เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 105794 ก็อสสิปนอกกำแพงวัง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 05 ต.ค. 04, 15:37

จู่ๆ ดร. เวบมาสเตอร์ ก็จัดการเปลี่ยนฮวงจุ้ยเรือนไทย  ทาสีใหม่เท่านั้นยังไม่พอ ยังจัดทางเข้าใหม่ ทำเอาคนเฝ้าบ้านโลว์เท็คอย่างดิฉัน  หาทางเข้าประตูบ้านไม่ถูกอยู่พักใหญ่  กว่าจะคลำหาทางเจอว่าเขาตั้งกระทู้ใหม่กันที่ไหนก็หลายวัน

วันนี้จะสลับเรื่องหนักๆด้วยเรื่องเบาๆ ในอดีต ประเภท " เขาเล่ากันว่า"     กระทู้นี้อย่าเอาเป็นหลักฐานอะไรนัก    เอาเป็นว่าดิฉันไม่ได้สร้างขึ้นเอง  มีผู้เล่ามา แล้วก็นำมาถ่ายทอดสู่กันฟังอีกต่อหนึ่ง

เรื่องที่จะเล่านี้ เก็บความมาจากหนังสือเก่าชื่อ นิทานชาวไร่ ที่คุรุสภาจัดพิมพ์ตั้งแต่พ.ศ. 2515   และเหตุการณ์ในเรื่องก็ย้อนหลังกลับไปอีก ถึง พ.ศ. 2502
ผู้บันทึก เป็นอดีตนายทหารเรือเกษียณชื่อ น.อ. สวัสดิ์ จันทนี
ท่านเล่าเรื่องเกร็ดประวัติศาสตร์ไว้หลายเรื่อง ลงในวารสารนาวิกศาสตร์ ก่อนพิมพ์รวมเล่มดังที่บอกมา
เรื่องแรกที่จะเล่า คือเรื่องผีบุญ ในสมัยรัชกาลที่ 5
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 05 ต.ค. 04, 15:53

 ผีบุญ  หมายถึงชาวบ้านที่ก่อกบฎขึ้นมาต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง     เริ่มด้วยมีหัวหน้าตั้งตัวเป็นผู้มีบุญญาภินิหารต่างๆ   ชักชวนจนชาวบ้านด้วยกันเลื่อมใส  เมื่อรวบรวมคนได้พอสมควรแล้ว ก็เข้ายึดอำนาจจากเจ้าเมือง  ตั้งตัวเป็นใหญ่ไม่ขึ้นกับราชการ
บางครั้งผีบุญพวกนี้มีกำลังมากพอ อาจจะยึดอำนาจจากเจ้าเมืองได้   เมื่อรู้ไปถึงเมืองหลวง พระเจ้าแผ่นดินก็โปรดให้แม่ทัพยกทัพมาปราบปราม   จับตัวหัวหน้าประหาร  หรือไม่สู้กัน  ผีบุญตายในที่รบ ลูกน้องก็กระจัดกระจายกันไป
ผีบุญมีหลายครั้งหลายคราวในประวัติศาสตร์   แต่ว่าเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่เรือเอกสวัสดิ์บันทึกจากคำบอกเล่าของร้อยเอกหลวงวรภักดิ์ภูบาล   ว่าบิดาของคุณหลวงคือม.ร.ว. ร้าย สุริยกุล เคยไปผจญกบฎผีบุญมาเอง ในรัชกาลที่ 5
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 05 ต.ค. 04, 16:59

ม.ร.ว.ร้าย สุริยกุล พ่อของคุณหลวงวรภักดิ์ภูบาล (ม.ล. อาจ สุริยกุล)  เป็นบุตรของหม่อมเจ้าถมยา โอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระรามอิศเรศ ( พระองค์เจ้าชายสุริยา) ซึ่งทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอลำดับที่ 22 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ม.ร.ว. ร้ายหรือเรียกสมัยนี้ก็คือคุณชายร้าย   ท่านไม่ได้ชื่อร้ายมาแต่เดิม   ชื่อเดิมคือไล้(หมายถึงลูบไล้-เป็นภาษาไทยไม่ใช่ภาษาจีน) แต่คุณชายไล้ดูจะร้ายมากกว่าไล้     ถ้าเป็นสมัยนี้ก็น่าจะมีคำต่อท้ายชื่อว่าหัวโจก



ตัวคุณชายเติบโตขึ้นมาพร้อมกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   เป็นมหาดเล็กรับใช้สนิทชิดใกล้ตั้งแต่เยาว์ ( ข้าเก่าของเจ้านาย มีศัพท์เรียกว่า 'ข้าหลวงเดิม' ) เพราะอายุห่างกันเพียง 1 ปี   คุณชายได้เรียนหนังสืออยู่ในวัง ตามแบบลูกผู้ดีมีเชื้อสายเจ้านาย    ตอนนั้นลูกชายแหม่มแอนนา ชื่อหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ก็เรียนหนังสืออยู่ด้วย

วันหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ตอนนั้นทรงพระเยาว์  ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์   เกิดอะไรไม่ทราบไม่พอพระทัยเด็กชายหลุยส์   จะเป็นเพราะเด็กชายหลุยส์ตีเสมอหรือทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็ไม่แน่    รับสั่งกับคุณชายว่า "อ้ายหลุยส์นี่ชักทะลึ่ง"

เจ้านายทรงบ่นแค่นั้น  ไม่ได้ทรงทำอะไรอีก   แต่คุณชายร้ายผู้ไม่ได้มีเรื่องมีราวกะเขาด้วยเลย ก็โดดถีบเด็กชายหลุยส์กระเด็นไปทันที  

ก็คงเพราะแบบนี้แหละ  และคงมีเรื่องอื่นๆอีกด้วย   ชื่อม.ร.ว.ไล้  จึงมีคนเรียกว่าร้ายกันทั้งวัง    จนกลายเป็นชื่อจริงไปในที่สุด



พอเป็นหนุ่มอายุ 16 ปี   ขึ้นแผ่นดินรัชกาลที่ 5    คุณชายก็ได้รับตำแหน่งงานแรก คือเป็นมหาดเล็กไล่กา    มีหน้าที่คอยไล่กาที่จะมาโฉบข้าวที่ชาววังเขากำลังจะใส่บาตรพระภิกษุที่มารับบาตรในวัง

หลังจากนั้นก็ได้ไปเป็นนายทหาร จนได้ยศร้อยเอก   แล้วลาออกมารับบำนาญเมื่ออายุ 46 ได้เดือนละสิบกว่าบาท พระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นว่าน้อยนัก  ก็พระราชทานให้อีก 50 บาทเพื่อเลี้ยงดูมารดาซึ่งเป็นหม่อมเจ้าหญิงพระนามว่าหม่อมเจ้าโกสุมภ์

แต่ชีวิตผจญภัยของคุณชายร้ายไม่ได้ยุติแค่ออกจากราชการ    พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์( พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าชายชุมพลสมโภช พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4) ทรงชวนไปเป็นคนสนิทติดตามไปอุบลราชธานี  ในฐานะที่ทรงเป็นข้าหลวงต่างพระองค์   คุณชายก็พาบุตรชายอายุ 10 ขวบ ชื่อม.ล.อาจ ไปด้วย

คุณชายร้ายอยู่เมืองอุบลได้ 2 ปี   ก็เกิดกบฎผีบุญขึ้น   ใน ร.ศ. 118
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 05 ต.ค. 04, 19:30

 กรมหลวงสรรพสิทธิ์ เจ้านายของคุณชายร้าย  ได้ข่าวรายงานเข้ามาว่า อำเภอเขมราษฎร์ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง เกิดมีการซ่องสุมผู้คนขึ้น   ทำท่าว่าจะเป็นภัยต่อราชการ     แต่ทางจังหวัดจะส่งกำลังทหารเข้าไปปราบปรามก็ไม่ได้  เพราะว่าอำเภอนี้อยู่ในเขตปลอดทหาร    
เนื่องจากรัฐบาลสยามกับอินโดจีนมีสัญญาต่อกันว่าภายในเขต 25 กิโลเมตรวัดจากแม่น้ำโขงทั้งสองฟาก  เป็นเขตที่ห้ามทหารของแต่ละฝ่ายล่วงล้ำเข้าไป

เมื่อส่งทหารเข้าไปปราบไม่ได้ ก็ต้องให้ทหารปลอมตัวเป็นพลเรือนเข้าไปสืบ    ได้จังหวะก็ค่อยล่อพวกนี้ออกมาให้พ้นเขตปลอดทหาร จะได้จับกุมตัวได้   คุณชายร้ายเป็นหัวหน้าหน่วยที่ถูกส่งตัวไปล่อผีบุญออกมา

ผีบุญพวกนี้เป็นคนไทย มีชั้นหัวหน้าหลายคน  ก็ราษฎรไทยนี่แหละค่ะ แต่ว่าตั้งตัวเป็นเจ้าญวน  ใช้คำนำหน้าว่า "อง" เช่น องมั่น องทอง   พวกนี้หลอกเอาเสบียงอาหารจากชาวบ้านว่า " หมูจะเป็นยักษ์ ฟักจะเป็นทอง"  

คือหลอกว่าหมูจะกลายเป็นยักษ์มาจับชาวบ้านกิน   ต้องฆ่าแล้วส่งเข้าค่าย  ชาวบ้านหลงเชื่อรีบฆ่าหมู แบกมาปล่อยที่ค่าย     นอกจากนี้ พวกผีบุญเสกฟักแฟงแตงกวาและมะละกอให้เป็นทอง  

วิธีทำก็ง่ายๆคือแอบเอาทองคำเปลวไปปิด ให้เหลืองอร่าม  ชาวบ้านก็ขนมาให้เสก   ฝ่ายซ่องสุมก็กินหมูกินผักกันอิ่มหมีพีมันไปเท่านั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 05 ต.ค. 04, 21:05

คุณชายร้ายพาหน่วยสอดแนมจำนวน 100 คน ไปซุ่มดูอยู่ใกล้ค่าย  เห็นพวกนี้มีกองกำลังเยอะมาก  คะเนว่าราวหมื่นคน     แต่ดิฉันสงสัยว่าจะน้อยกว่านั้น  สมัยรัชกาลที่ 5  คนหมื่นคนก็เท่ากับคนทั้งจังหวัดใหญ่ๆแล้ว  น่าจะเป็นจำนวนหลายร้อยหรือถึงพัน

คุณชายล่อพวกนี้ด้วยการยิงปืนชไนเดอร์เข้าไปหลายนัด    พอพวกผีบุญเห็นก็ออกมาไล่ตาม  คุณชายก็ยิงพลางหนีพลาง    หนีกันมาหลายกิโลเมตรจนถึงตำบลคูรุ  ลุยลำธารหนีมาได้  เหลียวดูอีกทีพบว่ามีทหารหลบมาได้แค่ 2-3 คน  นอกนั้นถูกจับไปหมด   ตำบลที่ตกอยู่ในอำนาจของผีบุญก็มีทั้งคูรุและสะพือ

คุณชายร้ายเห็นฝ่ายนี้มีกำลังมากกว่าที่คิด  ขืนปล่อยไว้เป็นต้องยึดถึงในจังหวัดแน่  ก็เลยรีบส่งใบบอกไปถึงกรมหลวงสรรพสิทธิ์    เมื่อทรงทราบก็สั่งให้ผู้บังคับบัญชาทหารนำทหารไปตรวจสอบดูว่ามีจำนวนมากขนาดนั้นจริงหรือไม่    

ทางทหารส่งทหารไปดูลาดเลาก่อน 1 หมวด จำนวน 16 คน     ปรากฏว่าทหารจำนวนน้อยเคราะห์ร้ายถูกพวกผีบุญซุ่มจับไปได้  ร้อยตรีหลีผู้บังคับหมวดและลูกน้องรวม 12 คนถูกประหารด้วยการสับเป็นท่อนๆ  อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจรัฐ
ชัยชนะต่อทหารรัฐบาลทำให้ผีบุญฮึกเหิมยิ่งขึ้น  ถึงขั้นคิดครอบครองมณฑลอีสานทั้งหมด

ทหารที่รอดตายไปได้ รวมทั้งคุณชายร้ายที่หนีทันตั้งแต่แรก  กลับไปอุบล   เมื่อกรมหลวงสรรพสิทธิ์ฯทรงทราบว่าเหตุร้ายลุกลามใหญ่โต  ก็รับสั่งว่า
"เราผิดเสียแล้ว"
คำนี้คงหมายความว่า  ไม่เชื่อใบบอกของคุณชายร้ายเสียแต่แรก   ส่งทหารกลุ่มย่อยไปให้ข้าศึกกินโต๊ะอย่างง่ายดาย     คราวนี้จึงทรงเตรียมกำลังแข็งแกร่ง   สั่งผู้บังคับการทหารให้เอาทหารปืนใหญ่ไปปราบให้ราบคาบ

หยุดรอผู้เข้ามาร่วมวง แค่นี้ก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 09:36

 มานั่งฟังครับ บังเอิญสะดุดชื่ออำเภอเขมราษฎร์ เลยไปค้นใน google พบเว็บที่เกี่ยวข้องอยู่อันหนึ่งเลยเอามาฝากกันครับ
 http://www.lib.ubu.ac.th/html/ub_info/other/name/kemmarat.html

"อำเภอเขมราฐ ต้นตำรับรำตังหวาย ถิ่นไทยนักปราชญ์ เขมราฐเมืองงาม สุดเขตแดนสยาม มะขามหวานหลายหลาก กล้วยตากรสดี ประเพณีแข่งเรือยาว"
บันทึกการเข้า
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 10:30

 ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ จริงๆแล้ว คนเปลี่ยนเองก็สับสนครับ ปรับไปเปลี่ยนมา ทาสีเสร็จ แต่ลืมใส่ประตูครับ    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 11:35

หาประตูเจอแล้วค่ะคุณอ๊อฟ  ไม่ถึงขั้นต้องปีนรั้ว โจนลงกลางชานร้านดอกไม้ แบบขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
ว่าแต่เจ้าตัวสีน้ำเงินที่กระพริบตาปรี๊บๆอยู่ท้ายหัวข้อกระทู้บางกระทู้น่ะ หมายถึงกระทู้ hot ใช่ไหมคะ   ถ้า hot มันน่าจะแดงนะคะ   สีน้ำเงินมันอยู่ในกลุ่มโทนสีเย็นนี่นา ไม่ใช่โทนร้อน
*************************************************
เล่าต่อ

ปืนใหญ่ปราบผีบุญในสมัยนั้น ไทยไม่ได้ผลิตเอง  เป็นปืนใหญ่อิมพอร์ตจากยุโรปดูเหมือนจากออสเตรีย   เป็นปืนบรรจุลูกทางท้าย  กระบอกปืนทำด้วยทองแดง  ปากกระบอกโตเกือบเท่าปืน 6 ปอนด์ของฮอทสกิส  กระสุนมีทั้งแตกอากาศ กระทบแตก และลูกปราย
(ข้อความทั้งหมดนี้ลอกมาจากหนังสือ   จนปัญญา ไม่รู้เหมือนกันว่าศัพท์ทางปืนใหญ่พวกนี้หมายถึงอะไร    ใครรู้ช่วยอธิบายด้วย  แต่เดาว่าหน้าตามันคงคล้ายๆปืนใหญ่ที่ยิงกันสมัยสงครามกลางเมืองของอเมริกา  ส่วนชนิดกระสุน 3 แบบคงหมายถึงว่ามันออกฤทธิ์คนละแบบ)

ปืนใหญ่นี้ขนไปในเกวียนประทุน ซุ่มซ่อนไม่ให้ผีบุญเห็น     จะได้ไหวตัวไม่ทัน     มีกี่กระบอกในหนังสือไม่ได้บอก แต่ในพระราชหัตถเลขาระบุว่าเอาไปกระบอกเดียว
ส่วนกำลัง  ดูน้อยมาก  คือ มี 1 หมวด 24 คน  ทหารปืนใหญ่คุมเกวียนไป  ทหารพื้นเมืองอีก 100 คน
ไปปราบกบฏหมื่นคน(?) เนี่ยนะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 13:02

 ทหารหลวงเดินทางไปใกล้ค่ายของผีบุญได้อย่างสะดวกง่ายดาย ไม่เจอพวกนี้ซุ่มซ่อนคอยโจมตี
อาจเป็นเพราะผีบุญประมาทว่าปราบทหารไปได้หยกๆ  ไม่ทันระวังว่าจะมีพวกใหม่มาอีก  เป็นโอกาสให้ทหารหลวงบุกเข้าไปได้ถึงตัว  เอาปืนชไนเดอร์ยิงกราดเข้าไปก่อน  
ผีบุญก็กรูกันออกมาเหมือนมด  เข้าประจัญบานกับทหาร   ตัวนายวิ่งนำหน้าออกมาก่อนเป็นขวัญให้ลูกน้องเชื่อว่าตัวเองคงกระพันชาตรี
คราวนี้ทหารหลวงไม่เหมือนคราวก่อน    อาวุธดีกว่ามาก   พอผีบุญวิ่งรี่เข้ามาพร้อมลูกน้อง  ทหารปืนใหญ่ก็ยิงปืนใหญ่ตูมเข้าให้   ปืนชไนเดอร์ก็กระหน่ำเข้าไป     ถูกหัวหน้าร่างแหลกเหลว ลูกน้องล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วง     ชาวบ้านที่หลงมาสมทบกับผีบุญก็โกยแน่บหนีกันหมด
พอผีบุญแพ้ ชาวบ้านก็เลิกนับถือ  กลับใจมาเป็นฝ่ายทหาร พาทหารหลวงไปจับผีบุญที่หลบหนี
ได้นักโทษมามากมายจนคุกไม่พอใส่ต้องเอาไปกักไว้ที่ค่ายทหารทุ่งศรีเมือง

ถึงตอนนี้ขอเล่าเกร็ดการควบคุมนักโทษอีกเรื่องว่า สมัยก่อนคุกไม่ได้แน่นหนาอย่างสมัยนี้ พอจับเชลยหรือนักโทษมาได้ ป้องกันการหลบหนี เขาก็ใช้วิธี "ร้อยหวาย"  คือเอาหวายมาร้อยที่เอ็นส้นเท้าตรงที่เรียกว่า เอ็นร้อยหวาย  โยงต่อๆกันไปเป็นพรวน  ก็จะเจ็บปวดสาหัสเดินกระโผลกกระ
เผลกหนีไม่ไหว   สมัยกรุงแตกครั้งที่สอง  เล่ากันว่าพม่าก็ผูกเอ็นร้อยหวายเชลยไทยแบบเดียวกัน
ส่วนการตระเวณไล่จับตัวผีบุญที่หนีไปได้นั้น     นอกจากจับเป็นแล้ว  ก็จับตายด้วย    หลักฐานการจับตายคือตัดหัวใส่ชะลอมหิ้วมาส่งผู้บังคับบัญชา  เป็นการยืนยันว่าคนนั้นตายจริงๆ ไม่ได้แจ้งเท็จ

กบฏผีบุญครั้งนี้ ม.ล.อาจ ติดตามคุณพ่อไปด้วย  ก็ไปป้วนเปี้ยนช่วยผู้ใหญ่อยู่ที่ค่ายทหารทุ่งศรีเมือง แล้วแต่ใครจะใช้สอยอะไร    เป็นเด็กคล่องแคล่วทำงานได้ดีเหมือนผู้ใหญ่ ก็เลยมีชื่อลงในราชกิจจานุเบกษาว่าเป็นผู้ปราบกบฏผีบุญด้วยคนหนึ่ง   ทั้งที่อายุแค่ 12 ขวบ
ม.ร.ว. ร้ายได้รับคำสั่งให้ไปประจำอยู่ที่ร้อยเอ็ดเผื่อเกิดสถานการณ์ร้ายขึ้น    แต่ไม่มีเรื่องอะไร  ครบ 3 ปี ก็ได้ย้ายกลับมากรุงเทพ  พาลูกชายกลับมาเข้าโรงเรียนนายร้อย   เรื่องกบฏผีบุญก็จบลงแค่นั้น

รายการต่อไปก็จะหาเวลาแวะเข้ามาเล่าเรื่องราชสกุลสุริยกุลอีกนิดหน่อยค่ะ  ในฐานะราชสกุลที่หายากและไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องกันนัก   มีเรื่องซุบซิบเบื้องหลังบ้างนิดหน่อย
บันทึกการเข้า
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 13:09

ขอบคุณครับคุณเทาชมพู สำหรับไอเดียดีๆครับ

ตอนนี้เราเลยให้นายตาโตสีฟ้าทำตาปริ๊บๆ เป็นสัญลักษณ์บอกว่ากระทู้นี้มีคนเข้าชมแล้วกว่า 1000 ครั้งครับ กระทู้ร้อนซึ่งเป็นกระทู้ที่มีผู้เสนอความเห็นเพิ่มเติมเข้ามาแล้วกว่า 50 ความเห็นจะใช้สัญลักษณ์ v.Hot สีแดง เป็นตัวชี้แทนครับ

อาจารย์โพสต์บอกไว้หรือกริ๊งกร๊างมาบอกทีมงานได้เลยครับ หากเข้าเรือนไม่ได้ เราจะส่งคุณจ้อปีนไปเปิดประตูจากข้างในครับ เพราะคุณจ้อแกถนัดปีนประเภทนี้เป็นพิเศษ พอๆกับขุนแผนหล่ะครับ    (จริงๆแกถนัดประเภท "ปีนเกลียว" อีกประเภทด้วยครับ)
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 13:29

เอ่อ... ในบรรดาคาถาอาคมของขุนแผนนั้น ผมถนัด "คาถามหาละลวย" ครับ คาถาปีนกำแพง หรือคาถาแหกคุก สะเดาะกลอน นี่ไม่ได้ฝึกฝนเท่าไหร่  

งัดเอาความรู้สมัยเรียน รด. และจาก "รพินทร์ ไพรวัลย์" แห่งเพชรพระอุมา มาปัดฝุ่นตอบครับ ... กระสุนแตกอากาศ กระทบแตก และลูกปราย น่าจะหมายความประมาณนี้ คือกระสุนแตกอากาศ น่าจะเป็นลูกปืนใหญ่ที่ยิงไปให้ระเบิดบนอากาศเหนือเป้าหมาย หรือใกล้ๆกับเป้าหมาย เพื่อให้สะเก็ดระเบิดทำความเสียหายให้กับศัตรู

ส่วนกระสุนกระทบแตก เป็นลูกปืนที่จะระเบิดก็ต่อเมื่อมีการกระทบกับเป้า คือต้องชนอะไรซักอย่างก่อนถึงจะระเบิดครับ เป็นการจำกัดเป้าหมายให้แคบหน่อย

ลูกปราย คือกระสุนที่แตกออกเป็นลูกเล็กๆตั้งแต่ยิงออกจากปลายกระบอกปืนครับ จะต่างกับสองชนิดแรกซึ่งจะเป็นชนิดที่เรียกว่าลูกโดด คือ กระสุนออกจากปากกระบอกลูกเดียวแต่ค่อยไประเบิดออกเมื่อถึงเป้าหมายครับ

ถ้าโดนยิงด้วยลูกโดด ก็จะมีรูเดียว แต่ถ้าเป็นลูกปลายก็จะหลายรูหน่อย (พรุน ครับ พรุน)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 14:22

 ขอบคุณที่มาอธิบายค่ะคุณจ้อ    ทหารหลวงคงกระหน่ำเข้าไปทั้ง 3 อย่าง  พวกผีบุญจำนวนมากถึงแตกกระจัดกระจายกันไปหมด   ไม่สามารถจะล้อมกรอบกินโต๊ะทหารได้อย่างคราวร.ต.หลี

ไหนๆคุณจ้อก็มีคาถามหาละลวย   ช่วยงัดออกมาใช้หน่อยได้ไหมคะ  คือช่วยเป่าให้หน้าเก่าๆ อย่างคุณนิลกังขา คุณแจ้งใบตอง  คุณถาวภักดิ์ คุณ CH  คุณนนทิรา และใครๆที่เคยเข้ามานั่งร่วมวง พากันกลับมาทีเถอะค่ะ
ดิฉันส่งเมล์ไปตามแล้ว แต่ไม่มีคาถาเด็ดกำกับ เลยไม่สำเร็จ  
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 06 ต.ค. 04, 22:42

 ตามมาอ่านไปไอไปค่ะ  พักนี้งอมพระลักษณ์ค่ะ  คือไม่หนักหนามากขนาดต้องถามหาพระราม  คุณเทาชมพูสบายดีนะคะ  

ขอเดาต่อตามความรู้จากที่ดูหนังเอาล้วนๆนะคะ  อย่างปืนกระทบแตก นี่  คงเอาไว้พังกำแพง หรือสิ่งก่อสร้างอะไรน่ะค่ะ   ไม่ยักทราบมาก่อนว่าเค้าทำกระสุนปืนไว้หลากหลายขนาดนั้น
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ต.ค. 04, 01:58

 ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ เมื่อวานมาอ่านกระทู้นี้ ว่าจะลงชื่อไว้สักหน่อย แต่ login ไม่ได้ครับ

วันนี้ลองอยู่นาน กว่าจะเจอว่าเป็นที่ Firefox (browser ที่ผมใช้อยู่) ก็แทบแย่ กลับมาเข้าจาก IE ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

ผีบุญกรณีนี้ผมเคยอ่านเจอมาก่อนแล้ว แต่ไม่ใช่ version นี้ครับ คุ้นๆว่าเป็นพระนิพนธ์กรมพระยาดำรงฯ แต่ไม่แน่ใจนักครับ ต้องไปค้นดูสักตั้งครับ

เรื่องลูกกระสุนปืนใหญ่ ถ้าเป็นปืนโบราณลูกกระสุนจะไม่มีดินระเบิดครับ เอาดินปืนใส่เข้าทางปากกระบอกกระทุ้งเข้าแล้วหยอดลูกกระสุนตาม เวลายิงออกไปนี่ตัวใครตัวมันครับ หลบกันให้ดีๆ โดนเข้าคงแบนครับ แต่กระสุนแบบนี้ไม่มีอำนาจทำลายล้างในวงกว้าง น่าจะเหมาะในการทำลายโครงสร้าง พวกป้อมค่ายคูประตูหอรบนะครับ สมัยศึกไทรโยค(ร.1) พระราชวังบวรฯทรงใช้ท่อนซุงแทนกระสุน ยิงเท่าไหร่ก็ไม่หมด พม่าอ่วมอรทัยเลยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 ต.ค. 04, 08:36

 ฝนตกเกือบทุกเย็น   ไข้หวัดก็ระบาดกันงอมในเมืองไทยค่ะ ไข้หวัดคนระดับพระลักษณ์ แต่ไข้หวัดนกเห็นจะระดับพระรามยกกำลังสอง  คุณพวงร้อยรักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ผีบุญมีหลายรุ่น  หลายจังหวัด  หลายยุค    ถ้าเป็นสมัยนี้อาจจะเข้าเค้าผู้ก่อการร้าย   ไม่ใช่โจรปล้นธรรมดา  
ผีบุญที่เขมราษฎร์ ถือว่าเป็นขนาดเล็ก   แต่ก็ก่อความเสียหายมากพอดู
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง