เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 7460 ชาววัง ยุค พระพุทธเจ้าหลวง
นายชินจัง
อสุรผัด
*
ตอบ: 31



 เมื่อ 01 ก.พ. 05, 06:04

 คือ เรียนถาม คุณเทาชมพูครับเห็นละครหลายๆเรื่องทำเครื่องแต่งกายของไทยย้อนยุคนั้น เลยอยากทราบเครื่องแบบโดยตรงที่ถูกต้องที่สุดของชาววัง ใน ยุค ของพระพุทธเจ้าหลวงครับ
อย่างการมีเสื้อฝรั่งเข้ามาแล้วตัดเป็นทรง " แขนพองแบบขาหมูแฮม " ( ไม่แน่ใจเรียกถูกหรือไม่ ) จากนั้นก็คงจะมีแพรสะพายแล้วแพระที่สะพายนี่เห็นในรูปมันเป็นกลีบๆ เค้าได้ทำกันยังไงครับ แล้วก็เรื่องผ้าแถบที่ห่มกันนั้นมีกี่แบบครับ เห็นบางครั้งก็ห่มเฉียง บ้างก็ห่มแบบปล่อยชาย หรือแม้กระทั่งห่มให้รัดไม่ให้มีชงมีชายกันเลย จึงอยากทราบข้อมูงที่ชัดๆ ครับ สงสัยจะมีหลายแบบ

ฝากท่านผู้ที่รู้โพสก์บอกด้วยครับ ขอบพระคุณครับ


ปล. การอบร่ำเสื้อผ้านี่เค้าทำกันยังไงครับอยากทราบจัง ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 01 ก.พ. 05, 12:44

 การแต่งกายในสมัยรัชกาลที่ 5 มีหลายแบบ  เพราะว่าทรงครองราชย์อยู่ถึง 43 ปี    การแต่งกายสมัยต้นรัชกาล กลาง และปลาย เปลี่ยนแปลงกันไป ไม่เหมือนกัน
เสื้อแบบที่คุณถาม เป็นเสื้อลูกไม้ของฝรั่ง  แฟชั่นของพระราชินีอเลกซานดราในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งอังกฤษ    ผู้หญิงไทยรับมาในช่วงหลัง พ.ศ. 2440  เริ่มจากเจ้านายฝ่ายในก่อน  แล้วจึงลงมาถึงชาววังอย่างแม่พลอย

การรับแฟชั่น รับมาแต่เสื้อท่อนบน แล้วประยุกต์เป็นแบบไทยด้วยการสวมกับโจงกระเบน   ในพระราชพิธีอาจเปลี่ยนเป็นผ้ายกจีบหน้านาง  ถ้านุ่งโจงกระเบนก็มีถุงน่องยาวแบบฝรั่งและรองเท้าส้นสูงแบบฝรั่ง  เครื่องประดับนิยมเพชรและไข่มุก  ไม่นิยมเครื่องทองแบบไทย

ภาพที่นำมาลงคือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระราชินีอเลกซานดรา คุณคงเห็นเสื้อลูกไม้แขนพอง แบบคล้ายคลึงกับเจ้านายสตรีสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวลากพื้นซึ่งเราไม่ใช้  ไม่เหมาะกับฝุ่นและเส้นทางสัญจรในเมืองไทย ซึ่งเป็นทางน้ำต้องลงเรือกันเป็นส่วนใหญ่  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 01 ก.พ. 05, 12:52

 แพรสะพายในช่วงหลัง 2440 เป็นแพรเนื้อนิ่มสีขาว หรือลูกไม้เบาบาง ส่วนที่เป็นแพรจีบนั้นเป็นแฟชั่นก่อนหน้านี้
การจีบผ้าก็คือนำผ้ามาพับทบไปทบมาเป็นจีบเล็กๆ  ทับด้วยของหนักให้คงรูป มัดด้วยเชือกแล้วนำลงเก็บในหีบหรือโถใบใหญ่ๆ     จีบก็จะคงรอยอยู่อย่างนั้น  แล้วนำมาห่มอีกทีหนึ่ง
ก่อนหน้านั้น  ชาววังห่มสไบจีบมาตั้งแต่ต้นรัชกาล  คิดว่าย้อนไปถึงรัชกาลที่ 4 ด้วย   ส่วนการห่มผ้าแถบคือโอบรอบท่อนบนแล้วเหน็บไว้  ทิ้งชายลงข้างๆ เป็นการแต่งกายเวลาอยู่บ้าน   ที่ผู้หญิงไทยมักไม่ต้องเคลื่อนไหวมาก อย่างการนั่งทำอาหาร ร้อยดอกไม้ เย็บผ้า  
ห่มผ้าแถบเป็นศิลปะการแต่งกายอย่างหนึ่งเพราะไม่มีซิป กระดุม หรือเข็มกลัดมายึดผ้าไว้    ใช้เหน็บเอาเฉยๆ  ผ้าจะอยู่บนตัวไม่หลุดได้ก็เพราะความชำนาญของเจ้าของในการรักษาดุลย์การเคลื่อนไหวให้ดี

ถ้าออกไปข้างนอกชาวบ้านจะมีผ้าผืนยาวๆคลุมบ่าทับอีกทีเพื่อความมิดชิดรัดกุม
ห่มแบบไม่มีชายคือห่มตะแบงมาน  จับชายขึ้นไปผูกรัดไว้หลังคอเพื่อความทะมัดทะแมง ไม่ให้ผ้าหลุดเวลาทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวมากๆ เช่นการตำข้าว หรือดำนา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 01 ก.พ. 05, 12:57

 การอบร่ำผ้า  มีตั้งแต่เริ่มทำความสะอาดผ้านุ่ง(โดยมากเป็นผ้าลาย ไม่ใช่ผ้าฝรั่ง)  ด้วยการเอาลงต้ม ใส่ไม้หอมหั่นฝอยอย่างชะลูดลงไป   กับลูกซัด   มันจะคายยางเหนียวๆออกมาให้ผ้าแข็งอยู่ตัวเป็นเงา เหมือนลงน้ำยาฉีดผ้าในยุคนี้
ซักแห้งแล้วเอามาอบร่ำด้วยเครื่องหอม  ทำจากหลายอย่างเช่นดอกไม้กลิ่นหอมอย่างกระดังงา  ชะมดเชียง กำยาน ฯลฯ ใส่ไว้ในหีบ  ผ้าก็จะถูกอบหอมอยู่ในนั้นจนกว่าจะนำออกมาใช้

แนะนำให้อ่าน ชีวิตในวัง 1-2 ของม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ ค่ะ
บันทึกการเข้า
นายชินจัง
อสุรผัด
*
ตอบ: 31



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 01 ก.พ. 05, 19:31


ขอบพระคุณมากครับ

หาอ่านได้แล้ววันนี้
แต่อ่าน ชีวิตในวัง เล่ม 1-2 เท่านั้นเอง พอรู้คร่าวๆ ชอบจัง ชีวิตอะไรจะสุนทรีย์ปานนี้....
การอบร่ำ น่าสนใจมากที่เอาใส่หีบไว้ เก่งจริงๆ
ได้ความรุ้ใหม่มากเลยครับ....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง