เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 55303 เพลงเก่าตรึงใจ (2)
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 19 ก.ย. 05, 23:02

 หากจะเอาตำนานของ yellow ribbon มาโยงเข้ากับ 2 กรณี ของอดีตนักโทษทีกำลังจะกลับบ้าน กับของวุฒิสมาชิก    นินอย อคิโน ดิฉันเห็นว่าอาจต่างกันบ้าง คนแรกตัวเขาลิขิตชีวิตตนเอง ชดใช้กรรมเสร็จสิ้น และรอการกลับบ้านอย่างใจจดใจจ่อ แต่กรณีของนินอย เขามีโอกาสเลือกที่จะอยู่นอกคุกได้ หรือเลือกที่จะตัดช่องน้อย เสวยสุขพร้อมหน้าครอบครัวที่บอสตัน ก็ได้   แต่ด้วยอุดมการณ์แน่วแน่ มุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิไตย รู้ทั้งรู้ว่ามัจุราชรออยู่ นินอยก็พร้อมจะพลีชีพ เพราะถือว่าคุ้ม ถ้าตายเพื่อชาติและประชาชนชาวฟิลิปปินส์
นินอย มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อและปู่ก็เป็นนักการเมือง แต่ตัวเขาชอบการเป็นนักหนังสือพิมพ์ เมื่ออายุ 17 ปี เป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์มนิลาไทมส์ ร่วมเดินทางไปทำข่าวบทบาทของทหารฟิลิปปินส์ที่เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี   ครั้นอายุ 22  เขาชนะการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีบ้านเกิดเมืองทาร์ลาค แต่ต่อมาศาลเพิกถอนเพราะอายุยังไม่ครบ 23 ปี ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำที่กำหนดไว้ นินอยยังยึดอาชีพทำข่าว และก้าวขึ้นเป็นบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ยังไม่คบเบญจเพสด้วยซ้ำ
ต่อมา เขาเข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฟิลิปินส์ แต่ไม่จบปีที่สี่ ครั้นอายุ 30 เขาชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบ้านเกิดเมืองทาร์ลาค และก้าวขึ้นเป็นวุฒิสมาชิกที่หนุ่มที่สุดเมื่อยังไม่ครบ 35 ปี
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 00:22

 ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อยู่ในตำแหน่งตั้งแต่ปี 2508-2529 ยุคนั้นฟิลิปปินส์ลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคใหญ่ๆมากมาย มีผู้เปรียบเทียบว่าบ้านเมืองเจริญกว่าประเทศไทยนับสิบปี แต่ด้วยความที่ประธานาธิบดีมีพรรคพวกมาก จึงออกโครงการมากมายเพื่อภรรยา ลูกและเพื่อนพ้อง  ยิ่งนักการเมืองฟิลิปปินส์รวยมากขึ้นเท่าใด ประชาชนก็ยิ่งจนขึ้นเท่านั้น นินอยกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่ขุดคุ้ยเรื่องทุจริตออกมาตีแผ่ และกลายเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของรัฐบาล จนกระทั่งปีเดือนกันยายน ปี พ.ศ.  2515   นินอยถูกจับเป็นนักโทษการเมือง และถูกขังอยู่ 7 ปีกว่า กลางปี พ.ศ. 2523 เขาได้รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศเพื่อผ่าตัดหัวใจที่สหรัฐอเมริกา ข่าวบางกระแสกล่าวว่านางอีเมลด้า มาร์กอสได้ขอร้องให้นินอยออกนอกประเทศตามแรงบีบของสหรัฐตั้งนานแล้ว แต่ว่านินอยเองไม่ยอมไป
ช่วงที่นินอยถูกคุมขัง มาร์กอสพูดว่าเขารู้สึกอิจฉานินอยมาก เพราะประวัติศาสตร์พร้อมที่จะจารึกชื่อนินอยเป็นรัฐบุรุษ แต่ตัวเขาเองยังหาที่ยืนอย่างสง่าไม่ได้
สามปีเศษ ที่สหรัฐอมริกา เป็นเวลาที่ครอบครัวอคิโนได้อยู่พร้อมหน้า นินอยรับทุนเฟลโลชิปจาก ม. ฮาร์วาร์ด และ เอ็มไอที ในการเขียนหนังสือ และเดินสายปาฐกถาเกี่ยวกับการเมืองในฟิลิปปินส์ เป็นหอกข้างแคร่ทิ่มตำรัฐบาลตลอดเวลา
แต่แล้วเมื่อนินอย ได้ข่าวว่าการเมืองในฟิลิปปินส์เริ่มเสื่อมโทรมลงมาก เพราะนักการเมืองเรียกรับเงินจากนักธุรกิจต่างชาติจนเป็นที่ขึ้นชื่อ และประชาชนยากจน เขาตัดสินใจคุยกับประธานาธิดีมาร์กอสเพื่อที่จะกลับฟิลิปปินส์ แต่ไม่ได้รับอนุญาต ทางรัฐบาลสั่งให้สถานทูตและสถานกงศุลฟิลิปปินส์ ไม่ต่อหนังสือเดินทางให้ และถ้าสายการบินใดรับตัวนินอยมา ก็จะต้องพาเขากลับเดี๋ยวนั้น
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 00:58


ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนที่สถานกงศุลในสหรัฐอเมริกา นินอยจึงได้รับหนังสือเดินทางและเตรียมตัวกลับฟิลิปปินส์ เพื่อต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่พี่น้องร่วมชาติ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาร์กอสลาออกจากตำแหน่ง และมอบประชาธิปไตยให้ประชาชนได้เลือกตั้งรัฐบาลใหม่

ก่อนออกเดินทางจากสหรัฐ นินอยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเขารู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้อันตรายยิ่งนัก เพราะเขาอาจถูกลอบสังหารเมื่อไรก็ได้ เขาจะสวมเสื้อเกราะแต่คงช่วยได้แค่ปกป้องลำตัว ที่ศรีษะคงไม่มีอะไรกันได้ เขาย้ำว่า “พวกคุณเตรียมกล้องไว้ให้พร้อม มันอาจจะเกิดอย่างรวดเร็วมากใน 3-4 นาที และชีวิตผมอาจจบสิ้น”

ใครจะทราบบ้างว่าสังหรณ์ใจของเขาจะเป็นจริง มิไยที่นักข่าวหลายคน สู้อุตส่าห์รายล้อมประกบหน้าหลัง ไม่ให้เขาเป็นเป้าเด่น แต่เพียงไม่กี่ก้าวที่เขาก้าวลงจากเครื่องบิน เขาก็หมดลมหายใจ แต่นั่นพึ่งเป็นแค่บทเริ่มต้นของการได้มาซึ่งประชาธิปไตย พร้อมกับการดิ้นรนหาแผ่นดินอยู่ของตระกูล  
 มาร์กอส ก่อนที่จะลี้ภัยมาฮาวาย
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 01:45

 ที่ฮาวาย ข่าวการลี้ภัยของตระกูลมาร์กอสเป็นข่าวใหญ่ ผู้คนท้องถิ่นรู้สึกรังเกียจที่ตระกูลนี้ปล้นทรัพย์ของประเทศฟิลิปปินส์ไป ทำให้พี่น้องร่วมประเทศตกระกำลำบาก อดอยาก ไร้การศึกษา  แต่ครอบครัวตัวเองเสวยสุขจนบริโภคไม่หมด คฤหาสน์ที่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอสมาอาศัยอยู่นี้ หลังใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขามากีกิไฮท์ไดรว์เหนือเมืองโฮโนลูลู ซึ่งมองลงมาจะเห็นวิวทะเลแสนสวยงาม อากาศเย็นสบาย แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะอดีตประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ขณะนั้นนอนป่วยหนักด้วยโรคไต รุมเร้าด้วยโรคอีกสารพัดชนิด
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อขับรถผ่านบ้านหลังนี้ ชาวบ้านจะแกล้งบีบแตรดังๆยาวๆใส่ แสดงความรังเกียจให้เห็น ส่วนนางอีเมลด้า มาร์กอส ชาติก่อนคงจะทำบุญมามาก ชาตินี้ถึงจะเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ แต่ก็ยังคงเป็น  แองเจิลในสายตาของคนฟิลิปปินส์อพยพ ที่มาตั้งรกรากที่ฮาวาย เวลานางออกเยี่ยมชุมชนชาวฟิลิปปินส์ พวกเขาแทบจะก้มจูบเท้าเหมือนกอดเดสมาโปรด ภาพข่าวทางทีวีเห็นนางอีเมลด้าร้องไห้ทุกวัน แสดงว่าถึงจะสุขกายแค่ไหน แต่ภายในคงร้อนลุ่มเมื่อเป็นนางฟ้าพลัดถิ่น
เรื่องรองเท้า 3 พันคู่ ในทัศนะของฟิลิปปินโนผู้จงรักภักดี ต่างเชื่อว่าเป็นการจัดฉาก ดิฉันขออนุญาตไม่เล่าเรื่องนี้ต่อ เพราะเกรงใจท่านบรรณาธิการด้วยว่าสเวย์ออกนอกทอปปิคไปทุกที

ท้ายนี้ดิฉันเอารูปขิงขาวมาฝากค่ะ มี 3 สี ก็คล้ายๆกับมหาหงษ์ เป็นพืชประจำถิ่นขึ้นมากที่เทือกเขามากีกินี่เอง กลิ่นหอมมาก ชาวฮาวายจะขดก้านดอกให้เป็นกลมๆนำมาร้อยเป็น lei คล้องคอ ใครไปใครมาก็อยากได้หัวไปปลูก
ขออนุญาตไปปิดงบประจำปีก่อนค่ะ พรุ่งนี้เส้นตายค่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 01:55


วิวจากมากีกิ ไฮท์ เห็นเมืองโฮโนลูลู และภูเขาไฟไดมอนด์เฮด ที่ดับแล้ว
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 00:06

 ขอบคุณครับคุณ Nuchan ที่สละเวลาเล่าเรื่องให้เราฟัง ตอนเด็กๆจำได้ครับที่ประชาชนลุกฮือไล่ มาร์กอสออกจากทำเนียบ มาลากันยัง (ใช่ป่าว?)

ตกลงว่าคำว่า Jose ในภาษาโปรตุกีส กับสแเปนิช ออกเสียงต่างกันครับ สาวสเปนบอกมา คือว่า
สเปน : โฆเซ่
โปรตุกีส : โฮเซ่ กึ่งๆ โยเซ่
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 00:53

 ความเห็นของแต่ละท่าน มีค่าไม่ควรผ่านไปอย่างงมงาย
เนื่องจากกระทู้เรานี้คึกคักยิ่ง ดังนั้นผมอาจจะถอยไปไกลหน่อย จาก ความคิดเห็นที่ 82 ของอาจารย์เทาชมพู

"ชอบตรงนี้ค่ะ
อยากเติมความรักสักวันละน้อย
เติมรักค่อยค่อยบ่อยบ่อยเสริมรอยอาลัย
ไม่ยอมเติมรักให้เต็มดวงใจ
ยามร้างจะได้บรรเทาฤทัยที่ตรม"

"เจ้าของความรัก คิดแบบไม่ผลีผลาม ไม่หวือหวา ไม่ใช่ว่าเจอปุ๊บรักปี๊บ แล้วสองวันก็เลิกกัน"

ครับไม่ทราบว่าเพลงนี้นานแค่ไหนแล้ว อ่านเนื้อเพลงแล้วนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา ยุคเมื่อผมยังเด็กๆ
ฟังแล้วเศร้ามากครับเพลงนี้ ไพเราะแบบวัยรุ่นสมัยนั้น ทั้งทำนองและคำร้อง แต่งและร้องโดย ชาตรีคงสุวรรณ

เพียงครี่งใจ - ดิ อินโนเซ้นท์

อยากเปิดใจเธอจะเจอใจใครซ่อนในรักอยู่
หัวใจหดหู่รักเคยชื่นชูกลับห่าง
ใยเธอทำใจฝืนรักเคยชื่นเพียงคืนจืดจาง
รักเลือนลางเธอวางท่ากลับเย็นเฉยเลยเปลี่ยนแปลง

จะทุ่มเทใจเกือบไปแล้วหนอหยุดรอรักได้
พบใครใหม่ ๆ ยั้งใจไม่ขอส่วนแบ่ง
เธอจะจากไปไหนพบใครใหม่ใจเธอเปลี่ยนแปลง
แต่ฉันไม่ขอแบ่งใจไว้จากไปแล้วใจขอคืน

เก็บกอดดวงใจที่เธอทำลายนี่ใจฉันกร่อน
หัวใจอ่อน ๆ ร้าวรอนเมื่อรักโรยลา
ลืมเธอลืมได้ไหม ช้ำใจเข็ดใจเรื่องผ่านมา
หยุดคิดตั้งใจว่าจะขอพักใจอาลัยกับเธอ

รักร้าวในใจรู้ไหมใครทำ เจ็บจิตใจจำ
เธอทำฉันเพ้อ จริง ๆ เพราะรักเธอมากกว่าใคร

เมื่อจุดจบแห่งความรักพบกันเพียงครึ่งทาง
บาดลึกในใจสิ้นหวังหมดทางใช่ไหม

ว้าเหว่เมื่อทุ่มเทหัวใจ กับสิ่งที่เธอเหลือให้ สุดท้ายคือรอยรักเก่า
ใจเจ็บเก็บเป็นครูสอนเรา จะมีใจให้เขา ควรรักเขาเพียงครึ่งใจ

ฟังได้ที่นี่ครับ
 http://www.oldsonghome.com/music/listen.php?song_id=1176  
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 01:12

 จากความคิดเห็น 83 โดยท่านอาจารย์นิรันดร์

""ไม่ทราบว่าเด็กรุ่นใหม่ยังได้เรียนวรรณคดีเรื่องนี้กันอยู่หรือเปล่าผมคิดว่าการเรียนวรรณคดี สามารถช่วยแนะนำทางชีวิตของคนได้มากและพาให้สังคมอยู่ด้วยกันด้วยความรักนิรันดร์"  

อาจารย์นิรันดร์ครับ (ขออภัยที่พาดพิงถึงชื่ออาจารย์บ่อยจัง อิอิ)
ความเห็นของอาจารย์ตรงใจผมมากเลยครับ ผมว่า นิยาย ดนตรี เพลง ศิลปะ ประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งจรรโลงใจของเด็ก ช่วยปรับแต่งให้เด็กมีทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม
ผมว่าพวกเราหลายๆคน ณ ที่นี้ต่างมีวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเองโดยได้แรงบันดาลใจจากการอ่าน วรรณกรรม ฟังเพลง ฯลฯ
น่าเสียดายที่สมัยหลังๆผู้ใหญ่กลับมองข้ามเรื่องนี้ไปให้เด็กไปเน้นเรียนวิทยาศาสร์คอมพิวเตอร์เพื่อตามโลก มองเห็นว่านิยาย ดนตรีเพลง ศิลปะเป็นเพียงสิ่งประโลมโลกย์ ให้ผู้คนหลบหนีจากความจริงในชีวิต
ซึ่งถูกต้อง ก็ความจริงมันปวดร้าวนี่ครับ แต่คนเราเมื่อมีชีวิตควรกล้ำกลืนกินความปวดร้าวให้เท่าๆกับความยินดีปรีดา ไม่งั้นชีวิตจะสมบูรณ์ได้อย่างไรล่ะครับ
เด็กจะโตมาเราควรให้เขาเรียนรู้ทั้งทุกข์และสุขเพื่อจะได้พร้อมสำหรับชีวิตในเบื้องหน้าเสมอ

นิยายเรื่องกามนิตนั้นเห็นทีต้องไปเปิดเป็นกระทู้ต่างหากล่ะครับ ผมรักมากๆกับนิยายเรื่องนี้ จนถึงตอนนี้อ่านไปไม่รู้กี่เที่ยวแล้ว
สำหรับนักฟิสิกส์อย่างอาจารย์นิรันดร์คงจำบทสนทนาของกามนิตและวาสิฏฐีในภาคสวรรค์ได้ Karl Adolph Gjellerup ไม่ทราบว่าท่านมีความคิดเกี่ยวกับความเป็นไปในสากลโลก ในพรหมโลกได้อย่างไร สิ่งที่ท่านเขียนช่างใกล้เคียงกับทฤษฎีกำเนิดของเอกภพหลายประการทีเดียว
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 23 ก.ย. 05, 15:55

 ขอโทษด้วยครับ จนบัดนี้ผมยังไม่ได้มีโอกาสอ่านภาคสวรรค์เลย
ถ้ามีเวลาจะไปหามาอ่านนะครับ

ผมได้มีโอกาสชมภาพสารคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทางโทรทัศน์
ผมว่า ถ้ารูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ทำได้อย่างภาพยนต์สารคดีเหล่านั้น คงมีคนอยากเรียนขึ้นอีกมาก

อย่างเรื่องประวัติศาสตร์การเสียกรุงและการกู้ชาติ พอได้ดูภาพยนต์เรื่องสุริโยทัยแล้วทำให้อยากกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ใหม่ ทำไมตอนที่เรียนถึงได้ไม่อยากเรียนเอาเสียเลย แต่พอได้มาอ่านเรื่องราวต่าง ๆในห้องเรือนไทยของอาจารย์เทาชมพูที่เพื่อน ๆ สมาชิกมาเล่าสู่กันฟัง(อ่าน)แล้วรู้สึกเพลิดเพลินเหมือนตอนติดนิยาย

ไปฟังเพลง รักนี้นิรันดร กันนะครับ    
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 29 ก.ย. 05, 23:02

 ขอสวัสดี อ. นิรันดร์หน่อยค่ะ
โถเอย...ตอนแรกนึกว่านิรันดร์ไหน ที่ไหนได้ อาจารย์นิรันดร์สอนฟิสิกส์ดิฉันเองที่ตึกคุณหญิงหรั่ง สมัยนั้น อาจารย์พูดไม่เก่งเหมือนสมัยนี้นะคะ

ก๊วนพวกเราอยู่ครบถ้วน มีสายรายงานให้ฟัง แต่ว่าตั้งแต่จบ ม. 6 ดิฉันยังไม่เคยไปเลี้ยงรุ่นซักที จนเขาจะปลดออกจากทำเนียบรุ่นแล้ว มีที่เขาแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนบ้างค่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 29 ก.ย. 05, 23:29

 ได้ยินว่าดอนนี้อาจารย์นิรันดร์ มาสอนอยู่กับแฟนพี่ตุ้ม พรพรรณ โภไคฯ ที่มหานครเหรอคะ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 30 ก.ย. 05, 12:32

 อ้าว คุณ Nuchan ใช้กระทู้คุยเรื่องส่วนตัวซะแล้ว
ยินดีด้วยครับที่ได้เจออาจารย์ของตัวเองที่นี่ อาจารย์นิรันดร์ เป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์มัธยม ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา อาจารย์มีอุปกรณ์การทดลองและการเปรียบเทียบ การอธิบายที่เข้าใจง่ายแต่ลึกซึ้งครับ เสียดายที่ผมไม่เคยได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ แต่จำได้ว่า อาจารย์ชอบไปไล่จับเด็กที่สูบบุหรี่ตามห้องน้ำน่ะครับ อิอิอิอิ

ผมเอามั่งนะ
ผมก็เรียนฟิสิกส์ในสมัยนั้นเหมือนกันครับ เคยเรียนอยู่ห้อง 833 ที่ตึกคุณหญิงหรั่งด้วย รุ่น 15 ครึ่งมั๊ง ไม่แน่เราอาจจะรุ้จักกันอยู่แล้วนะครับคุณ Nuchan
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 30 ก.ย. 05, 13:11

 คุณ paganini ดิฉันจำรุ่นไม่ได้ค่ะ อยู่ห้อง 826 หัวมุมบันไดที่เป็นห้องแลบเก่าค่ะ จึงไม่มีรุ่นพี่ (พวก 716 ที่ตึก 8 adopted พวกเราไปเลี้ยงแทน รุ่นพี่ตระกูลโปษยานนท์ ที่สอบเทียบมาทั้งตระกูลน่ะคะ จำชื่อไม่ได้ เพราะไม่เคยไปงานเลี้ยงรุ่นแม้สักครั้งเดียว)
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 30 ก.ย. 05, 14:12

 แหมแต่รุ่น โรงเรียนน่าจะจำได้นะ
ผมเดาว่าคุณคงหลังผมหลายรุ่นเหมือนกันเพราะ 826 สมัยผมน่าจะยังเป็นห้องแล็ปอยู่
ผมเองก็ไม่เคยไปงานเลี้ยงรุ่นเลยครับ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 30 ก.ย. 05, 17:19

 ก็น่าจะหลายรุ่นนะคะ เพราะดิฉันไม่ทันมานี มานะ ปิติ แต่ที่ไม่ทันน่าจะเป็นเพราะโรงเรียนวัดบ้านนอกไม่ได้บรรจุไว้ต่างหาก
แต่ก็ได้อ่านชุด ดอกรักสัตว์แสนรู้ ไม่เป็นไรลืมเสียเถิด จำได้ไหมค่ะ

ที่ไม่ไปงานเลี้ยงรุ่นเพราะความจำเป็นบังคับ ไม่ได้แอนตี้โซเชียลหรอกค่ะ ที่ตึกคุณหญิงหรั่งเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่หาจำเลยไม่ได้ อาจารย์ก็มองมายังดิฉันทุกที ไม่เคยทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม แต่เป็นหัวขบวนนำพวกลอดรั้วไปซื้อเบอร์เกอร์ที่ ส.มศว. และซื้อ 1 อัน มาปิดปากอ. นิรันดร์ด้วยคะ

ดิฉันเป็นเรฟูจีอพยพเสียหลายปี เรียนด้วย ทำงานด้วยโดยเฉพาะ graveyard shift   ลำพังแค่นี้ก็คงไม่หนัก แต่ตั้งเป้าจะเรียนให้ได้ "ซัมมา คุม เลาดี" มันหนักเอาการ  เมื่อเรียนจบแล้ว ยังกลับไปทำงานอีก จนหายไปจากสารบบ

ย้ายจากเว็บนอก มาจอยเว็บนี้เพราะคนที่นี่ปากไม่จัด และดิฉันไม่ชอบทำร้ายใครโดยวาจา เพราะถ้า ทำคุณถาวรภักดิ์ ใน ค.ห. 73 ถูกดิฉันเผาเละไปแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.079 วินาที กับ 19 คำสั่ง