เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 25228 พระประวัติ (แบบเรียบเรียง) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


 เมื่อ 27 ส.ค. 05, 15:12

 ความจริงแล้วเรื่องนี้ควรจัดอยู่ในกระทู้ราชสกุลเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อคิดดูแล้ว จึงคิดว่าควรตั้งกระทู้ขึ้นมา เพื่อเรียบเรียงพระประวัติเจ้าฟ้าพระองค์นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนนอกตัวอย่าง เพราะพระองค์ทรงมีส่วนในการก่อตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้นมา เนื่องด้วยเอกสารที่เรียบเรียงค่อนข้างเก่า ผู้ที่แวะเวียนอาจจะสงเคราห์บ้างเล็กน้อยก็ได้ครับ แต่ในขณะนี้ขอตัวไปเรียบเรียง(เท่าที่ทำได้) ให้สำเร็จครับ
ป.ล. ยังหาเว็บไซต์ที่มีพระประวัติทูลกระหม่อมติ๋วไม่ค่อยจะเจอครับ หากเนื้อหาผิดพลาดก็ขออภัยมาด้วย เพราะไม่มีโอกาสเสวนาผู้ใกล้ชิดพระองค์ท่านเลยครับ    
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 09 ก.ย. 05, 11:20

 คุณศรีปิงเวียงยังเรียบเรียงไม่เสร็จ
หรือว่าเปลี่ยนใจแล้วก็ไม่รู้
เห็นหายเงียบไป

ดิฉันขอนำภาพพระตำหนักประถม
ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวังเพชรบูรณ์มาลงให้ชมกัน
ตำหนักนี้อยู่ที่นนทบุรี
เปิดให้เข้าชมด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ปังปอนด์
อสุรผัด
*
ตอบ: 3

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 09 ก.ย. 05, 15:21

 ภูมิใจคะที่ได้จบจากวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ภูมิใจมากที่สุดเลยคะ ได้อ่านประวัติของท่านแล้ว และก็เสียดายที่ไม่ได้รับใบประกาศจากลูกสาวของท่านนะคะ
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 11 ก.ย. 05, 09:57

 ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับว่า พระประวัติของพระองค์มีผู้กล่าวถึงน้อยมากครับ จึงต้องใช้เวลาหน่อยครับ
รายละเอียดของพระตำหนักประถม ดูได้ที่เว็ปไซต์
 http://www.tat.or.th/thai/travel_place.php?province=56&region_id=2  มีรายละเอียดที่น่าสนใจครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เป็นหนึ่ง
อสุรผัด
*
ตอบ: 18

เอกชน


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 ก.ย. 05, 12:38

 จบจากวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยเหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 02 ต.ค. 05, 11:03

 " สีชังชื่อเกาะนั้น......เยียไฉน
ชังพี่ฤาชังใคร...........ใคร่รู้
ความรักหนักแหนงใน.ใจเจ็บ จริงนา
เสียรักเสียแรงสู้.........คิดไว้หวังชม "
(พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ)
 http://www.arri.chula.ac.th/Sichang/introduce_sichang.htm
" สีชังชังชื่อแล้ว.........อย่าชัง
อย่าโกรธพี่จริงจัง.......จิตข้อง
ตัวไกลจิตก็ยัง...........เนาแนบ
เสน่ห์สนิทน้อง...........นิจโอ้อาดูร "
(พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว)
" ถิ่นสุขกายสุขด้วย......ถิ่นดี
จิตโปร่งปราศราคี.........ชุ่มชื้น
สองสุขแห่งชาวสี.........ชังเกาะ นี้แฮ
อายุย่อมยืนพื้น............แต่ร้อยเรือนริม "
(พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
จากพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเห็นได้ว่าพระองค์โปรดในการเสด็จฯ ประพาสเกาะสีชังอยู่เนือง ๆ พระองค์เสด็จฯประพาสเกาะสีชังรวมแล้ว 3 ครั้ง แต่ในครั้งที่ 3 นี้พิเศษกว่าครั้งอื่น จะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามตอนต่อไปหลังสอบเสร็จครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 02 ต.ค. 05, 21:41

 สีชังชังชื่อแล้ว.........อย่าชัง
อย่าโกรธพี่จริงจัง.......จิตข้อง
ตัวไกลจิตก็ยัง...........เนาแนบ
เสน่ห์สนิทน้อง...........นิจโอ้อาดูร "

พระราชนิพนธ์นี้เป็นตอนหนึ่งในบืเห่ชมชายทะเล  ในบทพระราชนิพนธ์กาพย์เห่เรือในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อคราวเสด็จเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก พ.ศ. ๒๔๕๗  ได้พระราชทานไปลงพิมพ์ครั้งแรกในสมุทสารฉบับที่ ๑ หรือ ๒ (ผมจำไม่ได้แน่) ซึ่งเป็นวารสารของราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์  
กาพย์เห่เรือชุดนี้มีทั้งชมเรือรบ  ชทเครื่องคาวหวาน  ชมชายทะเล  ชมพระตำหนักที่ประทับ  
ขอเพิ่มเติมไวเด้วยว่า ในการเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเลครั้งนั้น  นอกจากกองทัพเรือจะจัดให้มีการสวนสนามทางเรือถวายพระเกียรติยศอันเป็นการสวนสนามทางเรือครั้งแรกของทัพเรือไทยแล้ว (ทรงพระราชวิจารณ์ว่า ยังไม่สมบูรณ์ตามรูปกระบวนนัก  เพราะเรือรบเรายังมีน้อย)  การเสด็จฯ ครั้งนี้ได้เป็นมูลเหตุให้ทรงพระราชดำริที่จะเรี่ยไรเงินเพื่อจัดซื้อเรือรบหลวงพระร่วงมาประจำการ  และยังได้มีพระบรมราชโองการให้สวนพื้นที่ชายฝั่งทะเลาตหีบมิให้ผู้ใดเข้าครอบครองตราบจน พ.ศ. ๒๔๖๕ กระทรวงทหารเรือ โดยนายพลเรือโท พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสนาธิการทหารเรือ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินนั้นไปจัดตั้งเป็นฐานทัพเรือสัตหับ  ได้มีลายพระราชหัตถ์ทรงตอบว่า
"การที่จะเอาสัตหีบเป็นฐานทัพเรือนั้น  ก็ตรงตามความปรารถนาของเราอยู่แล้ว  เพราะที่เราได้สั่งหวงพื้นที่นั้นไว้ก็ด้วยความตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้น  แต่เมื่อเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะใช้เป็นฐานทัพเรือ  จะไม่อยากให้โจทย์กันวุ่น  จึงได้กล่าวไว้ว่าจะต้องการที่ไว้ทำวัง  สำหรับเผื่อจะมีผู้จับจอง  ฝ่ายเทศาภิบาลจะได้ตอบไม่อนุญาตได้โดยอ้างเหตุว่า "พระเจ้าอยู่หัวต้องพระราชประสงค์"  เมื่อบัดนี้ทหารเรือจะต้องการที่นั้นก็ยินดีอนุญาตให้"
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 08 ต.ค. 05, 16:01

 ขอขอบพระคุณคุณV_Mee เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ครับ
หลังจากสอบเสร็จมาเรียบร้อยแล้ว (แต่ภาระยังคงอยู่ กระทู้นี้คงไม่จบง่าย ๆ เสียแล้วครับ) ผมก็พบบทกลอนและโคลงที่เกี่ยวกับเกาะสีชังอีกแล้วครับ มีดังนี้
มุ่งเห็นละล่ายน้ำ.....ตาตก แม่ฮา
เกาะสระชงงชลธี...โอบอ้อม
มลากเห็นไผ่รยงรา..เกาะไผ่ พ้นแม่
ขยวสระดื้อล้ำย้อม.....ยอดคราม

โคลงบทที่ 78 ในกำสรวญศรีปราชญ์
เหลียวเห็นเกาะสีชังนั่งพินิจ      เฉลียวคิดถึงนุชที่สุดหวัง
ให้นึกกลัวน้องหญิงจะชิงชัง                  ถ้าเป็นดังชื่อเกาะแล้วเราะห์กรรม

มาเข้าเรื่องดีกว่าครับ
จากความเห็นที่ 5 ที่ว่าครั้งที่นี้พิเศษ ก็เพราะว่า นอกจากพระองค์พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ (บางพระองค์)และคณะตามเสด็จจะประพาสที่นี้แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวีซึ่งทรงพระครรภ์ได้ตามเสด็จฯ ด้วย อันเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะให้พระหน่อประสูติบนเกาะแห่งนี้ ทรงมีพระราชประสงค์ในการสร้างพระราชฐานเพื่อใช้เป็นที่ประทับในคราวต่อไป โดยทรงให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระภานุพันธุวงศ์วรเดชทรงเป็นแม่กองในการคุมงานดังกล่าว
และหลังจากที่รอคอยมานาน สมเด็จพระอัครมเหสีก็ได้มีพระประสูติกาลพระราชโอรส ณ พระตำหนักมรกฎสุทธิ์ เกาะสีชัง ซึ่งตรงกับวันที่ ๕ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๑๑ เวลา ๘ ทุ่ม ๕๓ นาที (ถ้าเทียบเวลาแล้วก็น่าจะตรงกับเวลา ๐๒.๕๓ น.) และได้มีพระราชพิธีสมโภชพระกุมารครบ ๓ วันบนเกาะแห่งนั้นด้วย
วันนี้พอเท่านี้ก่อนครับ ไว้ถ้ามีโอกาส ก็จะเพิ่มเนื้อหาอีกครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 17 ต.ค. 05, 10:51

 http://chula.ac.th/history/chudadhuj_th.html
http://61.19.220.3/heritage/nation/tour/sichang.htm
http://61.19.220.3/heritage/nation/tour/sichang1.htm
เว็ปไซต์เกี่ยวกับพระจุฑาธุชราชฐาน
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 22 ต.ค. 05, 10:27

 คุณสะใภ้จ้าว เขียนเรื่องพระจุฑาธุชราชฐานไว้ใน
เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังและพระที่นั่งต่างๆ
สามารถหาอ่านเอาได้ครับ
ต่อมาเมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้มีพระชนมายุได้ 1 เดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีสมโภชเดือนขึ้น ซึ่งได้มีการพระราชทานพระนามพระราชกุมาร,พระราชฐานที่พระราชกุมารประสูติ (พระราชทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน เพื่อให้พ้องกับพระนามพระราชโอรสตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริดังกล่าว) และพระราชทานนามพระที่นั่งที่ก่อพระฤกษ์ในคราวเดียวกันนี้ว่า พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ (ต่อมาได้ยุติการสร้าง และรื้อนำไปปลูกเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ)

ขออภัยมาล่วงหน้าครับ พิมพ์ได้เท่านี้เพราะลืมจดพระนามเต็ม ๆ ของพระองค์ท่านครับ เอาไว้คราวต่อไป(ซึ่งคงอีกนาน)ครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 08 พ.ย. 05, 20:39

 คุณหญิงมณี สิริวรสาร เล่าว่า เมื่อสมเด็จพระพี่ยาเธอฯทิวงคตและไม่มีทายาท สมเด็จพระปกเกล้าฯ
ทรงมีพระราชดำริว่าในบรรดามรดกทั้งหลายควรตกแก่หลาน  (พระองค์จุลฯ และพระองค์วรานนท์ธวัช
โอรสของเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์ฯ )  แต่เนื่องจากหลานพระองค์แรกทรงมีทรัพย์มากอยู่แล้ว
และองค์หลังทรงจนกว่ามาก จึงทรงตัดสินให้พระองค์หลังเป็นผู้รับแต่เพียงผู้เดียว ผู้แต่งใช้คำว่า "ไม้เบื่อไม้เมา"
บรรยายความสัมพันธ์ของอา-หลาน

1. แล้วหลานหญิงซึ่งได้แก่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธิสิริโสภา (พระธิดาของกรมขุนเพชรบูรณ์ฯเหมือนกัน)
ทำไมไม่อยู่ในข่าย แล้วใครเป็นผู้รับมรดกวังนี้หรือค่ะ

2. ในระบอบสมบูรณาญาฯ พระมหากษัตริย์ทรงสามารถหักด้ามพร้า หรือ ruled out อะไรๆก็ได้หรือค่ะ
บังเอิญมาอ่านประวัติวังเพชรบูรณ์ อยู่ในทำเลหัวกระเด็นเสียด้วย เนื้อที่เฉียด 30-40 ไร่
อย่างนี้ไม่จนนะคะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
หยดน้ำ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 146

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 09 พ.ย. 05, 07:59

 ขออนุญาตตอบคุณ Nuchan ในข้อ  2  ครับ


ช่ายครับในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะยกเลิกพระพินัยกรรมของพระบรมวงศานุวงศ์ได้  อย่างเมื่อครั้งสมเด็จพระอนุชาธิราช  เจ้่าฟ้าฯ  กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทิวงคต  ทรงมีพระพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้กับหม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาส  และเป็นผู้ดูและพระองค์จุล  แต่รัชกาลที่  6  ก็ทรงใช้พระราชอำนาจที่ทรงสามารถกระทำได้ยกเลิกพระพินัยกรรมฉบับนั้น  โปรดให้หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาสออกจากวังปารุสก์ไปประทับที่วังจักรพงษ์ที่ท่าเตียน  เข้าใจว่าทรงเรียกวังปารุสก์เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  พระองค์จุลย้ายจากพระตำหนักใหญ่ไปประทับที่ตำหนักจิตรลดาแทน  และเมื่อหม่อมเจ้าหญิงชวลิตฯ  ทรงเสกสมรสใหม่  รัชกาลที่  6  จึงโปรดเกล้าฯ  ให้คืนทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่พระองค์จุล  ครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 10 พ.ย. 05, 09:27

 ขอบคุณ คุณหยดน้ำค่ะ

จาก 2) คุณแน่ใจไหมค่ะว่าเป็นพระราชวินิจฉัยของ ร. 6 บางกระแสบอกว่าเป็นเพราะ
กรมหมื่นจันทรบุรีฯ ตั้งเงื่อนไขว่าหาก ม. จ. ชวลิตโอภาสจะทรงเสกสมรสกับโอรสท่านได้
ก็ต่อเมื่อได้คืนทรัพย์ทั้งหมดให้พระองค์จุลฯเสียก่อน

ถึงตรงนี้อดคิดแบบสู่รู้เรื่องคนอื่นไม่ได้นะคะ คนโบราณทำพินัยกรรมประหลาดๆ กรมหลวงราชบุรีฯ
ก็ทรงยกให้องค์โตหมด ของทูลหม่อมเล็กก็ทรงยกให้ ม.จ. หญิงชวลิตฯหมด ทั้งๆที่ทรงอยู่กัน
แบบหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ถ้าหากตอบว่าเป็นความพอทัยส่วนองค์ ใครก็คงวิจารณ์ไม่ได้

อย่างไรแล้ว อยากทราบคำตอบข้อ 1 ด้วยค่ะ หลานหญิงไม่อยู่ในข่ายขึ้นครองราชย์พอเข้าใจได้
แต่ถ้าไม่อยู่ในข่ายรับมรดก ยังไม่เคยได้ยินค่ะ
บันทึกการเข้า
N.P.
อสุรผัด
*
ตอบ: 19

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 17 พ.ย. 05, 15:38

 แสดงว่าพระองค์เจ้าวรานนท์ก็อาจอยู่ในข่ายสืบราชสมบัติ แต่เคยอ่านในกระทู้ "เจ้าวังปารุสก์" ว่า "ให้ข้ามหม่อมเจ้าวรานนท์ธวัชไปเสีย" เหตุผลเพราะเรื่องมารดา ขอความกรุณาทราบรายละเอียดมากขึ้น หรือบอกรายชื่อหนังสือที่ค้นหาได้ จะขอบคุณมากครับ เพราะอยากทราบที่มาของการสืบราชสมบัติต่อจาก ร.7
บันทึกการเข้า
หยดน้ำ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 146

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 พ.ย. 05, 14:09

 เรื่องลำดับการสืบสันตติวงศ์ในสมัยรัชกาลที่  6

สายสมเด็จพระพันปีหลวง

รัชทายาทลำดับที่  1  สมเด็จพระอนุชาธิราช  เจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  ทิวงคต

รัชทายาทลำดับที่  2  พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์  พระโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงพิษณุโลก  กับหม่อมคัทริน  แต่เมื่อรัชกาลที่  6  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ออกพระราชกฤษฎีกาตั้งพระรัชทายาท  ได้ทรงให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงพิษณุโลกฯ  ปฏิญาณว่าจะไม่ยกพระองค์จุลฯ  เป็นรัชทายาท  พระองค์จึงทรงถูกข้ามไป  (หาอ่านได้จากหนังสือ)

รัชทายาทลำดับที่  3  สมเด็จพระอนุชาธิราช  เจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงนครราชสีมา  ทิวงคต

รัชทายาทลำดับที่  4  สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าฯ  กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย  สิ้นพระชนม์

รัชทายาทลำดับที่  5  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช  ขณะนั้นมีพระยศเป็นหม่อมเจ้า  เป็นพระโอรสของลำดับที่  4  รัชกาลที่  6  ทรงมีพระบรมราชโองการให้ข้ามเสีย  เพราะทรงเกรงว่าเจ้านายพระองค์นี้มีพระมารดาเป้นสามัญชน  พระบรมวงศานุวงศ์จะไม่เคารพนับถือ

รัชทายาทลำดับที่  6  สมเด็จพระจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา  ขึ้นเสวยราชย์เป็นรัชกาลที่  7  และถือว่าสิ้นสุดสายพระพันปีหลวง



ลำดับผู้สืบสันตติวงศ์ในสมัยรัชกาลที่  7

สายสมเด็จพระพันวัสสา

รัชทายาทลำดับที่  1  สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ  เจ้าฟ้าฯ  กรมหลวงสงขลานครินทร์  สิ้นพระชนม์

รัชทายาทลำดับที่  2  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอานันทมหิดล  เป็นพระโอรสของลำดับที่  1  กับหม่อมสังวาลย์  ขึ้นเสวยราชย์เป็นรัชกาลที่  8

รัชทายาทลำดับที่  3  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าภูมิพล  เป้นพระโอรสลำดับที่  1  กับหม่มสังวาลย์  เป็นพระอนุชาธิราชของลำดับที่  2  ขึ้นเสวยราชย์เป็นรัชกาลที่  9

รัชทายาทลำดับที่  4  สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ  เจ้าฟ้าฯ  กรมพระนครสววรค์วรพินิต

...
กฎมณเฑียรบาลที่ตราขึ้นในปลายสมัยรัชกาลที่  6  ระบุว่า  "เจ้านายที่ถูกข้ามไปแล้ว"  จะไม่มีสิทธิ์ในการสืบสันตติวงศ์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.066 วินาที กับ 19 คำสั่ง