เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3895 ทุ่ม ทับ จับ หัก ในมวยคาดเชือก
BiTz
อสุรผัด
*
ตอบ: 2

เรียน


 เมื่อ 18 ส.ค. 05, 13:20


จาก เนชันสุดสัปดาห์ ปีที่ 10 ฉบับท ี่515 วันที่ 15-21 เมษายน 2545
..........ข่าวความพ่ายแพ้ของนักมวยไทย ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปชกถึงดินแดนแห่งมังกร จีนแผ่นดินใหญ่นั้นอาจทำให้ บรรดาเซียนมวยในไทยหลาย ๆ คนถึงกลับกระเป๋าฉีก ส่วนคนไทยอีกหลายหมื่นคนต้องผิดหวัง จนอดตั้งข้อสงสัยไปต่าง ๆ
นานาไม่ได้ ไม่ว่าเป็นแง่ มวยไทยไร้ศิลปะไปแล้วหรือ,กติกาทำให้มวยไทยเสียเปรียบหรือไม่ และที่หนักไปกว่านั้นคือ มีการพนันมาเกี่ยวข้องหรือเปล่า
..........การที่ทางผู้จัดประกาศว่าจะนำเอาศิลปะมวยไทย ไปเผยแพร่ให้คนจีนได้รู้จักถึงกับจะนำไปเปิดค่ายมวยไทยสอนในจีน
แต่ผลการชกที่ผ่านมา ทีมนักมวยไทยพ่ายแพ้อย่างน่ากังขา แล้วก็ยังไม่สามารถแก้ทางมวยถีบทุ่มของปรปักษ์ได้เลย
นักมวยจีนก็อาจหาญ ถึงกับไม่กลัวการเตะที่ได้ชื่อว่ารุนแรงหนักหน่วงของมวยไทยที่ทั่วโลกต่างยอมรับ โดยตรงเข้ากอดรัด
กระชากขาให้ฝ่ายไทยล้มลงไป เพื่อเรียกเก็บคะแนนได้ทุกครั้ง ความที่กีฬามวยปล้ำของชนพื้นเมืองชาวมองโกล ได้รับความ
นิยม จึงทำให้นักมวยจีนมีความถนัดในการปล้ำกอดรัด กดด้วยเรี่ยวแรง มากกว่าการต่อสู้ชิงคมแลก อวัยวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก
อย่างมวยไทย
..........หากจะกล่าวถึงกติกา ก็คงเหมือนกติกามวยไทยทั่วไป เพียงแต่เพิ่มการทุ่มเข้ามา(ซึ่งก็น่าจะมีการปรับปรุงกติกามวยไทย ยอมรับ
การทุ่มได้แล้ว เพราะกีฬาการต่อสู้ในหลาย ๆ ประเภทรอบ ๆ บ้านเรานั้นมีการทุ่มการจับหักฝึกกันอยู่แล้ว หากมวยไทยละเลยไปก็
จะเป็นการเสียเปรียบ ทั้งที่หลักการเหล่านี้มีอยู่แล้วในมวยไทยโบราณ)แต่ยังอณุญาตให้ใช้ศอกเข่า ถึงจะมีเครื่องป้องกัน และการ
ใช้จะไม่ได้คะแนนก็ตามแต่ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่น่าจะเสียเปรียบกันมากนัก เพราะฝ่ายนักมวยจีน ใช้ศอกเข่าไม่ค่อยเป็น จึงเน้นถีบ เตะ ทุ่ม
ฝ่ายนักมวยไทยก็ใช้อวัยวุธได้ครบทุกอย่าง
..........การปล้ำกอดการทุ่มในมวยเวทีก็มีให้เห็นอยู่บ้าง ศอกเข่าที่ใช้แม้ไม่ได้คะแนน แต่ก็เป็นที่หวั่นเกรงของนักมวยจีนอยู่ไม่ใช่น้อย
ทั้งยังเป็นไม้สั้นคอยสกัดการเข้าประชิดตัวได้ดี ควรจะใช้ในระยะที่นักมวยจีนเข้ากอดรัด ให้ปรปักษ์ถอยห่างให้อยู่ในระยะที่จะออก
อวัยวุธยาวอย่าง ต่อย เตะ ถีบ ยัน ได้ถนัด การกอดรัดและทุ่มอย่างที่นักมวยจีนกระทำนั้น ไม่ใช่ไม่มีทางแก้...
..........อย่างในรัชกาลที่ 6 สนามมวยสวนกุหลาบ พ.ศ.2462 นายยัง หาญทะเล(มวยโคราช)ในอุปการะของ เสด็จในกรมหลวงชุมพร - เขตรอุดมศักดิ์ ชกกับ จี๊ฉ่าง(จีนฉ่าง) มวยจีนจากเกาะฮ่องกง โดยสโมสรสามัคคีสยามจัดหามา
..........ในยก 3 นายยัง หวดแข้งเข้าที่รักแร้ด้านหัวใจ คะมำหน้า กอดเข่านายยังคู้อยู่อย่างจักรผัน นายยัง ระดมหมัดเหวี่ยงควาย เข้าที่กกหู มังกรแดง จนเลือดซึมออกมา แล้วทิ่มหมัดขวาเข้าโหนกแก้ม และตามด้วยแข้งซ้ายเข้าที่หน้า มังกรแดงจึงถลาลงพื้นเวที ให้กรรมการ นับสิบ พ่ายแพ้ นายยัง หาญทะเล ไปในยกที่ 3 เมื่อ 81 ปีที่ผ่านมา
..........ทุ่ม ทับ จับ หัก ในมวยคาดเชือกนั้นเป็นกลมวยชั้นสูง ที่ผู้ฝึกจะต้องเรียนรู้พื้นฐาน การบริหารร่างกายเพื่อพาหุยุทธ์พร้อมฝึกฝน
ท่าย่างสามขุมตามแบบของแต่ละครู เรียก'ท่าครู'รวมทั้งแม่ไม้ต่าง ๆ เช่นการออกอาวุธ ป้องปัดปิดเปิด ป้องกัน ตอบโต้ให้เชี่ยวชาญ
ดีแล้ว จึงจะสามารถแตกแม่ไม้กล ลูกไม้ กลรับ กลรุก ล่อหลอก หลบหลีก ทั้งยังต้องฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้ใช้ออกไป จึงจะเกิดความคม
เด็ดขาด รุนแรง ท่วงท่าลีลางดงาม เข้มแข็งดังใจ
..........เช่นท่าครูมวยไชยา(ท่าย่างสามขุมคลุมแดนยักษ์)นั้นได้ชื่อว่ามีความรัดกุมเฉียบคม จนสามารถชนะการแข่งหน้าพระที่นั่งสมัย ร.5 เมื่อคราวจัดให้มีงาน ณ ทุ่งพระเมรุ ป้อมเผด็จดัสกร กรุงเทพฯ คือ นายปล่อง จำนงทอง ที่สามารถใช้ 'ท่าเสือลากหาง' โจนเข้าจับ ทุ่มทับจับหักปรปักษ์จนมีชัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 'หมื่นมวยมีชื่อ' ท่าที่ใช้จับทุ่มรับการจู่โจมด้วย เตะ ถีบ เข่า อย่าง ' ถอนยวง' นั้น สามารถทุ่มโยนปรปักษ์ออกไป หรีบจับกดหัวให้ปักพื้นแล้วทับด้วยก้นหรือเข่าได้ หากเป็นการรุกด้วยหมัดนั้นให้แก้ด้วย
' ขุนยักษ์พานาง' หรือ 'ขุนยักษ์จับลิง' ศอกแก้ด้วย 'พระรามหักศร' และยังมีท่าอื่น ๆ อีกมาก ที่ครูบาอาจารย์แต่โบราณท่านมิได้กำหนด
ชื่อเอาไว้ ทั้งหมดนี้ผู้ใช้จำต้องรู้เคล็ดป้องปัดปิดเปิด และกลประกบประกับจับรั้ง เป็นท่าร่วมเพื่อเข้าจับหักด้วยมือ หรือ
เกี้ยวกวัดด้วยท่อนแขน ฯลฯ
..........หลักการทุ่มทับจับหักแต่โบราณมีอยู่และใช้ได้จริง หากแต่จะขอกล่าวโดยสังเขป เพื่อยืนยันถึง ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย
ที่สร้างสรรค์ศิลปะการต่อสู้ เพื่อปกป้องบ้านเมืองในยามศึกสงคราม หากว่าอนุชนรุ่นหลังจะใส่ใจ หันกลับมาส่งเสริมศึกษาวิทยาการ
โบราณเอาไว้บ้างละก็ นักมวยไทยก็คงจะยืนชูมืออย่างภาคภูมิใจบนสังเวียนผืนผ้า ไม่ถูกรัดถูกทุ่มจนเกือบตกเวทีเป็นอีกแน่ และเหล่า
เทรนเนอร์ก็คงไม่ถึงกับต้องระดมสมองกันคิดแก้ท่าถีบของนักมวยจีน โดยละเลยที่ถามครูผู้เฒ่าที่นั่งเฝ้าทอดถอนใจอยู่ข้างหลัง
ปล่อยให้ภูมิความรู้ความสามารถที่ท่านได้สั่งสมมาจากประสบการณ์ จากครูเก่ารุ่นต่อรุ่น กลับต้องสูญค่าไปในสายตาคนรุ่นใหม่
..........ชัยชนะของ ครูยัง หาญทะเล กับคุณค่าแห่งศาสตร์และศิลป์ในมวยหมัดพันด้ายดิบ คงจะเป็นดังหนึ่งภาพลายไทยหลุดลอกใน
โบสถ์เก่า รอวันที่จะลบเลือนหาย หรือได้รับการบูรณะซ่อมแซม ให้กลีบมาอวกความงดงาม พร้อมทรงคุณค่าเพื่ออนุชนรุ่นต่อไป
จักได้ภาคภูมิใจในความเป็น'ไท'แห่งสยามประเทศอีกครั้ง
โดย แหลม ไชยารัตน์ (แหลมหนามทุเรียน)
บันทึกการเข้า
BiTz
อสุรผัด
*
ตอบ: 2

เรียน


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 18 ส.ค. 05, 13:23

 จาก http://www.muaychaiya.com  ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง