เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 26675 ลายที่เปลี่ยนไปตามวันเวลาของผ้ามัดหมี่
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 09:13

 สวัสดีค่ะคุณศสา
น่าสนใจมากค่ะ  ผ้านุ่งของคุณยาย ท่านทอเองหรือว่าเป็นผ้าทอในหมู่บ้านคะ
เคยไปสกลนคร ไปดูผ้าภูไทด้วยค่ะ  แต่อย่างที่คุณศสาบอก ลายยุคใหม่ไม่เหมือนของเก่าแล้ว

ถ้าหากว่ากระทู้นี้เริ่มโหลดยาก เพราะภาพประกอบแยะ
คุณติบอลองตั้งกระทู้ใหม่ (2) ก็ได้นะคะ
ทำลิ้งค์โยงมาที่กระทู้นี้

ผ้ามัดหมี่ในคห.นี้ เป็นอีกผืนที่มีลวดลายผสมกันหลายลาย
ช่วงบน  ลายนกคู่ ลายโคมเจ็ด และลายหมากจับ
ช่วงกลาง  ลายต้นดอกไม้ ลายปราสาท สลับลายคน
ช่วงล่าง ลายช้างคู่ สลับลายคน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 09:22

 ผ้ามัดหมี่สีฟ้าน้ำทะเล  มีลายเดียว
คือลายโคมเจ็ด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 09:24

 ผ้ามัดหมี่ลายหมี่โคม  
ไส้เป็นลายดอกแก้วใหญ่
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 10:13

 สวัสดีตอนเช้าครับ อาจารย์เทาชมพู ขอบพระคุณมากครับ เรื่องกระทู้ที่แนะนำมาครับผม

ขอบพระคุณนะครับ สำหรับผ้าสวยๆอีกตามเคย ผืนในความเห็นที่ 45 ลายสวยดีครับ น่าจะเป็นผ้ามัดหมี่ที่มีการปรับลายจากปดาร (ดูในความเห็นที่ 17นะครับ) ให้สามารถนำมานุ่งห่มได้ครับ เพราะในปดาร บ่อยครั้งที่เราอาจจะพบลายพระสงฆ์ ลายเจดีย์ หรือลายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเคารพในพุทธศาสนา แต่ปัจจุบันการยึดถือจารีตข้อนี้ก็เสื่อมลงตามกาลเวลา เราจึงเห็นภาพสัตว์หิมพานต์ชั้นสูงอย่างหงส์เป็นลายผ้านุ่งได้บ้างครับ

ในภาพจะเห็นลายปราสาท ที่อาจารย์เทาชมพูว่าไว้ล่ะครับ แต่ผู้รู้บางท่านก็สัณณิษฐานไปถึงธรรมาสน์แบบหนึ่งในสมัยอยุธยาครับ ส่วนผมไม่รู้ไม่เห็น เอาเป็นว่าเป็นลายเพื่อความสวยงามซะจะดีกว่าครับ อิอิ





เอาปดารเก่าลายพุทธประวัติมาฝากกันอีกผืนครับ
ถ้าดูจากผืนในภาพ ลายปราสาทที่เห็นจะมีกษัตริย์นั่งอยู่ด้านใน มีพรหมพักตร์อยู่ด้านบนด้วยครับ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผืนนี้เล่าเรื่องพุทธประวัติตั้งแต่ประสูตร จนอภิเษกครับ ไล่จากบนลงล่าง และต่อจากผืนนี้ก็จะมีผืนอื่นที่ดำเนินเรื่องราวต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 10:28

 ผมขอเล่าเรื่องไทยเขมรซะที่นี่แล้วกันครับ

แล้วค่อยไปเปิดเรื่องของชนกลุ่มอื่นที่กระทู้ใหม่แล้วกันนะครับ


อย่างที่เล่าไว้ในความเห็นที่ 44 ครับ ซิ่นลายที่เห็นทั่วๆของชาวไทยเขมรส่วนมากมักเป็นซิ่นสำหรับนุ่งเพื่อความสวยงามทั้งสิ้น เพราะ สำหรับสตรีชาวไทยเขมรแล้ว ซิ่นในพิธีกรรม เรียกกันว่า "โฮลอัลลูน" ครับ

เอาอีกละคำแปลกๆมาอีก 1 คำ อย่าเพิ่งตกใจครับ โฮล ในภาษาเขมรหมายถึงผ้าทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่ทอด้วยมือหรือเครื่อง สร้างลวดลายด้วยการยกดอกลาย พิมพ์ หรือมัดหมี่ก็ตาม ไม่ได้หมายถึงผ้าซิ่นไหมมัดหมี่ลายใดลายหนึ่งเหมือนอย่างที่เราเรียกกันอยู่ในปัจจุบันครับ

ส่วนคำว่า อัลลูน มีความหมายว่าริ้ว ซึ่งหมายถึงริ้วของลายผ้านะครับ

สรุปก็คือ สตรีชาวเขมรจะนุ่งซิ่นลายริ้วในพิธีกรรมต่างๆต่อด้วยหัวซิ่นและตีนซิ่นลักษณะพิเศษ และใช้ผ้าลักษณะนี้เป็นผ้าไหว้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงในพิธีแต่งงานด้วยครับ

สำหรับผู้ชาย จะนุ่งโจงกระเบนลายโฮลในลักษณะคล้ายคลึงกับผ้าสมปักปูมของราชสำนัก มีดอกลายทอติดกันตลอดไปทั้งผืน เรียกว่า "โฮลเปราะห์" ครับ





เอาผ้าโฮลมาฝากกันอีกผืนนึงครับ ของใหม่แล้วล่ะครับผืนนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 11:01

 ผ้ามัดหมี่ลายนาคชูสน ผืนนี้
ก็น่าจะเป็นอีกผืนที่ปรับลายจากปดาร

เชิงผ้าเป็นลายขอโคมห้า ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 11:03

 ผืนนี้ลายขอหลง  สลับลายโคมเก้า
บันทึกการเข้า
ศสา
อสุรผัด
*
ตอบ: 13

กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 18:30

 สวัสดีค่ะอาจารย์เทาชมพู คุณติบอ
สำหรับผ้าที่คุณยายนุ่งส่วนใหญ่ได้มาจากคนเค้าให้มาหรือที่เรียกกันว่า สมมา ก็เป็นผ้าที่ชาวบ้านทอมือบ้าง ทอโรงงาน หรือศิลปาชีพ  ขึ้นอยู่กับสถานภาพของคนให้  คุณยายไม่ได้ทอผ้าใช้เองค่ะเพราะท่านแก่อายุท่านก็ 80 แล้วค่ะ  ลูกๆ ก็ไม่มีใครเรียนทอผ้าสืบต่อมาค่ะ  น่าเสียดายนะคะ
ดิฉันก็ไม่มีความรู้เรื่องผ้าหรอกค่ะ อาศัยแค่การเคยได้พบเห็นมาค่ะ
บันทึกการเข้า
ศสา
อสุรผัด
*
ตอบ: 13

กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 07 ส.ค. 05, 19:03


เผ่าโส้ของจังหวัดสกลนครค่ะ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 19 ส.ค. 05, 18:27

 ไม่มีเวลามาดูแลกระทู้ตัวเองเลยครับ
ขอโทษด้วยครับ


ยังไงจะมาเล่าต่อไวๆนี้นะครับ


อ่อๆ ก่อนลืม อาจารย์เทาชมพูครับลายในกลุ่มลายนาค แบบนาคชูสน หรือ นาคชูฉัตร เป็นลายที่ไม่น่าจะมีที่มาจากกลุ่มชนไทยเขมรนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีลายผ้ามัดหมี่ลายนี้ในกลุ่มไทยเขมรให้เห็นบ้าง แต่เท่าที่ผมเคยเห็นมาก็ไม่พบในผ้ายุคค่อนข้างเก่านะครับ

ส่วนปดารเป็นผ้าพิเศษของกลุ่มชาวไทยเขมรครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 20 ส.ค. 05, 09:05

 รอคุณติบอสอบเสร็จ  แล้วจะเอามัดหมี่ลายใหม่มาโชว์ค่ะ
ตอนนี้จิบกาแฟ รอไปพลางๆก่อน  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30951

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 22 ส.ค. 05, 12:35

 มีลายผ้ามัดหมี่ มาฝากอีกลายหนึ่ง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 27 ส.ค. 05, 18:21

 หลังจากหายหน้าหายตาไปหลายวัน วันนี้ก็ขอกลับมาเล่าต่อซักหน่อยแล้วกันครับ จะได้ปิดกระทู้ไว้ที่ผ้าของชาวไทยเขมรซะให้หมดที่กระทู้นี้


อย่างที่เล่าไว้ตั้งแต่แรกครับ ชาวไทยในสมัยเดิมให้ความสำคัญกับผ้าในชีวิตประจำวันมาก ไม่ว่าจะเป็นการนุ่งผ้าต่างชนิดในพระราชพิธีแต่ละอย่าง หรือผ้าในชีวิตประจำวันเองก็เช่นกัน


นิทรรศการเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่จัดที่บ้านจิม ทอมป์สัน ได้กล่าวถึงผ้ามัดหมี่ของชาวไทยเขมรไว้ว่า มีด้วยกัน 3 ชนิด คือ ผ้าโฮล ซึ่งใช้วิธีการทอแยกแต่ละกระสวยออกจากกันเป็นอิสระ ซิ่นที่ทอด้วยวิธีการ"จองซิ่น" ซึ่งใช้นุ่งเพื่อความสวยงาม และ การมัดหมี่สองทางของด้ายเส้นยืนและด้ายเส้นพุ่งเพื่อให้เกิดลวดลายที่ตัดกันเป็นกากบาท


ตรงนี้ผมขอแบ่งใหม่เป็น 2 แบบนะครับ คือ ผ้าที่ใช้ตามจารีตประเพณี ซึ่งบอกฐานะของผู้นุ่งได้จากผืนผ้า และ ผ้าที่นุ่งเพื่อความสวยงามทั่วไป


ผ้าที่นุ่งตามจารีต ประเพณี อาจารยืธีรพันธุ์ได้สรุปว่า สตรีชาวไทยเขมรจะไม่นุ่งผ้าที่มีลวดลายทอตลอดติดกันทั้งผืน แต่จะนุ่งผ้าลายริ้วตามแนวยาวขนานกับความสูงของลำตัว และต่อหัวซิ่นด้วยผ้าทอแถบไม่กว้างนัก เสริมเส้นพุ่งพิเศษ และต่อเชิงด้วยผ้ามัดหมี่แถบแคบๆอีกแถบหนึ่ง และสำหรับสตรีสูงอายุ จะนุ่งซิ่นอีกหลายลักษณะซึ่งมักเป็นซิ่นที่มีลวดลายเป็นตารางสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่นักในลักษณะของโสร่งสำหรับสตรี หรือซิ่นลายริ้ว ซิ่นสีพื้นต่างๆ และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละลักษณะ เช่น ระเบิก สาคูใหญ่ อัมปรม สมอ เป็นต้นครับ (ชื่อตรงนี้ผมเขียนเทียบตามเสียงอ่านนะครับ ถ้าใครจะเขียนแบบอื่นซึ่งให้เสียงใกล้เยงกันก็ได้ครับ)



ในภาพเป็นผ้าลายระเบิกใหญ่ครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 27 ส.ค. 05, 18:22

 ระเบิกใหญ่อีกผืนครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 27 ส.ค. 05, 18:23


แบบนี้คล้ายๆกัน แต่เรียกว่า ราชวัตรครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง