เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 34012 เจ้าดาราทอง
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 11:14


ขอบพระคุณมากค่ะคุณเทาชมพู  ดอกไม้สวยมากค่ะ  จะคอยตามอ่านเรื่องของพระองค์พีระนะคะ  ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าท่านทรงหย่าขาดหม่อมซีบิลน่ะค่ะ  สนใจมากเลยค่ะว่าบั้นปลายชีพทรงเป็นไปอย่างไรบ้าง  จะมาตามอ่านอยู่ค่ะ

ทางนี้อากาศประหลาดมากค่ะ  ร้อนจัดมาตลอด  ขนาดเข้าเดือนตุลาที่แต่ก่อนมาถ้ามีฮีตเวฟอย่างมากก็อยู่อาทิตย์เดียว  แต่นี่อยู่นานสามสี่อาทิตย์  จนเกิดไฟไหม้ดังที่คงได้ทราบข่าวแล้ว  ไฟที่ Rancho Cucamanga หรือที่เค้าเรียก Grand Prix/Old Fire นี่ไหม้มากที่สุด  รูปถ่ายจากอวกาศก็แสดงให้เห็นควันมากที่สุด  อันที่สองจากขวาน่ะค่ะ   ดีว่าสามวันที่ผ่านมาอากาศอยู่ๆก็เย็นลงมากๆ  แถมยังมีฝนตกอีก  เลยช่วยการดับไฟได้มาก
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 11:18


พอดีวันเสาร์ที่แล้ว  ซึ่งเป็นตอนที่ไฟเริ่มมาได้สองวันแล้ว(ไหม้หนักหน่วงที่สุดราวๆวันจันทร์-อังคารน่ะค่ะ  ตอนนี้ก็ดับเกือบหมดแล้ว  คาดว่าจะดับได้หมดพรุ่งนี้ค่ะ)  แต่ควันหนาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย  เคยผ่านไฟมาหลายครั้งแล้ว  แต่ไม่เคยเห็นควันมากมายอย่างนี้เลยค่ะ  รูปข้างบนถ่ายวันเสาร์ที่แล้วบนฟรีเวย์ตอนกำลังออกจากควันทะมึนเหนือหัวค่ะ

วันพุธก็เริ่มเจ็บคอแล้วค่ะ  ตอนนี้ยังไม่หายดี  แต่ก็ยังดีกว่าคนอีกจำนวนมากที่ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่  แถมบางบ้านถูกไฟไหม้ราบเรียบไปหมด  ขออภัยที่นอกเรื่องนะคะ  ยังไม่หายตื่นเต้นเท่าไหร่เลยค่ะ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 12:04

 มาต้อนรับคุณพวงร้อยครับ ยินดีที่ได้พบกันอีก และหวังว่าคงไม่ได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไปจากไฟป่า

ระยะหลังเรือนไทยค่อนข้างเงียบ สมาชิกบางคน (เช่นคุณจ้อและผมเป็นต้น) ช่วงไม่กีเดือนมานี้อยู่ระหว่างการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่และงานใหม่ในเมืองไทย อย่างผมก็เพิ่งกลับมาจับงานใหม่ที่กรุงเทพฯ ได้เพียงสามเดือนเศษ  แล้วช่วงที่ผ่านมางานใหม่ก็ถาโถมเข้ามาเต็ๆ เลย เลยไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาเรือนไทย แต่เห็นสมาชิกท่านอื่นหลายคนก็หายหน้าไปเหมือนกัน

ขออภัยที่ออกนอกเรื่องหัวข้อกระทู้ แต่ไหนไหนก็ได้ออกนอกเรื่องแล้ว ขอ "ป่าวหมู่เทวฤทธิ์" เชิญสมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ในเรือนไทยมาร่วมวงถกเถียงเสวนากันให้สนุกอีกสักหนเถอะครับ ผมคิดถึงทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - อะแฮ่ม - "ขุนศึก" ก็จะเป็นหนังอีกรอบแล้ว ตัวผมก็กลับมาเมืองไทยแล้ว แม่หญิงเรไรช่วยเยี่ยมหน้าต่าง เอ๊ย โผล่วินโด้ว์มาทางเว็บนี้ให้ผมหายคิดถึงสักทีด้วยเถอะครับ...

(เผื่อจะล่อคุณแจ้ง ใบตอง ให้ออกมาได้อีกคนด้วย...)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 12:33

 ดิฉันปล่อยให้เจ้าดาราทองคอยค้างเติ่งอยู่ใน notepad    มาปลอบขวัญคุณพวงร้อยก่อน  
ขนาดดิฉันเห็นรูปที่เอามาลงยังใจไม่ค่อยสบาย  มันเป็นภาพน่ากลัวมาก   คนที่เจอ แม้จะอยู่รอบนอกห่างออกมาไม่ได้โดนเข้าโดยตรง คงใจคอไม่อยู่กับตัวเท่าไร
คิดว่าคงสงบกันได้ในวันพรุ่งนี้   ฟังข่าวพบว่าตายไปหลายราย  น่าสงสารมาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ทำงานอย่างหนัก

เทพบุตรนางฟ้าฤทธิ์มากที่คุณนิลกังขาถามถึง   ดิฉันจะพยายามดำเนินการใต้ดินบนดิน
เอาตัวมาคุยกันเหมือนเดิมให้ได้ค่ะ
คุณแจ้งส่งข่าวมาว่าตอนนี้งานท่วมหัวท่วมหูอยู่   ตั้งแต่เรียนจบก็ดูเหมือนจะแบกภาระหนักกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
แต่น่าจะปลีกตัวมาเยี่ยมเรือนไทยได้บ้าง
ส่วนแม่หญิงเรไร  ไม่รู้ว่าตามพ่อเสมาไปไหน   ถ้ายังไม่ไกลเกินกู่ จะไปจูงกลับมาอีกคน
คุณจ้อก็คงอยู่แถวๆนี้ละค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 13:51

 วงล้อแห่งโชคชะตาได้หมุนพาพระองค์พีระขึ้นสู่จุดสูงสุดตั้งแต่พระชนม์ยี่สิบเศษๆ มาแล้ว แล้วหยุดอยู่ตรงจุดนั้นจนถึงพระชนม์สี่สิบเศษ
หลังจากนั้นวงล้อก็เริ่มหมุนลง

เริ่มต้นด้วยธุรกิจรถยนต์สั่งจากเยอรมัน ต้องล้มเลิกไป
พระองค์พีระเป็นนักกีฬาระดับอัจฉริยะก็จริง  แต่ไม่ทรงมีหัวทางธุรกิจ
เพียงสามปีก็ทรงจำต้องเลิกกิจการ แล้วตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Bira Commmerce Co. แทน  
ต่อมาทรงดำริจะตั้งบริษัทเกี่ยวกับการบินชื่อ Bira Air Transport เพื่อขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างไทยกับลอนดอน
แต่ธุรกิจนี้ก็ไปไม่รอดอีก

หลังสงครามโลกจบลง  ประเทศไทยได้มหามิตรรายใหม่คือสหรัฐอเมริกา  วัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบอเมริกันหลั่งไหลเข้ามาแทนที่วัฒนธรรมยุโรปที่เคยรับมาตั้งแต่รัชกาลที่ 6
รถยนต์อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมันที่คนไทยเคยชอบก็ถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ยี่ห้อต่างๆของอเมริกาแทน
รถอเมริกันอย่างไครสเลอร์ คาดิลแลค โอลสโมบิล  พลีมัธ  วิ่งกันหนาตาในช่วง 2500-2510
กิจการบริษัทของพระองค์พีระก็ต้องหยุดลงอีกครั้ง

เรื่องที่สองคือผู้เป็นที่รักยิ่งของท่าน จากไปทั้งสองคนในปีเดียวกัน
พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคมะเร็ง เมื่อพ.ศ. 2506
ส่วนหม่อมสาลิกาผู้ครองรักกันอย่างเป็นสุขมา 6 ปีก็จำใจทูลลาหย่าขาดจากท่าน
จากกันด้วยน้ำตาเช่นเดียวกับหม่อมซีริล

การสูญเสียของพระองค์พีระไม่ได้จบลงแค่นี้  
แปดปีต่อมา ม.ร.ว. พีรเดช ผู้กำลังเป็นหนุ่มวัยรุ่น  น่าจะมีอนาคตอีกไกล
เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับเด็กหนุ่มวัยนี้
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 03 พ.ย. 03, 22:43

ขอบพระคุณในความห่วงใยค่ะ  เพิ่งตื่นมาอากาศก็อีมครึม  แสดงว่าฝนและหิมะยังตกอยู่  ไฟถ้ายังไม่ดับก็คงจะดับอีกไม่นานแล้วค่ะ

ดีใจที่ได้พบคุณนิลกังขาอีกค่ะ  ไม่ทราบเลยว่ากลับไปเมืองไทยแล้ว  หวังว่าไม่หักโหมกับงานมากเกินไปด้วยนะคะ  ทานของอร่อยๆเผื่อมั่งละกันนะคะ

อืมม  น่าสนใจมากเลยนะคะ  น่าสงสารท่านมากนะคะ  ดูเหมือนจะทรงโหยหาไขว่คว้าอะไรบางอย่างที่ขาดหายไปตลอดพระชนม์ชีพ  ทำให้อยากฟังต่อว่าตอนต่อไปเป็นอย่างไรบ้าง  คุณเทาชมพูเล่าได้สนุกมากค่ะ

ไม่ทราบมาอีกเหมือนกันว่า  บุคคลที่ดิฉันชื่นชมมากที่สุดคนหนึ่ง  คือพระองค์จุลฯได้สิ้นด้วยโรคมะเร็ง  สองพระองค์ทรงเติบโตมีชีวิตมาคล้ายๆกัน  แต่ปรัชญาการดำรงชีพต่างกัน  เส้นทางชีวิตก็ทรงแตกต่างกันมากนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 04 พ.ย. 03, 08:48

 เพื่อนคนหนึ่งของดิฉันอพยพย้ายบ้านหนีไปแล้ว  ได้ข่าวว่าอยู่ใกล้เส้นทางไฟมาก   ต่อให้ไม่ถึงบ้านเธอก็คงเห็นควัน ได้กลิ่น  มลพิษกระจายไปถึงจนทนอยู่ไม่ได้
แต่ตอนนี้ก็โล่งใจว่ามีฝนและหิมะ  สถานการณ์คงปกติในอีกไม่กี่วัน

ถ้าหากว่าคุณพวงร้อยสนใจจะอ่านเรื่องพระองค์จุล  ดิฉันจะเล่าให้อ่านกันในกระทู้ใหม่ค่ะ

ตอนนี้เชิญนั่งล้อมวงฟังเรื่องพระองค์พีระ ตอนจบนะคะ

หลังพ.ศ. 2506  เมื่อหม่อมสาลิกาแยกทางไปแล้ว
ชีวิตหลังจากนั้นค่อนข้างคลุมเครือสำหรับผู้สนใจศึกษาชีวประวัติ
ทราบแต่ว่า พระองค์เจ้าพีระทรงมีหม่อมอีก 2 คน  ที่ไม่ปรากฏในสังคม   และหนึ่งในจำนวนนี้มีโอรส(หรือธิดา) ด้วยกัน
แต่ไม่มีรายละเอียดให้ทราบมากกว่านั้น

ที่รู้คือในพ.ศ. 2514  เสด็จไปยุโรปอีกครั้ง เพื่อเตรียมแข่งขันเรือใบสำหรับกีฬาโอลิมปิคที่เยอรมนี แล้วแวะเยี่ยมหม่อมซีริลที่อิตาลี

ต่อจากนั้น ข่าวคราวของพระองค์พีระหายเงียบไปจากสังคม  อาจจะมีแต่พระญาติสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าทรงอยู่ที่ไหนอย่างไร

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังสงครามโลก เป็นหนุ่มสาวในยุค 1960s   เกือบทั้งหมดไม่รู้จักพระนามเจ้าดาราทองอีกแล้ว
สังคมไทยเปลี่ยนโฉมหน้าไปมากมาย   ความสนใจของหนุ่มสาวมุ่งไปที่เสียงเพลงมากกว่ากีฬา
หรือถ้ามีการแข่งขันกีฬาใหญ่โตอย่างเอเชียนเกมส์   ความสนใจก็พุ่งไปที่กัฬาฟุตบอล  วิ่ง   ว่ายน้ำ  เสียมากกว่า

เวลาผ่านไปจนถึงทศวรรษ 1970s
ความโอ่อ่ารุ่งเรืองในอดีตกลายเป็นเรื่องที่ถูกเก็บลงหีบ หมดสิ้นไปกับกาลเวลา  
พระองค์พีระมีพระชนม์หกสิบเศษ  อาจจะเสด็จปะปนไปกับฝูงชนริมถนนในกรุงเทพโดยไม่มีใครรู้จักว่าชายชราผู้นี้คือใคร
ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ เท่าที่ทราบคือทรงดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย  ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่อำนวยให้ทรงอยู่ได้อย่างชั้นหนึ่งเหมือนเมื่อก่อนอีก

เมื่อพ.ศ. 2526 เสด็จกลับไปอังกฤษอีกครั้ง  เก็บพระองค์่อย่างชายชราที่ไม่มีใครรู้จัก ทรงแวะเยี่ยมหม่อมซีริลเป็นครั้งสุดท้าย


สองวันก่อนคริสต์มาส 23 ธันวาคม  พ.ศ. 2528    ผู้คนในลอนดอนกำลังชุลมุนวุ่นวายจับจ่ายซื้อข้าวของต้อนรับเทศกาลสำคัญที่สุดของชาวคริสต์
ชายชราคนหนึ่งล้มลงที่สถานีรถไฟบารอนส์คอร์ต    สิ้นลมหายใจก่อนแก้ไขทัน
ไม่มีใครทราบว่าชายชาวเอเชียคนนี้เป็นใคร   ไม่มีหลักฐานอะไรในตัวเขา   นอกจากจดหมายเขียนเป็นภาษาที่ตำรวจอ่านไม่ออก   สก๊อตแลนด์ยาร์ดส่งจดหมายไปสอบถามผู้เชีี่ยวชาญทางภาษาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน

กินเวลาถึง 7 วันก่อนจะรู้และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ในลอนดอนว่า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช   เจ้าดาราทองผู้้โด่งดังที่สุดเมื่อ 50 ปีก่อนสิ้นพระชนม์เสียแล้ว พระชนม์ 71 พรรษา
BBC  ออกข่าวโทรทัศน์ทั่วประเทศทั้งเช้า กลางวัน เย็น ถือเป็นข่าวใหญ่ ITV ออกข่าวไปทั่่วโลก
ข่าวสิ้นพระชนม์ลงข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยทุกฉบับ  รวมทั้งนสพ.อังกฤษและประเทศอื่นๆที่เคยทรงทำชื่อเสียงไว้

สถานทูตจัดพิธีสวดพระอภิธรรมถวายอย่างสมพระเกียรติ   บรรดาเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในอังกฤษได้รับแจ้งข่าวนี้ทั้งหมด

เมื่อพระศพถูกเคลื่อนย้ายไปที่สุสานเพื่อถวายพระเพลิง    นักแข่งรถดังๆสมัยเดียวกันรวมตัวกันทั่วยุโรป บินมาร่วมแสดงความคารวะ  
ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ ธิดาในพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เป็นผู้อัญเชิญธูปเทียนพระราชทานมาร่วมงาน   ข้าราชการไทยในสถานทูตไปร่วมงานกันทั้งหมด

ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์ ผู้รวบรวมประวัติของท่าน ส่งท้ายไว้อย่างงดงามว่า

" ดวงพระวิญญาณลอยละล่องขึ้นสู่สรวงสวรรค์   พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว    เพียงแค่จดหมายภาษาไทยหนึ่งฉบับที่ทรงทิ้งไว้เพื่อส่งท้ายให้ได้ทราบว่าพระองค์คือใคร
เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า   พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปทั่วโลก  
และเทพได้นำพระองค์ท่าน "เจ้าดาราทอง" เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย  เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม"

หนังสืออ้างอิง
1 ต้นกำเนิดที่เกิดเหตุ  "เจ้าชายดาราทอง"   โดย หญิงหมัด( ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์ )
2   ชีวิตเหมือนฝัน เล่ม 1   โดย  คุณหญิงมณี สิริวรสาร

บวกกับการเที่ยวไปถามผู้เกี่ยวข้องและรู้เรื่องนี้เท่าที่จะเจอกันได้...ค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 04 พ.ย. 03, 10:58

 อ่านจบแล้ว  ก้อนแข็งๆที่จุกคอค่อยๆคลายตัวกลั่นออกมาเป็นน้ำตา  ในช่วงยี่สิบปีที่ท่านหายหน้าหายตาจากสังคม  คงมีบทเรียนชีวิตที่มีคุณค่ายากที่จะหาคนที่ได้เข้าถึงขั้นนั้นได้  อยากทราบเหลือเกินว่า  ในจดหมายฉบับนั้นทรงเขียนไว้ว่าอย่างไรนะคะ  ขอบคุณคุณเทาชมพูเป็นอย่างยิ่งเชียวค่ะ  จะรออ่านเรื่องของพระองค์จุลฯนะคะ  

ดิฉันได้อ่านหนังสือเรื่อง "เกิดวังปารุสก์" จนจบทั้งสามเล่มเมื่ออายุได้ ๑๓ ปี  ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้  ก็เก็บคำถามอยู่ในใจที่หาใครตอบไม่ได้ว่า  เกิดอะไรขึ้นต่อมาจากเรื่องในหนังสือ  ได้อ่านชีวิตของพระองค์พีระไปท่านหนึ่งแล้ว  ถึงแม้จะทิ้งความอาดูรไว้มากมาย  แต่ก็เหมือนใจได้คลายขมวดไปปมหนึ่ง   ยังอยากทราบมากๆว่า  ชีวิตต่อจากหนังสือของพระองค์จุลฯ  จะเป็นเช่นใด  ท่านเป็นบุคคลคนหนึ่งที่ดิฉันเทิดทูนนับถือมาตั้งแต่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นมาตลอดเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 04 พ.ย. 03, 14:55


นำรูปมาฝากอีกครั้งค่ะ
พระองค์พีระทรงนำรถแข่ง Romulas สีฟ้าพีระ เข้าสู่เส้นชัย

ชายหนุ่มหน้าตาคมสันแบบฝรั่งที่ยืนอยู่ขวาสุดคือพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

รถคันนี้ทรงขายไปแล้ว  ตกเป็นของเศรษฐีชาวเยอรมันนักสะสมรถแข่ง  ยังเก็บรักษาไว้ในสภาพดีที่อังกฤษ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 04 พ.ย. 03, 18:19

 ขอบคุณคุณเทาชมพูครับ



ฉากสุดท้ายในพระชนมชีพของ Prince Bira ที่อังกฤษ ทำให้ผมนึกเปรียบเทียบกับฉากสุดท้ายในพระชนม์ชีพพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์หนึ่ง ที่เสด็จสวรรคตในอังกฤษเหมือนกัน คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.7 ซึ่งสวรรคตก่อนพระองค์พีระสิ้นพระชนม์สามสิบกว่าปี แต่เป็นการสวรรคตและสิ้นพระชนม์ในต่างแดนเช่นเดียวกัน (ประเทศเดียวกัน) หลังความผันผวนในพระชนมชีพคล้ายกัน ในหลวง ร.7 สวรรคตในฐานะอดีตราชันผู้นิราศจากแผ่นดินของพระองค์ เพิ่งทรงสละราชบัลลังก์ไปก่อนหน้านั้น ประทับอย่างเงียบๆ ที่สุด ถ้าผมจำไม่ผิด ในงานพระบรมศพดูเหมือนจะไม่มีเครื่องสังข์แตรประโคม ไม่มีแม้แต่พระสงฆ์ไทยเจริญพระพุทธมนต์ถวายในโอกาสสุดท้ายก่อนถวายพระเพลิงด้วยซ้ำ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีวัดไทยที่โน่น  กว่าพระบรมอัฐิจะได้รับถวายพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณีก็อีกหลายปีต่อมา เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จนิวัติเมืองไทยแล้ว



งานพระศพของพระองค์พีระอาจจะไม่เดียวดายขนาดนั้น เพราะสถานทูตไทยจัดถวายอย่างสมพระเกียรติ มีเพื่อนนักแข่งรถร่วมสมัยไปถวายความคารวะเป็นครั้งสุดท้าย ชุมชนไทยในอังกฤษสมัยปี 1970's ก็อุ่นหนาฝาคั่งมากแล้ว



แต่ในทางกลับกัน ช่วงชีวิตช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ของพระองค์พีระเทียบกับพระราชประวัติช่วงสุดท้ายก่อนสวรรคตของในหลวง  ร.7 ผมก็อยากจะคิดว่า พระองค์พีระอาจจะทรงโดดเดี่ยวกว่า ในหลวง ร.7 ท่านยังทรงมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ รำไพพรรณีเคียงข้างพระองค์จนถึงวาระสุดท้าย มีเจ้านายบางพระองค์ที่ยังเสด็จมาเฝ้าแหน รวมทั้งคนไทยบางคนที่ยังคงภักดีกับท่าน แต่พระองค์พีระต้องสิ้นพระชนม์เงียบๆ พระองค์เดียว ที่สถานีรถไฟอังกฤษ โดยไม่มีใครรู้จักเลย กินเวลาตั้ง 7 วันกว่าจะรู้ว่าเป็นใคร น่าเศร้ากว่ากันนะครับ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 04 พ.ย. 03, 18:50

 มารายงานตัวครับ

ขอบคุณๆเทาชมพูมากครับ
แต่อ่านแล้วรู้สึกเศร้าๆจัง

สวัสดีคุณนกข และพี่พวงร้อยครับ
หวังว่าพี่พวงร้อยไม่ถูกผลกระทบจากไฟป่ามากนักนะครับ
ตอนนี้มหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้วเลยต้องปวดหัวกับเรื่องของเด็กๆครับ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 06 พ.ย. 03, 11:36

 สวัสดีค่ะคุณจ้อ  ไม่ทันไรสอนมาได้หนึ่งปีแล้วนะคะ  สักอีกปีคงอยู่ตัวได้มังคะ  ฝากกินโจ๊กสามย่านเผื่อด้วยละกันนะคะ อิๆๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 07 พ.ย. 03, 09:18

มีภาพของหม่อมสาลิกามาฝากค่ะ      
เธอเป็นสาวไทยที่สวยน่ารักมาก แต่งตัวทันสมัย ในยุค 46 ปีก่อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 07 พ.ย. 03, 09:21

 หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันเอิกเกริกในวันเสกสมรส   ขนานนามหม่อมสาลิกาว่าเป็นซินเดอเรลลาของเมืองไทย
ภาพนี้ถ่ายที่ตำหนักสร้างใหม่ในซอยกลาง สุขุมวิท  ในวันที่พระองค์พีระเสกสมรสและจดทะเบียนกับหม่อมสาลิกา
ท่าทางเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสุขมาก  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 07 พ.ย. 03, 09:23

 พระองค์พีระโปรดการขับเรือ  ส่วนหม่อมสาลิกาก็เล่นสกีน้ำเก่ง
ในยุค 46 ปีก่อน  ผู้หญิงเล่นสกีน้ำได้ ไม่ธรรมดาเลยละค่ะ
ต้องถือว่าสุดยอด  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 19 คำสั่ง