เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 53467 วรรคทองในวรรณคดีสุดโปรดของท่าน (2)
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 ธ.ค. 03, 12:28

อ่า ... ไม่ค่อยได้แจมซะนาน เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กลับการศึกษา
และ นักศึกษา (สาวๆ )

เลยขอเอาวรรคทองของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล มาแจมครับ

กล้วยไม้มีดอกช้า ........... ฉันใด
การศึกษาก็เป็นไป ........ เช่นนั้น
แต่ออกดอกคราวใด ........ งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น .......... เสร็จแล้วแสนงาม
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 11 ธ.ค. 03, 12:40

 จากโคลงโลกนิติ

เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม.............ดนตรี
อักขระห้าวันหนี..................เนิ่นช้า
สามวันจากนารี...................เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า.............อับเศร้าศรีหมอง

แถมอีกอันแล้ว

กระเหว่าเสียงเพราะแท้.........แก่ตัว
หญิงเลิศเพราะรักผัว..............แม่นหมั้น
นักปราชญ์มาตรรูปมัว............หมองเงื่อน..งามนา
เพราะเพื่อรสธรรมนั้น............ส่องให้เห็นงาม
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 11 ธ.ค. 03, 12:42

 ไหนๆก็ไหนแล้ว อันนี้ผมก็ชอบ

นารายณ์วายเว้นจาก.................อาภรณ์
อากาศขาดสุริยะจร.....................แจ่มหล้า
เมืองใดบ่มีวร.............................นักปราชญ์
แม้นว่างามล้นฟ้า........................ห่อนได้งามเลย
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 12 ธ.ค. 03, 15:31

 Born men are we all          and one,
brown, black by the sun     culture.
Knowlege can be one         alike.
Only heart differs               from man to man.

ขอร่วมสนุกด้วย  แต่ก็ต้องขออนุญาตฉายซ้ำนะครับ  บางท่านคงเคยผ่านตา จากครั้งก่อนๆ  ที่ผมเคยนำมาเผยแพร่ใน net

ระยะหลังไม่ค่อยมีวัตถุดิบใหม่ๆ เพราะไม่ค่อยได้อ่านอะไรเพิ่มเติม ประท้วงรัฐบาล เดี๋ยวนี้หนังสือแพงเหลือเกิน  แล้วปากก็ว่าจะเร่งรัดปฏิรูปการศึกษา  ถ้าหนังสือยังแพงเช่นนี้ต่อไป  ก็ยากที่จะสร้างคนในชาติให้มีคุณภาพได้  เมื่อขาดอาหารสมอง  ปัญญาก็ย่อมแคระแกร็นเป็นธรรมดา  เมื่อไรซูเปอร์นายกฯของเราถึงจะเล็งเห็นเสียทีหนอ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 12 ธ.ค. 03, 17:09

 มาต้อนรับคุณถา่วภักดิ์ครับ

หนังสือใหม่ แพงจริงอย่างว่าเสียด้วย ตอนนี้ผมสตางค์ก็ไม่ค่อยมี เวลาก็ไม่ค่อยมี เลยไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ เท่าที่พอทำได้คือเอาหนังสือเก่าๆ มาอ่านอีกรอบเท่าที่จะมีเวลาครับ

ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันนี้ ในหลวง ร. 6 ท่านทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า

นานาประเทศล้วน นับถือ
คนที่รู้หนังสือ แต่งได้
ใครเกลียดหนังสือคือ คนป่า
ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้คนดงฯ

ดังนั้นถ้าจะมีทางทำยังไงให้คนที่รักหนังสือแต่จำต้องเกลียดหนังสือเพราะไม่มีสตางค์ ได้มีโอกาสรักหนังสือได้ง่ายสบายกระเป๋าขึ้น รัฐบาลก็น่าจะสนับสนุนนะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 12 ธ.ค. 03, 17:30

 หายหน้าไปนานนะคะคุณถาวภักดิ์   ขอต้อนรับเข้าร่วมวงค่ะ  ไม่แวะไปวงกระทู้อื่นบ้างหรือคะ

โคลงภาษาอังกฤษที่ยกมา  ขอยกบทภาษาไทยมาให้อ่านกันที่นี่
เป็นโคลงพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าอยู่หัว) เมื่อทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ

ฝูงชนกำเนิดคล้าย.........คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ........แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน.............กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง..............อ่อนแก้ฤๅไหว

ขอต่อเรื่องหนังสือด้วยคนนะคะ

หนังสือ
คำต่อคำนี่แหละคือสื่อภาษา
มือต่อมือนี่แหละมีชีวิตชีวา
หน้าต่อหน้านี่แหละหนอใจต่อใจ

เปิดหนังสือเพื่ออ่านงานความคิด
เปิดชีวิตเพื่ออ่านความฝันใฝ่
เปิดทางทองเพื่ออ่านการก้าวไกล
เปิดทางชัยเพื่ออ่านสันติธรรม

จาก "เปิดหนังสือ"
ใน  "ตากรุ้งเรืองโพยม"
ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ถ้าลงแล้วขอเอามาลงอีกครั้งค่ะ
บันทึกการเข้า
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 13 ธ.ค. 03, 00:17

 ดิฉันชอบเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ยุคแรกๆมาก "เปิดหนังสือ"นี่ก็ชอบ ส่วนดิฉันชอบโคลงโลกนิติบทนี้ค่ะ จำไว้เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ

พระสมุทรสุดลึกล้น.....คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา.......หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา..........กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้............ยากแท้ หยั่งถึง

จำได้ว่าเคยเห็น โคลงโลกนิติ บทนี้ แปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ คงจะแปลโดยคุณชายเสนีย์ ปราโมช แต่หาที่เคยจดไว้ไม่เจอค่ะ
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 15 ธ.ค. 03, 16:40

 Fathomed deep through the seas........may be.
Measurable are the seas....................in depth.
Scaled can mountains be....................in height.
Immeasurable is the depth.................this heart of man.

โชคดีที่ยังพอจำได้อยู่ครับ  แต่เตือนก่อนนะครับว่า  ออกมาจากความจำที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไร  บทที่แล้วก็รู้สึกมีที่ผิด  แค่อ่านเล่นเพลินๆนะครับ  อย่าเอาไปอ้างอิง  เดี๋ยวจะมีผู้นึกว่าเป็นความผิดพลาดของผู้แต่งให้เป็นที่ระคายเคืองต่อความเป็นอัจฉริยะของท่านอาจารย์เสนีย์
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 23 ธ.ค. 03, 17:58

 ความรู้ดูยิ่งล้ำ.............. สินทรัพย์  
คิดค่าควรเมืองนับ........ ยิ่งไซร้  
เพราะเหตุจักอยู่กับ ..... กายอาต มานา
โจรจักเบียนบ่ได้..........เร่งรู้เรียนเอา

อ้างถึงความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 18
ผมกลับรู้สึกว่า หนังสือสมัยนี้ ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับสมัยที่ผมเป็นเด็ก ตำราเรียนในมหาวิทยาลัยสมัยนั้น เล่มหนึ่ง เกือบพอหรือแพงกว่าค่าลงทะเบียนเรียนที่จุฬา ฯ ทั้งเทอม
(วิชาที่ผมเรียนนะครับ แต่ผมคิดว่าวิชาอื่นก็ไม่น่าจะหนีกันเท่าไร) พอมาเทียบค่าหน่วยกิตกับราคาหนังสือสมัยนี้แล้ว นับว่าถูกมาก
ผมเดี๋ยวนี้ รู้สึกขอบพระคุณคนทำหนังสือให้อ่าน ราคาที่พอจะสู้ไหว ผมจะซื้อทันทีเป็นการให้กำลังใจคนทำหนังสือขายครับ
เพราะผมเห็นว่า หนังสือดี ๆ หายไปจากตลาดหลายเล่มแล้ว
อย่าง"วิทยาสาร" หรือ"ชัยพฤกษ์"
บางคน เห็นใจคนอ่านแบบทำร้านหนังสือแบบให้คนเข้าไปอ่านไม่ต้องซื้อ อย่างร้าน"ดอกหญ้า" ได้ยินว่า เขาขาดทุนอยู่หลายล้าน(เป็นสิบล้าน จำตัวเลขไม่ได้ครับ) ก็อยากวิงวอนนักอ่านว่า ถ้าช่วยกันซื้อหนังสือได้ ช่วยกันเถอะครับ

แต่ก็น่าเห็นใจสำหรับบางท่านที่ขัดสน เพราะแม้แต่อาหารบางคนก็ยังลำบากที่จะหา ดังนั้นหนังสือไม่ต้องไปคิดถึงเลย

สำหรับโคลงโลกนิติของคุณจ้อที่อ้างถึงในความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 16 ที่ว่า
"สามวันจากนารี .... เป็นอื่น"
นี่ ผมสงสัยมานานว่า ที่เป็นอื่นนั้น หมายถึงใครครับ
บุรุษ หรือ นารี ที่เป็นอื่น

มาถึงวรรคทองอีกวรรคหนึ่งที่ผมชอบนะครับ

"อันความรู้รู้กระจ่างเพียงอย่างเดียว ..... แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล"

ผมสงสัยอยู่ว่า เดี๋ยวนี้ โรงเรียน พยายามยัดเยียดความรู้ให้เด็กมากไปหรือเปล่า ขอพอแค่นี้ก่อนครับ เพราะชักนอกประเด็น
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 24 ธ.ค. 03, 10:23

 แหม  ถ้าคุณนิรันดร์อยู่ตรงหน้า  จะกระชากแว่น แล้วควักแบงค์ออกมาฉีกแบบอาเสี่ยกิมหงวนให้ดู

ที่กล่าวไว้เรื่องหนังสือแพง ก็เพราะเข้าใจว่ามีเหตุจากกระดาษแพงกว่าที่ควร  ด้วยกระบวนการทางภาษีที่รัฐบาลอุ้มชูอุตสาหกรรมกระดาษพิมพ์เขียนภายในประเทศ  

และในขณะเดียวกันก็เกิดกระบวนการพัฒนามูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ในแวดวงหนังสือเรียนภาคบังคับตามหลักสูตรของกระทรวงฯ  ที่แต่เดิมหนังสือ-ตำราเรียนเพียงเล่มเดียวก็สามารถส่งต่อให้นักเรียนรุ่นต่อๆไปเรียนได้อีกหลายรุ่น  ในขณะที่ตำราสมัยใหม่ที่ผ่านมากลับบังคับให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในตำรา  ทำให้ไม่สามารถส่งต่อตำราให้รุ่นน้องได้เหมือนก่อน  เป็นเหตุให้เกิดความต้องการกระดาษพิมพ์เขียนสูงขึ้นมหาศาล  เป็นการช่วยรักษาระดับราคากระดาษพิมพ์เขียนในตลาดได้อีกทางหนึ่ง

แต่จะแพงเกินจริง เกินสมควรหรือไม่ คงไม่ใช่ประเด็น  ประเด็นอยู่ที่  ความรู้ควรเป็นสิทธิอันเท่าเทียมกันที่พลเมืองของประเทศพึ่งได้รับ  เพื่อกำจัดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมในชาติ  มิฉะนั้นแล้วประเทศของเราก็คงจะมีสังคมแบบละครน้ำเน่า ไม่พัฒนา เป็น Banana Republic มีคนเพียงหยิบมือเดียวใช้ชีวิตอย่างหรูหรา แวดล้อมด้วยคนรับใช้ และลิ่วล้อที่ไร้การศึกษา  ทำมาหากินไม่เป็นเอาแต่นั่งซุบซิบนินทา อิจฉาริษยากันเอง รีดนาทาเร้นหากินอยู่บนหลังคนด้อยโอกาส  แล้วยังดูถูกดูหมิ่นเขาเสียอีกว่าเป็นตาสีตาสา คนบ้านนอกคอกนา

และในเมื่อคนชาติเดียวกันยังดูถูกกันเอง แล้วจะหาคนชาติไหนมายกย่องให้เกียรติ
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 24 ธ.ค. 03, 13:42

 อย่าดุเดือดนักสิครับ
ผมเพียงมองว่า หนังสือเรียน มันไม่ได้แพงอะไรนักหนา

ที่ผมเห็นมากับตาก็คือ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้รับหนังสือแจกจากกระทรวง กองเป็นภูเขา
ท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณทั้งหลายกลับไม่เอาไปแจกเด็ก ปล่อยให้ให้ปลวกขึ้นเล่น
แต่ติดต่อร้านค้าหนังสือเอามาจำหน่ายเป็นหนังสือแบบฝึกหัดที่ต้องทำลงไปในเล่มเลย เพราะหนังสือพวกนี้ให้เปอร์เซ็นกับผู้ขายสูงมากถึง 35-40% ของราคาปก
เรียกว่า คนขาย(ครูในโรงเรียนนั่นแหละ)ได้มากกว่าคนแต่งหนังสือเสียอีก
มีบางวันก็สั่งห้ามเด็กเอาหนังสือมาโรงเรียนเพราะเป็นหนังสือที่ห้ามขายแล้วจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจพอดี

หนังสือแบบนี้ มันแพงก็เพราะ 35-40% นี่แหละครับ คนแต่งได้แค่ 8-10% เท่านั้น บางทีได้ไม่ถึงด้วยเพราะแอบพิมพ์เกินแล้วไม่จ่ายผู้แต่งอีกต่างหาก

เลิกโกรธกันนะครับ ไม่ดีหรอกมันเป็นเครื่องเศร้าหมอง
เอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกัน

เอ หนังสือพล นิกร กิมหงวน นี่ แพงหรือ ถูก เมื่อเทียบกับหนังสือเรียน คุณถาวภักดิ์ เป็นเจ้าคุณปัจนึกหรือครับ ถึงต้องถอดแว่นก่อน(แฮะ ๆ อย่าโกรธอีกนะ แบบว่าล้อเล่นนิดหน่อย)

แล้่วจะมีใครตอบผมเรื่อง
"สามวันจากนารี ... เป็นอื่น"  ไหมนี่
สงสัยมาตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนแล้ว
บันทึกการเข้า
kenkorn
อสุรผัด
*
ตอบ: 35

อาจารย์พิเศษ


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 26 พ.ค. 05, 22:01

 เติมสีฟ้าอีกนิดนะทะเล
ในบทกวีก่อนเพลงเดือนเพ็ญที่คาราบาว
ร้องแสงสดไม่ทราบว่าต่อว่าอย่างไร

ช่วยหน่อยนะครับ
บันทึกการเข้า
raerae
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 31 พ.ค. 05, 17:27

 ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสมิคลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม้เป้นบัวตัวพี่เป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์
จะร่อนลงสิงสู่เป้นคู่สอง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง
เป็นคุ่ครองพิศวาสทุกชาติไป
บันทึกการเข้า
ดารากร
อสุรผัด
*
ตอบ: 47

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 31 พ.ค. 05, 21:27

 หาแถงแง่ฟ้าหาง่าย
เบื่อหน่ายบงนักพักตร์ผิน
หาเดือนเพื่อนเถิรเดินดิน
คือนิลนัยนาหาดาย

เพ็ญเดือนเพื่อนดินสิ้นหา
เพ็ญเดือนเลื่อนฟ้าหาง่าย
เดือนเดินแดนดินนิลพราย
เดือนฉายเวหาศปราศนิล

จาก กนกนคร ค่ะ
บันทึกการเข้า
phoenix
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 09 มิ.ย. 05, 20:47

 ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต
ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น
ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน
พิเคราะห์ครันฤๅมาพ้องกับคลองบาง

ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ
ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง
โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง
ทั้งจากบางจากไปใจระบม

แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว
เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม
ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม
น้อมบังคมเทวารักษาวัง

ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ
อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง
ใครปองชิดขอให้ตายด้วยรายชัง
เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง