เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 18610 Anastasia:the Mystery of Anna
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 26 มี.ค. 03, 16:13

 อยากชวนคุยเรื่องAnastasia เจ้าฟ้าหญิงรัสเซียที่เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วยุโรปตั้งแต่ปี 1918  จนถึง 1995
เพราะได้ดูหนังเก่าของยูบีซีเรื่องที่ตรงกับหัวข้อนี้ละค่ะ
มีใครจะเริ่มกล่าว ประเดิม ไหมคะ  
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 มี.ค. 03, 00:18

 เยี่ยมๆ มองๆ มาสองรอบ ยังไม่เห็นมีใครมาแจม

ขออนุญาตออกแขกเบิกโรงครับ

เท่าที่ผมทราบจากการดูการ์ตูนบ้าง เก็บเล็กผสมน้อยมาจากที่ต่างๆ บ้าง (และที่ค้นมาคว้าไปก็คงจะมีทั้งที่เป็นเรื่องจริงและเรื่องเกร็ดซึ่งไม่รู้ว่าจะจริงหรือเปล่าด้วย) ได้ความตามที่จำได้ว่า ดังนี้ (ใครเห็นผมเล่าผิดพลาดตรงไหน โปรดเมตตาแก้ไขด้วยครับ จะขอบคุณมาก)

เจ้าหญิงอนาสตาเซียทรงเป็นพระธิดา (องค์สุดท้อง?) ของพระเจ้าจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งรัสเซีย พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่สองแห่งราชวงศ์โรมานอฟ (ซึ่ง ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ดูเหมือนจะเป็นซาร์องค์ที่เคยรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง ปิยมหาราช ของเรา เมื่อครั้งท่านเสด็จยุโรป ใช่รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ หรือจะเป็นพระเจ้าซาร์องค์ถัดท่านขึ้นไปองค์หนึ่งก็ไม่รู้ ... เอ- เห็นจะเป็นองค์ก่อนมากกว่าครับ แต่ดูเหมือนพระเจ้าซาร์โรมานอฟองค์สุดท้ายนี้จะเคยเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวของเรา จะเป็น ร. 5 หรือ ร. 6 ไม่แน่ใจ สมัยเมื่อทรงยังดำรงพระยศเป็นซาเรวิชท์ หรือมกุฏราชกุมารรัสเซีย)

เมื่อเกิดการปฏิวัติใหญ่ในรัสเซีย ปี 1917 อันเรียกกันว่ามหาปฏิวัติเดือนตุลาคม หรือการปฏิวัติบอลเชวิก เปลี่ยนระบอบปกครองของรัสเซียจากระบอบจักรพรรดิราชมาเป็นสาธารณรัฐนั้น พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่สองและพระราชวงศ์ก็ถูกพวกปฏิวัติถอดออกจากพระราชสถานะ แล้วส่งไปคุมไว้ที่เมืองหนึ่ง แล้วรัฐบาลใหม่ก็ย้ายท่านกับครอบครัวไปคุมไว้ที่ต่างๆ จนในที่สุด เอาท่านมาขังไว้ที่เมืองเล็กๆ ชื่อ เอคาเตอรินเบิร์ก เสร็จแล้วก็สำเร็จโทษท่านทั้งครอบครัว ทั้งพระเจ้าซาร์ พระมเหสีซารินี พระโอรสหรือมกุฎราชกุมารซาเรวิชท์ (ซึ่งประชวรเป็นพระโรคโลหิตไม่แข็งตัว อันเป็นช่องให้นักบวชกาลีรัสปูตินเข้ามาทำวุ่นในราชสำนักได้ก่อนการปฏิวัติ เพราะว่ากันว่ารัสปูตินมีอำนาจจิตสะกดให้เจ้าชายทรงหายพระโรคได้) และพระธิดาทุกพระองค์ ถูกทหารปฏิวัติยิงสิ้นพระชนม์หมด

แต่พอเวลาผ่านไปสักหลายปี ก็เกิดข่าวลือว่า แท้จริงแล้วทหารปฏิวัติสังหารพระราชวงศ์โรมานอฟไม่หมด เจ้าหญิงอนาสตาเซียรอดมาได้ เกิดมีหญิงสาวคนหนึ่ง ชื่อแอนนา อ้างว่าตัวเองคือเจ้าหญิงที่รอดมานี้ ไปโผล่ที่ยุโรป ดูเหมือนที่กรุงปารีส ซึ่งเป็นแหล่งที่พวกรัสเซียขาวและเจ้านายรัสเซียในระบอบเก่าหนีปฏิวัติไปชุมนุมกันอยู่มาก เป็นข่าวฮือฮามากกันอยู่พักใหญ่ แต่แล้วเท่าที่ผมจำได้ก็มีการพิสูจน์กันได้ว่า สาวน้อยคนนั้นไม่ใช่เจ้าหญิงอนาสตาเซียพระองค์จริง พระองค์จริงถูกยิงสิ้นพระชนม์ไปพร้อมๆ กับพระราชวงศ์นั่นแหละ แต่จำรายละเอียดไม่ได้แล้วครับ

ในการ์ตูนเรื่องอนาสตาเซียที่เพิ่งเอามาทำใหม่ไม่กี่ปีนี้นั้น เขาแต่งให้รัสปูตินเป็นผู้ร้ายชนิดไม่ใช่คนเอาเลย เป็นผีหรือปีศาจคืนชีพหรือพ่อมดอะไรก็ไม่รู้ และเขาแต่งให้เจ้าหญิงอนาสตาเซียรอดมาได้จริงๆ เพื่อจะเอามาเป็นนางเอกของเรื่อง แล้วก็เลยต้องมีตัวการ์ตูนพระเอกด้วย เรื่องจบแฮปปี้เอนดิ้งเมื่อเจ้าหญิงได้ทรงพบสมเด็จย่า คือพระราชวงศ์โรมานอฟองค์หนึ่งที่เหลืออยู่ที่ปารีส แล้วก็ปรับความเข้าใจกับพระเอกได้ด้วย แล้วพระเอกก็ปราบผีรัสปูตินได้อีกด้วย แต่ตามประวัติศาสตร์ที่ผมจำได้ เจ้าหญิงอนาสตาเซียไม่ได้รอดมาจากการสังหารครับ คนที่รอดมาได้นั้น เป็นตัวปลอม

ขอเชิญตาวาริชท์ (แปลว่า สหาย) เอ๊ย -เกสปาดีน (แปลว่า คุณ เพราะคำว่าสหายเดี๋ยวนี้เชยแล้วในรัสเซีย เขาเลิกเป็นคอมมิวนิสต์มานานแล้ว) ทั้งปวง แจมต่อครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 27 มี.ค. 03, 10:47

 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง เมื่อครั้งเป็นซาเรวิชหรือมกุฎราชกุมารรัสเซียเคยเสด็จประพาสตะวันออกไกล   แล้วมาถึงสยาม  เป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะ  รับเสด็จกันที่บางปะอิน เป็นงานใหญ่มาก
จนเรื่องงานเลี้ยงอะไรที่ใหญ่ๆในพระบรมมหาราชวัง  ถูกชาววังสมัยแม่พลอย ยกเป็นสำนวนว่า "ราวกับรับเสด็จซาเรวิช"

ซาร์องค์นี้  เมื่อพระเจ้าอยู่หัวของเราเสด็จประพาสยุโรป   ก็ฉายพระรูปคู่กัน  เพราะตอนนั้นพระพันปีหรือสมเด็จรีเยนต์ส่งข่าวไปถวายว่ามีมหาอำนาจประเทศหนึ่ง ทำท่าไม่ชอบมาพากล  มาตั้งยุ้งฉางเสบียงอยู่ชายแดนไทย  ทำท่าเหมือนจะก่อเรื่อง
เมื่อซาร์ทรงทราบก็โปรดให้ฉายพระรูปคู่กัน  ลงนสพ.ให้รู้กันทั่วยุโรปว่า รัสเซียเป็นฝ่ายสยาม   เหตุไม่ชอบมาพากลที่ชายแดนก็สลายไป

นอกจากนี้ทรงขอว่า ถ้าจะส่งเจ้าชายสยามไปเรียนวิชาที่รัสเซีย ก็จะทรงรับเลี้ยงอย่างดี  ถือเป็นพระราชโอรสบุญธรรม
พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ  กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ จึงได้ไปศึกษาวิชาทหารต่อที่รัสเซีย จนจบกลับมา สร้างตำนานรักกับหญิงสาวชาวรัสเซียจนกลายเป็นหนังสือเรื่อง แคทยากับเจ้าฟ้าสยาม

เรื่องราวของพระเจ้าซาร์ พระราชินีและพระราชโอรสธิดาจบลงอย่างน่าเศร้าสลดอย่างที่คุณนกข.บอกมาละค่ะ   ด้วยฝีมือกบฎบอลเชิวิค   เลนินเป็นผู้นำ  โค่นระบบกษัตริย์และราชวงศ์โรมานอฟลงได้

ส่วนเรื่องหญิงที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าฟ้าหญิงผู้รอดจากการสังหารหมู่มาได้  ในตอนหลังเธอย้ายไปอยู่อเมริกา  ใช้ชื่อว่าแอนนา  แอนเดอร์สัน   ตายไปเมื่อ 1994
มีสามีและลูกหลานซึ่งเชื่อแน่นแฟ้นว่าเธอคืออนาสตาเซีย
แต่มีการพิสูจน์ผลดีเอ็นเอภายหลังเธอตายไปแล้ว   ว่าไม่ใช่
ผลกลับกลายเป็นว่า เธอน่าจะเป็นคนงานหญิงชื่อฟรานซิสก้า ชาวโปล  ซึ่งถูกแจ้งความว่าหายตัวไปในวันที่อนาสตาเซียปรากฏตัวขึ้นมา
แต่ทำไม ฟรานซิสก้าถึงเหมือนอนาสตาเชียจนพระญาติและผู้รู้จักบางคนเชื่อว่าเป็นตัวจริง  มีตำหนิบนร่างกายตรงกัน  และยังรู้เรื่องส่วนตัวเล็กๆน้อยๆใกล้ชิดได้มาก
ดิฉันยังหาคำตอบไม่ได้ในเน็ตค่ะ  พยายามค้นดูก็ยังไม่เจอ
บันทึกการเข้า
จดิษฐ์ มหันปรเมตรพงษ์
อสุรผัด
*
ตอบ: 44


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 27 มี.ค. 03, 16:40

 ในเวลาที่ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ยังทรงเป็นมกุฏราชกุมารแห่งรัสเซีย และเสด็จฯ State Visit  ประเทศไทยนั้น  เป็นช่วงเวลาที่ กาฬโรคได้ระบาดหนักยิ่งในกรุงเทพฯ จนทำให้พระเจ้าซาร์พระองค์นั้นรำๆจะยกเลิกการเสด็จฯในครั้งนั้นแล้ว  เมื่อความทราบถึงล้นเกล้าฯร.5 พระองค์ทรงกังวลยิ่ง ถึงกับโปรดฯให้ กรมพระยาดำรงฯเสด็จไปเฝ้าฯที่เรือพระที่นั่ง ณ เกาะสิงคโปร์เพื่อทูลแถลงไขข้อความจริง ทำให้การเสด็จฯครั้งนั้นสำเร็จลงได้  และมกุฏราชกุมารพระองค์นี้เองเมื่อได้ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พระเจ้าซาร์พระองค์สุดท้ายแห้งรัสเซีย ก็ได้มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จ ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 เมื่อคราว State Visit ยุโรปครั้งแรกตลอดจนครั้งที่ 2 ด้วย



สำหรับพระราชพิธีรับเสด็จ State Visit  มกุฏราชกุมาร               ซาเรวิชนั้น  ยิ่งใหญ่มาก มากกว่าที่เคยจัดรับเสด็จเจ้านายต่างชาติครั้งใดๆในประวัติศาสตร์ชาติสยามทีเดียว เห็นจะเป็นเพราะในเวลานั้นรัสเซียเองก็เป็นชาติใหญ่มากชาติหนึ่งในยุโรป(แม้จะเป็นยักษ์หลับไปบ้างก็ตาม) และอาจจะเป็นได้ว่า ราชสำนักสยามไม่เคยต้อนรับเจ้านายต่างประเทศ(ตะวันตก)อย่างใกล้ชิด และสนิทสนมยิ่งเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้ราชสำนักสยาม "เห่อ" เป็นพิเศษ (เฉกเช่นที่เป็นตามปกติอยู่แล้ว สำหรับนิสัยคนไทยกับของใหม่ๆ)
ส่วนพระราชโอรสพระองค์แรกและพระองค์สุดท้ายของพระเจ้าซาร์คือ เจ้าชายซาร์วิท อเลกซิส ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องรัสปูติน กล่าวว่า เจ้าชายพระองค์นี้ต่างหากที่ทรงเป็นเจ้านายเพียงพระองค์เดียวที่ทรงรอดจากการปลงพระชนม์ มิใช่เจ้าหญิงอนาสเทเชีย  อย่างไรก็ตามเจ้าชายพระองค์นี้ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวและเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ทำนองว่าเลือดไหลไม่หยุด  

เรื่องราวของราชวงศ์โรมานนอฟในช่วงเวลานั้นยังมีบุคคลและเหตุการ์สำคัญเกี่ยวข้องอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นรัสปูติน  คำสาปแช่งของเขาต่อราชวงศ์  ข่าวลือการคบชู้ของพระนางซารินา อเล็กซานดรากับรุสปูติน และเหตุการณ์ปลงพระชนม์พระราชวงศ์โรมานนอฟ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 28 มี.ค. 03, 01:18

 ผมก็ว่าแล้ว ว่าตำแหน่งมเหสีพระเจ้าซาร์ของผมนั้น มีอะไรแปลกๆ ตะหงิดๆ อยู่ในใจแต่นึกไม่ออก

เห็นจะเป็นเพราะใจนึกถึงภาษาบาลีมากไปหน่อย

ซาร์ คือพระจักรพรรดิ
ซาเรวิช คือมกุฏราชกุมาร พระโอรสของพระเจ้าจักรพรรดิ
ส่วนมเหสี หรือจักรพรรดินีนั้น คือซารินา ครับ ไม่ใช่ซารินี ขออภัย...

ตามที่รู้มางูงูปลาปลา ไวยกรณ์ข้อเดียวกันนี้ใช้กับชื่อคนรัสเซียสามัญด้วย
เช่น ตัวเราชื่อวลาดีเมียร์ พ่อเราชื่ออเล็กซานเดอร์ นามสกุลเชคอฟ
เวลาเราเขียนชื่อ ธรรมเนียมรัสเซียเขาจะเปิดช่องให้ล้อชื่อพ่อได้สบายมาก เพราะชื่อกลางของเขาจะเอาชื่อพ่อมาใส่ เป็น วลาดิเมียร์ อเล็กซานเดรอีวิช โรมานอฟ - อเล็กซานเดรอี"วิช" ก็แปลว่าเป็นลูกชองอเล็กซานดอร์ครับ
น้องสาวเราเป็นผู้หญิง สมมติว่าชื่อแอนนา นามสกุลเชคอฟ แต่เป็นผู้หญิง ก็ต้องเปลี่ยนตัวลงท้ายไปแล้ว เป็น เชคอฟว่า
เชคอฟ"ว่า" แปลว่าเป็นเชคอฟหญิงครับ


พระโรคของมกุฏราชกุมารรัสเซียนั้นเป็นพระโรคทางพันธุกรรม ผมคิดว่าคือโรคฮีโมฟิเลีย และจำได้ว่าเจ้านายชายในราชวงศ์ยุโรปเป็นกันหลายองค์ เพราะราชวงศ์ต่างๆ ในยุโรปสมัยนั้นท่านเกี่ยวดองเป็นญาติกันไปหมด (ซารินาเองเดิมก็ทรงเป็นเจ้าหญิงเยอรมัน หรืออสเตรียอะไรนี่แหละ) จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิคตอเรียของอังกฤษท่านทรงมีพระญาติเกี่ยวดองกับท่านเป็นเจ้านายแทบจะหมดทวีปยุโรป แล้วดูเหมือนท่านเองจะทรงเป็นพาหะหรือผู้ส่งต่อพันธุกรรมนี้ด้วย โรคนี้ ผู้หญิงไม่เป็น คือเป็นแต่ตัวส่งต่อให้ทายาท แต่ไม่แสดงอาการ อาการจะไปปรากฏในทายาทผู้ชาย ใครอยากรู้ละเอียดคงต้องถามหมอหรือนักพันธุกรรมศาสตร์ครับ

ขอโทษครับ ไถลออกมาไกลจากเรื่องของแอนนาไปหน่อย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 28 มี.ค. 03, 11:46

 โรคฮีโมฟีเลียหรือเลือดไม่แข็งตัว กล่าวกันว่าเริ่มตั้งแต่ควีนวิกตอเรีย   แต่ดิฉันเคยอ่านหนังสือ  เขาพบว่าน่าจะมาจากพระสวามี คือเจ้าชายอัลเบิตมากกว่า
เพราะกล่าวกันว่าในพระราชวงศ์ฝ่ายเจ้าชาย มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้มาก่อน   เมื่อเจ้าชายมาอภิเษกสมรสกับพระราชินี   โรคนี้ก็ตกทอดไปถึงเชื้อสายฝ่ายชายรุ่นหลังบางคน เช่นซาเรวิช   แต่ตัวเจ้าชายเองไม่ยักเป็น    จะจริงเท็จยังไงไม่ทราบค่ะ

ย้อนกลับมาเรื่องอนาสตาเชีย ไปค้นมาเพิ่มเติม ได้ความว่า
หลังจากพระเจ้าซาร์ พระราชินีและพระราชโอรสธิดาหายสาบสูญไป   เมื่อค.ศ. 1918   สตรีผู้หนึ่ง กระโดดน้ำตายในกรุงเบอร์ลิน     เมื่อช่วยขึ้นมาได้เธอความจำเลอะเลือน    จึงถูกส่งตัวไปสถานบำบัดผู้ป่วยทางจิตอยู่ 2 ปี
เธอไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นใคร   แต่คนไข้ด้วยกันอีกคนเห็นแล้วบอกว่าเหมือนเจ้าฟ้าหญิงแห่งราชวงศ์โรมานอฟ    ถ้าไม่ใช่ทาเทียน่าก็ต้องเป็นอนาสตาเชีย
เธอจึงรับว่าเป็นอนาสตาเชีย   แล้วเล่าเหตุการณ์ว่าทั้งครอบครัวถูกทหารปฏิวัติยิงกระหน่ำอย่างทารุณ    เธอถูกกระสุนเข้าที่สำคัญแต่ไม่ตาย แค่บาดเจ็บสาหัส
ทหารหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่ม ชื่ออเลกซานเดอร์  ไชคอฟสกี้   ลักลอบพาเธอหนีไปได้    ไปอยู่กันที่โรมาเนียจนกำเนิดบุตรคนหนึ่ง  ต่อมาสามีถูกฆ่าตาย  บุตรถูกพรากไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า   อนาสตาเชียเดินทางมาเบอร์ลิน   ไม่มีทางไปก็ฆ่าตัวตาย แต่รอดมาได้
คนที่เชื่อว่านี่คืออนาสตาเชียตัวจริง ก็มีมาก   แต่คนไม่เชื่อก็เยอะ   โดยเฉพาะพระญาติพระวงศ์และข้าราชบริพารที่รอดตายหนีออกนอกประเทศได้    เห็นหน้าแล้วบอกไม่ใช่
แต่บางคนก็ลังเล   เดี๋ยวเชื่อเดี๋ยวไม่เชื่อ  อะไรทำนองนี้  เพราะบอกว่าหน้าเหมือนกันมาก
ตอนจบก็อย่างที่รู้ๆกันค่ะ ว่าพิสูจน์ดีเอ็นเอ แล้วไม่ใช่
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 436

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 มี.ค. 03, 01:59

 เพิ่มครับ  เคยอ่านเจอว่า DNA ที่ตรวจได้มาจากเส้นผมของแอนนา แอนเดอร์สัน  ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปลายปี 70กว่าๆถึงต้น 80  ผมจำไม่ได้   และเอาไปเปรียบเทียบกับ DNA ของเจ้าชาย ฟิลิป ซึ่งเป็นพระสวามีของควีนเอลิซาเบธแห่ง GB นั่นแหละครับ  ไม่น่าเชื่อว่าราชวงศ์ยุโรปนี่ดองกันไปทั่วเลย
บันทึกการเข้า
Orpheus
อสุรผัด
*
ตอบ: 12

เรียนอยู่ม.รังสิตครับ


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 21 ก.ค. 03, 01:24

 อุ...
มีบางอย่างเข้าทางผมซะแล้วปรกติได้แต่ รับความรู้จากนักปราชญ์ที่นี่อย่างเดียวเลยครับ(ไม่ค่อยได้ตอบแต่อ่านตลอดเลยครับ)

โรคฮีโมฟีเลียไม่สามารถสืบมาทางสายของเจ้าชายอัลเบิต อย่างเด็ดขาดครับ
เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ซึ่งตัวยีนของโรคนี้จะอยู่ที่โครโมโซม X เท่านั้นครับ ดังนั้นโรคนี้จะถ่ายทอดได้จากแม่สู่ลูกเท่านั้นครับหรือภาษาหมอๆเค้าเรียกว่า X-linked recessive ครับ

โดยที่โรคที่เป็น X-linked recessive จะแสดงออกทันทีในกรณีที่เป็ฯผู้ชาและมียีนนี้อยู่กับตัว(ก็มีXตัวเดียวอะครับ) ส่วนผู้หญิงจะสามารถเป็นพาหะในกรณีที่ได้รับยีนนี้มาจากแม่ และมีโอกาส50%ที่จะแสดงอาการโรคนี้เลยก็ได้ถ้าแม่ที่เป็นพาหะของโรคแต่งานกับพ่อที่เป็นโรค

ขอเท้าความนิดหน่อยเกี่ยวกับโครโมโซมเพศนะครับ เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า โครโมโซมเพศชายนั้นเป็นXY ส่วนของผู้หญิงเป็น XX ในการแบ่งเซลสืบพันธุ์โดยปรกตินั้น ในที่สุดเราจะได้ไข่(Oocyte) กับสเปิม(spermatocyte) ที่มีเพียงโครโมโซมเพศ X หรือ Y เท่านั้น

ในส่วนของผู้หญิงนั้น ไข่ออกมาจะมีได้เพียงโครโมโซมเพศ X อย่างเดียวเท่านั้นเนื่องจากผู้หญิงไม่มีโครโมโซมเพศ Y ครับ
ในส่วนของผู้ชายจะได้สเปิมที่มีได้ทั้งโครโมโซมเพศ X และโครโมโซมเพศ Y

ในตอนที่จะปฏิสนธินั้น ถ้าสเปิม X เข้าผสมกับไข่จะได้เป็นลูกผู้หญิงและถ้าเป็น Y ก็จะได้ผู้ชายด้วยประการะฉะนี้...

คราวนี้ในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นโรคนี้นะครับและฝ่ายหญิงไม่ได้เป็นพาหะของโรคด้วย เมื่อสเปิมแบ่งออกมาแล้วจะได้เป็น โครโมโซมเพศ X ที่มียีนนี้อยู่ และโครโมโซม Y ฝ่ายหญิงเมื่อมีการสร้างไข่ออกมาก็จะได้ โครโมโซมเพศ X ที่ปรกติครับ ดังนั้นถ้าสามีและภรรยาคู่นี้มีลูก... ในกรณีลูกชายจะได้ X ปรกติจากแม่และ Y จากพ่อผลคือลูกชายปลอดภัยไร้โรค(นี้) อย่างแน่นอนครับ ในกรณีได้ลูกสาวตัวลูกสาวจะได้รับ X ปรกติจากแม่และ X ที่มียีนที่มีโรคจากพ่อ ผลที่ได้คือลูกสาวเป็นพาหะอย่างแน่นอนครับ

ในกรณีที่ฝ่ายชายปรกตินี้นะครับและฝ่ายหญิงเป็นพาหะของโรคด้วย เมื่อสเปิมแบ่งออกมาแล้วจะได้เป็น โครโมโซมเพศ X ที่ปรกติ และโครโมโซม Y ฝ่ายหญิงเมื่อมีการสร้างไข่ออกมาก็จะได้ โครโมโซมเพศ X ที่ปรกติและ โครโมโซม X ที่มียีนของโรคครับ และถ้าสามีและภรรยาคู่นี้มีลูก... ในกรณีลูกชายจะได้ X ปรกติหรือโครโมโซม X ที่มียีนของโรคจากแม่และ Y จากพ่อผลคือลูกชายมีโอกาศที่จะแสดงอาการของโรค50%ครับ ในกรณีได้ลูกสาวตัวลูกสาวจะได้รับ X ปรกติหรือโครโมโซม X ที่มียีนของโรคจากแม่และ X ที่ปรกติจากพ่อ ผลที่ได้คือลูกสาวเป็นพาหะอย่างแน่นอนครับ

และในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นโรคนี้นะครับและฝ่ายหญิงเป็นพาหะของโรคด้วย เมื่อสเปิมแบ่งออกมาแล้วจะได้เป็น โครโมโซมเพศ X ที่มียีนนี้อยู่ และโครโมโซม Y ฝ่ายหญิงเมื่อมีการสร้างไข่ออกมาก็จะได้ โครโมโซมเพศ X ที่ปรกติและ โครโมโซม X ที่มียีนของโรคครับ และถ้าสามีและภรรยาคู่นี้มีลูก... ในกรณีลูกชายจะได้ X ปรกติหรือโครโมโซม X ที่มียีนของโรคจากแม่และ Y จากพ่อผลคือลูกชายมีโอกาศที่จะแสดงอาการของโรค50%ครับ ในกรณีได้ลูกสาวตัวลูกสาวจะได้รับ X ปรกติหรือโครโมโซม X ที่มียีนของโรคจากแม่และ X ที่X ที่มียีนของโรคจากพ่อ ผลที่ได้คือลูกสาวเป็นพาหะหรือแสดงอาการของโรค50%ครับ

ง่า...ในกรณีของทั้งพ่อทั้งแม่เป็นโรคทั้งลูกสาวและลูกชายเป็นโรคแน่นอนครับ

มึนเล็กน้อย... ก็ตามที่ว่ามาจะเห็นได้ว่าโรคนี้ไม่สามารถติดต่อจากพ่อสู่ลูกชายได้อย่างเด็ดขาดครับ

เข้ามาถกกันต่อด้วยนะครับผมจะได้อาศัยใบบุณรู้ไปด้วยขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
หม่อมจุมพฏเพ็ชรกล้า
มัจฉานุ
**
ตอบ: 78


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 24 ก.ค. 05, 19:54

 ซาร์นิโคลัสที่2สมรสกับหลานสาวสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียคือ ซารีน่าอเล็กซานดรา มีพระราชโอรส-ธิดาดังนี้
1.แกรนด์ ดัชเชส โอลก้า
2.แกรนด์ ดัชเชส ทาเทียน่า
3.แกรนด์ ดัชเชส มาเรีย
4.แกรนด์ ดัชเชส อนาสตาเซีย
5.ซาเรวิทช์ อเล็กซิส

โอรส-ธิดา ธรรมดา ชายใช้ แกรนด์ ดุ๊ก หญิง ใช้ แกรนด์ ดัชเชส
ส่วนที่เป็นมกุฎราชกุมาร หรือ มกุฎราชกุมารีใช้ ซาเรวิทช์ หรือ ซาเรฟน่า

ราชวงศ์โรมานอฟปกครองรัสเซียมานานกว่า300ปี
ราชวงศ์แรกที่ปกครองรัสเซียคือ ราชวงศ์รูริค
บันทึกการเข้า
หม่อมจุมพฏเพ็ชรกล้า
มัจฉานุ
**
ตอบ: 78


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 24 ก.ค. 05, 19:55


พระราชฉายาลักษณ์ครอบครัวของซาร์นิโคลัสที่2
บันทึกการเข้า
HotChoc
มัจฉานุ
**
ตอบ: 62


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 18 ธ.ค. 05, 06:34

 รู้สึกว่าผมจะดูจากช่อง History Channel ไม่ก็ NG เร็วๆนี้เอง เขาบอกว่าได้มีการตรวจDNA ศพของครอบครัวซาร์นิโคลัสที่2 (หลังรัสเซียเปิดประเทศ) พบว่าเป็นครอบครัวเดียวกันห้าคน หายไปสอง
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 20 ธ.ค. 05, 07:29

 More information on X Linked Recessive Gene kharb...
So sorry that I cannot type Thai.  

Inheritance of X-Linked Recessive Genetic Diseases

These genetic diseases are diseases caused by an error in a single DNA gene. X-linked means the error occurs on the X chromosome which is the 23rd sex-linked X chromosome. Such diseases are sometimes called "sex-linked" rather than X-linked.

Some examples of X-linked recessive disorders are Hemophilia and Duchenne muscular dystrophy. These occurs only in boys, which is what we expected from an X-linked recessive disorder, as discussed below. For a list of this type of disorders, see x-linked recessive disorders.

Recessive means that disease only occurs when a person has two copies of the bad gene. For autosomal recessive diseases, this usually means they must inherit the disease from both parents, but this is not the case for X-linked recessive diseases. Men have only a single X chromosome, so they have only one copy of any gene on the X chromosome. Thus, a gene error on X definitely caused disease in men (who are XY), but women are XX, and have two copies of the gene. X-linked recessive disorders are more likely to occur than autosomal recessive disorders, because men have only one X chromasome, whereas all people have 2 copies of each autosome.

Recessive diseases often occur in genes that produce an enzyme. In a carrier, who has only one bad copy, there is often no disease, because the second gene can pull up the slack, and maintain health. In some recessive diseases, a carrier gets a mild form of the disease. For example, in X-linked recessive hemophilia, a female carrier has one bad gene on chromosome X, but the good gene on the other X chromosome produces enough of the good clotting enzyme to maintain health. The recessive disease only arises when the male has no good gene on the other chromosome (because they get a Y instead of a second good X).
บันทึกการเข้า
Andreas
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 20 ธ.ค. 05, 07:30

 X-linked recessive inheritance: These diseases arise from an error on the X chromasome, which causes disease only when there is no corresponding paired X chromasome with a good gene. However, since men are XY a man with the bad gene on the X chromasome must get the disease, because there is no second X chromasome. Since women are XX, they usually have a second good X chromasome which suppresses the bad X gene, leaving them disease-free, but as carriers. The following patterns of inheritance are typical:

Gender bias: Typically, males are the ones who get the disease, whereas females are carriers. Men cannot be carriers because they cannot have a bad X chromasome gene without getting the disease. Women cannot get the disease, because they typically have a second good X chromasome. However, in the rare case of a daughter of an affected father and a carrier mother, then the daughter might have two bad X genes and get the disease itself (like an autosomal recessive disease).
Father to son transmission: 0% chance of disease and 100% chance of disease-free unless the mother is also a carrier (males always get their single X from the mother not father and cannot get a bad gene from the father), 0% chance of carrier (males cannot be carriers).
Father to daughter transmission: 0% chance of disease (females can only be carriers), 100% chance the female child is a carrier (because the father gives a bad X gene as there is only the bad one to give). If the mother is also a carrier, the female can be fully afflicted with the rare double-recessive female version of the disease.
Mother (carrier) to son transmission: 50% chance of disease, 50% chance disease-free, 0% chance of carrier (males cannot be carriers).
Mother to daughter:: 0% chance of disease (females can only be carriers), 50% chance of female carrier, 50% chance neither affected nor carrier.
Other children: If a couple has one (male) child with the disease, what are the odds for another child having it. Usually this means the mother is a carrier, because the father cannot transmit the disease to a child (and the father would probably have noticable disease). So the risk for a second child of the same couple is probably the mother-to-son transmission risk, 50% chance of disease, and a female child cannot have the disease but has a 50% chance of being a carrier.
Mild disease in female carriers: Female carriers can have a mild form of disease, because they have a bad gene on one of their two X chromasomes, and a good gene on the other. If the disease is not totally recessive, a partial disease can result even though the woman has one good gene. In other words, if the second gene copy is not a good enough "backup", a partial level of mild disease can still result in carriers. However, most X-linked recessive diseases have symptom-free female carriers.

Sporadic cases: A genetic disease that occurs when neither parent has any genetic defect is called a sporadic genetic disease. These cases arise via random genetic mutations in the DNA. A sporadic mutation can be the cause of an x-linked recessive disease (whereas it is unlikely for an autosomal recessive disorder) because only a single mutation is required (in males) to cause the disease. Females can also become carriers owing to random mutations.

source: http://www.wrongdiagnosis.com/genetics/xrec.htm  
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 27 มี.ค. 06, 16:14

 ขออนุญาตขุดกระทู้เก่าครับ พอดีเจอเรื่องสะดุดใจเรื่องหนึ่ง
จากความเห็นที่ 11 พิสูจน์ได้ว่า โครงกระดูกที่พบในเหมืองเดอะโฟร์ บราเธอร์ มีสมาชิกในราชวงศ์หายไป 2 พระองค์ครับ
คือ มกุฏราชกุมารอเล็กซิส และแกรนด์ดัชเชสมาเรียครับ
เชื่อว่า คงจะกลายเป็นอัฐิไปแล้วครับ

แต่ ศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือน มี.ค. 2549 คุณไกรฤกษ์ นานาพบหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า มกุฎราชกุมารอเล็กซิส รอดจากการปลงพระชนม์หมู่ ครับ
รายละเอียดจะนำมาเพิ่มเติมทีหลังครับ เพราะเรื่องนี้เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 27 มี.ค. 06, 18:29

 บทความในศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนมีนาคมครับ

 http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0603010349&srcday=2006/03/01&search=no  
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง