เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 6075 เสียดายตึกโรงเรียนราชินีที่ถูกไฟไหม้จังครับ
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 26 ส.ค. 05, 15:07


น่าเสียดายสถาปัตยกรรมจริงๆครับ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ร.ต.ท.รัตน์เกล้า อาณานุการ พนักงานสอบสวน (สบ.1) สน.พระราชวัง รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ภายใน โรงเรียนราชินี เลขที่ 444 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วประสานขอรถดับเพลิง กทม. จำนวน 10 คัน รุดไประงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนหญิงล้วน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึง ม.6 จุดเกิดเหตุอยู่ที่อาคารสุนันทาลัย ซึ่งเป็นอาคารปูน 2 ชั้น ทรงโบราณก่อเป็นโดมอยู่ด้านบน ตั้งอยู่ด้านในสุดใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโหมลุกไหม้ หลังคาโดม และโครงสร้างส่วนที่เป็นไม้ทั้งหมด ประกอบด้วยพื้นไม้ชั้นบน เสา ขื่อ คาน บานประตูต่างๆ ซึ่งทำจากไม้สักทอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องประสบปัญหารถดับเพลิง ไม่สามารถเข้าไปในโรงเรียนได้ เนื่องจากประตูทางเข้าคับแคบ ต้องใช้วิธีต่อสายดับเพลิงลากหัวฉีดเข้าไป โดยมีหน่วยบรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิต่างๆ เรือดับเพลิงของตำรวจน้ำและของกองทัพเรือ ช่วยกันใช้น้ำจากรถดับเพลิงและน้ำจาก แม่น้ำเจ้าพระยาระดมฉีดน้ำสกัดดับไฟ โดยใช้เวลานานประมาณ 45 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะเกิดเหตุทางโรงเรียนต้องอพยพนักเรียนทั้งหมด 3,400 คน ไปไว้ในสถานที่ปลอดภัย โดยนำไปฝากไว้ที่โรงเรียนตั้งตรงจิตรพณิชยการ โรงเรียนราชบพิธ และที่ สน.พระราชวัง

ม.ล.ประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ์ ผู้จัดการโรงเรียนราชินี เปิดเผยว่า อาคารที่เกิดเหตุสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพิ่งฉลองครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อปีที่แล้ว ภายในอาคารเป็นห้องโถงทั้งหมดรวม 6 ห้อง ชั้นล่าง 3 ห้อง และชั้นบน 3 ห้อง ใช้เป็นสถานที่ฝึกหัดมารยาทให้แก่เด็กนักเรียน และเก็บสิ่งของพระราชทานที่ตกทอด มาตั้งแต่สมัยโบราณ ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างต่อเติมปรับปรุงเพื่อทำเป็น พิพิธภัณฑ์ของโรงเรียน สันนิษฐานว่าคนงานใช้ไฟหัวแก๊สเผาลอกสีภายในออกแล้ว สะเก็ดไฟปลิวไปโดนวัสดุไวไฟจึงเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้น สำหรับค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะหากตรวจ สอบโครงสร้างโดยรวมแล้วเสียหายจนใช้การไม่ได้ก็ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด

ด้าน พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผกก.สน.พระราชวัง กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานอยู่ชั้นบนทั้งหมด 22 คน ต้องสอบทีละคนว่า ใครทำงานอยู่ตรงไหนบ้าง ขณะเดียวกันต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐานด้วยว่า จะสรุปสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ออกมาอย่างไร

นายโสดา วงษา อายุ 46 ปี ช่างทำฝ้าเพดาน กล่าวว่า เวลาทำงานต้องใช้เครื่องมือช่าง ที่ใช้ไฟจำนวนมาก ทำให้ระบบไฟฟ้ามีปัญหา ก่อนเกิดเหตุกำลังตีฝ้าอยู่ในห้องโถงเล็กชั้นบน สังเกตเห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากช่องที่ยังตีฝ้าไม่เสร็จ สักพักเพื่อนๆก็ช่วยกันใช้สารเคมีดับไฟฉีดเข้าไป แล้วตะโกนว่าไม่ไหว ไม่ไหว เพราะไฟลุกไหม้มากแล้ว จึงวิ่งหนีออกมา คาดว่าน่าเป็นเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

หลังเกิดเหตุนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมกับกันพื้นที่เป็นเขตอันตรายไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ขณะที่วิศวกรจากสำนักโยธา และเขตพระนครตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะต้องรื้อออกทั้งหมด

จาก http://www.thairath.com/thairath1/2548/page1/aug/26/p1_9.php  
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 15:10



 ตึกสุนันทาลัย
ที่ตั้ง กรุงเทพฯ
เจ้าของ/ผู้ครอบครอง ผู้จัดการโรงเรียนราชินี
ปีที่สร้าง รัชกาลที่ ๕
ลักษณะอาคาร
อาคารก่ออิฐฉาบปูน ๒ ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม แบบยุโรป Facade ด้านหน้ามีมุขเป็น “ มงกุฎ ” (Crown) ยื่นออกมาประดับด้วยลวดลายปูนปั้น เพื่อเน้นทางเข้าส่วนยอดประดับด้วยปูนปั้น รูปตราแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ ๕ มีประตูใหญ่ ออกมาสู่มุขที่เป็นเฉลียงรูปโค้ง ซุ้มประตูทำเป็นรูป โค้งรองรับด้วยเสา Corinthian สองข้างประตู ประดับด้วยตุ๊กตาปั้นตั้งอยู่ใน Niche ผังพื้นเป็นรูป Latin Cross ทางขึ้นชั้นบนอยู่ภายนอกตรงกับ ทางเดินด้านหน้า การทำบันไดไว้ภายนอกเช่นนี้ คงจะยังยึดถือคติความเชื่อที่ว่าบันไดขึ้นจากใต้ถุน เป็นอัปมงคลโครงสร้างเป็นกำแพงรับน้ำหนัก หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องไม่มีกันสาด อาจเป็นเพราะมีทางเดินโดยรอบทำหน้าที่เป็นกันสาด แล้วในตัวทางเดินด้านหน้ามีผนังเจาะโค้งรูป ครึ่งวงกลมในจังหวะที่งดงาม ลักษณะเด่นอีกประการ ได้แก่ช่องแสงรูปครึ่งวงกลมเหนือประตูภายใน ซึ่งประดับด้วยกระจกสีลวดลายงดงาม

 http://www.asa.or.th/01about/c2525/2525d.htm  
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 15:17


ประวัติของโรงเรียนราชินี
 http://www.rajini.ac.th/total/history.html

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี ตำบลปากคลอง ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ และได้ทรงจ้างครูมาจาก ประเทศญี่ปุ่น 3 คนได้สอนภาษาอังกฤษ คำนวณ วิทยาศาสตร์ วาดเขียน เย็บปัก และการประดิษฐ์ ดอกไม้แห้ง ครูทั้งสามคนนี้อยู่ประจำโรงเรียน คนหนึ่งชื่อ มิสยาซูอิ เททสุ(YASUI TETSU) สำเร็จการศึกษา จากประเทศอังกฤษ เป็นอาจารย์ใหญ่ และได้ทรงจัดจ้างสตรีไทย มาเป็นครูสอนภาษาไทย และการตัดเย็บ เสื้อผ้าอีกคนหนึ่ง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้พระราชทาน โครงการ ศึกษาไว้คือ ให้มีความรู้ทางการช่างฝีมือ ขนาดสามารถประกอบอาชีพได้ ให้อ่านออก ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษและสามารถเขียนให้ผู้อื่นเข้าใจ ได้มีการอบรมศีลธรรม จรรยาและมารยาท พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในโรงเรียน ตลอดจนเงินเดือนครู  


     สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฏราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้ทรงรับพระราชภารกิจแทนสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลวงอภิรักษ์ราชฤทธิ์ (พระยาสุรินทราชา นกยูง วิเศษกุล) เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และให้สอนวิชาภูมิศาสตร์ ในชั้นใหญ่เพิ่มขึ้นอีกวิชาหนึ่ง สมัยแรกโรงเรียนแบ่งเป็น 2 ภาค ในภาคเรียนที่สอง ของปีแรกที่ก่อตั้งนั้น โรงเรียนได้ย้ายไปอยู่ตึกริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลองหลอด ท่าช้างวังหน้า ข้างวังกรมพระนเรศวรฤทธิ์ ถนนพระอาทิตย์ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ หม่อมเจ้ามัณฑารพ กมลาศน์ มาเป็นอาจารย์สอนนักเรียนชั้นใหญ่ หม่อมเจ้าเฉลียววรรณมาลา กมลาศน์ สอนนักเรียนชั้นเล็ก และให้เปิดรับนักเรียนกินนอน ในปีพุทธศักราช 2448 ปีพุทธศักราช 2449 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้โรงเรียนราชินีได้ย้ายมาอยู่ ณ สถานที่สุนันทาลัย  

ข้างบนเป็นภาพตึกสุนันทาลัยในอดีต มองจากแม่น้ำเจ้าพระยา
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 15:22


เมื่อวานนี้เหลือแค่นี้ครับ

ภาพจาก http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9480000115210  
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 15:25


น่าเสียดายจัง ผมกำลังรู้สึกว่าสิ่งดีๆในอดีต ทั้งอาคาร วิถีชีวิต มารยาทในสังคม กำลังค่อยๆหายไป เพราะความชุ่ยของคนรุ่นใหม่ๆ
บันทึกการเข้า
หยดน้ำ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 146

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 17:58

 ม่าเสียดายด้วยคนคับคุณจ้อ  สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองยุคหนึ่งของไทยก็มามีอันเป็นไปอีกแห่งแล้วนะคับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 18:17

 ไม่น่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้เลย
เสียดายมากค่ะ  สร้างใหม่ก็ไม่เหมือนเก่าแล้ว  
บันทึกการเข้า
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 18:28

 ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเท่าไร เมื่อมาเห็นกระทู้นี้เข้า ก็ตกใจมาก

เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับสถาปัตยกรรมที่สวยงาม สถานที่อยู่ในความทรงจำอีกหลายคน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ ที่ไม่สามารถเรียกคืนมาได้ดังเก่าอีกแล้ว
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 26 ส.ค. 05, 20:45

 เอ้าตอนแรกนึกว่าโดดไฟไหม้ที่โรงอาหาร ไม่นึกว่าจะที่โบราณสถานแห่งนี้ แต่ก็ดียไงไม่ไหม้หมนะครับ ดีไม่สร้างเป็นไม้นะครับ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 28 ส.ค. 05, 09:51

 เท่าที่จำได้  ตึกหลังนี้เกือบจะถูกทุบทิ้งไปครั้งหนึ่งเมื่อประมาณยี่สิบปีเศษ  โดนทุบไปบางส่วนแล้ว  แต่คณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม  สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เสนอชื่อให้ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ๒๕๒๕ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)  เลยมีการซ่อมส่วนที่ถูกทิ้งไปกลับสู่สภาพเดิม  และได้ใช้เป็นที่เก็ยของเก่าของโรงเรียน  เช่น นาฬิกา จ.ป.ร. โต๊ะและเก้าอี้นักเรียนซึ่งเป็นสังเค็ตงานพระบรมศพรัชกาลที่ ๕  เตียงนอนนีกเรียนประจำ จำได้แค่นี้ครับ
บันทึกการเข้า
ju
อสุรผัด
*
ตอบ: 18

ทำงานค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 ส.ค. 05, 11:29

 เสียดายจัง
บันทึกการเข้า
จ่าโปน
อสุรผัด
*
ตอบ: 16


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 31 ส.ค. 05, 23:41


เฮ้อ........... เศร้า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง