เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
อ่าน: 53468 วรรคทองในวรรณคดีสุดโปรดของท่าน (2)
ครูหมูอ้วน
อสุรผัด
*
ตอบ: 11

โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 30 ส.ค. 05, 22:41

 ."..เพ็ญพระจันทร์นั้นสว่างแต่ข้างขึ้น
กระต่ายมึนเมาเพ็ญจนเป็นบ้า
แต่ทรามวัยใสสุกทุกเวลา
ให้ตัวข้าเมามึนทั้งขึ้นแรม ฯ "

ชอบมากเลยค่ะ  ไม่เคยอ่านมาก่อน
วรรคทองจริง ๆ    ขอบคุณที่นำสิ่ง ดี ๆ มาให้อ่านค่ะ
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 02 ก.ย. 05, 19:44

 ต้องกราบขออภัยมาล่วงหน้าครับ เพราะบทกวีต่อไปนี้ไม่ใช่วรรคทอง แต่ติดใจการนำเสนอครับ
บทนี้เป็นของขรรค์ชัย บุนปาน แต่งเป็นโคลงกระทู้ ชื่อว่า ผีซ้ำด้ำพลอยครับ
ผี เหวผีห่าบ้า..................กระบวนผี
ซ้ำ ซากสากกระเบือตี...............ตะพดต้อง
ด้ำ ขวานบิ่นราวบุรี....................ไร้บุรุษ
พลอย ดิบพล่อยยอกย้อน.........เขยิบขึ้นพลอยหุง

นำมาจากศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2547 ครับ
ส่วนเรื่องที่คุณนิรันดร์ถามว่า "สามวันจากนารี ... เป็นอื่น"นั้น ผมเห็นว่ากรมสมเด็จพระเดชาดิศรท่านคงจะทรงนิพนธ์ให้ "นารี" เป็นอื่น คือ เมื่อชายชาตรีต้องไปเกณฑ์ทหาร (สมัยก่อนใช้คำว่าอะไร?) ก็จะต้องจากลานางอันเป็นที่รัก ระหว่างนั้น"นารี"อาจจะปันใจให้ชายอื่นแม้จะไปในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งวัฒนธรรมสยามในสมัยนั้นให้สิทธิสตรีค่อนข้างน้อย(โดยเฉพาะข้อที่ไม่ให้หญิงมีผัวมากถ้ามิใช่นางกฤษณาในเรื่องกฤษณาสอนน้อง) แต่มีครูท่านหนึ่งเสนอว่า ควรใช้คำว่า "ชาตรี"แทน เพราะดู ๆ แล้วผู้ชายดูจะ"เป็นอื่น" มากกว่า แต่ก็นานาจิตตังครับ เพราะตีความได้สองแง่ คือ "ชาตรี"หรือ"นารี" เป็นอื่น(ปันใจให้ผู้อื่นที่มิใช่คู่ชีวิต) ครับ
ป.ล. ช่วยตีความโคลงเรื่องผีซ้ำด้ำพลอยให้ด้วยครับ โดยเฉพาะผีที่ชื่อว่า ผีด้ำ (แต่คนแต่งคงจะสื่อให้เข้ากับโคลงมากกว่าครับ)
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 12 ก.ย. 05, 08:42

 ขอบพระคุณที่อธิบายให้กระจ่าง
เมื่อชายร้างนารีไปที่อื่น
หล่อนมิได้แน่วแน่แลยั่งยืน
ชายก็กลืนน้ำตาไว้ไม่หลั่งริน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 12 ก.ย. 05, 08:59

 ผีด้ำ เป็นผีชนิดหนึ่ง  คือผีเรือน
ผีซ้ำด้ำพลอย เป็นสำนวนหมายถึงว่า โชคร้ายไม่ได้มาหนเดียว บางทีมันก็กระหน่ำพร้อมๆกันหลายทางแทบตั้งตัวไม่ติด
คำว่าด้ำ  หมายความได้ 2 อย่างคือเป็นชื่อผี  หรือ แปลว่าด้าม อย่างด้ามขวาน
คุณขรรค์ชัย เลือกความหมายที่สอง
ส่วนความหมายคืออะไร เห็นจะต้องถามคุณขรรค์ชัยเอาเอง   ดิฉันอ่านไม่เข้าใจ
บางที 4 บรรทัด อาจจะไม่ได้มีความหมายเกี่ยวข้องกันเลยก็ได้

สามวันจากนารี.........เป็นอื่น
เป็นทัศนะที่ผู้ชายตะวันออก (ไม่ใช่ไทยประเทศเดียว) มองผู้หญิง  ว่าเหมือนไม้เลื้อย    ต้องยึดเกาะอะไรสักอย่างที่ใกล้ตัว  อยู่ด้วยตัวเองโดดๆไม่ได้
ถ้าสามีมีเหตุให้ห่างไป  เธอก็ต้องหาชายอื่นมายึดแทน  ในระยะเวลารวดเร็วมาก
ส่วนผู้ชายเมื่อจากภรรยาไปสามวันเป็นอื่นหรือไม่    ต่อให้มีหญิงอื่น ผู้ชายก็ไม่นับว่าตัวเองเป็นอื่น  
เพราะยังไงก็ยังไม่สละตำแหน่งสามี  สามารถจะครอบครองหญิงได้หลายๆคนพร้อมกัน  
กฎหมายไทยโบราณก็ให้สิทธิ์ข้อนี้ไว้
สรุปอีกทีว่า ผู้หญิงต่อให้มีสามีทีละคน แต่ถ้ามีเกินหนึ่งขณะคนแรกยังไม่ตาย ถือว่า "เป็นอื่น"
แต่ผู้ชายต่อให้มีพร้อมกันหลายๆคน  ถือว่าไม่เป็นอื่น ถ้ายังไม่ทิ้งขว้างภรรยาเดิม
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 16:51

 [code]
         น้ำปลาโอชารส             มาตรแม้นมดหมดเมืองมา
ได้ลิ้มชิมน้ำปลา                      เป็นอดปลื้มลืมน้ำตาล

ไม่ทราบว่าใครแต่งครับ ระหว่างน.ม.ส. กับนายชิต บุรทัต
และขอขอบพระคุณอ.เทาชมพูเป็นอย่างสูงครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 17:38

 ที่ถูกคือ
น้ำปลาโอชารส........... มาตรแม้นมดหมดเมืองมา
ลองลิ้มชิมน้ำปลา.........จักดูดดื่มลืมน้ำตาล

จากหนังสือ จดหมายจางวางหร่ำ
พระนิพนธ์ ของ น.ม.ส. (พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์)
ค่ะ
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 18:18

 แหม อาจารย์เทาฯขอรับ  ขอรนหาที่หาญมาแย้งอาจารย์หน่อยเถิด  ขนบประเพณีใด หรือกฎระเบียบใด หากไม่เป็นธรรม ไม่เป็นที่ยอมรับโดยคนหมู่มากแล้ว  ก็จะอยู่ไม่ได้เอง  นี่เป็นสัจธรรมเลยนะครับ

ความนิยมยอมรับในแต่ละยุคสมัยก็ไม่เหมือนกัน เห็นเป็นคำโบราณจะเหมารวมไปหมดทั้งพันปี ก็คงไม่ถูก

ยังมีคำโบราณอีกประการ คือ ศาลา นารี วิถี คงคา มิให้ถือเป็นเดนใคร  เห็นไหมครับ  นี่ยังแสดงให้เห็นว่ายุคสมัยหนึ่ง ชายไทยแต่เดิมมิได้รังเกียจว่าตนต้องเป็นคนแรกของภรรยา เหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ

เมื่อเห็นคำกล่าวที่แสดงทัศนะคติของคนโบราณ เราน่าจะใช้มาเป็นเครื่องมือทำความเข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี สังคมในยุคนั้น จะเป็นประโยชน์กว่ามาคอยตั้งแง่ ตำหนินะครับ

ว่าแล้วก็เสียวไส้ ตูจะโดนสวนไหมเนี่ย ไปดีฝ่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 20:37


ดิฉันน่ะ ตัวทางขวานะคะท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 22:52

 เอ? คุณถาวศักดิ์พูดถึงนิยามของ วัฒนธรรม นี่นา
(ขอละลาบละล้วงครับ) เจ้าตัวการ์ตูนในความเห็นที่ 52 อ. เทาชมพูไปเอามาจากไหนครับ และขอบพระคุณ อ.เหมือนเช่นเคย (ที่ช่วยแก้ไขให้ครับ)
ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง....เป็นโฉมน้องฤาโมไหน
ผักหวานซ่านทรวงใน...............ใคร่ครวญรักผักหวานนาง

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ (เอามาจากทักษสัมพันธ์เล่ม ๓ ฉบับหลักสูตรก่อนปี 2545 ครับ) พระองค์คงจะทรงพระราชนิพนธ์ให้แก่สมเด็จเจ้าฟ้าบุญรอด(สมเด็จพระศรีสุเยนทรา บรมราชินี) ครับ
อ้อ ไม่ทราบว่ากาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานฉบับเต็ม ๆ (มีของหวานด้วย) เป็นอย่างไรครับ หาในห้องสมุดไม่เจอเสียที
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 20 ก.ย. 05, 22:54

 ขอแก้ครับ
ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง....เป็นโฉมน้องฤาโมไหน
แก้เป็น
ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง....เป็นโฉมน้องฤาโฉมไหน
ครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 08:35

 พระราชนิพนธ์ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
 http://www.geocities.com/lekpage/kaphe01.htm

คุณถาวภักดิ์ไม่ได้พูดถึง วัฒนธรรม อย่างเดียวหรอกค่ะ อ่านดูดีๆ

ตัวการ์ตูนที่เอามา เป็น emoticons ของ โปรแกรม incredimail เป็นโปรแกรมรับส่งเมล์แบบเดียวกับ outlook express
ใช้รับส่ง hotmail ได้  
ต้องdownload โปรแกรมมาใช้ก่อน  จะมีตัว emoticons มาให้ฟรีค่ะ  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 08:40

 แถมตัวนี้ให้  
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 21 ก.ย. 05, 10:01

 โซซัดโซเซมาส่งนิ้วก้อยขอสงบศึกคร้าบ กลอนมันพาไปจริงๆนา จารย์จ๋า มือไวเหลือกำลัง กลัวแล้วจ้า

เปลก็ไกว ดาบก็แกว่ง แข็งหรือไม่
ใช่อวดเบ่ง หญิงไทย มิใช่ชั่ว
ไหนไถถาก ตรากตรำ ไหนทำครัว
ใช่ดีแต่ จะยั่ว ผัวเมื่อไร
แรงเหมือนมด อดเหมือนกา กล้าเหมือนหญิง
นี่จะจริง ดังว่า หรือหาไม่
ศึกถลาง ปางจะจอด รอดเพราะใคร
เพราะหญิงไทย ไล่ฆ่า พม่าแพ้

ส่งบรรณาการแล้ว ก็คลานกลับเข้าห้อง icu
บันทึกการเข้า
particle-in-a-box
อสุรผัด
*
ตอบ: 13

ยังเรียนอยู่ อนาคตครูฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 06 ต.ค. 05, 01:06

 สวัสดีค่ะทุกคน ฝากเนื่อฝากตัวและฝากกลอนนี้ของคุณเนาวรัตน์ค่ะ
คืนนี้มืดใช่มืดสนิท      ไฟดวงนิดยังมีแสง
 ขอเพียงลมพัดแรง          เถ้ามอดแดงก็จะลาม
    ทุ่งนี้รกใช่รกหมด       นั่นข้าวสดขึ้นแทรกหนาม
 ขอเพียงฝนจากฟ้าคราม    ข้าวจะงามท่วมหญ้าคา
บันทึกการเข้า
particle-in-a-box
อสุรผัด
*
ตอบ: 13

ยังเรียนอยู่ อนาคตครูฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 06 ต.ค. 05, 01:13

 อีกบทที่ชอบมากๆ
"ใครคือครูครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
มีดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช่ตัวเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง
สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มา บูชาครู"
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง