ตำแหน่งพระมเหสีเทวี ในสมัยรัตนโกสินทร์

(1/11) > >>

หยดน้ำ:
 ขออนุญาตเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระมเหสีเทวีนะครับ  ถ้ามีจุดไหนบกพร่องก็ช่วยชี้แนะด้วยครับผม

หากเราพูดถึงราชสำนักฝ่ายในในอดีต สิ่งแรกที่หลายๆ คนนึกถึงคงจะไม่พ้นเรื่องราวของเหล่าพระมเหสีเทวี ราชนารีผู้ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าขององค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งสตรีชั้นสูงกลุ่มนี้นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญในราชสำนักมากกลุ่มหนึ่ง เพราะพระมเหสีเทวีนั้นนอกจากจะมีพระราชโอรสเป็นหลักในการสืบราชสันตติวงศ์แล้ว ยังเป็นผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดองค์พระมหากษัตริย์ และในบางครั้งก็ยังมีโอกาสได้ช่วยแบ่งเบาพระราชภาระในทางการบ้านการเมืองอีก


พระมเหสีเทวี ตามความหมายที่เราเข้าใจกันโดยทั่วไปก็คือ พระภรรยาของพระมหากษัตริย์ที่มีพระยศตั้งแต่เจ้าฟ้าลงไปจนถึงหม่อมเจ้า หรือที่ในกฎมณเฑียรบาลเรียกว่า “พระภรรยาเจ้า” แต่ในความเป็นจริงแล้วพระภรรยาเจ้าบางพระองค์อาจจะไม่ได้ทรงเป็น “พระมเหสีเทวี” ก็ได้ หนังสือพระภรรยาเจ้า และสมเด็จเจ้าฟ้าในรัชกาลที่ 5 ของนายแพทย์จิรวัฒน์ อุตตมะกุล ได้ให้ความหมายของพระมเหสีเทวีไว้ว่า “พระฐานันดรศักดิ์” หรือ “ตำแหน่ง” ของพระภรรยาเจ้า ซึ่งผมเห็นว่าความหมายนี้ชัดเจนทีเดียวหากกล่าวถึงพระมเหสีเทวีตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 4 เป็นต้นไป แต่หากเป็นช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 - 3 นั้น คงจะใช้ไม่ได้ เพราะในช่วงนั้นยังไม่ได้มีการแต่งตั้งหรือกำหนดตำแหน่งพระมเหสีเทวีอย่างเป็นทางการ เป็นแต่เพียงเข้าใจกันว่าทรงเป็นพระอัครมเหสี หรือพระมเหสี เท่านั้น

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้คำจำกัดความของ “พระมเหสีเทวี” ไว้ในธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยามว่า “เมียหลวงของนายหลวง” มาถึงตรงนี้ก็อาจมีคนเข้าใจได้ว่าเมียหลวงของพระเจ้าแผ่นดินนั้น คือ “พระอัครมเหสี” แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะรัชกาลที่ 5 ยังได้ทรงอธิบายถึงความหมายของเมียหลวงไว้ด้วย

“...ตามลัทธิฝ่ายเรา พวกมีเมียมากที่ถือลูกเมียหลวงเมียน้อย ถือว่าเจ้านายองค์ใดมีพระราชโอรสพระราชธิดา ด้วยพระเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าฟ้าก็ถือว่า เจ้าฟ้านั้นเป็นลูกเมียหลวง พระองค์เจ้าเป็นลูกเมียน้อย แม่ของลูกเมียหลวงก็ต้องเป็นเมียหลวงอยู่เอง...”

ซึ่งจากคำอธิบายนี้ก็พอจะสรุปได้ว่า “พระมเหสีเทวี” นั้น คือ พระภรรยาเจ้าของพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชโอรสธิดาเป็น “ เจ้าฟ้า” (เมียหลวง)แต่หากพระภรรยาเจ้าองค์ใดมีพระราชโอรสธิดาเป็น “พระองค์เจ้า” (เมียน้อย)แล้ว ก็ไม่ถือว่าทรงเป็นพระมเหสีเทวี ซึ่งพระภรรยาเจ้าที่จะทรงมีพระราชโอรสธิดาเป็น "เจ้าฟ้า" ได้นั้น ต้องดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หรือหม่อมเจ้าที่ยกขึ้นเป็นพระองค์เจ้าเท่านั้น  สำหรับหม่อมเจ้านั้นแม้จะทรงเป็นพระภรรยาเจ้า  แต่หากมีพระราชโอรสธิดาก็จะอยู่ในชั้น  "พระองค์เจ้า"  จึงไม่นับว่าทรงเป็นพระมเหสีเทวี

แล้วจะมาเล่าต่อนะครับผม

หยดน้ำ:

มาเล่าต่อครับผม

ตัวอย่างความแตกต่างระหว่างพระมเหสีเทวี  และพระภรรยาเจ้า  เช่น

สมเด็จพระนางเธอ  พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์  พระนามเดิมว่าหม่อมเจ้าหญิงรำเพย  ทรงเป็นพระอัครมเหสีในรัชกาลที่  4  พระราชโอรสธิดาที่ประสูติจากพระนางมีพระยศเป็น  "เจ้าฟ้า"  อาทิ  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์  ฯลฯ

ในขณะที่หม่อมเจ้าหญิงพรรณาราย  พระขนิษฐาของสมเด็จพระนางเธอ  พระองค์เจ้ารำเพยฯ  ทรงมีฐานะเป็นพระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่  4  เพราะพระราชโอรสธิดาที่ประสูติจากท่านนั้นเป็น  "พระองค์เจ้า"  อาทิ  พระเจ้าลูกเธอ  พระองค์เจ้าจิตรเจริญ

ซึ่งที่ผมบอกว่า  พระมเหสีเทวี  คือ  เมียหลวงของพระเจ้าแผ่นดิน  และเมียหลวงของพระเจ้าแผ่นดินต้องมีลูกเป็น  "เจ้าฟ้า"  นั้น  อาจจะมีคนสงสัยและแปลกใจว่า  ถ้าเช่นนั้นพระเจ้าแผ่นดินก็ต้องทรงมีเมียหลวงหลายคนน่ะสิ  ไม่น่าเป็นไปได้  แต่จริงๆ  แล้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ  ดังที่รัชกาลที่  5  ทรงอธิบายว่า  

"...เจ้าฟ้านั้นเป็นลูกเมียหลวง พระองค์เจ้าเป็นลูกเมียน้อย แม่ของลูกเมียหลวงก็ต้องเป็นเมียหลวงอยู่เอง  ขุนนางก็เหมือนกันมีเมียหลวงกี่คน  ลูกก็เป็นลูกเมียหลวง  เมียก็เป็นเมียหลวง  จะมีกี่คนๆ  ก็ได้ไม่กำหนด..."

สำหรับตำแหน่งพระอัครมเหสี  ที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นตำแหน่งสำหรับเมียหลวงของพระเจ้าแผ่นดินนั้น  ก็คงจะไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว  เพราะพระมเหสีเทวีทุกองค์ก็อยู่ในฐานะ  "เมียหลวง"  จะต่างกันก็ตรงที่ว่า  "พระอัครมเหสี"  ทรงเป็นใหญ่กว่ามเหสีทั้งปวง  หรือจะเรียกว่าเป็น  "เมียเอก"   ก็คงจะไม่ผิดครับ

(ภาพพระสัมพันธวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าพรรณาราย)

หยดน้ำ:
 ย้อนกลับไปในสมัยโบราณ  นับตั้งแต่สุโขทัยจนถึงสมัยรัชกาลที่  3  ไม่เคยปรากฎว่ามีการแต่งตั้ง  สถาปนา  หรืออภิเษกพระมเหสีเทวีแต่อย่างใด  ไม่มีการกำหนดพระฐานันดรศักดิ์  หรือพระอิสริยยศให้กับตำแหน่งพระมเหสีเทวี  เป็นแต่เพียงเข้าใจกันว่าพระองค์ใดเป็นพระมเหสี  ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม  เขียนไว้ว่า

"...แต่พระมเหสีนั้นจะเป็นขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้  เป็นแต่จะเรียกเมื่อไหร่ก็เรียกไม่เห็นมีการตั้งแต่งจนสักครั้งเดียว..."

"...แต่บางทีคนคนเดียวนั้นลางทีก็เรียกว่าพระมเหสี  ลางทีเรียกว่าพระอัครชายา  ลางทีเรียกว่าพระราชเทวี  ไม่รู้ว่าอย่างไรจะเป็นยศสูงกว่ากัน  อย่างไรจะเป็นยศแน่เพราะไม่ได้จาฤกสุพรรณบัฏ  ตั้งพระอัครมเหสีสักครั้งหนึ่ง..."

พระมเหสีเทวีนั้นไม่ว่าเดิมจะทรงเป็นเจ้าฟ้า  พระองค์เจ้า  หรือสามัญชนยกขึ้นเป็นเจ้า  เมื่อเป็นพระมเหสีแล้วก็ยังคงเรียกอยู่เช่นนั้น  เช่น  เจ้าฟ้าสังวาลย์  พระมเหสีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  เดิมทรงเป็น  "เจ้าฟ้า"  เมื่อเป็น"  พระมเหสี"  แล้วก็ยังคงรียกว่า  "เจ้าฟ้า"  อยู่

แต่ในช่วงปลายสมัยอยุธยามีการสถาปนาพระมเหสีให้ทรงกรม  เป็นที่  "กรมหลวง"  ต่อมาจึงมีผู้เข้าใจว่า  "กรมหลวง"  นี้  เป็นยศสำหรับพระมเหสี  เช่น

ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา  ทรงได้พระขนิษฐา  และพระราชธิดาของสมเด็จพระนารายณ์เป็นพระมเหสี  ได้แก่  กรมหลวงโยธาทิพ  เป็นเมหสีฝ่ายขวา  และกรมหลวงโยธาเทพ  เป็นมเหสีฝ่ายซ้าย  แต่ทั้ง  2  พระองค์นี้  เป็น  "กรมหลวง"  มาตั้งแต่แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์  เมื่อมาเป็นพระมเหสีสมเด็จพระเพทราชาก็ยังทรงเป็น  "กรมหลวง"  อยู่

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  เมื่อทรงชิงราชสมบัติมาได้แล้ว  ทรงสถาปนาหม่อมห้ามเดิมของท่าน  2  คน  ขึ้นเป็นพระมเหสี  และทรงกรมเป็นที่  "กรมหลวง"   ได้แก่  กรมหลวงอภัยนุชิต  เป็นพระอัครมเหสี  กรมหลวงพิพิธมนตรี  เป็นพระราชมเหสี  แม้กระทั่งในสมัยธนบุรี  สมเด็จพระเจ้าตากสิน  ก็ทรงสถาปนา  "ภรรยาเอก"  เดิม  ขึ้นเป็น  "กรมหลวงบาทบริจาริกา"  ที่ตำแหน่งพระอัครมเหสี

หยดน้ำ:
 อย่างไรก็ตามแม้ในสมัยอยุธยาจะไม่มีการสถาปนาพระอิสริยยศสำหรับพระมเหสีเทวีอย่างเป็นทางการ  แต่ในกฎมณเฑียรบาลก็ได้มีการกล่าวถึงตำแหน่งของพระมเหสีเทวีไว้โดยแบ่งเป็นลำดับชั้นดังนี้

พระอัครมเหสี
แม่อยั่วเมือง
พระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง
พระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง

(สำหรับตำแหน่งแม่หยั่วเมือง  มีผู้ถูกตีความออกเป็น  2  ความหมาย  คือ  ตำแหน่งพระสนมเอก  และตำแหน่งพระอัครชายา  ซึ่งผมสันนิษฐานว่าน่าจะหมายถึงพระอัครชายามากกว่า  เพราะตำแหน่งพระสนมเอกนั้น  มียศปรากฎอยู่แล้ว  เช่น  ท้าวศรีสุดาจันทร์  ท้าวศรีจุฬาลักษณ์  เป็นต้น)

ในระยะแรกของสมัยอยุธยาตำแหน่งพระมเหสีเทวีของพระเจ้าแผ่นดินก็คงปรากฎให้เห็น  และเรียกตามกฎมณเฑียรบาล  แต่อยู่มาพระเจ้าแผ่นดิน  ไม่ใคร่จะมีพระอัครมเหสี  ที่จะยกย่องเหลือเกินกว่ากัน(ธรรมเนียมราชตระกูลฯ  :  รัชกาลที่  5)  ลำดับชั้นของตำแหน่งพระมเหสีเทวีจึงเปลี่ยนแปลงไปดังนี้  

พระมเหสี  (ถ้ามีพระมเหสีหลายองค์  พระองค์ใดเป็นใหญ่กว่าบางทีก็จะเรียกว่า  "พระเสาวนีย์"  หมายถึง  พระอัครมเหสี)
พระอัครชายา
แม่อยั่วเมือง  (บางรัชกาลก็มียศสูงกว่าพระอัครชายา)
พระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง
พระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง

(มาถึงตรงนี้ผมสันนิษฐานว่าตำแหน่งแม่อยั่วเมือง  ตามพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่  5  น่าจะเป็นคนละตำแหน่งกับพระอัครชายา  และมียศต่ำกว่า  อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ที่ตำแหน่งนี้จะหมายถึงพระสนมเอกนั้นยังไม่ปรากฎ

ตำแหน่งพระมเหสีเทวี  ในช่วงปลายสมัยอยุธยา  พอจะสรุปได้ดังนี้ครับ

พระอัครมเหสีใหญ่  (พระมเหสีกลาง)
พระราชมเหสีฝ่ายขวา  (บางรัชกาลก็ถือว่าตำแหน่งนี้เป็นพระมเหสีใหญ่)
พระราชมเหสีฝ่ายซ้าย
  3  ตำแหน่งข้างบนนี้  เรียกรวมๆ  ว่าเป็นชั้น  "พระมเหสี"
พระราชเทวี
พระอัครชายา
พระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง
พระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง

สำหรับในปลายสมัยนี้  แม้พระมเหสีเทวีบางพระองค์  จะได้รับการสถาปนาให้ทรงกรมเป็น  "กรมหลวง"  ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแน่นอน  ตามแต่พระราชวินิจฉัยของแต่ละรัชกาล  และ  "กรมหลวง"  นี้ก็ไม่ได้เป็นพระยศเฉพาะสำหรับ  "พระมเหสีเทวี"  เท่านั้น  สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ  ลูกเธอ  ก็เป็นได้  เพียงแต่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า  "กรมหลวง"  ในสมัยอยุธยานี้  มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ได้

ผมขอจบเรื่องเกี่ยวกับพระมเหสีเทวีในสมัยอยุธยาไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ  ที่ผมนำมากล่าวถึงนี้ก็เพื่อที่จะให้ทุกๆ ท่านมองเห็นภาพของวิวัฒนาการของตำแหน่งพระมเหสีเทวีได้อย่างเข้าใจ  อีกอย่างธรรมเนียมราชประเพณีในสมัยรัตนโกสินทร์ก็ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอยุธยา  จึงได้ปูพื้นให้เข้าใจก่อนครับ

ติบอ:
 ขอบคุณ คุณหยดน้ำมากครับ
กำลังจะเข้ามาโพสถามว่า ไม่โพสต่อแล้วเหรอครับ พอดีเจอที่คุณโพส เลยได้อ่าน ขอบคุณมากๆครับ มาเล่าบ่อยๆนะครับ


ปล. ถ้าขอรายชื่อหนังสืออ้างอิงได้ก็ดีครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป