เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 7853 วันที่ 9 มิถุนายน วันอานันทมหิดล
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


 เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:00


พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระผู้พระราชทานกำเนิด
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:01

พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร


เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ตรงกับวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู จุลศักราช๑๒๖๗ ทเวลา ๐๑.๔๕ นาฬิกา ณ เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมนี เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ขณะที่ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์)และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (ขณะนั้นทรงเป็นหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา) ทรงมีสมเด็จพระเชษฐภคินี ๑ พระองค์ และสมเด็จพระอนุชา ๑ พระองค์ คือ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:02

เมื่อครั้นประสูติทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นหม่อมเจ้า โดยได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "อานันทมหิดล (Ananda Mahidol)"เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘ ทางโทรเลขถึงสถานทูตเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน จากนั้นได้เสด็จไปพำนัก ณ สถานทูตเอกอัครราชฑูตไทย กรุงปารีส, ที่เมืองโลซานน์ ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมืองบอสตัน มลรัฐแมสสาชูเสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้นในวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:06

ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จฯสมเด็จพระบรมชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีไปทุกหนทุกแห่ง ได้เสด็จฯไปยังประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้ไปประทับที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๖๙-๒๔๗๑ เมื่อพระชนมายุ ๓ พรรษาจึงได้เสด็จกลับประเทศไทย พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชชนก และ สมเด็จพระบรมราชชนนี และได้ประทับ ณ วังสระปทุม จนกระทั่ง สมเด็จพระบรมราชชนกประชวรด้วยพระโรคฝีบิดในพระยกนะ(ตับ) และ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลทรงมีชนมายุเพียง ๔ พรรษา และทรงอยู่ในพระอภิบาลของ สมเด็จพระบรมราชชนนีแต่เพียงพระองค์เดียว
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:07


ปีพุทธศักราช ๒๔๗๓ ขณะมีพระชนมายุ ๕ พรรษาได้ทรงเข้าศึกษาชั้นอนุบาล ณ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ต่อมาใน ปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ทรงเข้าศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ ทรงศึกษาอยู่เพียงปีเดียว ก็ต้องเสด็จฯไปรักษาพระองค์ในต่างประเทศ เนื่องจากพระพลานามัยไม่ทรงสมบูรณ์ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ( สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ) ทรงเห็นว่า “... ด้วยสภาพบ้านเมืองไม่เรียบร้อย และเป็นโอกาสที่จะไปศึกษา และรักษาสุขภาพอนามัยที่ต่างประเทศ ...” ดังนั้น เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๖ สมเด็จพระบรมราชชนนี จึงทรงพาพระธิดาและพระโอรส ทั้ง 3 พระองค์ เสด็จฯไปทรงพำนักและศึกษาต่อ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:08

 ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ในวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ตามนัยแห่งกฏมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช ๒๔๖๗ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ให้อัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา ขณะยังคงประทับศึกษาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:10


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เสด็จนิวัติเยี่ยมประชาชนชาวไทยเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๑ ขณะที่ทรงมีพระชนมายุ ๑๔ พรรษา และได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยความว่า

"ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่ได้เดินทางกลับสู่ประเทศอันเป็นที่รักของข้าพเจ้าและ ในอันที่จะได้เห็นบรรดาประชาราษฎร์ของข้าพเจ้าเองข้าพเจ้าหวังว่า บรรดาประชาราษฎร์ของข้าพเจ้าคงอยู่เย็นเป็นสุขสบายดีทั่วกัน"

ระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทย ได้ทรงประกอบพระราชพิธีและเสด็จเยี่ยมสถานที่สำคัญหลายอย่าง พระราชจริยาวัตรอันงดงามเป็นที่ชื่นชมโสมนัสของอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๒ จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับได้มีกระแสพระราชดำรัสทางวิทยุกระจายเสียงความตอนหนึ่งว่า


“...ข้าพเจ้าจะตั้งใจเรียนจนสำเร็จเพื่อจะกลับมาสนองคุณชาติที่รักของเรา...”
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:10


เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาสงบลงในเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๘ ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองหลายประการ ขวัญและจิตใจของประชาชนอยู่ในสภาพว้าเหว่ ระส่ำระสาย ในช่วงระยะนี้เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ได้เสด็จนิวัติเยี่ยมประชาชนชาวไทยเป็นครั้งที่สอง เสด็จพระราชดำเนินถึงประเทศไทยในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ เป็นขวัญและกำลังใจให้ปวงชนชาวไทยมีพลังที่จะต่อสู้กับภาวะความเดือดร้อนลำเค็ญที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:11


ระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานับประการ ทั้งงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานด้านการศาสนาและการศึกษา เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร เสด็จเยี่ยมโรงพยาบาล หน่วยทหาร และสถานที่สำคัญอื่นๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานต่างๆ ผลัดกันเข้ามากราบบังคมทูลกิจการของหน่วยงานของตน และทรงสนพระทัยศึกษาหลักธรรมของพระพุทธศาสนา เพื่อเตรียมพระองค์จะทรงผนวชเมื่อเสด็จกลับมาประเทศไทยเป็นการถาวร

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการแพทย์ที่สำคัญ ได้แก่ เมื่อพระองค์เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญา แก่แพทย์และพยาบาล คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ณ หอประชุมราชแพทยาลัย ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ได้พระราชทานพระราชปรารภอันมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ผลิตแพทย์ผู้ได้ศึกษาสำเร็จตามหลักสูตรให้มีปริมาณมากขึ้นเพื่อออกมาช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน เพื่อสนองพระราชประสงค์ดังกล่าวศาสตราจารย์ หลวงเฉลิมคัมภีรเวชช์ (เฉลิม พรมมาส) ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จึงเจรจาขอความร่วมมือกับสภากาชาดไทยในการเปิดโรงเรียนแพทย์แห่งที ๒ ของประเทศ ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยผ่านทางศาสตราจารย์อุปการคุณ พลตรี พระยาดำรงแพทยคุณ(ชื่น พุทธิแพทย์) ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นชอบจึงนำเสนอต่อรัฐบาลในขณะนั้นเพื่อตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งต่อมาได้วิวัฒน์เป็น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีกำหนดจะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ เพื่อทำปริญญาเอก สาขานิติศาสตร์ที่ยังค้างอยู่ให้สำเร็จ โดยมีพระราชกระแสรับสั่ง

"ปริญญาด็อกเตอร์ ทางกฏหมายนั้นฉันรู้สึกว่าสำคัญต่อฉันมากรู้บ้างไหมว่า วิทยาลัยไหนที่ทำดีกรีด๊อกเตอร์กฏหมายได้เร็วๆ ฉันอยากจะรีบเรียนให้ เสร็จแล้วจะได้กลับ .....ฉันเป็นห่วงเมืองไทยนัก..... เห็นจะไม่มีวิทยาลัย ไหนที่ฉันจะทำปริญญาด๊อกเตอร์ได้เร็วกว่าที่สวิตอีกปีครึ่งฉันก็จะเสร็จอยู่ แล้วตกลงฉันจะกลับไปเรียนที่เดิมแล้วฉันจะรีบมาเมืองไทย..."

แต่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน เมื่อประมาณ ๙ นาฬิกา ของวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาเพีบง ๒๑ พรรษา ปวงชนชาวไทยทุกคนต่างตื่นตระหนกตกใจ เศร้าโศกาอาดูร แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร พสกนิกรชาวไทยทุกคน ยังคงจดจำรำลึกตราตรึงใน พระราชจริยาวัตร พระราชอัฉริยภาพ และ พระมหากรุณาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการอยู่เสมอ ตลอดมา ไม่เสื่อมคลาย ตราบเท่าทุกวันนี้
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:12


ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นปีมหามงคลสมัยพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เป็นพระปรมาภิไธยอันวิเศษตามแบบแผนโบราณราชประเพณีว่า

"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดม จักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิหารรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตน สรณารักษ์วิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร"


และในการขานพระปรมาภิไธยอย่างมัธยม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขานว่า
"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สกลไพศาล มหารัษฎธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร"


และอย่างสังเขปว่า
"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร"  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:15

 "...เราเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ศึกษาที่สูงและมีเกียรติ ย่อมต้องรู้ผิดและชอบแล้วว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว ละสิ่งใดควรประพฤติและไม่ควรเพียงใด ตลอดจนกิริยามารยาทเราต้องบังคับใจของเราให้เป็นผู้ที่อยู่ในศีลธรรมอันดีงามเสมอ จึงจะได้ชื่อว่า เป็นนักศึกษาที่ดีของชาติ..."

พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
ในโอกาสเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา ๒๔๘๗
วันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ เวลา ๑๔.๐๐ น.
ณ หอประชุมจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:25


ภาพพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:28


ภาพพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  
บันทึกการเข้า
นทีสีทันดร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 165

นสพ. จุฬาฯ ปี 6 (extern) แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 08:51

 ข้อมูลทั้งหมดนำมาจากเวบไซต์ของสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับhttp://smcu.md.chula.ac.th/modules.php?name=News&file=article&sid=76 (ได้ขออนุญาตผู้จัดทำแล้ว)
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 05 มิ.ย. 05, 16:41

 ขออนุญาตเข้ามาเรียนถามท่านผู้รู้หน่อยครับ
คือ ผมสังเกตเห็นว่าช่วงปลายแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ท่านจะทรงฉลองพระเนตรด้วย เหมือนรูปที่ท่านพระราชทานปริญญาบัตร ในความเห็นที่ 12 ของพี่นทีหนะครับ
เลยอยากเรียนถามครับ ว่าท่านเริ่มทรงฉลองพระเนตรเมื่ไหร่เหรอครับเวลาเห็นพระบรมฉายาลักษณ์จะได้คะเนได้ถูกว่าอยู่ในช่วงไหนหนะครับ


ปล. นึกถึงตอนเป็นนิสิตปีหนึ่งจัง ถ้าใส่ชุดพิธีการแล้วฝนตกล่ะก็..... หวังว่าคงไม่มีใครเผลอใส่เครื่องในที่ไม่ใช่สีขาวนะครับ หุหุ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 19 คำสั่ง