาครับ
เรื่องนี้เคยคุยกันอย่างละเอียดที่ไกลบ้าน (มองอดีต) ต้องให้วิศวกรอย่างคุณลูกมณี เอ๊ยคุณอินทาเนียลิงค์ให้ละมัง เผอิญผมไม่ได้เซฟไว้ครับ กระทู้โน้นละเอียดดีมาก เพราะมีผู้รู้จริงมาช่วยกันหลายคน
ผู้ไม่รู้จริงอย่างผมคงเล่าคร่าวๆ ได้แค่ว่า เจ้าจอมมารดาเรียมท่านเป็นเชื้อสายมุสลิมถูกแล้วครับ เป็นลูกหลานทางไหนของพระยาพัทลุง คนไหนผมก็ไม่กล้ายืนยัน สายสกุลของท่านสืบมาแต่สุลต่านสุไลมาน ซึ่งเป็นต้นตระกูลใหญ่ๆ ทางใต้หลายสายสกุล บางสายเป็นพุทธไปแล้ว บางสายก็ยังคงเป็นมุสลิมอยู่จนเดี๋ยวนี้
ตามประวัติ เมื่อ 400 กว่าปีมาแล้วสุลต่านสุไลมานท่านเป็นเจ้าเมืองสาเล ในเขตแถวๆ ที่เป็นอินโดนีเซียปัจจุบัน สู้กับนักล่าอาณานิคมชาวดัชท์แล้วสู้ไม่ไหว ต้องยกไพร่พลหนีดัชท์ขึ้นเหนือ มาตั้งบ้านเมืองใหม่ที่หัวเขาแดง สงขลา ผมเข้าใจว่าคงมีพวกที่หนีขึ้นมาอย่างนี้หลายระลอก มีเรื่องปรากฏในพงศาวดารหัวเมืองใต้ พูดถึง "สลัดชวามลายู" ที่มาตีเมืองอยู่หลายแห่ง เช่น อุชุงคตนะ เป็นต้น กลุ่มของสุลต่านสุไลมานท่านเป็นทัพที่ได้รับการจัดตั้งมาดี ไม่ใช่โจร ก็ตั้งมั่นลงได้ สร้างบ้านสร้างเมืองเป็นเรื่องเป็นราว จนสงขลากลายเป็นเมืองท่าสำคัญ ปรากฏอยู่ในบันทึกพ่อค้าฝรั่ง แต่หลังจากนั้นทางกรุงศรีฯ ยกทัพมาปราบปราม รบกันหลายรอบ จนในที่สุดทางสงขลายอมอ่อนน้อม ผู้สืบตระกูลของท่านสุลต่านก็กลายสภาพไปเป็นข้าราชสำนักสยาม เป็นเจ้าเมืองทางใต้สืบมา
เจ้าจอมมารดาเรียม ก็เป็นลูกหลานบรรพชนมุสลิมทางใต้นี่แหละครับ ในภาษาอาหรับ มีชื่อ มัรยัม หรือ มาเรียม (ชื่อเดียวกับ มาเรีย ของทางคริสต์หรือแมรีของฝรั่งเดี๋ยวนี้)
บันทึกการเข้า
อินทาเนีย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 14:26

พี่นิลกังขาครับ ทีแรกผมตั้งใจไว้ว่าจะนำกระทู้ที่ผมเห็นว่ามีสารประโยชน์ที่เคยเขียนๆไว้ มาเขียนลงไว้ในนี้อีกรอบ เพราะหลายคนที่นี่เป็นคนใหม่ ยังไม่เคยได้อ่าน รวมทั้งกระทู้เรื่องกรมสมเด็จพระศรีสุลาไลยด้วย แต่ตอนนี้เรื่องการเมืองที่นี่ยังไม่ยุติ เลยขอพักไว้ก่อนครับ (กำลังติดตามผลอยู่)

สำหรับการทำลิงค์นั้น จากการที่ผมเองได้ทำไว้ใน ๒-๓ กระทู้ ปรากฏว่าทำให้การจัดรูปหน้า(page)เสียไป อ่านข้อความลำบาก (อันนี้เป็นปัญหาสำหรับคนที่ใช้ Netscape) ผมจึงคิดว่าจะลอกข้อความมาเขียนลงใหม่ -- ความคิดเห็นต่อความคิดเห็นเหมือนกับอ่านจากต้นฉบับ รออีกหน่อยแล้วกันนะครับ

ป.ล. : อยากให้พี่นิลกังขาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ"นิ้วพระหัตถ์"อีกรอบเป็นภาษาไทย เพราะครั้งที่แล้วพี่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้มีบางคนตีความผิด/เข้าใจผิดต่างไปจากที่พี่เคยเล่าให้ผมฟัง ครับ

บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 พ.ย. 00, 14:39

ตำนานหรือนิทานเรื่องนิ้วพระหัตถ์ของสมเด็จกรมพระศรีสุลาไลย ผมไม่ค่อยกล้าเล่าครับ เพราะเป็นแต่เพียงเรื่องเล่าสืบกันมาปากต่อปาก ไม่มีหลักฐานประวัติศาสตร์ใดๆ ยืนยันทั้งสิ้น
ถ้าถือเสียว่าเป็นแต่เรื่องเล่า อย่าซีเรียส ก็อาจจะพอเล่าได้ครับ เดี๋ยววันเสาร์นี้เข้ามาเล่า
บันทึกการเข้า
นนทิรา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 12 พ.ย. 00, 19:55

คุณนกข.คะ ดิฉันมารอค่ะ วันนี้วันอาทิตย์แล้วนะคะ รอ muse อยู่หรือเปล่าคะ เลยยังไม่ได้มา : )
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 14 พ.ย. 00, 01:56

ถือเสียว่าฟังนิทานนะครับ อย่าถือเป็นจริงจังมากไป เพราะผมไม่มีหลักฐานใดๆ จะพิสูจน์ได้
สมเด็จกรมพระศรีฯ นั้นเมื่อท่านถวายตัวเข้าไปอยู่ในราชสำนักสยามแล้ว ตามประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้ปรากฏว่าท่านทรงทำพระองค์ให้ผิดแปลกจากเจ้านายชั้นสูงพระองค์อื่นแต่อย่างใด เสด็จทำบุญ สร้างวัด ทอดพระกฐิน ฯลฯ เหมือนเช่นเจ้านายไทย (พุทธ) จะทรงกระทำทุกอย่าง มิได้ทรงขัดขวางการบุญในศาสนาพุทธเรานี่เลย
แต่มีเรื่องเล่าสืบๆ กันมาปากต่อปากในสายตระกูลมุสลิมที่เป็นลูกหลานกรมสมเด็จพระศรีสุลาไลย ว่า เมื่อสิ้นพระชนม์นั้น พระศพก็ได้รับพระเกียรติยศเต็มที่ตามธรรมเนียมไทย (พุทธ) ตามควรแก่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ระดับนั้น มีงานพระเมรุมาศ ฯลฯ ถวายพระเพลิงพระศพครบถ้วนทุกประการ
ทีนี้ ตามธรรมเนียมของพี่น้องมุสลิมของเรา ก็อย่างที่ทราบกันดี เขาไม่เผาศพนะครับ เขาฝัง และดูเหมือนจะต้องฝังในวันที่ตายนั้นด้วย การที่มุสลิมีนหรือมุสลิมะห์คนไหนตายไปแล้วไม่ได้รับการฝังให้ถูกตามพิธี เขาถือกันว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างหนึ่ง
ตรงนี้แหละครับที่ว่าเป็นนิทาน มีความเชื่อบางกระแสว่า พระศพของกรมสมเด็จพระฯ เมื่อถวายพระเพลิงแล้ว ไหม้ไม่หมด เหลืออยู่แต่นิ้วพระหัตถ์นิ้วหนึ่ง ซึ่งผมก็ลืมเสียแล้วว่านิ้วไหน ไม่ยอมไหม้ ซึ่งทางลูกหลานสายที่เป็นมุสลิมของท่านเขาถือเป็นความภาคภูมิใจ ชื่นใจ  รักเจ้าจอมมารดาเรียมมาก นิ้วนั้น ผมไม่มีความรู้ทางศาสนาอิสลามพอที่จะจำได้ แต่เป็นนิ้วที่มุสลิมใช้ (ทำพิธีอย่างไรอย่างหนึ่ง) ในการละหมาด หรือนมาซ นมัสการพระองค์อัลเลาะห์ของพวกเขา
พูดง่ายๆ ก็คือว่า เขาเชื่อกันว่าในส่วนลึกที่สุดของห้วงพระราชหฤทัย เจ้าจอมมารดาเรียมยังทรงเป็นมุสลิมะห์อยู่ แม้ว่าจะดำรงพระชนม์ชีพในราชสำนักสยามและทรงปฏิบัติพระองค์กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้อย่างดี โดยไม่มีข้อขัดแย้งทางศาสนาใดๆ ให้ปรากฏจนตลอดพระชนม์ชีพเลย แต่ลึกๆ ก็ยังทรงศรัทธาในศาสนาอิสลาม จนแม้กระทั่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ศรัทธาก็ไม่ลบล้างไปได้...
เรื่องนี้ ดูเหมือนเคยมีการเล่าไว้ในวารสาร ศิลปวัฒนธรรม หลายปีมาแล้ว
แต่ถ้าใครจะให้ผมหาหลักฐานพิสูจน์ ผมพิสูจน์ไม่ได้นะครับ ก็บอกเล่าว่าเป็นเรื่องเล่าสืบๆกันมา เพราะในประวัติศาสตร์ทางการที่บันทึกไว้ไม่มีปรากฏเลย
บันทึกการเข้า
ด.เด็ก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 17 พ.ย. 00, 01:13

มามั่วเพิ่มเติมครับ  อย่างที่คุณนิลกางขาว่าไว้ ถูกแล้วครับ คำว่าเรียม มาจากมาเรียหรือมาเรียมในหนังสืออาหรับ  เรียมแพศยนาวินก็เป็นมุสลิม ถือได้เลยว่า คนที่ใช้ชื่อเรียมเป็นมุสลิม ยกเว้น เรียมเองและอีเรียมของไอ้ขวัญ(แต่ไม่แน่เหมือนกัน เพราะอีเรียมอูที่บางกะปิซึ่งมีมุสลิมอาศัยเยอะ)  มั่วได้แค่นี้ละครับ.......
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.806 วินาที กับ 19 คำสั่ง