เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 75936 กลอนเก่า ของดี
dinsor
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 5



ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 13:45

 ชนวนชวนชนาง    ชนะข้างเคียงชบา
ชมดชม้อยตา       มองชม้ายชไมเหมือน
ชนิดชิดชนัก        ชอุ่มหนักชอ่ำเตือน
ชอื้อชวาเยือน      ชโลงใจได้ชโลม ( ชโลมใจได้ชโลง) วรรคสุดท้ายนี่ไม่แน่ใจค่ะ
บันทึกการเข้า

นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 15:11

ขอบคุณในภาพดอกไม้สวย ๆ ครับ
ผมไม่ได้แค่ชอบวรรณคดีไทยธรรมดานะครับ
นึกอิจฉาเด็กศิลป์ด้วยที่ได้เรียนประวัติวรรณคดีไทยและการประพันธ์
ถึงกับไปซื้อประวัติวรรณคดีที่แต่โดยอาจารย์เสนีย์ วิลาวัลย์(ถ้าจำชื่ออาจารย์ผิดก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย)
มานั่งอ่านเรียนด้วยตัวเองควบคู่กับการเรียนสายวิทย์ ฯ
เรื่องที่ชอบมากก็ยังมี สามัคคีเภทคำฉันท์ ของนายชิต บุรทัต ครับ
ชอบถึงขนาดอ่านแล้วแต่งใหม่เป็นคำกลอนทั้งเรื่องแบบย่อ ๆ ลงตีพิมพ์ในหนังสือรุ่นทีเดียว
เสียดายที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเอามาก ๆ ก็เลยตัดใจเรียนวิทยาศาสตร์

คุณเนยสดนี่ คงมีอะไรคล้าย ๆ ผมหลายอย่าง น่าจะมาเกิดเป็นลูกชายผมนะ
อายุเท่าลูกชายคนเล็กผมพอดี    แต่ลูกผมไม่ค่อยสนใจเรื่องราวทางภาษา สนใจแต่วิทยาศาสตร์ครับ


นานาประเทศล้วน ... นับถือ
คนที่รู้หนังสือ .......... แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ .....คนป่า
ใครเยาะกวีไซร้  ........แน่แท้คนดง

ผู้รู้ช่วยตรงสอบด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 17:28

 อะไรเอ่ย
อยู่กับบ้านติดประตู  อยู่กับครูติดคารม
 
บันทึกการเข้า
เหลนนางพญา
อสุรผัด
*
ตอบ: 39

หมื่นลี้ ย่อมมีก้าวแรก


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 19:33

 มัจฉาปลานิล ของกินแสนอร่อย
ได้กินบ่อย ๆ เพราะปิติแสนดี
จึงขอขอบใจ ขอให้มั่งมี
รวยเป็นเศรษฐี เพราะปลานิลเทอญ

แหะ ๆ คิดถึงปิติและเพื่อนๆ จังเลยครับ
บันทึกการเข้า
เหลนนางพญา
อสุรผัด
*
ตอบ: 39

หมื่นลี้ ย่อมมีก้าวแรก


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 19:40

 วันหนึ่งม้าแก่ นอนแผ่ชูคอ เด็กสิบคนรอ ขอขี่ทุกวัน
บ้างว่าแก่ไป จะไม่ขี่มัน เก้าคนพากัน อยู่บ้านพอใจ
มีเด็กหนึ่งคน ซนจะขี่ม้า เอาไม้ตีขา ให้พาวิ่งไว
ม้าลุกเด็กแย่ ล้มแผ่ลงไป ม้าวิ่งไม่ได้ ล้มทับ เด็กซน

นี่ก็อีกบทหนึ่งครับ ที่จำได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นกลอนเก่าโบราณ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงกลอนบทต่าง ๆในหนังสือภาษาไทย (ที่โดนคุณแม่ซึ่งเป็นครูภาษาไทย บังคับให้ท่อง) แล้วจะต้องอมยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งเลยครับ คิดว่าคนรุ่นเดียวกับผมก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกันนะครับ
บันทึกการเข้า
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 20:11

 พระนลคำหลวง

ดูรากุลบุตร์เชื้อ..........ชาติชาย ไทยเอย
อันชาติรุ่งเรืองฉาย......เฉิดแท้
แม้ไร้กะวีอาย............ทั้งชาติ เจียวพ่อ
เขาจะเยาะเล่นแม้.......หมดผู้รู้ดี

กะวีสง่าแม้น..............มณีสาร
คำเพราะคือสังวาลย์....กอบแก้ว
ควรเพิ่มพิริยการ.........กะวีเวท เทอญพ่อ
กอบกิจประเสริฐแล้ว....ไป่ต้องร้อนตัว

อย่ากลัวถูกติพ้น..........เกินสมัย หน่อยเลย
ใครเยาะก็ช่างใคร........อย่าเก้อ
เราไทยอักษรไทย.......เราแต่ง สิฮา
ใครติสิคือเส้อ.............ไม่รู้สีสา

นานาประเทศล้วน.........นับถือ
คนที่รู้หนังสือ...............แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ......คนป่า
ใครเยาะกะวีไซร้...........แน่แท้คนดงฯ
บันทึกการเข้า
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 20:16

 โคลงโต้ตอบ (อีกครั้ง) กับศรีปราชญ์และพระเจ้าเชียงใหม่นะคะ

พระเจ้าเชียงใหม่: ศรีเอยพระเจ้าหื้อ.......ปางใด
ศรีปราชญ์:.........ปางเมื่อเสด็จไป.........ป่าแก้ว
พระเจ้าเชียงใหม่: รังสี บ่ สดใส.............สักหยาด
ศรีปราชญ์:.........ดำแต่นอกในแผ้ว.......ผ่องเนื้อนพคุณ
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 22:16

 .... ความเอ๋ยความรัก
แรกสมัครชั้นต้น ณ หนไหน
เริ่มจำเพาะเหมาะกลางวางหัวใจ
หรือเริ่มในสมองตรองจงดี
แต่แรกเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง
อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี
ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย

... ตอบเอ๋ยตอบถ้อย
เกิดเมื่อเห็นน้องน้อยอย่าสงสัย
ตาประสบตารักสมัครไซ้ร
เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน
แต่ถ้าแม้สายใจไม่สมัคร
เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ
ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน
ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย

ไม่แน่ใจว่า ตอน ม. 2 หรือ ม. 3 จากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง"เวนิสวานิช"
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 22:24

 นอกจากจิงโจ้ แล้วก็ยังมีตุ๊ดตู่ ด้วยครับ

ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่
ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้
ขี้เกียจนักหนาระอาใจ
มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ
ชาติขี้เกียจเบียดเบียนพวกเพื่อนบ้าน
การงานสักนิดก็คิดหลบ
ตื่นเช้าเราหมั่นขยันพลบ
ไม่ของพบชาติขี้เกียจเกลียดนักเอย
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 25 เม.ย. 05, 22:57

 เอามาฝากคุณพี่โก๋แก่ครับ

....อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน
ถึงยากแค้นก็พอยังประทังตน

อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว
แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล

อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์
ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย
หนังสือก็ไม่รู้ดูบัดสี
ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี
ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล
จะต่ำเตี้ยเสียชื่อว่าโฉดช้า
จะชักพายศลาภให้สาบสูญ
ทั้งขายหน้าญาติวงศ์พงศ์ประยูร
จะเพิ่มพูนติฉินคำนินทา
หนึ่งหนังสือหรือตำรับฉบับบท
เป็นของล้วนควรจดจำศึกษา
บิดาปู่สู้เสาะสะสมมา
หวังให้บุตรนัดดาได้ร่ำเรียน
จะได้ทราบบาปบุญทั้งคุณโทษ
ปะบุตรโฉดต่ำช้าก็พาเหียร
ไม่สมหวังดังบิดาปู่ตาเพียร
แล่นจำเนียรแพลงพลัดกระจัดกระจาย

. จำไว้นานเต็มทีคงมีพลาด
เห็นประหลาดโปรดด้วยช่วยแก้ไข
อักขราวาทีที่เขียนไป
มาจากใจสู่ใจไปถึงกัน
ด้วยความรักปั้กใจในภาษา
แม้ตรึกตราในใจไม่แม่นมั่น
วอนมิ่งมิตรร่วมด้วยมาช่วยกัน
สืบสานวรรณคดีไทยให้ยั่งยืน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31231

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 26 เม.ย. 05, 08:01

 เห่ครวญ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ค่ะ

รอนรอนสุริยคล้อย.........สายัณห์
เรื่อยเรื่อยเรื่อแสงจันทร์......ส่องฟ้า
รอนรอนจิตกระสัน......... เสียวสวาท   แม่เอย
เรื่อยเรี่อยเรียมคอยถ้า......ที่นั้นห่อนเห็น ฯ



   เรื่อยเรื่อยมารอนรอน........สุริยาจรเข้าสายัณห์
เรื่อรองส่องสีจันทร์ .............ส่งแสงกล้าน่าพิศวง
   ลิ่วลิ่วจันทร์แจ่มฟ้า........... เหมือนพักตราหน้านวลผจง
สูงสวยรวยรูปทรง............... ส่งสีเจ้าเท่าสีจันทร์
   เอวอ่อนชอ้อนองค์.............โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์
หาไหนไม่เทียมทัน...............ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก
   ขาวสุดพุดจีบจีน............... เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก.....................แต่พี่รักเจ้าคนเดียว
   นอนนั่งตั้งอาลัย................สายสุดใจไม่แลเหลียว
หวังชมสมกลมเกลียว............ควรฤาน้องข้องใจเคือง
   ขาวสุดพุดซ้อนแซม..........เนื้อแอร่มอร่ามเหลือง
โฉมอ่ากว่าทั้งเมือง.............. หนแห่งใดไม่เหมือนเลย
   ได้น้องทองนพมาศ.......... มาสังวาสพาดชมเชย
ร่วมเรือนเพื่อนพิงเขนย ........ เคยวิงวอนอ่อนหวานคำ
   ฝนตกยกปีกป้อง................ฟ้าร้องต้องเอาตนงำ
ชิดเชื้อเนื้อนวลขำ.................. อ่อนละมุนอุ่นอกเรียม
   รักนุชสุดสายใจ.................ต้องฤทัยไม่เท่าเทียม
ขอต้องน้องอายเหนียม ........... เกรียมจิตเจ้าเฝ้าทุกข์ทน
   ฝนตกฝนหากตก................ แก้วกับอกอย่าโกรธฝน
ลมพัดรับขวัญบน.................. แก้วโกมลมานอนเนา
   ฝนตกไม่ทั่วฟ้า................  เย็นแหล่งหล้าในภูเขา
ไม่เย็นในอกเรา..................... เพราะเพื่อนเคล้าเจ้าอยู่ไกล
   เรียมร่ำน้ำตาตก................ อกร้อนรุ่มดังสุมไฟ
แสนคะนึงถึงสายใจ ................ เจ้าไกลสวาทนิราศเรียม
บันทึกการเข้า
เนยสด
ชมพูพาน
***
ตอบ: 153



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 26 เม.ย. 05, 15:39

 ผมก็แค่เด็กม.ปลายคนหนึ่งที่รักภาษาไทยครับ
กลอนอันสุดท้ายของอ.นิรันดร์คงแต่งใหม่หรอครับ

สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพะยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
แม้ล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม
ดังดูดดื่มบอระเพ็ดต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง......อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร.......ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล........ลืมตื่นฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า............อย่าได้ ถามเผือ
บันทึกการเข้า

โก๋แก่
อสุรผัด
*
ตอบ: 44

วิจัย ประดิษฐ คิดค้น ปรับปรุง ประยุกต์ New products in Energy saving, Renewenergy, Electrical, Electronics,ฯลฯ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 26 เม.ย. 05, 15:57

   

โป้ง แล้ว อ.นิรันดร์ ว่า โก๋ฯ เกียจคร้านไม่เรียนหนังสือ
ก็ไม่มีใครเขารับ นี่ เขากลัวตายที่โรงเรียน

ภาษาไทย โก๋ฯแย่เต็มที ลองท่อง ก-ฮ เล่นอยู่หลายเที่ยวกว่าจะครบ 44 ตัว
เดี๋ยวนี้ ต้องพึ่ง กี๋(สาว) เรื่องภาษา แล้ว ฮิฮิ


         
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 26 เม.ย. 05, 18:23


ชวนชมสีชมพูจากสวนในบ้านผมครับ
น่าชมเหมือนกับกลอนกาพย์ที่น่าอ่านของคุณเทาชมพู
อ่านบทนี้แล้วให้นึกถึงตอนที่จีบคุณแม่ของเด็กที่บ้าน
ตอนนั้นก็นาน 33 ปีมาแล้ว ก็ท่องกาพย์บทนี้เล่นกันอยู่ครับ    
ลืมไปเกือบหมดแล้ว
จะพยายามท่องอีกรอบไปทำเซอร์ไพรซ์เธอครับ ขอบคุณมากคุณเทาชมพู

ใช่แล้วครับคุณเนยสด กลอนนี้แต่ขึ้นวันที่ 25 เม.ย.2548 เวลาเกือบ ๆ 5 ทุ่มเห็นจะได้  

อ้าวพี่โก๋แก่ มาโป้งกันได้อย่างไร  
ก็พี่โก๋แก่ถามมาเองนะครับ  
แต่ผมทวนให้ตั้งแต่ต้นให้ด้วยครับ แล้วก็ต่อให้จนจบ
กว่าจะจบ มือแทบหงิกเชียวนะเนี่ย

อย่าเกียจคร้าน...
เป็นความต่อกันกับ
อันความรู้....

แต่งโดยพระยาศรีสุนทรโวหาร(น้อย)

พี่โก๋แก่ ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาไทยหรอกครับ

รู้ไฟฟ้าให้กระจ่างแต่อย่างเดียว .  ถึงไม่เชี่ยววรรณคดีก็มีค่า
ช่วยกันจรรโลงไทยพัฒนา . ชาววิชาการด็อทคอมสดุดี
ตอบปัญหาสารพันที่ท่านถาม . โก๋ก็ตามไปตอบเกือบทุกที่
สนุกปนวิชาการบรรดามี . ทั้งไมตรีที่ให้จะไม่ลืม

 
บันทึกการเข้า
เนยสด
ชมพูพาน
***
ตอบ: 153



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 26 เม.ย. 05, 23:00

 ช่างประหลาดแต่งกลอนได้ดังใจคิด.....ทั้งฟิสิกส์ก็เชี่ยวชาญเป็นนักหนา
ความงดงามธรรมชาติต่างนานา..........ยิ่งความงามของพฤกษาพนาไพร
ที่กล่าวมาขช้างตันใช่ใครอื่น..............หนึ่งในหมื่นคงยังหามิได้
คืออาจารย์นิรันดร์คนนี้ไง..................เราคนไทยภูมิใจตัวท่านเอย

ฝักชวนชมผมแก่แล้วนะครับ อีกไม่กี่วันคงเอาเมล็ดออกมาได้
หากท่านใดต้องการปลูกชวนชม ติดต่อมาได้นะครับ
นอกเรื่องไปไกลแล้วครับ กลับมาเรื่องกลอนเก่าดีกว่าครับ

เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม.......ดนตรี
อักขระห้าวันหนี..........เนิ่นช้า
สามวันจากนารี...........เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า......อับเศร้าศรีหมอง
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง