เจ้าชายนักบิน

<< < (4/12) > >>

เทาชมพู:
 "ชีวิตเหมือนฝัน" ของคุณหญิงมณีเป็นหนังสือหายาก เนื้อหาสาระน่าสนใจมากเล่มหนึ่งค่ะ  
ในนี้มีคอหนังสือระดับมือโปร  เลยได้อ่านกันแล้วทำให้ดิฉันออกจะจ๋อยลงไปพอสมควรที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน  แต่เอาเถอะ แข็งใจฟังไปอีกหน่อยละกันค่ะ  ถือว่าเผื่อคนที่ยังไม่ได้อ่าน
คุณหญิงมณี สิริวรสารก็คือหม่อมมณีคนเดียวกันละค่ะ      ตอนนี้ขอตัวไปเรียบเรียงเรื่องของเธอก่อนนะคะ  ก่อนกลับมาเล่าให้คุณพวงร้อยฟัง    
รับรองว่าสีสันยิ่งกว่านิยายค่ะ

CrazyHOrse:
 ฮั่นแน่! คุณพวงร้อยตาไวมองเห็น "เครื่องหมาย" ที่ผมทำไว้ แต่ไม่เล่าหรอกครับ แต่ขอบอกว่าลึกลับซับซ้อนกว่าที่คิด ชีวิตคนบางคนยิ่งกว่า soap opera อีกนะขอรับ

คุณเทาชมพู ผมเองยังแวะมาที่นี่เป็นประจำ แต่ด้วยความขี้เกียจ Login เลยนั่งอ่านไปเรื่อยๆ ต้องขออภัยเจ้าบ้านด้วยครับ ที่เอาแต่ด้อมๆมองๆข้ามรั้วอย่างนี้

พวงร้อย:
 แหม มีอ่อยกันด้วย  แค่นี้ก็อยากฟังต่อจนตัวสั่นแล้วค่ะ  ขออนุโมทนาในความอารีของคุณเทาชมพูที่สละเวลามาเขียนให้คนไม่มีปัญญาหามาอ่านอย่างดิฉันได้อาหารใจยามยากด้วยนะคะ

เทาชมพู:
 ยังไม่ทันครบสองเดือน  พระองค์เจ้าจิรศักดิ์กับหม่อมมณีได้ย้อนกลับไปฮันนีมูนรอบสอง   3 สัปดาห์  ในการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ ไปริเวียร่า
เพื่อทรงพักผ่อนหลังหลังจากรักษาพระองค์ที่ยุโรปจนพระอาการดีขึ้น
การตามเสด็จครั้งนี้เหมือนฝันยิ่งกว่าครั้งแรก เพราะอยู่ในขบวนเสด็จของพระมหากษัตริย์    หนุ่มสาวทั้งสองได้ไปร่วมงานกุศลหรูหราที่มีกษัตริย์เสด็จมาร่วมถึง 4 พระองค์ และงานลีลาศอื่นๆที่งามหรูไม่แพ้กัน  

สมเด็จพระปกเกล้าฯยังทรงพระเมตตาหม่อมมณีด้วยการซื้อนาฬิกาสายเพชรและสร้อยไข่มุก ให้  เพื่อประดับกายไม่น้อยหน้าใคร
และสมเด็จพระนางรำไพพรรณีพระราชทานเสื้อขนสัตว์ให้เธอด้วย

พระองค์จิรศักดิ์และหม่อมมณีย้ายจากแฟลตในลอนดอนไปอยู่บ้านสวยที่เวอร์จิเนียนวอเตอร์  
มีรายได้จากทรัสต์ฟันด์ที่สมเด็จพระปกเกล้าฯทรงตั้งให้พระโอรสบุญธรรม ใช้จ่ายในบ้านเดือนละ 100 ปอนด์  
และยังมีเงินเก็บเป็นเงินก้อนจากทรัสต์ฟันด์ที่จะเรียกมาใช้จ่ายได้ในยามจำเป็น

ชีวิตแสนสุขดำเนินต่อไปจนมณีเริ่มตั้งครรภ์บุตรคนแรก  
สงครามก็เริ่มฉายเงาตึงเครียดขึ้นในยุโรป     นับแต่ค.ศ. 1939

สมเด็จพระปกเกล้าฯจึงทรงย้ายจากลอนดอนมาเช่น คอมป์ตัน เฮาส์อยู่ห่างจากบ้านของพระองค์จิรศักดิ์เพียง 5 นาที  
ครอบครัวก็อยู่ใกล้ชิดกันอย่างอบอุ่นอีกครั้ง

ความสุขในครอบครัวเล็กๆนี้เพิ่มขึ้นอีกเมื่อหม่อมมณีให้กำเนิดบุตรชายคนแรก สมพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯยิ่งนัก
ทายาทของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯได้รับชื่อว่า ม.ร.ว. เดชนศักดิ์   ส่วนนามสกุลคือ
"ศักดิเดชน์ ภาณุพันธุ์"


เรื่องนามสกุล  เป็นเรื่องขมขื่นของสมเด็จพระปกเกล้าฯอีกเรื่อง
หลังสละราชสมบัติ้เสด็จไปประทับที่อังกฤษ  แทนที่จะได้อยู่อย่างสงบ  เพราะไม่กีดหน้าขวางตาใครอีก   ก็กลับถูกบีบคั้นกดดันจากรัฐบาลหลายเรื่องด้วยกัน  

รวมทั้งเรื่องรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามฟ้องร้องต่อศาลว่าทรงขนทรัพย์สินเงินทองออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายและยึดทรัพย์ของพระองค์ท่านรวมทั้งวังศุโขทัยไว้ด้วย ตั้งแต่คดีเพิ่งจะถึงศาล ยังไม่ได้ตัดสินว่าผิดจริง
แล้วยังเรียกร้องให้เสด็จกลับมาแก้คดีในเมืองไทย

แม้เรื่องเล็กๆอย่างนามสกุลของพระนัดดาบุญธรรมก็ยังไม่วายเป็นเรื่องขัดข้องขึ้นมาอีกจนได้
เริ่มแรก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงตั้งนามสกุลสำหรับเชื้อสายพระองค์เองว่า "ศักดิเดชน์"(ณ อยุธยา)
ในเชิงกฎหมายเราก็คงทราบกันแล้วว่าลูกบุญธรรมเป็นผู้มีสิทธิ์ทุกอย่างเท่าลูกจริง  เพราะเหตุนี้นามสกุลใหม่ที่พระราชทานให้
พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯก็มีสิทธิ์จะใช้พอกับพระราชโอรสจริงๆ(ถ้าหากว่ามี)
แต่เมื่อแจ้งไปทางเมืองไทยให้ทราบเป็นทางการ   เรื่องกลับตาลปัตร
ทางคณะผู้สำเร็จราชการกลับตอบมาว่า ไม่สามารถจะทำได้ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯมีนามสกุลเดิมอยู่แล้วคือภาณุพันธุ์   ก็ต้องใช้ภาณุพันธุ์ตามพระบิดาแท้จริง
ทั้งนี้เป็นได้ว่ารัฐบาลไม่่ประสงค์จะให้พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯมีสิทธิ์ในเรื่องต่างๆที่สำคัญ เช่นสิทธิ์ในการสืบสันตติวงศ์   หรือเรื่องอะไรอื่นก็ตามที่เป็นสิทธิ์สืบเนื่องจากสมเด็จพระปกเกล้าฯ
สมเด็จพระปกเกล้าฯทรงแค้นเคืองมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้   จึงได้แต่พระราชทาน ศักดิเดชน์ เป็นส่วนหนึ่งของ ภาณุพันธุ์
พระนัดดาบุญธรรมน้อยๆที่เกิดมาจึงเป็น ม.ร.ว. เดชนศักดิ์ ศักดิเดชน์ ภาณุพันธุ์

เทาชมพู:
ความยากลำบากคืบคลานเข้ามา เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นจากเยอรมันบุกโปแลนด์    
อังกฤษเริ่มถูกคุกคามจากภัยสงครามยืดเยื้อไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่ายๆ
คนอังกฤษต้องประหยัดค่าใช้จ่าย  สิ่งต่างๆในตลาดเช่นน้ำมันก็เริ่มขาดแคลน
ครอบครัวเล็กๆของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์กับมณีก็ประสบภาวะลำบากกว่าก่อนเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

แต่เรื่องที่เศร้าโศกที่สุดของหนุ่มสาวทั้งสอง คือปีครึ่งต่อมานับแต่ม.ร.ว.
เดชนศักดิ์เกิด     พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต
หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯสวรรคต  
หน้าที่ดูแลพระองค์ท่านด้วยความรักความเอาใจใส่อย่างเมื่อก่อนนี้ก็พลอยสิ้นสุดลงไปด้วย พระองค์จิรศักดิ์ฯไม่อยากจะทรงอยู่เฉยๆ   จึงสมัครเข้าเป็นนักบินของหน่วยงาน A.T.A  เป็นหน่วยขนส่งทางอากาศของกองทัพอังกฤษ    

หน้าที่ของท่านคือขับเครื่องบินไปส่งที่ท่าเรือ  หรือสนามบิน หรือโรงซ่อม
แล้วแต่ภารกิจที่ได้รับมอบหมายแต่ละครั้ง เป็นงานที่ตรงกับพระทัยรักของท่าน  
แม้หม่อมมณีเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านแค่ไหนก็ไม่อาจจะห้ามปรามได้      สมเด็จพระนางรำไพฯก็ทรงคัดค้าน  เพราะเห็นเป็นเรื่องเสี่ยงตาย
แต่ก็ไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์จิรศักดิ์ฯทรงเปลี่ยนความตั้งพระทัย

พระญาติอีกองค์หนึ่งที่เข้ามาเยือนครอบครัวเล็กๆในระยะนี้   ให้คลายความว้าเหว่ลงได้มาก คือพระเชษฐาแท้ๆของพระองค์จิรศักดิ์
ทรงพระนามว่าพระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์  เสด็จมาเรียนที่อังกฤษ จนจบปริญญาทางสถาปัตยกรรมจากเคมบริดจ์  
ในยามสงครามก็ไม่ได้กลับเมืองไทย  แต่อยู่ที่ลอนดอนและเสด็จมาเยี่ยมพระอนุชาเป็นประจำ  
พี่น้องทรงรักใคร่กลมเกลียวกันดี  พระองค์อาภัสฯเข้ากับน้องสะใภ้ได้ดี

มณีเริ่มตั้งครรภ์บุตรคนที่สองในช่วงที่สามีเป็นนักบิน   คลอดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 1942 ได้รับชื่อว่า ม.ร.ว. ทินศักดิ์ ศักดิเดชน์ ภาณุพันธุ์

พระองค์อาภัสฯเสด็จมาค้างที่บ้านเป็นเพื่อนด้วยทุกสุดสัปดาห์   พระองค์จิรศักดิ์ทรงห่วงหม่อมมาก ก็เบาพระทัยที่พระเชษฐามาอยู่เป็นเพื่อนด้วย
เหตุการณ์ดำเนินไปด้วยความปกติเรียบร้อยจนถึงเดือนกันยายนปีเดียวกัน
คุณชายทินศักดิ์อายุได้ 5 เดือน   พระองค์จิรศักดิ์ทรงครบรอบพระชนม์ 25 ชันษา  
ทรงออกจากบ้านไปปฏิบัติงานตามปกติ      

หม่อมมณีซึ่งอยู่บ้านพร้อมกับพระองค์อาภัสฯ ก็ได้ข่าวร้ายที่สุดในชีวิตจากหน่วยงาน A.T.A ว่าพระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต ทรงขับเครื่องบินที่จะนำไปส่งที่ท่าเรือ  
ประสบอุบัติเหตุชนภูเขาในเวลาที่หมอกลงจัด สิ้นพระชนม์ทันที

ปิดฉากชีวิตเหมือนฝันระหว่างเจ้าชายนักบิน  และหม่อมสาวสวยของท่าน
หลังสร้างครอบครัวร่วมกันได้เพียง 3 ปี 9 เดือน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว