เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 13150 ทรงพระเจริญ
ครูไผ่
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55

ศึกษานิเทศก์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 12 ส.ค. 05, 12:15

 ขอนุญาต link กระทู้นี้ไปที่ http://cur.labschools.net  
ขอบพระคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 12 ส.ค. 05, 12:59


ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ คุณครูไผ่
ขออัญเชิญพระราชดำรัสอีกตอนหนึ่งมาลงนะคะ
***********************************
ตอนอายุสิบเจ็ด ที่ได้มาเป็นพระราชินี  ยังไม่มีความรู้อะไรเลย  ก็ได้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดูแลสั่งสอนมาตลอด
ว่าสิ่งใดควรทำ  ไม่ควรทำบ้าง
ทรงสอนให้ข้าพเจ้ารู้จักกว่าการจะเป็นพระราชินีของไทย   จะต้องวางตนอย่างไรบ้าง และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
ข้อสำคัญรับสั่งว่า  ต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของราษฎร  ให้เขามีความสนิทสนม
พอที่ราษฎรออกปากเล่าความทุกข์ของเขาให้ฟังได้
และพระองค์ท่านก็ปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง  ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักการทำตนใกล้ชิดกับราษฎร

เช่นเวลามีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรซึ่งเป็นชั่วโมงๆทีเดียว  
ทรงคุยกับราษฎรนี่ก็ไม่โปรดทรงยืน
ทรงถือขนบธรรมเนียมไทยที่จะไม่ยืนค้ำผู้เฒ่าผู้แก่ จะประทับลงรับสั่งกับราษฎรเสมอมา
แม้จะเป็นตอนเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยงก็ตาม
ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นพระจริยาวัตรนี้มาตั้งแต่ต้นรัชกาลแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 12 ส.ค. 05, 13:18


ฉันไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย  ฉันมีหน้าที่ต้องอยู่เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งทรงกล้าหาญมากและไม่ทรงหวั่นเกรง
เมื่อต้องเสด็จพระราชดำเนินไปยังแหล่งที่มีอันตราย  ฉันจะต้องไปด้วย
เราอาจจะหลบเลี่ยงไม่ไปผจญภัยอันตรายก็ได้
ซึ่งก็จะไม่มีใครมาตำหนิ
แต่ก็ไม่มีความหมายสำหรับชีวิตที่ต้องหลบซ่อนให้พ้นภัยจากโลกภายนอก
เพราะว่าการมีชีวิตแบบนี้ไม่ผิดอะไรกับคนตายที่ยังหายใจได้
จึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะออกไปเผชิญกับภัยอันตรายทั้งหลาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 12 ส.ค. 05, 13:21


ข้าพเจ้าถึงได้มานั่งพูดวันนี้ ขอร้องขอให้ท่านช่วยเพื่อนไทยด้วยกัน
ซึ่งเป็นคนสุจริต ทำมาหากิน แต่เดี๋ยวนี้ทำมาหากินไม่ได้ ตายลูกเดียว
จะให้เขาอพยพออกจากแผ่นดินที่ปู่ย่าตายายหามาก็ได้
แต่ข้าพเจ้ามองไม่เห็นว่า จะอพยพคนไทย จำนวน 3 แสนไปอยู่ที่ไหน
และให้เขาทำกินอย่างไร ก็เป็นเรื่องใหญ่
ปล่อยให้เขาถูกฆ่าตายก็เป็นเรื่องที่แย่

เพราะฉะนั้นท่านเองก็เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเจ้าของแผ่นดินไทย
เป็นผู้ที่ควรตอบแทนแผ่นดิน ต้องช่วยกันคิดว่าจะช่วยชีวิตคนไทย 3 แสนคนทางภาคใต้ให้เขามีทางที่จะทำมาหากิน มีชีวิตอยู่
ขอให้เขามีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่
อยากจะพูดกับพวกสิทธิมนุษยชนว่า คนพวกนี้ไม่ได้ทำบาปทำกรรม  ขอให้มีสิทธิมีชีวิตอยู่ ทำมาหากินในที่ของเขา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 13 ส.ค. 05, 09:25


ที่พูดกันว่าฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลนั้น ความจริงเป็นฝีมือมนุษย์นั่นเอง
เพราะฉะนั้นถ้าเราให้สภาพธรรมชาติกลับคืนมาเหมือนเดิม
มีแม่น้ำลำธาร มีน้ำจืด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อชีวิตมนุษย์และการพัฒนาประเทศชาติ
พวกเราต้องเข้าใจและช่วยกันรักษาป่า เพื่อที่เราจะได้มีอนาคตและความหวังร่วมกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 13 ส.ค. 05, 09:39


ความเจริญทางวัตถุจำต้องควบคู่ไปกับความเจริญทางจิตใจ  
จึงจะทำให้ชีวิตมนุษย์สมบูรณ์และมีค่า  
บุคคลแม้จะเป็นผู้ที่ขาดความมั่นคงทางวัตถุ  
แต่ร่ำรวยยิ่งในด้านคุณธรรม  
มีความรักและห่วงใยในเพื่อนมนุษย์  
จึงนับว่าเป็นผู้ที่พระพุทธศาสนายกย่องแล้วว่าเจริญแท้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 13 ส.ค. 05, 15:06


หมู่บ้านที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียน จำนวนมากอยู่ห่างไกล  เส้นทางทุรกันดาร
บางครั้งก็เมื่อเสด็จด้วยรถยนต์พระที่นั่งไม่ได้ ก็ต้องทรงใช้ยานพาหนะเท่าที่จะพาไปเยี่ยมราษฎรได้
เสด็จไปกลางฝุ่นและความร้อน เป็นระยะทางยาวนับสิบกิโลเมตร
อย่างในภาพนี้

แม้แต่รถยนต์พระที่นั่งเข้าถึงได้   ก็เป็นเส้นทางลำบากไม่น้อยกว่ากัน
อย่างที่บ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร  เมื่อพ.ศ. 2525
บริเวณเชิงเขาภูผาเหล็ก  ติดต่อกับอ่างเก็บน้ำคำจวง  ในสภาพป่าเสื่อมโทรม
พื้นที่ไม่ผิดทะเลทรายเวิ้งว้าง ทั้งร้อนและแห้งแล้งเต็มไปด้วยฝุ่น
ชาวบ้านผู้หนึ่งยังจดจำเหตุการณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปถึง
เขาเล่าอย่างตื้นตันว่า
" ท่านเสด็จมา  ลุยฝุ่นมาครับ  เห็นแต่ฝุ่น  
พอรถจอดมองไม่เห็นอะไรเลย
รถจอด ผมก็วิ่งเข้าไปกราบเท้าท่าน  น้ำตาผมออก  พูดอะไรก็ไม่ออก
หนังหัวผมลุกไปหมด  ผมสงสารท่านลุยดงลุยป่า"
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 27 ก.ย. 05, 17:46

 ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง