เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 74640 กลอนเก่า ของดี
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 13 พ.ค. 05, 07:01

 สยามมานุสสติ
บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

รักราช จงจิตน้อม............ภักดี ท่านนา
รักชาติ์ กอบกรณีย์..........แน่วไว้
รักศาสน์ กอบบุญตรี........สุจริต ถ้วนเทอญ
รักศักดิ์ จงจิตให้.............โลกซร้องสรรเสริญฯ

ยามเดินยืนนั่งน้อม...........กะมล
รำลึกถึงเทศตน...............อยู่ยั้ง
เปนรัฏฐะมณฑล.............ไทยอยู่ สราญฮา
ควรถนอมแน่นตั้ง............อยู่เพี้ยงอวสานฯ

ใครรานใครรุกด้าว...........แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ..............ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล......ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น............ชื่อก้องเกียรติงามฯ

หากสยามยังอยู่ยั้ง...........ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง............ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง..........ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย........หมดสิ้นสกุลไทยฯ
บันทึกการเข้า
kenkorn
อสุรผัด
*
ตอบ: 35

อาจารย์พิเศษ


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 26 พ.ค. 05, 18:24

 ประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์  ไม่จำกัดห้ามปรามตามวิสัย
นาคมนุษย์ครุฑาสุลาลัย สุดแต่ใจจะปรองดองประคองกัน
บันทึกการเข้า
kenkorn
อสุรผัด
*
ตอบ: 35

อาจารย์พิเศษ


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 26 พ.ค. 05, 18:26

 สุราทำให้ข้าทุกข์อย่างเป็นสุข  
แต่สตรีทำให้สุขอย่างเป็นทุกข์
รักสตรีทีไรก็ได้ทุกข์
ไม่เป็นสุขแสนประหลาดวาสนา
บันทึกการเข้า
ดารากร
อสุรผัด
*
ตอบ: 47

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 31 พ.ค. 05, 20:48

 พฤษภกาสร
อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง
สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี
ประดับไว้ในโลกา

นรชาติ จาก กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ค่ะ
บันทึกการเข้า
ดารากร
อสุรผัด
*
ตอบ: 47

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 31 พ.ค. 05, 21:18

 หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ
แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรจิต
งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต
สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า
เย็นหยาดฟ้าพาฝันถึงวันใหม่
เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย
เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน
บันทึกการเข้า
Lee
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 01 มิ.ย. 05, 16:13

 เฉน่งไอมาเวิ้งเวา วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเศนจะมูซ่า เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้ หลิ่งกล้น กล ถนาง


(ตอนเด็กๆ ตกภาษาไทย อาจจำผิดได้ครับ)
(เด็กๆอ่านอาจงง เป็นคำผวนทั้งบทนะครับ)
ต.ย. เฉน่งไอ =ไฉนเอง
ปิดเศน =เป็นศิษฐ์
ขอบคุณครับ
จำไม่ได้ว่าเอามาจากไหนครับ
บันทึกการเข้า
ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175

ความสุขที่แท้อยู่ที่ใจ


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 04 มิ.ย. 05, 22:30


"ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว
ทั้งเกิดแก้วพิกุลยี่สุ่นสี
จะแรมร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี
จำปีเอ๋ยกี่ปีจะมาพบ
ที่มีกลิ่นก็จะคลายหายหอม
จะพลอยตรอมเหือดสิ้นกลิ่นตลบ
ที่มีดอกก็จะวายระคายครบ
จะเหี่ยวเฉาเซาซบสลบไป
ต้นน้อยน้อยลูกย้อยระย้าดี
ตั้งแต่นี้จะไปชมต้นไม้ใหญ่
จะทิ้งเรือนไปร้องอยู่กลางไพร
ยุ่งร่านริ้นไรจะตอมกาย
รากไม้จะต่างหมอนนอนอนาถ
ดาวดาษจะต่างไต้น่าใจหาย
ลงบันใดใจเจียนจะขาดตาย
น้ำตาตกกระจายพรั่งพรายลง"  เป็นเนื้อร้องเพลงแขกลพบุรี ตอนวันทองจากเรือนขุนช้าง อ่านก็เศร้า ยิ่งได้นักร้องสตรีเสียงดีๆมาร้อง ยิ่งได้อารมณ์เพลงนึกสงสารนางวันทองเป็นกำลัง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น เป็นเมียขุนแผน พอผัวไม่อยู่ก็ถูกขุนช้างใช้เล่ห์เอาตัวไป หาขุนแผนกลับมาก็พอนางลาวทองมาให้ช้ำใจอีก พอจะสบายอยู่เรือนขุนช้างก็โดนขนแผนเอาตัวไปลำบากแทบจะตายกลางป่า  สุดท้ายก็ต้องราชอาญาตายไป เวรกรรมแต่ครั้งเก่าก็มาฉุดให้ไปเกิดเป็นเปตรทนทุกข์เวทนาไม่จบสิ้น  อย่างนี้ต้องเรียกว่า "ความสวยเป็นบาป"
บันทึกการเข้า
kenkorn
อสุรผัด
*
ตอบ: 35

อาจารย์พิเศษ


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 12 มิ.ย. 05, 19:22

 ทำงานฉันทลักษณ์
ย่อมต้องรักฉันทะยิ่ง
ทะลักความรักจริง
สงบนิ่งยิ่งงดงาม
ไม่ย่อวิริยะ
อักขระพยายาม
เกลาแก้แต่ละความ
ตามฉันทะไม่ละเพียร
เอาจิตตะจดจ่อ
คำอ่อนข้อต่อขีดเขียน
เป็นนายได้แนบเนียน
เวียนตรองตริวิมังสา
ไร้แล้วฉันทลักษณ์
รู้แต่รักอักษรา
กรอบคำไม่นำพา
สัมผัสค่าสมาธิ

(คำนำ หนังสือ "บ้านเก่า")
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 14 มิ.ย. 05, 16:42

 กลอนใหม่ อาจจะดี

. . . ลูกปัดพราวขาวใสบนใบเขียว . . . ทอดยาวเรียวรับอรุณอุ่นวันใหม่
ก่อนแสงทองเผาน้ำค้างให้จางไป . . . . น้ำค้างได้โอกาสดีจึงมีงาน
ฉลองรำโลดเล่นบนเรียวหญ้า . . . . . . .ไม่หวั่นว่ารวีที่คลี่ผ่าน
จะทอแสงแรงกล้ามาประจาน . . . . . . .ถึงแดดรานเราก็ทำให้ฉ่ำใบ
มุ่งมั่นงานสานร้อยทะยอยแถว . . . . . .เรียงเป็นแนวดาหน้ารอฟ้าใส
มิยอมให้คนตื่นเช้าต้องเหงานัย . . . . . .มองพวกเราทีไรใจชื่นบาน
พินิจดูใกล้ใกล้พอได้เห็น . . . . . . . . . .น้ำค้างเป็นเลนส์ดีที่กล่าวขาน
ส่องให้เห็นเส้นขยายได้เบิกบาน . . . . . เล็กก็พาลเห็นใหญ่ได้ทัดเทียม
พรุ่งนี้หนาอย่าตื่นสายจะให้เห็น . . . . . .จะมาเป็นช่วงสั้นอันสวยเอี่ยม
มาพบกันอย่าปล่อยวันให้ตรมเกรียม . . .เราจะเรี่ยมโอ่อ่าเพียงนาที

ดูภาพประกอบที่
 http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=91&Pid=28584

ในความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 113    
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 16 มิ.ย. 05, 12:59

 ฉันท์ยอเกียรติชาวนครราชสีมา
วสันตดิลกฉันท์

   อ้าเพศก็เพศนุชอนงค์   อรองค์
ก็บอบบาง
   ควรแต่ผดุงสิริสะอาง   ศุภลักษณ์
ประโลมใจ
   ยามเข็ญก็เข็นศิริรอวย   พลช่วย
ผจญชัย
   โอ้ควรจะเอื้อนพจนไข   คุณเลิศ
มโหฬาร
   อ้าหัตถ์ก็หัตถ์สุขุมชน   มนหวน
ฤดีดาล
   ควรแต่จะถือสุรพิมาล   ยประมูล
มโนรมย์
   ยามยุทธ์ก็ถือวิวิทธอา   วุธฝ่า
ระทมตรม
   โอ้ควรจะเอื้อนพจนชม   คุณชั่ว
นิรันดร์กาล
   อ้าเสียงก็เสียงนุชอนงค์   เสนาะส่ง
กระแสหวาน
   ควรแต่จะซร้องสรประสาน   ดุริยางค์
พยุงใจ
   ยามแค้นก็แค่นกมลซร้อง   สรก้อง
กระหึ่มไพร
   โอ้ควรจะชมนุชไฉน   นะจะหนำ
มนัสปอง
   อ้าจิตก็จิตวนิดา   กรุณา
ณชนผอง   
   โอ้ควรจะเอื้อกมลครอง   ฆรชื่น
มนัสชน
   ยามยุทธนาบ่มิขยาด   มนอาจ
ผจญรณ
   โอ้ควรจะนับคุณอนน   ตเอนก
รำพัน
   อ้าจงอนงค์คคุณจุ่ง   จรฟุ้ง
ณไกรวัลย์
   

จำได้กระท่อนกระแท่น คิดว่ามีผิดหลายแห่ง และยังไม่จบ
วานผู้รู้ช่วยแก้ไขด้วยครับ
ขอบคุณครับ    
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 16 มิ.ย. 05, 16:09

 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ... มิกราช
สยามินทร์
.... . . . . . . . .   ..นรภพ
คนึงถวิล
ยามสูญทิคัมพรและดิน คุณนุช
สูญเทอญฯ

ช่วยแก้และต่อเติมให้ถูกต้องด้วยนะครับ
ผมค่อย ๆ ๆ นึก นึก ได้ดีละนิด
ขอบคุณครับ    
บันทึกการเข้า
ครูไผ่
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55

ศึกษานิเทศก์


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 20 มิ.ย. 05, 22:16

 ที่เห็นชัดหัดเขียนกลอนแล้วนำเสนอ
ผ่านคอมพิวเตอร์ตกแต่งด้วยแสงสี
พร้อมบันทึกเสียงอ่านเสนาะดี
ส่งไปที่เว็บไซต์ให้ชื่นชม

หรือออกแบบ เขียนแบบ คำนวณคิด
ก็พินิจเลือกได้ตามเหมาะสม
ด้วย tools ต่างต่าง ที่นิยม
ให้กลืนกลมผสมสาระนานา

ที่สำคัญทำได้อย่างล้ำลึก    
คือการฝึกกระบวนการแก้ปัญหา
นำความรู้หลากสายหลายวิชา    
ประยุกต์มากับชีวิตประจำวัน

ฝึกสติก็ดีนะจะบอกให้       
เชื่อมโยงไปถึงธรรมค่ามหันต์
เห็นชีวิตเป็นขณะขณะอย่างฉับพลัน    
เฉกรังสรรค์ภาพเขยื้อนเคลื่อนไหวนา

ภาพเคลื่อนไหวที่เห็นเป็นหนึ่งภาพ    
แยกอย่างหยาบก็ยังได้ตั้งหลายท่า
สั่งให้แสดงทีละภาพตามเวลา    
หลอกสายตาคนได้ไม่ยากเย็น

โยงกระบวนการดังกล่าวสู่ชีวิต    
เพ่งพินิจให้ถ้วนถี่สิ่งที่เห็น
จะเข้าใจความจริงได้ไม่ลำเค็ญ   
ดุจดังเช่น Animation นั่นแหละค่ะ

ส่งงานที่แก้ไข (โดยเพื่อนช่วย) มาให้คุณเทาชมพูตรวจให้ไหม่ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 21 มิ.ย. 05, 05:31

 เก่งมากค่ะ
ฉันทลักษณ์ สัมผัส ถูกต้อง
เว้นแต่คำท้ายของกลอนบทสุดท้าย
คือลงท้ายว่า ค่ะ  เป็นเสียงวรรณยุกต์โท  เราไม่นิยมใช้ในการลงคำสุดท้ายในกลอนวรรคสุดท้ายค่ะ
ใช้ได้ คือเสียงสามัญกับเสียงตรี
แต่เดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ค่อยถือกันแล้ว    
เอาเป็นว่าดิฉันให้ A ค่ะ  
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 21 มิ.ย. 05, 09:02

 คุณ"เทาชมพู"ยังพอมีหรือหาต้นฉบับฉันท์ยอเกียรติชาวนครราชสีมาพบบ้างไหมครับ ถ้ามีรบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

คุณครูไผ่กลายเป็นนักกลอนเกรด A แล้ว ยินดีดีวยนะครับ    
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 21 มิ.ย. 05, 17:27

 ขึ้นกงจงจำสำคัญ
ทั้งกนปนกัน
รำพรรณ์มิ่งไม้ในดง
ไกรกร่างยางยูงสูงระหง
ตลิงปลิงปริงประยง
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
มะม่วงพวงทองช้องนาง
หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน
เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
เขาสูงฝูงหงษ์ลงเรียง
เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าวังเวง
กลางไพรไก่ขันบันเลง
ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง
เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสะดาลขานเสียง
กะลิงกะลางนางนวนนอนเรียง
พระยาคล้เคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
ค้อนทองเสียงร้องปองแปง
เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
ฝูงละมั่งฝั่งเดินกินเพลิง
คางแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
ป่าสูงยูงยางช้างโขลง
อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไปฯ

ดูความน่ามหัศจรรย์สิครับ ทั้งบทมีแต่มาตราตัวสะกด ก กา แม่ กน และแม่ กง
ถ้าเป็นบทแรก จะมีแต่ ก กา อย่างเดียว และบทถัดมาก็จะเป็น ก กา กับ กนปนกัน
ถ้าสนใจผม จะทะยอย เอามาลงทั้งหมดให้อ่านกันนะครับแต่บทนี้ชอบเป็นพิเศษ กับอีกบทหนึ่งเป็นแม่ กบ
ที่มา
พอเริ่มจะรู้หนังสือขึ้นมาบ้าง เขียนตามคำบอกได้ คุณยายผมที่เรียนหนังสือเพียง ป.2 ก็บอกให้จดกาพย์พระไชสุริยาจากที่ท่านจำได้ พอขึ้นชั้นประถม 3 หรือ 4 ก็ได้มาเรียนกาพย์พระไชสุริยา ก็เลยรู้สึกว่าการท่องจำเป็นสิ่งที่น่าสนุกสนาน โดยเฉพาะอาขยานภาษาไทย เพราะคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย ท่องกันทั้งบ้าน เป็นที่ครึกครื้นเครง

คิดถึงคุณยายจัง    
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง