เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 13129 "จอง" ถนนไปลงกา
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


 เมื่อ 16 พ.ย. 03, 22:09

 เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. 46 นี้ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในเมืองไทยฉบับหนึ่งคือ เดอะเนชั่น ของคุณสุทธิชัย หยุ่น นั่นแหละครับ เจอข่าวที่น่าสนใจข่าวหนึ่งว่า รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้หลายท่าน ท่านหนึ่งคือ คุณวราเทพ รัฐมนตรียุติธรรมก่อนปรับ ครม. (ปรับแล้วท่านเปลี่ยนตำแหน่งหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ยังจำรายชื่อ ครม. ใหม่ไม่ได้ครับ) จะเล่นโขน ดูเหมือนตามข่าวว่าจะเล่นถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรด้วย โขนคณะที่ท่าน รมต. จะเล่นนี้สืบมาแต่โขนธรรมศาสตร์สมัยอาจารย์คึกฤทธิ์ยังมีชีวิตอยู่และได้ฝึกหัดนักศึกษาธรรมศาสตร์สมัยนั้นไว้ จนเด็ก มธ. สมัยโน้นโตขึ้นกลายมาเป็นรัฐมนตรีสมัยนี้ก็หลายท่าน

โขนที่จะเล่นกันนี้เล่นเรื่องรามเกียรติ์แน่อยู่แล้ว แต่ตอนที่จะหยิบมาเล่นนั้น ตามข่าวภาษาอังกฤษของเนชั่นว่าเป็นตอน "Book the Road" และ "March to Battle"

ผมอ่านข่าวแล้วก็มึนไปพักใหญ่ พยายามจะแปลชื่อตอนเป็นภาษาไทยก็คิดว่า ตอนหลังนี้คงเป็นตอน ยกรบ หรือว่าตอนพระรามยกพหลพลทัพลิงไปลงกา แต่ตอนแรกนั้นไม่รู้จริงๆ ว่ามันตอนอะไร ที่จริงเมื่ออ่านทีแรกตาลาย อ่านผิด หนักเข้าไปอีก คือนึกว่าฃื่อตอน "Book to Read" แล้วก็นึกไม่ออกว่ารามเกียรติ์ตอนไหนมีพูดถึงหนังสือตำราอะไรให้อ่านด้วยหรือ เพ่งดูดีๆ จึงเห็นว่าเป็นตอน Book the Road ต่างหาก แต่ผมก็ยังงงงวยอยู่มากอยู่ดี

นึกอยู่นานจึงนึกได้ว่า เอดิเตอร์หรือก้อปปี้ไรท์เตอร์ของ นสพ. เดอะเนชั่น คงจะแปลตรงตัวจากชื่อบทโขนในภาษาไทย และคงตั้งใจใช้คำว่า book ในความหมายว่า reserve ไม่ใช่แปลว่าหนังสือ เช่น book the table ก็แปลว่าจองโต๊ะ

พอรู้แล้วก็แทบเข่าอ่อน พิโธ่พิถังเอ๋ย คุณพระคุณเจ้า นาร้ายณ์นารายณ์อีนี่ช่วยฉานด้วย เดอะเนชั่นตั้งใจจะแปล Book the Road จากภาษาไทยว่า ... โขนตอน "จองถนน" ครับ

มีใครรู้จักคุณสุทธิชัย หรือใครในกอง บก. เดอะเนชั่น ช่วยฝากไปบอกทีครับว่า ในภาษาไทยนั้นคำว่า จอง ก็มีหลายความหมายเหมือนคำว่า book ในภาษาอังกฤษ เป็นนามแปลว่าหนังสือก็ได้ เป็นกริยาแปลว่าจับจองก็ได้ ส่วนในภาษาไทยนั้น "จอง" แปลว่าสำรองที่ไว้ก็ได้ คือ to reserve the place หรือว่า to book นั่นแหละ แต่ว่า -แต่ว่า -แต่ว่า - "จอง" ถนน ในเรื่องรามเกียรติ์นั้น หาได้แปลว่าหนุมานได้รับบัญชาพระรามให้โทรศัพท์ไปหาพระสมุทร ผู้จัดการ (หรือกัปตัน) ร้านถนนพระราม จองที่ถนนพระรามไว้ให้พระรามทรงพระดริ้งค์กับสีดาหรือทศกัณฐ์ แต่อย่างใดไม่ครับ โธ่...

ในที่นี้ จองถนนแปลว่าสร้างถนนขึ้นมา ถมทะเลทำถนนขึ้นมาครับ ถ้าจะต้องแปลเป็นภาษาฝรั่งก็คงจะเป็น to pave the road (to Longka)

ถนนพระรามหรือรามเสตุนั้น ตามธรรมชาติจริงๆ คือแนวหินใต้น้ำที่ยื่นจากปลายสุดดินแดนชมพูทวีปหรืออินเดีย ยาวลงไปในทะเลเป็นแนวไปจนต่อกับเกาะลงกา หรือศรีลังกา เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีของมันอยู่แล้ว จะเป็นเพราะอะไรก็ไม่ทราบ ต้องไปถามนักธรณีวิทยา แต่ตามจินตนาการของแขกนั้นเขาเชื่อว่าเป็นแนวถนนที่พระรามทรงบัญชาให้พลลิงของพระองค์เอาหินมาถมทะเลจนเป็นทาง เพื่อให้ทรงยกทัพของพระองค์ไปรบยักษ์ที่เกาะลงกาได้ เดิมหัวหน้างานถมมหาสมุทรสร้างทางถนนกลางทะเลครั้งนี้ คือลิงขาวกับลิงดำสองตัว นั่นคือหนุมานกับนิลพัท (ไม่ใช่นิลกังขา) แต่ลิงสองตัวนี้เก่งพอกัน ถือดีว่าตัวมีฤทธิ์มากทั้งคู่ เลยทำงานร่วมกันไม่ได้ทะเลาะกันจนในที่สุดลิงดำคือนิลพัทถูกปลดจากตำแหน่งประจำการในสนามรบ ให้ไปเป็นกองหนุน คอยสนับสนุนการช่วยรบแทนตลอดศึกลงกาจนกระทั่งทศกัณฐ์ล้ม ("ล้ม" ในที่นี้ เป็นภาษาโขนแปลว่าตายครับ แปลว่า to die ) การถมถนนไปลงกานี้ยังเป็นเหตุให้หนุมานได้เมียเป็นนางเงือก คือนางสุพรรณมัจฉาด้วย

โครงการถมถนนกลางทะเลนี่แหละครับ รามเกียรติ์ฉบับไทยท่านเรียกว่าการ "จอง" ถนน จองถนน ในที่นี้แปลว่า pave the road เดอะเนชั่นทราบแล้วเปลี่ยน
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 00:18

 เช้าวันอาทิตย์  ตื่นมาก็ได้มีเรื่องขำๆให้อ่าน  แถมได้ความรู้ขึ้นด้วย  ขอบคุณคุณนิลกังขามากค่ะ  วันหลังเขียนอีกนะคะ  เคยคุยกันเรื่องทำนองนี้ที่ห้องรวมพลนักแปลกับคุณนวล  เดี๋ยวนี้ไม่ทราบหายไปไหนแล้ว  

สังเกตก็รู้สึกนะคะว่า  โรงเรียนสมัยนี้ไม่ค่อยแน่นด้านภาษาไทยเหมือนสมัยก่อนเลย  โดยเฉพาะด้านวรรณคดี  ทำให้ภาษาไทยกร่อนลงไปเยอะเลยนะคะ  นึกแล้วก็เสียดายมากเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 08:41

 เชื่อว่าคนที่แปล book the road  คงไม่เคยอ่านรามเกียรติ์  ก็เลยงงงวย
ตีความไม่ออกว่า จองถนนนี่มันอะไร
ถนนอะไรต้องจอง
อย่ากระนั้นเลย  แปล word by word มันเสียก็หมดเรื่อง
book the road  สั้นได้ใจความ
ถ้าจะแปลว่า  รามเกียรติ์ตอน Reservation of the Road  หรือ Road Reservation คงยิ่งดูไม่จืดนะคะ

หนุ่มสาวนักแปลยุคเอเป็กก็ยังงี้ละค่ะ     คงนึกว่าเป็นการ" จองถนน" แบบทางการออกมา"จอง" ถนนหลายสายในกรุงเทพช่วงผู้นำนานาชาติเขาแห่กันมาประชุมมั้งคะ
จำได้ไหม  ตอนนั้น ตำรวจก็ "จองถนน" กันหลายสาย    สายนั้นปิดตอนนี้ สายนี้ปิดตอนนั้น   สายนั้นห้ามจอด  สายนี้ห้ามขับในบางช่วง
"จองถนน" ขนานแท้เลยละค่ะ  

ดีเท่าไรแล้วที่คนแปลเขาไม่ย้อนกลับมาว่า รามเกียรติ์ใช้ภาษาผิด   ต้อง "สร้างถนน" สิ  ไม่ใช่"จองถนน"  ผม(หรือหนู) แปลถูกแล้ว  ภาษาไทยต้นฉบับน่ะผิด

คุณพวงร้อย  ดิฉันก็เห็นด้วยว่าเยาวชนยุคนี้ใช้ภาษาไทยอ่อนมากค่ะ  เป็นความไม่รู้ และไม่แม่น  ไม่ใช่พัฒนาการของภาษา
แค่ผันวรรณยุกต์ก็ผันกันไม่ถูกแล้ว  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 14:57

 เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่าเด็กสมัยนี้คับแคบครับไม่มีความรู้ในแนวกว้าง  ถึงไม่เคยอ่านรามเกียรติ์มาก่อน อย่างน้อยนะครับผมว่าถ้าเราเจอคำว่าจองถนน ถ้ามีไหวพริบเชาวน์ปัญญาสักหน่อยก็น่าจะสงสัยไว้ก่อนว่าคงจะมีนัยยะที่ลึกไปกว่า booking the road (เห็นแล้วขำกลิ้งเลย) น่าจะเป็นคำโบราณ
เป็นผมก็อาจจะโทรไปถามท่านอาจารย์เทาชมพูรึผู้เชี่ยวชาญอื่นๆก่อนค่อยเขียนลงไป  (แต่ผมไม่รู้เบอร์ท่านหรอกนะ)
ถ้าใครอ่าน www.Manager.co.th  ในคอลัมน์ที่ถอดเทปจากรายการของคุณสนธิ นี่เขียนผิดเยอะมากเพราะเขาเขียนเท่าที่เขาได้ยินไม่ได้เช็คว่าคำนั้นคืออะไร  ต้องใช้คำว่าชุ่ยมาก เพราะงานก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยน่าจะทำได้ดีกว่านี้
ผู้อ่านเวปนั้นเขาเขียนไปด่าประจำเลยครับ
สรุป สื่อมวลชนสมัยนี้
1. ขาดความรู้รอบตัว
2. ไม่รู้-- แต่ไม่รู้ตัวว่า--- ตัวเองไม่รู้       เลยแปลไปตรงๆ
3. ถึงรู้ว่าตัวเองไม่รู้ ก็ไม่พยายามเสาะหา

อยากเพิ่มเติมว่าคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้หลากหลายรอบด้านทั้งลึกและกว้างอย่างคุณ นิลมังกร เอ้ย นิลกังขานี่หายากมากเลยนะครับ  ขอคารวะๆ

ปล. ขอคารวะท่านพวงร้อยและคุณเทาชมพูครับ ผมไม่ได้ไปไหนหรอกครับยังมาอ่านที่ท่านทั้ง 2 post ไว้ประจำโดยเฉพาะประวัติของเจ้านายทั้งหลายของคุณเทา สนุกดีครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 15:21

 แหม เขิน ชมกันเองก็ได้ด้วย ขอบคุณครับคุณ Paganini

ข้อที่ว่า คนทำงานสื่อ (บางคน) ไม่รู้ หรือไม่ยอมรับรู้ว่าตัวเองไม่รู้นั้น เป็นจริงทีเดียวส่วนหนึ่ง

สมัยที่ท่านนายกทักษิณยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ไปประชุมสิงคโปร์ก็ไปซื้อไม้กอล์ฟมาอันหนึ่ง เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Golf club แล้วท่านก็ให้สัมภาษณ์ นสพ. สิงคโปร์ว่าท่านมาคราวนี้ก็ซื้อไม้กอล์ฟไปอันหนึ่ง เป็นปกติของท่านเวลาไปต่างประเทศประเทศไหนก็มักจะซื้อไม้กอล์ฟติดมือกลับบ้านเสมอทุกประเทศแหละ

หนังสือพิมพ์ไทยแปลข่าวจาก นสพ. สิงคโปร์ ตื่นเต้นสุดๆ ว่า ท่านรัฐมนตรีทักษิณรวยมหาศาล ไปประเทศไหนก็ต้องไปซื้อ "สโมสรกอล์ฟ" ที่ประเทศนั้นๆ เป็นกรรมสิทธิ์ทุกประเทศทุกทีไป ก็ Club มันแปลได้ทั้งไม้ กระบอง และสโมสรนี่ครับ

คนอ่านยิ้มกันทั้งเมือง และคนที่ทักท้วงไปก็คงมี ผมได้ทราบภายหลังว่า นสพ. ไทยฉบับนั้นภายหลังก็ลงแก้ให้ แต่ก็ไม่วายกระฟัดกระเฟียดว่า จะไปรู้ได้ไง ไม่เคยเป็นนักเรียนนอกนี่ เอ๊อ เกิดมาก็เป็นนักเรียนไทยมาตลอดชีวิต

ก็แหม ตัวเองก็พลาดแล้ว พลาดไปจริงๆ ด้วย คนอื่นเขาเมตตาบอกให้ก็ไม่ควรจะถือเป็นเรื่องกระฟัดกระเฟียดนี่นา ที นสพ. วิจารณ์คนอื่นทั้งเมืองยังวิจารณ์ได้เลย

แต่กรณีท่านนายกจะซื้อสโมสรฟุตบอลฟูแล่ม (แต่เขาไม่ขาย) เมื่อเร็วๆ นี้นั้น ไม่มีช่องว่างที่จะเข้าใจผิดอย่างนี้ได้ เพราะการเล่นฟุตบอลเขาไม่ต้องใช้ไม้อะไร club ก็แปลได้ว่าสโมสรอย่างเดียว สิ้นเคราะห์ไปที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 16:07

 คุณ paganini เข้ามาร่วมวงเมื่อไรคะ  เงียบจนไม่ได้ยินเสียง
ช่วยไปซักถามในกระทู้เจ้านายบ้างซิคะ     ไม่ได้สงสัยจริงแกล้งสงสัยบ้างก็ได้

ตอน March to Battle  เห็นจะเป็นตอนยกทัพ นะคะ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 17 พ.ย. 03, 23:41

 หึ หึ ตรงกับใจที่คุณเทาฯว่าเด็กสมัยนี้ผันวรรณยุกต์ไม่ถูก เพราะเคยเจอใน pantip.com มีคนมาถามหาที่ดู

"หิ้งหอย"

ที่ปลายโพงพางครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 18 พ.ย. 03, 10:25

 คุณCrazyHOrse เข้าใจหาตัวอย่าง
ขำกลิ้งเลยค่ะ
อยากจะขอเชิญให้หาตัวอย่างวิธีการสะกดและผันวรรณยุกต์ของหนุ่มสาวไทยมาให้ดูกันอีก
ว่าจะพิสดารแค่ไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 18 พ.ย. 03, 14:00

 ยังติดใจเรื่องแปลคำจองถนนอีกนิดหน่อย
ที่จริงคุณบุ๊คเดอะโร้ดแห่งเนชั่น ถ้าไม่รู้ว่าจองถนนแปลว่าอะไร  ก็ไม่ต้องเหนื่อยลากสังขารไปค้นถึงหอสมุด หรือกรมศิลปากร
ค้นในเนตดูก็เจอค่ะ  เล่าเรื่องรามเกียรติ์ย่อๆพร้อมภาพ  รู้เรื่องได้ในเวลารวดเร็วทันใจ
 http://www.chumchon.com/tourhtml/tour1-14.html  
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 18 พ.ย. 03, 14:48

 แหม ถ้าคุณเทาชมพูไม่มาขำกลิ้ง  ดิฉันก็ยังนึกว่าตัวอย่างของคุณอาชาสติแตก เอ๊ย CrazyHOrse (โรคแปลตามตัวชักติดต่อกันได้ในกระทู้นะคะ โปรดระวัง)  ว่าเป็นตัวอย่างผันวรรณยุกต์ผิดเท่านั้นค่ะ

ที่เห็นแล้วรำคาญตามากๆก็การใช้คำว่า หน้า แทนคำว่า น่า น่ะค่ะ  สะกดถูกแต่ใช้ผิดที่อย่างเช่น  เด็กคนนี้หน้าตาหน้ารักจังเลย  เห็นบ่อยมากในเว็บบอร์ดค่ะ  พวกที่สะกด "นู๋" นี่ยังพอทน  เพราะคิดว่ามันเป็นแฟชั่นแสดงความจ๊าบที่ใช้ตามกันไป

สักหกเจ็ดปีมาแล้ว  ดิฉันยังไม่ทราบว่ามีฟ้อนต์ไทยใช้  หรือมีเว็บบอร์ดที่จะคุยกับคนไทยแก้เหงาปากอยากใช้ภาษาไทยได้แล้ว  ก็ไปค้นหากลุ่มที่คุยกันเรื่องเกี่ยวกับเมืองไทยในเว็บ  ไปเจอเอากลุ่มที่มีแต่ฝรั่งที่หลงรักวัฒนธรรมไทย  หรือสาวไทย  มาคุยกัน  เรื่องนินทาว่าไม่ดีก็มีค่ะ  แต่มีอยู่หลายคนที่จริงจังขนาดพยายามเรียนภาษาไทย  ไม่ใช่แต่จะพูดได้เท่านั้น  ยังเขียนได้อีกด้วย  แต่ก็บ่นกันว่า  งงงวยกับเรื่องผันวรรณยุกต์มาก  แถมไปถามเพื่อนหรือแฟนคนไทยที่แม้แต่จบปริญญาตรีมา  ก็ยังอธิบายไม่ได้เลย  ดิฉันฟังแล้วหน้าชาเลยค่ะ  ไม่นึกว่าจะเป็นกันขนาดนี้

แต่จริงๆแล้ว  คิดว่า ครูสอนภาษาไทยที่เข้าใจภาษาอย่างลึกซึ้งจริงๆคงหาได้ยากมากๆแล้วนะคะสมัยนี้  ดิฉันเองตอนเรียนชั้นมัธยมก็ไม่เข้าใจเวลาอ่านตำราเหมือนกันว่ากฎเป็นอย่างไร  อาศัยเขียนได้ถูกเพราะอ่านเจอมาแล้วจำไปเขียนตามน่ะค่ะ  จนมาได้อาจารย์ภาษาไทยที่ดีมากๆสมัยเข้ามาเรียนมัธยมปลายในกรุงเทพฯ  เลยจำได้แบบตอกตรึงติดหัวมาเลยน่ะค่ะ  จะมีเด็กที่ยังโชคดีอย่างดิฉันอีกเท่าไหร่ก็ไม่ทราบนะคะ  น่าเสียดายจริงๆเลยค่ะ  เรามัวแต่ไปพัฒนาด้านอื่นจนเด็กของเราลืมความเป็นไทยไปมากแล้วนะคะ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 18 พ.ย. 03, 21:58

 จะว่าไปแล้ว ถ้าลองดูเอกสารเก่าๆ การสะกดคำเหล่านี้ มองจากสายตาคนปัจจุบันแล้วจะรู้สึกว่า มั่วซั่ว (ไม่ใช่ มัวซัว   ) เหลือเกินครับ

การใช้ "น่า" กับ "หน้า" สลับกัน นี่เป็นเรื่องปกติ ดูแล้วน่าจะเป็นเพราะการเขียนให้ตรงกับเสียงโดยที่ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานอย่างสมัยนี้ หรือไม่ก็สมัยนิยมตอนนั้นไม่เข้มงวดกับเรื่องนี้

จะว่าไปถ้ามองในแง่การสื่อสารให้ได้ความ ก็ดูจะไม่เป็นอุปสรรคเท่าไรนัก นอกจากจะขัดข้องใจบ้าง

ผมก็มานึกถึง mail ที่เคยได้จากเพื่อน ลองอ่านดูแล้วกันครับ

Aoccdrnig to a rscheearch at Cmabrigde Uinervtisy, it deosn't mttaer in waht oredr the ltteers in a wrod are, the olny iprmoetnt tihng is taht  the frist and lsat ltteer be at the rghit pclae.

The rset can be a total mses and you can sitll raed it wouthit porbelm.

Tihs is bcuseae the huamn mnid deos not raed ervey lteter by istlef,  but the wrod as a wlohe.

Amzanig huh?
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 19 พ.ย. 03, 22:31

 อมิเซ่ง  มากเลยครับ

ผมว่าใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษกับภาษาตระกูลยุโรปนะ เพราะภาษาไทยแต่ละคำมักจะเป็น 3 อักขระ ทำให้ยากที่จะมีการสับเปลี่ยนแล้วคงหน้าหลังไว้ได้

แต่เป็นความจริงที่น่าตกใจจริงๆนะครับ ประหลาดจริงๆ
บันทึกการเข้า
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 20 พ.ย. 03, 01:03

 ที่เห็นผันวรรณยุกต์กันผิดๆบ่อยมาก เห็นเขียนกันเป็น ใช่มั๊ย บ้างก็เขียนเป็น ใช่ไม๊

เรื่องผันวรรณยุกต์นี่จริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเลย เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นที่ บ้านเมืองเรายุคหลังๆมานี่ เน้นเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษเหลือเกิน ใครๆก็อยากเก่งภาษาอังกฤษ คงลืมนึกไปว่า เราควรจะเขียนภาษาตัวเองให้ถูกต้องซะก่อน

ดิฉันเคยไปเถียงกับครูสอนภาษาเยอรมันของสถานกงสุลไทยที่นี่ ต้องเล่าก่อนว่า การสอนภาษาเยอรมันของสถานกงสุลไทยที่นี่ จะเริ่มสอนสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลย พื้นฐานการศึกษาบางคนแค่ป.4 จึงต้องเริ่มสอนตั้งแต่ ABC การอ่านการสะกด การผสมอักษรเพื่อสะกด คุณครูเขียนบนกระดานให้ดูว่า   "Tante อ่านว่า ทั๊นเท่" แล้วถามนักเรียนว่า "อ่านออกไหม เข้าใจไหม" พอถึงตอนนี้ นักเรียนเริ่มงงๆอ่านไม่ออก เพราะภาษาไทยบางคนก็อ่านไม่คล่องเหมือนกัน ดิฉันเลยยกมือบอกคุณครูว่า "ทั้น น่าจะเป็นไม้โทค่ะ ไม่ใช่ไม้ตรี" คุณครูเริ่มเซ็งดิฉันแล้ว บอกว่า "ครูว่าครูเขียนถูกแล้วนะ" ดิฉันว่าบอกว่า "ท. ใช้ไม้ตรีไม่ได้ค่ะ คุณครูลองเขียนคำว่า สะท้าน ดูสิคะ"  คุณครูเลยพูดสรุปว่า "เออ..ช่างเถอะจะใช้ไม้อะไรก็แล้วแต่ จำไว้ว่าอ่านว่า ทั้นเท่ ก็แล้วกัน" เป็นงั้นไป    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 20 พ.ย. 03, 09:10

 ครูไทยของคุณนนทิราคงจำอักษร 3 หมู่ไม่ได้น่ะค่ะ
ถ้าจำได้ว่าอักษรสูง กลาง ต่ำ ผันเสียงวรรณยุกต์ได้ยังไงแบบไหน  คงไม่เอา ท ซึ่งเป็นอักษรต่ำ มาผันด้วยไม้ตรี

อักษรต่ำ  ผันด้วยไม้โท  เสียงออกมาเป็นตรี แล้วค่ะ    ไม่มีการใช้ไม้ตรี
เหมือน ม้า   ไม่จำเป็นต้องสะกดด้วยไม้ตรี  ว่า ม๊า
แต่เรามักจะรู้สึกไปเองว่า ไม้ตรีทำให้เสียงฟังสูงปรี๊ดกว่าไม้โท
อาม๊า  อ่านแล้วเสียงเหมือนจะสูงกว่า อาม้า
ว๊าย  อ่านแล้วเสียงเหมือนจะสูงกว่า ว้าย

จริงๆแล้วตามหลักภาษาไทย   วรรณยุกต์เลียนเสียงธรรมชาติไม่ได้ครบทุกเสียง    ไม่เหมือนไล่เสียงตามคีย์เปียโน
หลักภาษากำหนดให้ใช้ได้แค่ใกล้เคียงเท่านั้น
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 20 พ.ย. 03, 09:41

 จ๊าก     !!ผมก็ผันผิดเยอะเลยถ้า"งั๊น"
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง