เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 16831 เกตุ กับ ราหู
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


 เมื่อ 08 มิ.ย. 04, 09:21

 มีความเป็นมาอย่างไรครับ
เท่าที่ผมทราบ
ราหูนั้นเป็นอสูรย์ร้าย
แล้วก็ยังมีคนนับถือกราบไหว้เอาอสูรย์ร้ายเป็นที่พึ่งพิงอีก
ในความเห็นของผม คนที่นับถือความชั่วร้ายนี่ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้เลยทีเดียว

แล้วก็ เกตุ กับ ราหู นี่ มีดวงดาวจริง ๆ ในท้องฟ้าไหมครับ
ตามความรู้ของผมก็คือ ราหูก็คือเงาของโลกที่ไปบังดวงจันทร์ หรือดวงอาทิตย์ แต่คือเมื่อคืนดูรายการถึงลูกถึงคนของคุณสรยุทธ แล้วมีวิทยากรพูดถึงการตัดกันของวงโคจร ตัดขึ้น ตัดลงของระนาบวงโคจรดาวศุกร์กับโลก แล้วรู้สึกว่า ราหูกับเกตุเป็นอันเดียวกัน

ตอบในเชิงวรรณคดีหรือวัฒนธรรมก็ได้ครับ
หรือว่าควรไปถามที่ห้องดาราศาสตร์
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30681

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 มิ.ย. 04, 11:37

 สวัสดีค่ะอาจารย์
คำถามนี้คุณพวงร้อยน่าจะตอบได้ละเอียดกว่าดิฉัน     รอให้เธอเสร็จงานในหน้าที่ และว่างจากงานประจำวันกับหนุ่มน้อยสาวน้อยที่บ้านก่อน     คงจะแวะเข้ามาให้ความรู้กับเราได้

ตอนนี้ขอเปิดพจนานุกรมตอบก่อนนะคะ
เกตุ   เป็นชื่อดาวนพเคราะห์ดวงที่ 9  หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถีลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี     ส่วนตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี  เรียกว่า พระราหู

ราหู ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ 7  หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี  
ทางวรรณคดี  เป็นชื่ออสูรตนหนึ่งมีตัวขาดครึ่งท่อน    โบราณเชื่อว่าสุริยคราสหรือจันทรคราส   เงาดำที่เห็นคือราหูอมพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ไว้
ส่วนตำราโหราศาสตร์(ไม่ใช่วรรณคดี) บอกว่าเป็นเทวดาพระเคราะห์   ถ้าหากว่าเสวยอายุใคร ในช่วงนั้นจะเกิดเคราะห์ร้ายต่างๆกับมนุษย์คนนั้นค่ะ  
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 มิ.ย. 04, 18:05

 ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
นัยนา
อสุรผัด
*
ตอบ: 2

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 มิ.ย. 04, 22:03

 เรื่องของพระราหู(พระพุธ) กลางคืน มีอยู่ว่าพระราหูทรงเป็นอสูรเทพ คือเป็นเทพที่มีรูปกายเป็นยักษ์นั่นเอง มีพระวรกายสีดำสนิทและทรงอาภรณ์สีดำสนิทบ้างก็สีทองแดง

พาหนะ ตามตำราชาวฮินดู คือสิงห์ สำหรับโหราศาสตร์ไทย ทรงครุฑเป็นพาหนะ  ตำนานการกำเนินของพระราหูมีอยู่มากมายหลายเรื่อง เช่นพระราหู เป็นโอรสของพระวิประจิตติ และพระนางสิหิกา เมื่อแรกเกิดขึ้นพระราหูมีหางเป็นนาค และสถิตอยู่ในวิมานสีนิชลหรือสีดำขลับโดยมีพาหนะเป็นพญาครุฑ พระราหูถือเป็นเทวะองค์ที่ 8 ในบรรดาเทพแห่งนพเคราะห์

ในคัมภีร์อินเดียโบราณ บันทึกว่าพระศิวะได้นิรมิตผีโขมด 12 ตน และร่ายพระเวทป่นให้ผีนั้นแหลกละเอียดเป็นผุยผงจากนั้นนำผ้าสีดำสนิทมาห่อ และประพรม ด้วยน้ำอมฤตเสกสรรบันดาลให้กลายเป็นเทวะองค์ที่ 8 นาม พระราหู

คัมภีร์โบราณฮินดูกล่าวว่าพระราหูทรงเป็นโอรสของพระพฤหัสบดีกับนางสิงหิกา

บางคัมภีร์กล่าวว่าทรงเป็นพี่น้องกับพระอาทิตย์และพระจันทร์ก่อนมากำเนิดบนสวรรค์ เรื่องเล่าอดีตชาติเรื่องราวเกิดขึ้นที่บ้านเศรษฐีผู้มั่งคั่งผู้หนึ่งมีบุตรชาย 3 คน คนโต อดีตชาติคือพระอาทิตย์ คนรอง อดีตชาติคือพระจันทร์ และคนสุดท้อง อดีตชาติคือพระราหู ต่อมาเมื่อเศรษฐีได้ถึงแก่กรรมลงทั้ง 3 พี่น้องได้นิมนต์พระมาทำบุญโดยการใส่บาตร พี่คนโตได้คว้าขันทองคำพร้อมอธิษฐานด้วยเสียงดังว่าผลบุญที่กระทำจงส่งผลให้เกิดเป็นพระอาทิตย์เพื่อส่องแสงในยามกลางวัน พี่คนรองคว้าได้ขันเงินเมื่อใส่บาตรเสร็จจึงอธิฐานดังๆ ว่าขอให้เกิดเป็นพระจันทร์ทำหน้าที่ส่องแสงยามค่ำคืนด้วย ส่วนคนสุดท้องเมื่อได้ฟังพี่ชายทั้ง 2 ของตนอธิฐานก็โกรธเป็นอย่างมากจึงคว้ากระบุงใส่ข้าวมาใส่บาตรอธิฐานดังๆ ว่าขอให้เกิดเป็นพี่ชายใหญ่ของพระอาทิตย์และพระจันทร์ มีร่างกายใหญ่โตจนสามารถบดบังแสงแห่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ไว้

กาลต่อมาเมื่อทั้ง 3 คนสิ้นอายุลงคำอธิฐานก็เป็นดังที่ขอไว้ทั้งสิ้น

เวลากลางวัน เมื่อพระราหูโคจรพบพระอาทิตย์ก็บดบังแสงไว้มิให้ส่องมายังโลก เหตุนี้จึงเรียกว่าการเกิดสุริยุปราคา

เวลากลางคืน เมื่อพระราหูก็จะเข้าบดบังอมพระจันทร์ไว้ให้มืดมิด เหตุนี้จึงเรียกกันว่า จันทรุปราคา หรือจันทรคราส

ซึ่งเกิดจากความโกรธพี่ชายทั้ง 2 ของตนที่ได้อธิฐานไว้จึงเกิดเป็นความพยาบาทสืบเนื่องกันมา
  ส่วนสาเหตูที่พระราหูตัวขาด 2 ท่อนนั้นก็เพราะว่า เล่ากันว่าพระราหูได้แปลงตัวเป็นเทวะองค์หนึ่งเข้ารวมในการชุมนุมของทวยเทพ และได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไป แต่ทว่า พระสุริยาทิตย์ และพระจันทร์ได้สังเกตเห็น เข้าจึงนำความไปบอกพระวิษณุหรือพระนารายณ์ ว่าพระราหูผู้เป็นอสูรได้แปลงร่างไปเป็นเทวะและลอบดื่มน้ำอมฤตนั้น พระนารายณ์ทรงกริ้วนักจึงขว้างด้วยจักรถูกพระราหูจนวรกายขาดไปครึ่งองค์ แต่ทรงมิสิ้นชีพเนื่องจากได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้วจึงมีฤทธานุภาพสูงเทียมเท่ากับ เทวะทั้งมวล พระราหูจึงเหลือแต่เพียงท่อนหัวล่องลอยไปมาในชั้นสวรรค์คอยจับพระอาทิตย์และพระจันทร์มากินเพื่อแก้แค้นดังเช่นเดิม

ส่วนท่อนตัวหรือท่อนล่างของพระราหูที่กระเด็นขาดหายไปได้กลายไปเป็นพระเกตุเป็นเทวะแห่งนพเคราะห์องค์ที่ 9 ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็นดาวหางหรือ ดาวผีพุ่งไต้ เกิดขึ้นนานๆ ครั้งในชั้นบรรยากาศนั่นเอง

อีกตำนานเล่าไว้ว่าเหตุเกิดจากพญาครุฑ (พระอาทิตย์) อยากกินพญานาค (พระเสาร์) จึงเข้าไล่จับมาทำอาหาร พญานาคหนีไปหาพระราหูเพื่อขอให้ช่วยเหลือ จึงต่อสู้กันสุดท้ายพญาครุฑพ่ายแพ้จึงเข้าเฝ้าพระอินทร์ (พระพฤหัส) สุดท้ายพระอินทร์ก็ไม่สามารถจับพญาครุฑได้ ส่วนพระราหูเหลือบไปเห็นน้ำอมฤตด้วยความเหนื่อยล้าจึงยกน้ำอมฤตขึ้นดื่ม เมื่อพระอินทร์เห็นดังนั้นก็บรรดาลโทสะขว้างจักรเพชรเข้าใส่ร่างพระราหูขาดออก 2 อ่อน แต่ก็ไม่ตายด้วยดื่มน้ำอมฤตก่อนแล้ว  
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 09 มิ.ย. 04, 09:28

 ขอบคุณมากครับคุณนัยนา
ดูจากตำนานแล้ว พระอาทิตย์ พระจันทร์และพระราหู ต่างก็เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน
แต่เกิดมามีรูปร่างหน้าตาดีบ้างไม่ดีบ้าง
เทวดาผู้ใหญ่ที่เกรี้ยวกราดเกินไป แค่แอบไปกินน้ำก็ถึงกับจะฆ่ากัน โชคดีที่ราหูไม่ตาย
ผมให้อภัยราหูครับ
แต่จะให้นับถือกราบไหว้ราหู ผมคงทำไม่ได้
 
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 มิ.ย. 04, 12:34

 ดิฉันไม่รู้เรื่องโหราศาสตร์มากเท่าไหร่หรอกค่ะ  แถมไม่มีหนังสืออะไรให้อ้างอิงเอาเลยน่ะค่ะ  ขอบคุณคุณนัยนา  ราหูนั้นเคยได้ยินมาอย่างที่คุณนัยนาเล่าน่ะค่ะ  แต่จำรายละเอียดมากๆไม่ได้  ส่วน เกตุ นั้นนึกไม่ออกค่ะ   ขออภัยด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30681

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 มิ.ย. 04, 15:52

 มาขอบคุณอีกคนด้วยค่ะ  คุณนัยนา

คุณพวงร้อยคะ  ช่วยอธิบายทางด้านดาราศาสตร์ได้ไหมคะ  อย่างที่ดิฉันคัดมาจากพจนนานุกรมน่ะค่ะ
ดาวเคราะห์ดวงที่ 7 และ 9  มีอะไรบ้างคะ
แล้วระนาบที่ว่ามานั้นคืออะไร
สุริยวิถี  คืออะไรคะ  ตรงกับภาษาอังกฤษว่าอะไร  
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 มิ.ย. 04, 23:52

ก่อนอื่นดิฉันต้องออกตัวก่อนว่า  ภาษาใช้ในทางโหราศาสตร์นี่  เป็นที่เข้าใจยากสำหรับดิฉันจริงๆค่ะ  การพิเคราะห์ของดิฉันจึงมาจาก  การเดา ความหมายของข้อความเหล่านี้นะคะ  ดิฉันอาจจะเข้าใจข้อสอบผิดไปหลายขุมก็ได้  แฮ่ะๆ  

ตอนแรกดิฉันอ่านที่คุณเทาชมพูยกมา ที่ว่า

"เกตุ เป็นชื่อดาวนพเคราะห์ดวงที่ 9 หมายถึง
ตำแหน่ง
ที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถีลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู

ราหู ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ 7 หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี "

นี่มึนจัดเลยค่ะ  เพราะ  คำว่า ดาวนพเคราะห์ กับ ดาวพระเคราะห์ ก็ไม่ consistant เสียแล้ว  ดาวนพเคราะห์ คงมาจากความเชื่อที่ว่า  บริวารของดวงอาทิตย์ มี ๙ ดวง  จะใช้คำเดียวกับ ดาวพระเคราะห์ หรือไม่  นี่ดิฉันยังงงๆอยู่นะคะ

ประการที่ ๒ ดูเหมือนในย่อหน้าเดียวกัน  คำว่า ดาวนพเคราะห์ และดาวพระเคราะห์  ใช้ควบกันไปในการพูดถึง ๒ สิ่ง  คือตัวดาว(planetary body) กับตำแหน่งของดวงดาวที่มาจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ (orbital motion)  

กรุณาไปอ่านบทความนี้ที่นี่ก่อนนะคะ http://www.vcharkarn.com/astronomy/astronomy/?Aid=121   จะอธิบายละเอียดถึงการเกิดอุปราคาเลยค่ะ

(โอ๊ย ตายแล้ว คุณจ้อ คุณเปี้ยว  ทำไมเครื่องหายคำพูด  มันติด backslash มาด้วยทุกอันเลยคะ  ย้ายเซิร์ฟเว่อรแล้วติดบั๊กอะไรมารึเปล่าคะ)

(( ดิฉันมาเอดิตเครื่องหมาย backslash ออกอีกครั้งในหน้าเอดิเต้อร์นะคะ  ถ้าเอาออกไม่ได้สงสัยเป็นบั๊กตัวใหญ่แล้วค่ะ  แต่ทำบ่อยๆคงมือหงิกแน่เลยค่ะ))

(((Editorเอาไม่ออกจริงๆด้วยค่ะ)))

บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 09 มิ.ย. 04, 23:57


(ภาพที่ 16) จุดที่เรียกว่า descending node คือจุดที่ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนตัวลงครึ่งล่างของระนาบวงโคจร ที่อยู่ใต้ระนาบวงโคจรของโลก จุดที่เป็น ascending node นั้นก็คือจุดที่ดวงจันทร์เริ่มโผล่ขึ้นมาโคจร ในส่วนที่อยู่เหนือระนาบวงโคจรของโลก ภาพโดย Brian Brewer

(ลอกเอารูปและคำบรรยายภายในหน้า ๓ ของบทความในลิ้งค์ข้างบนมาแปะนะคะ  )
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 00:03


ระนาบวงโคจร หรือ Ecliptic plane  หรือที่เรียกกันว่า  the Ecliptic เฉยๆ  คือ วิถี หรือเส้นทางที่บริวารทั้งหลายของดวงอาทิตย์  โคจรรอบดวงอาทิตย์

แต่วงโคจรของดาวเคราะห์แต่ละดวงก็ไม่ได้อยู่บนระนาบเดียวกันเป๊ะๆ  ดังในภาพนะคะ  เขาจึงนับ ระนาบโคจร เอาคร่าวๆ  คือมันไม่ใช่ระนาบเป็นแผ่นบางเหมือนแผ่นกระดาษ  แต่เป็น แถบ ทางโคจรมากกว่าค่ะ

รูปข้างบนดูค่อนข้างยาก  เพราะวงโคจรของบริวารทั้งระบบกว้างมากๆๆ  ความเบนเบี่ยงของระนาบโคจรของแต่ละดวง  มีน้อยๆองศามาก  มันเลยดูไม่ออกในรูปรวมแบบนั้นนะคะ  ส่วนวงโคจรของดาวพลูโตนั่นผิดปกติชาวบ้านเค้ามาก  อย่าไปใส่ใจมากเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 00:05


ดูรูปนี้จะเห็นชัดหน่อย
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 00:13

ดิฉันสงสัยมานานแล้วค่ะ  ว่าคนโบราณรู้ได้อย่างไรว่า  บริวารของดวงอาทิตย์มี ๙ ดวง  เพราะ ดาวพลูโต นั้น  เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี คศ ๑๙๓๐ กว่าๆเท่านั้นเอง

มาเห็นข้อความที่คุณ เทาชมพู คัดมาแล้ว  ดิฉันก็ถึงบางอ้อแล้วค่ะ  ดิฉันคิดว่า  ในทางโหราศาสตร์  คำว่า ดาวพระเคราะห์  นั้นเป็นคำหลวมๆ  ครอบคลุมไปถึง ตำแหน่งเฉพาะ ของดาวด้วย  เรื่อง ascending node, descending node  ของดวงจันทร์  ดังในภาพที ๘ นั้น  ไม่ใช่ความรู้จากดาราศาสตร์สมัยใหม่  (แต่เป็นการสรุปจากข้อสังเกตตามศาสตร์สมัยใหม่)

การสังเกตด้วยตาเปล่า  ถ้ามีการจดบันทึกเป็นเวลายาวนาน  ก็สามารถสรุปได้  การเคลื่อนไหวของดวงจันทร์  ตลอดไปจนถึงการเกิดอุปราคา  เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งทางเศรษฐกิจ และศาสนา(ซึ่งสมัยก่อนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดต่อความอยู่รอดของระบอบปกครองทีเดียว)  ทำให้มีการตั้ง พระ ในสังคมต่างๆมาติดตามดูดาวและจดบันทึก คำนวณ ปรากฎการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ไว้มากทีเดียว

ดิฉันเลยคิดว่า  เกตุ นั้น คือ เมื่อดวงจันทร์อยู่ใน descending node  และ ราหู นั้น  คือ เมื่อดวงจันทร์โคจรอยู่ใน ascending node ค่ะ

ขอพักแขนหน่อยนะคะ  เดี๋ยวมาต่อเรื่อง สุริยวิถี ค่ะ  เพราะคงต้องตอบยาว
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 00:30

อ้อ และมีข้อสังเกตอีกอย่างนะคะ

โหราศาสตร์ ที่ดิฉันใช้นั้น  เพราะไม่ทราบจะเอาคำอะไรมาเรียกให้เข้าใจว่าหมายถึง Astrology เลยค่ะ astrology นั้น ไม่ใช่ ไสยศาสตร์ นะคะ  เป็นการศึกษาดวงดาวของคนโบราณ  ที่มีรากฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์อยู่มาก  เท่าที่เทคโนโลยี่ของสังคมโบราณจะอำนวยให้ทีเดียว  วิชาโหราศาสตร์ ที่เราเห็นๆกันอยู่ในปัจจุบันนั้น  เป็นเพียงส่วนน้อยส่วนหนึ่งของ วิทยาการด้าน astrology แค่นั้นเอง  และเป็นส่วนที่ย่อยมากๆเลยด้วยค่ะ  เพราะมีเนื้อหาในด้านที่ต้องการทำนายทายทักอนาคตเท่านั้น  จึงขอแยกแยะไม่ให้สับสน  คำว่า  โหราศาสตร์ ถ้าแปลตรงๆตามศัพท์  มันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น วิชาโหร หรือวิชาทำนายอนาคต  ไม่ใช่ astrology ทั้งหมดเลยค่ะ  

ในทางโบราณคดี  เมื่อพูดถึงการคิดค้นวิทยาการด้านนี้แล้ว  จะหมายถึง astrology ไม่ใช่วิชาโหรนะคะ  ส่วน วิชาโหร นั้น  ดิฉันว่า เป็น astrology ที่เข้ารกเข้าพงไปนานแล้วค่ะ  ขออภัยถ้าพูดไม่ถูกใจใครนะคะ  เป็นความเห็นส่วนตัวของดิฉันเท่านั้นเองค่ะตรงนี้ดิฉันเคยแสดงความเห็นมาบ้างแล้วว่า  การกำหนดศัพท์ของฝรั่งนั้น  เค้าจะมีผู้เชี่ยวชาญทุกด้านทุกสาขา  มาให้คำนิยาม และ  กำหนดคำ กัน  ความหมายจึงครอบคลุมได้ไม่คลาดเคลื่อน  และยังเปิดช่องให้มีโอกาสต่อเติมศัพท์ในตระกูลเดียวกันต่อไปอีก  

แต่การบัญญัติศัพท์ของไทยนั้น  ต้องทำขึ้นอย่างเร่งด่วน  ไม่ได้ค่อยๆพัฒนามาอย่างฝรั่ง  เพราะวิทยาการพรั่งพรูเข้ามาสังคมไทยอย่างมากมายในช่วงเวลาสั้นๆ  บุคลากรที่จะให้ความเห็น  เติมความหมายในช่องว่างให้  ก็ขาดแคลน  ศัพท์ไทย โดยเฉพาะศัพท์ทางดาราศาสตร์นี่  มีที่คลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย  จนดิฉันมึนประจำ  เคยพูดเรื่องนี้มาก็โดนตั้งคำถามให้ว่า  รู้ดีกว่า ท่านผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่ราชบัณฑิตหรืออย่างไร  แต่บัณฑิตที่ไม่ศึกษาต่อในสิ่งที่ตัวเองยังไม่รู้  ก็ไม่ได้ครอบคลุมคำนิยามของบัณฑิตกระมังคะ  หรือไม่ทราบว่า  ดิฉันเข้าใจความหมายของคำว่า  บัณฑิต ผิดไปหรือเปล่า  เอาแค่นี้ก่อนค่ะ  เดี๋ยวนี้อยากอยู่สงบๆมากกว่าค่ะ  ฟังเด็กทะเลาะกันทุกวันจนหมดแรงแล้วน่ะค่ะ ฮ่าๆๆ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30681

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 08:12

 ดิฉันมาโขกพื้นรับสารภาพที่ลอกผิดค่ะ ลอกมาจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. 2542
เกตุ  ดาวพระเคราะห์ดวงที่ 9 ค่ะ ไม่ใช่ดาวนพเคราะห์
ส่วน Astrology และ Astronomy นั้น   อย่างหลังคือดาราศาสตร์   รู้สั้นกว่าหางอึ่งว่าศึกษาเรื่องดาวต่างๆ รวมไปทั้งอะไรต่อมิอะไรในจักรวาลและที่ใหญ่กว่าจักรวาลด้วย
ส่วนอย่างแรก   ดิฉันเข้าใจว่าทางไทยก็คือการศึกษาดวงดาวส่วนที่มีผลเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์   เรารับวิชานี้มาจากอินเดีย อีกทีหนึ่ง  จะเห็นได้ว่าชื่อดาวต่างๆที่เป็นชื่อจากอินเดียทั้งนั้น ไม่ใช่ไทยท้องถิ่น
การศึกษาสมัยก่อนของไทยต้องอาศัยการคำนวณชั้นสูงด้วย  และมาตรงกับหลักของฝรั่งได้อย่างน่าอัศจรรย์   เห็นได้จากสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงคำนวณสุริยุปราคาที่หว้ากอ   ได้แม่นยำมาก  
ส่วนวิชาโหร  ในปัจจุบันเขาพูดถึงเทวดาเสวยอายุ   ก็คือความเชื่อว่าดวงดาวที่มีผลต่อชีวิตคนในช่วงต่างๆของวัยนี่ละค่ะ     จะแม่นหรือไม่แม่นอยู่ที่ตัวผู้ทาย ว่าเก่งแค่ไหน
กล่าวกันว่าสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงผูกดวงพระราชโอรสธิดาทุกพระองค์ และทรงทำนายไว้ด้วย    ดวงขององค์ไหนเป็นอย่างไร มีดีมีร้ายตรงไหน ก็ทรงพระราชทานพรไว้เมื่อตั้งพระนาม   ให้เลี่ยงส่วนที่ร้ายและสนับสนุนส่วนที่ดี  
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 10 มิ.ย. 04, 09:45

สวัสดีครับคุณพวงร้อย และก็ต้องขอบคุณอย่างแรง
ทราบว่าใช้มือได้ลำบาก ก็ยังอุตสาห์มาช่วยอย่างเต็มกำลัง

ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เกตุกับราหูก็คือดวงจันทร์ทั้งคู่ แต่ว่าเป็นตอนระนาบตัดขึ้นกับตัดลง ใช่ไหมครับ

ทีนี้ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. มีการตัดขึ้น ลงของระนาบโคจรโลก กับดาวศุกร์
ผมได้ยินวิทยากรท่านหนึ่ง(รู้สึกว่าเป็นประธานดาราศาสตร์ไทย อะไรทำนองนั้น ถ้าผิดก็ขออภัยณที่นี้ด้วย) พูดว่าเป็นเกตุ กับราหูเหมือนกัน

ผมก็เลยสงสัยว่า การเรียก เกตุ กับ ราหู นั้น เรียกการตัดกันของระนาบโคจร หรือว่าเรียกดาวดวงใดดวงหนึ่งกันแน่น่ะครับ


แล้วเรื่องการเกิด error เนื่องจากย้ายเซิร์ฟเวอร์ แจ้งคุณเปี้ยวได้ที่นี่ครับ

 http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Pid=19717

ขอบคุณทุก ๆ ท่าน นะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.066 วินาที กับ 19 คำสั่ง