เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 8
  พิมพ์  
อ่าน: 69507 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ลายคราม
อสุรผัด
*
ตอบ: 16


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 06 ธ.ค. 04, 18:09

 เเหมคุณเทาชมพูคะ  อย่างนี้จบกระทู้เเล้ว  ดิฉันขอรวมเล่มไปพิมพ์ขายนะคะ  จนป่านนี้หนังสือ "สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ" ของคุณสมภพ จันทรประภา  ก็คงขาดตลาดเเล้ว  คงจะพอขายได้บ้างกระมังคะ  เเล้วจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี  ชื่อ "สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าฯ"  ดีไหมคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 06 ธ.ค. 04, 18:26

 รายชื่อหนังสืออ้างอิง ของกระทู้นี้ จะลงไว้ท้ายกระทู้เมื่อจบกระทู้นี้แล้ว  แบบเดียวกับกระทู้เจ้าดาราทองค่ะ
นอกจากเรื่องสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ของคุณสมภพ จันทรประภาแล้วก็ยังมีหนังสือเรื่องอื่นๆอีก 3-4  เล่มหรือมากกว่านั้น แล้วแต่ว่ากระทู้จะมีรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน  จบกระทู้แล้วก็จะลงไว้ทีเดียวเลย
เรื่องราวในกระทู้ต่างๆ ที่ดิฉันเรียบเรียง  มีเอาไว้อ่านฟรีทางเน็ต  ไม่ได้เอาไว้พิมพ์ขายค่ะ

ถ้าคุณอยากพิมพ์ขาย  วิทยานิพนธ์เรื่องชวาของคุณก็น่าสนใจนี่คะ  พิมพ์หรือยัง
บันทึกการเข้า
กุลธิดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 06 ธ.ค. 04, 23:12

 ขอขอบพระคุณคุณเทาชมพูที่สู้อุตสาหะ เรียบเรียงข้อมูลความรู้
ที่ถือว่าหาอ่านได้ยากยิ่งลงในเวบวิชาการแห่งนี้ อันเปรียบได้ว่าเป็น"คลังสมอง"สำหรับคนหลายๆคนรวมทั้งดิฉันด้วย

แต่อ่านไปอ่านไป ก็เกิดอาการหงุดหงิดนิดหน่อยนะคะ ที่ต้องมาพบว่าในคลังสมองแห่งนี้ยังมีคนบางประเภทที่เข้าข่าย"กัดไม่เลือก" หรือจะเรียกว่า"กัดไม่ปล่อย" ชนิดที่ไม่มีสติแห่งความรู้ควรไม่ควรว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด
คำถามช่างใสซื่อราวกับทารกที่"ผีมือบอน"สักแต่แค่เจาะปากมาให้เท่านั้น แต่ลืมใส่สมองมาในกระโหลกให้ด้วย..

เรื่องราวแห่งความหลังครั้ง"ในวัง"นั้น ใครเล่าจะไปล่วงรู้ได้ ถ้ามิใช่เพราะผู้ใหญ่ได้เล่่าต่อๆกันมา หรือจากบันทึกข้อความที่หลงเหลือ (ซึ่งในปัจจุบันต้องวิ่งหาอ่านเอาจากหนังสืองานศพ)
และใช่ว่าทุกครัวเรือนจะมีหนังสือของคุณสมภพ จันทรประภา
วางไว้ใกล้มือให้หาอ่านได้สะดวก

แต่ใน"คลังสมอง"ที่นี่ ทุกอย่างมีอยู่พร้อมพรัก ราวกับอาหารทิพย์คุณเทาชมพูและผู้รู้ท่านอื่นๆได้ค้นคว้านำมาปรุงใส่ถาดทองวางไว้ให้บนโต๊ะสไตล์บุฟเฟท์ พร้อมทั้งเชิญแขกผู้สนใจให้เข้ามาลิ้มรสแบบฟรีๆสตางค์แดงเดียวก็ไม่เสีย  แล้วจะเอาอะไรกันอีก..?

น่าเบื่อออกนะคะ พวกแขกเชิญประเภทไม่รู้คุณ จ้องแต่จับผิด
ดิฉันละเชื่อเลยค่ะ ว่า คนบางคนต่อให้เรียนด๊อกเตอร์จากสถาบันที่สูงส่ง แต่ จิตใจแย่จนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี
ขอเสนอว่า..ครานี้คือการสมควรแก่เวลาที่คุณเทาชมพูต้องใช้"ไม้แข็ง" กับคนคนนี้ซะที ดีไหมคะ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 09:42


ตอบคุณหนูหมุด   คห. 53
บ้านนรสิงห์ ก็คือตึกไทยคู่ฟ้าที่เป็นทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบันค่ะ

คุณลายครามคะ   ญาติผู้ใหญ่ในเน็ตของคุณออกมาปรามแล้วนะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 17:02

 ในรัชกาลที่ 6   สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าและสมเด็จพระบรมราชชนนี  ทรงมีเวลาว่างพอจะเสด็จมาเยี่ยมเยียนกันได้บ่อยๆ    สมเด็จพระบรมราชชนนีประทับที่วังพญาไท    เมื่อสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าเสด็จมา  เจ้าของวังก็ทรงหมอบกราบรับเสด็จอย่างน้องพึงทำต่อพี่   ทรงสนิทสนมกันถึงกับเสด็จทางเหนือเยี่ยมราษฎรด้วยกัน
เนื้อที่ในกรุงเทพสมัยรัชกาลที่ 6 ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับสมัยนี้    พญาไทยังเป็นทุ่ง  เช่นเดียวกับสระปทุม เป็นชานเมืองห่างไกลตึกรามบ้านช่อง     อากาศโปร่งสบายเหมือนอยู่ในชนบท      

สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าฯ ทรงปลูกตำหนักที่เรียกว่า "วังสระปทุม" ในปัจจุบัน  ทรงร่างแบบเอง ให้สถาปนิกเอาไปออกแบบอีกทีหนึ่ง   เป็นที่อยู่ที่ห้องหับต่างๆโปร่งโล่งสว่าง รับลมได้ ไม่มีมุมอับ
สมเด็จฯทรงปฏิบัติพระองค์อย่างง่ายๆเมื่อเสด็จมาประทับแรมระหว่างวังยังสร้างไม่เสร็จ   โปรดที่จะแจวเรือไปแถวประตูน้ำเพื่อซื้ออาหารสด  หรือนั่งเรือลัดเลาะไปจนถึงคลองเตย
เมื่อวังสระปทุมสร้างเสร็จ ก็โปรดให้ปลูกกล้วยและทำสวนครัว   พืชผลที่ปลูกได้ก็ไม่ทิ้งไว้เปล่าๆ  อะไรขายได้ก็ขาย  อย่างใบตองที่เหลือใช้  เชือกกล้วย  กล้วยสุก  ทรงขายได้ทั้งนั้น     ผักสดที่เสวยก็ไม่โปรดให้จัดมามากมายเกินเสวย   และไม่ต้องแกะสลักเพราะจะเป็นการเสียของไปโดยเปล่าประโยชน์   ทรงมีรายได้จากพืชผลปีละหลายร้อยบาท   นอกจากนี้ก็ทรงอุปการะเด็กๆไว้หลายคนทั้งชายและหญิง

สมเด็จฯทรงดำเนินชีวิตอย่างสงบเช่นนั้นมาเป็นเวลาหลายปี จนสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้น  สยามตัดสินใจเข้าเป็นฝ่ายพันธมิตร   ต่อต้านเยอรมนี  ในช่วงนี้เองพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ พระราชโอรสที่เหลืออยู่เพียงพระองค์เดียวที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนายเรือเยอรมนี  จนได้เป็นนายเรือ ต้องเสด็จกลับบ้านเกิดเมืองนอน   เป็นที่โสมนัสของสมเด็จฯเป็นอย่างมากที่พระราชโอรสเสด็จกลับมาอยู่ใกล้ชิด  
แต่ทรงอยู่ในสยามได้ไม่นาน ก็เสด็จไปศึกษาต่ออีกครั้ง   คราวนี้ไปศึกษาด้านการแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา    พระราชชนนีแม้ทรงอาลัยเพียงใดก็ทรงอนุโลมตามไม่ขัดพระทัย

ระหว่างศึกษาที่สหรัฐอเมริกานี้เอง   สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลาฯ ก็ทรงพบหญิงสาวนักเรียนไทยที่ได้ทุนมาศึกษาวิชาพยาบาล   มีรูปสมบัติ คุณสมบัติอันประเสริฐ เป็นที่พอพระทัย
เราคงจะทราบกันว่า ต่อมาก็คือสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี  หรือ "สมเด็จย่า" ของปวงชนชาวไทยนั่นเอง
บันทึกการเข้า
Marty
อสุรผัด
*
ตอบ: 8


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 18:31

 ขอแทรกถามนิดหนึ่งครับ เรื่องสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงไปศึกษาต่อวิชาแพทย์
เคยทราบมานิดหน่อยว่า เหตุที่ไม่ทรงเป็นทหารเรือต่อเพราะพระองค์อยากจะปฏิบัติงานในเรือรบ
แต่กลับมาแล้ว ทางราชการเห็นว่าท่านเป็นเจ้าฟ้าไม่ควรจะต้องไปลำบากขนาดนั้น เลยให้ท่านเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายเรือ
ท่านเลยเกิดความเบื่อหน่ายอาชีพทหารเรือ
ประกอบกับ กรมหมื่นชัยนาถฯทรงทำให้ท่านสนใจในเรื่องการสาธารณสุข
จึงทำให้พระองค์ตัดสินใจไปศึกษาต่อ นอกจากเหตุผลเหล่านี้ มีเหตุผลอื่นอีกไหมครับ
หรือท่านใดจะช่วยเล่าเรื่องนี้ละเอียดขึ้น ก็ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
Marty
อสุรผัด
*
ตอบ: 8


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 18:50

 อ้ออีกนิดหนึ่งครับ เคยได้ยินคุณ ส.ศิวรักษ์บอกว่า ตอนไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
สมเด็จพระบรมราชชนกท่านขออาสาไปรบกับเยอรมันด้วย (หมายถึงไปสู้กับเยอรมัน ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเยอรมันครับ)
แต่ทางราชการไม่ยอม ไม่ทราบว่าเท็จจริงเพียงใดครับ และอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ท่านเบื่อการเป็นทหารเรือก็ได้
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 436

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 18:52

 จากกระทู้นี้และหลายๆกระทู้ที่ผ่านมาเมื่ออ่านแล้วผมได้แรงบันดาลใจในการไปหาความรู้เพิ่มเติมหนังสือมีเยอะเชียวครับในท้องตลาดที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์และประวัติศาสตร์ในรั้วในวัง
แต่การที่อาจารย์เทาชมพูของผมเขียนบอกไว้ตรงนี้เป็นเสมือน guidline ให้ไปหาอ่านในรายละเอียดที่อื่น

ความจริงเรื่องราวเหล่านี้เหมือนสามก๊กอย่างหนึ่ง คือเต็มไปด้วยชื่อ และสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นโยงใยหลายต่อจนยากที่จะจับความได้ถ้ายังไม่คุ้นเคย กระทู้ของอาจารย์ได้เติมเต็มในส่วนนี้ทำให้เวลาเราไปอ่านหนังสือเล่มอื่นเราสามารถตามได้ตลอด

ทำไมผมถึงสนใจอ่าน? ไม่เชิงว่าอยากรู้หรอกครับ แต่เป็นในเชิงความรุ้สึกมากกว่า เพราะเมื่อไรที่ผมได้อ่าน ผมได้รับบรรยากาศแห่งความเป็นไทย เสมือนกับที่ผมอ่านนิยายจีนเพื่อซึมซับบรรยากาศและแนวคิดแห่งความเป็นจีนนั่นแหละครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกแบบเดียวกับผมรึเปล่านะ

ผมนะตอนนี้ซื้อหนังสือมา 2 เล่ม บังเอิญไม่ได้อยู่ในมือก็ขอเขียนชื่อคร่าวๆก่อนแล้วกันจำชื่อผู้แต่งไม่ได้ด้วย
1. ลูกท่านหลานเธอ ผู้อยู่เบื้องหลัง.........
2. เรื่องรัก รัก ในวังหลวง โดย กิตติพงษ์ .....
(ประจุด คือจำไม่ได้ครับ อิอิอิ  ขออภัยๆๆ)
อ่านสนุกดีครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 20:52

 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลาฯ โปรดที่เข้ารับราชการทหารเรือ  แต่โปรดในด้านลงมือปฏิบัติงานสมกับทรงศึกษามา   อย่างบังคับการเรือตอร์ปิโด  และออกทะเลอย่างทหารเรืออาชีพจริงๆ
แต่ความเป็นเจ้าฟ้าก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้ราชการเห็นว่าไม่ควรเสี่ยงถึงขั้นนั้น    ในสยามตอนนั้นเจ้าฟ้าชั้นทูลกระหม่อมก็เหลืออยู่น้อยมาก   พระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่ทรงมีรัชทายาท
จึงได้แต่ทรงเป็นครูสอนที่โรงเรียนนายเรือ   ทำให้ทรงเบื่อหน่าย  ทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งปีก็ทรงลาออก

กองทัพเรือในสมัยรัชกาลที่ 6 มีเรืออยู่น้อย   แทบจะเรียกว่า "กองทัพ" เรือไม่ได้   มีปัญหาขัดข้องหลายอย่าง  อย่างเช่นการปฏิบัติการเรือรบ  ทรงคิดเรื่องเรือดำน้ำ แต่ก็ไปขัดข้องเรื่องเสบียงที่จะใช้ในเรือ   จึงทรงอยากจะศึกษาเรื่องอาหารที่เป็นประโยชน์เหมาะสมกับการนำไปใช้ในเรือ   จึงอยากจะทรงศึกษาต่อเรื่องสุขวิทยา    พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนชัยนาทฯ จึงทรงแนะนำให้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา  นอกจากเรื่องอาหารก็ควรศึกษาเรื่องการแพทย์ด้วย

เหตุผลอีกอย่างที่คุณ Marty ถาม น่าจะเป็นเรื่องพระอนามัยที่ไม่สู้แข็งแรงรัก   เสด็จกลับเมืองไทยก็ประชวรด้วยโรคไข้รากสาดน้อย พระอาการหนักอยู่หลายเดือน       แต่ว่าโชคดี การรักษาในตอนนั้นทันสมัยขึ้น   ทรงทุเลาได้จนหายเป็นปกติ      การเสด็จไปอเมริกาก็เพื่อรักษาพระองค์เรื่องพระพลานามัยด้วย

เรื่องที่คุณ ส.ศิวรักษ์เล่าดิฉันไม่เคยอ่านพบ  สงสัยว่าไม่จริง   เพราะทรงศึกษาจากเยอรมัน  ตอนเริ่มสงครามใหม่ๆก็ยังทรงแต่งเครื่องแบบนายทหารเรือเยอรมันอยู่   ถึงกับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นจารบุรุษญี่ปุ่น ถูกจับไปโรงพัก และถูกขัง  แต่เมื่อติดต่อสถานทูตไทยได้ก็ทรงถูกปล่อยตัว  
หาอ่านได้ใน "เกิดวังปารุสก์"

เมื่อทรงอยู่ในยุโรปทรงแต่งเครื่องแบบทหารเยอรมัน ก็น่าจะทรงอยู่ในกองทัพเยอรมัน  หรืออย่างน้อยก็ถือว่าเป็นมิตรฝ่ายเยอรมัน   ไม่ใช่ฝ่ายพันธมิตร  
ถ้าจะย้อนกลับไปสมัครเข้าฝ่ายพันธมิตร    ท่านจะเลือกเข้าข้างฝ่ายที่ตรงกันข้ามกับครูบาอาจารย์และเพื่อนร่วมโรงเรียนหรือคะ
บันทึกการเข้า
ลายคราม
อสุรผัด
*
ตอบ: 16


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 07 ธ.ค. 04, 22:23

 ยังไงคุณเทาชมพู  มายกเป็นญาติผู้ใหญ่ฉันเสียล่ะคะ  ขอโทษเเล้วกัน  เเต่ก็จริงอย่างคุณกุลธิดาว่าล่ะค่ะ  ดิฉันไม่ใด้ใช้สมองในการเขียนความคิดเห็นอะไรหรอกค่ะ  เเล้วก็ขอพูดอย่างไม่ใช้สมองอีกว่าในนี้ใครจะรู้ว่าใครเป็นใครจริงไหคะ  เเหมคุณก็ชีวิตจริงก็ซีเรียสตายเเล้ว  จะเล่นเน็ตทั้งที่จะไปคิดอะไรให้มันมาก  คิดอะไรได้ก็เขียนไปจริงใจดีออก
บันทึกการเข้า
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 08 ธ.ค. 04, 03:21

เข้ามาลงชื่ออ่าน และขอบพระคุณคุณเทาชมพูค่ะ ที่ค้นคว้าและรวบรวมเรื่องราวจากแหล่งต่างๆมาให้อ่านกัน เป็นคลังความรู้ที่มีประโยชน์และกระตุ้นให้หลายๆท่านนำไปค้นคว้าต่อยอดต่อไป

และสำหรับคนไทยในต่างแดนอย่างดิฉัน ซึ่งไม่มีแหล่งหนังสือให้ไปค้นคว้าได้ง่ายๆ ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในการที่คุณเทาชมพูพยายามค้นข้อมูลเพื่อมาตอบคำถามและเล่าให้ฟัง ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ

นำภาพดอกไม้มาฝากเป็นกำลังใจให้คุณเทาชมพูค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 08 ธ.ค. 04, 04:05

 มาขอบคุณอีกคนค่ะ  ซาบซึ้งในความอุตสาหะของคุณเทาชมพูที่รวบรวมมาเรียบเรียงในภาษาที่อ่านง่าย สนุกชวนติดตาม  ที่สำคัญเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญบนเว็บ  ดิฉันค้นอินเตอร์เน็ตประจำ  ก็รู้สึกสะท้อนใจทุกครั้ง  ที่เวลาเราหาข้อมูลภาษาอังกฤษ  ไม่ว่าจะพิมพ์คำอะไร  ไม่เคยสักครั้งที่กูเกิ้ลจะหาไม่ได้  มีแต่หามาให้มากเว็บจนอ่านไม่หมด  

และก็เห็นเด็กนักเรียนทั้งในห้องต่างๆบนเว็บวิชาการ  และที่อื่นที่ผ่านตามาบ้าง  ต่างก็จนปัญญากับการหาข้อมูลภาษาไทยกันจริงๆ  ยิ่งข้อมูลพวกประวัติศาสตร์ ภาษาไทยของเราเอง  ยังมีน้อยกว่าอย่างอื่นเสียอีก  ดิฉันซาบซึ้งกับการมองเห็นการณ์ไกลของคุณเทาชมพู  ที่เล็งเห็นว่า  การมีข้อมูลให้ค้นได้โดยสาธารณชนบนเว็บ  จะมีส่วนช่วยต่อยอดความรู้ให้กับคนไทยเราได้ดีที่สุดเลยค่ะ

เอารูปมาฝากค่ะ  ดอก trumpet vine กำลังบานบนกำแพงบ้าน  ทำกรอบมั่วไปมั่วมามันออกมาดี  เลยนึกถึงคุณเทาชมพูค่ะ


ขอวกกลับมาหน่อยนะคะ  เคยผ่านตามา  จำไม่ได้แล้วว่าจะเป็น เกิดวังปารุสก์ รึเปล่า  ที่เล่าถึงเมื่อ กรมหลวงสงขลาฯ เสด็จไปรับ นส.สังวาลย์ (เข้าใจว่าเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระพันวัสสาฯมังคะ)  ซึ่งจะมาเรียนพยาบาล  พอได้เห็นหน้า ก็ทรง"เพ้อ"ถึงความงามให้พระสหายฟัง  ดิฉันเสียดายที่จำผู้เขียนไม่ได้  แต่จำได้แม่นเลยค่ะ  ว่าอ่านไปก็อมยิ้มไปด้วย  โรแมนติคกว่าในนิยายเป็นไหนๆเลยค่ะ  เดี๋ยวฝนหยุดตกแล้วจะไปขุดกรุหนังสือในโรงรถมาค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 08 ธ.ค. 04, 08:19

สวยทั้งดอกไม้สวยทั้งกรอบเลยค่ะคุณพวงร้อย  เห็นกรอบแล้วอยากทำบ้าง เดาว่ามีวิธีให้ใส่ลายและเลือกสีในกรอบได้    แต่คงเป็นขั้นตอนที่ยากขึ้นกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้  ตอนนี้ขอเตาะแตะไปทีละขั้น
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ  ทั้งคุณ paganini และคุณพวงร้อยค่ะ

คุณลายครามนอกจากไม่ใช้หัวคิดแล้วความจำยังไม่ค่อยดีอีกด้วยนะคะ  จำคุณกุลธิดาก็ไม่ได้ หรือจำได้เฉพาะคุณ Cinnebar ก็ไม่ทราบ
งั้นคงจำชื่อหนอ   LEE  อดีตทหารเรือหญิง เกนูรี  อดิศักดิ์  รมณีย์  หม่อมชุลี ธารกำนัล  a-b-c-d-f เงาในกระจกทั้งกลุ่ม ไม่ได้แน่ๆเลย  
ไม่เป็นไรค่ะ จำไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน  ขอให้เอาเวลาที่โพสต์อะไรที่ไม่สร้างสรรค์ มาฟังเฉยๆดีไหม   มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำนี่ไม่สมกับวุฒิภาวะของคนอายุ 35-36 เลยนะ

คุณพวงร้อยพักก่อน อย่าเพิ่งเหนื่อยไปค้นหนังสือเลยค่ะ  เรื่องที่คุณพวงร้อยถาม   มาจากบันทึกของคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ ค่ะ

" ในระหว่างที่พักอยู่กับทูลกระหม่อมนี้  คืนวันหนึ่งก็เป็นคืนที่คุณสังวาลย์และคุณอุบลซึ่งออกเดินทางไปเรือเดียวกันกับข้าพเจ้า  และพักที่เสียที่มลรัฐคาลิฟอร์เนียก่อน 1 ปีจะเดินทางมาถึงบอสตัน   รถไฟจะมาถึงราว 2 ยาม

 ทูลกระหม่อมเตรียมพระองค์จะไปรับ   เพราะสองคนนี้เป็นนักเรียนของท่าน   ข้าพเจ้าขอร้องขอไปรับด้วย  แต่รับสั่งว่าข้าพเจ้ายังไม่สบายและดึกดื่นนัก  อย่าไปเลย   ประมาณสักตี 2 เศษ  คือรถมาถึงแล้ว  และทรงพาไปพักโฮเต็ลแล้ว

 พระองค์ท่านเสด็จกลับมาถึงบ้าน  ปลุกข้าพเจ้าทันที  แล้วรับสั่งว่า

" ผู้หญิง 2 คนมาถึงแล้ว   แม่สังวาลย์สวยเช้งเทียวแกเอ๋ย"

ข้าพเจ้ารู้สึกสงสัยทูลกระหม่อมทันทีว่า คงจะพอพระทัยในคุณสังวาลย์มาก  ถึงกับปลุกข้าพเจ้าขึ้นในเวลาดึกดื่น เพื่อชมให้ฟัง  ต่อนั้นมาก็ได้จัดส่งคุณสังวาลย์และคุณอุบลไปอยู่เมืองฮาร์ตฟอร์ดในมลรัฐคอนเนคติกัต   หนทางโดยรถไฟจากบอสตันราว 5 ชั่วโมง   ข้าพเจ้าเคยเป็นผู้นำจดหมายและข้าวของส่งไปส่งมาระหว่างทูลกระหม่อมกับคุณสังวาลย์"

อ่านแล้วนึกถึงพระราชนิพนธ์แปล เรื่องเวนิสวาณิช ในรัชกาลที่ 6 ขึ้นมา

ความเอยความรัก
เริ่มประจักษ์ชั้นต้น ณ หนไหน
เริ่มจำเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ
หรือเริ่มในสมอง ตรองจงดี
แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง
อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี
ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย

ตอบเอยตอบถ้อย
เกิดเมื่อเห็นน้องน้อยอย่าสงสัย
ตาประสบตารักสมัครไซร้
เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน
แต่ถ้าแม้นสายใจไม่สมัคร
เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ
ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน
ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 08 ธ.ค. 04, 22:01

 เปิดกระทู้ทิ้งไว้ว่าจะมาตอบเมื่อคืน  ต้องไปช่วยเด็กทำการบ้านแล้วเพลียไปเข้านอนลืมไปเลยค่ะ

ขอบคุณคุณเทาชมพูที่หามาให้ได้ทันใจจริงๆ  เป็นเกร็ดประวัติของพระองค์ท่านที่ "น่ารัก" มากจริงๆเลยนะคะ

คุณหลวงท่านว่าไว้ว่า  "ทูลกระหม่อมเตรียมพระองค์จะไปรับ เพราะสองคนนี้เป็นนักเรียนของท่าน"  ถ้าอย่างนั้น ทูลกระหม่อมก็ทรงเคยรู้จัก "คุณสังวาลย์" มาก่อนน่ะซีคะ  แต่มาดูอีกที  อาจจะเป็นเพราะไม่ได้ทรงพบมานาน  สมเด็จย่าฯคง "โตเป็นสาว" งดงามผิดไปจากตอนยังทรงพระเยาว์  กรมหลวงสงขลาฯถึงได้เพิ่งมา "เพ้อ" เอาตอนนี้นะคะ  (ยังอมยิ้มต่ออยู่ค่ะ)
บันทึกการเข้า
กุลธิดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 09 ธ.ค. 04, 00:21

 แหม..คุณเทาชมพูคะ อยากจะเล่าเหมือนกันว่ากระแสจิตของใครบางคนนี่แรงจริง  วันนี้ดิฉันไปเดินที่ศูนย์หนังสือจุฬา ใจก็ร่ำๆ
อยากจะไปแวะเยี่ยมหลานด๊อกเตอร์ให้รู้เรื่องรู้ราวไปเหมือนกัน
เพราะอยากรู้นักว่า เกิดคลั่งอะไรขึ้นมาอีก..นี่เข้าข่ายโรคจิตวิปริตเต็มที หรือไม่ก็"ผีเน็ท"เข้าสิงถึงขนาดเที่ยวตั้งคำถามปั่นกระทู้ที่โน่นที่นี่
สมองอย่างด๊อกเตอร์สติเฟื่องช่างกัดคนนี้ คงลืมไปว่า..
คุณเทาชมพูเป็นผู้ดูแลเวบนี้ จะเอาไอพีมา"ดู" หรือ มา"เทียบ"
เมื่อไหร่ก็ได้  แถม"ตัวเป็นๆ" ก็อยู่แค่เอื้อม
ระวังนะคะ  วันดีคืนดี คุณลายคราม และอีกสารพัดชื่อ(ที่นับไม่หมดด้วยสองมือ)อาจได้รับแขกในที่ทำงานอย่างไม่คิดไม่ฝัน
และหวังว่าคนที่มีโจทก์เยอะอย่างคุณ..คงไม่แปลกใจ
ใช่ไหมคะ?
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง