เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5121 รบกวนผู้รู้ในเรื่องกรีกทุกท่านด้วยครับ
Orpheus
อสุรผัด
*
ตอบ: 12

เรียนอยู่ม.รังสิตครับ


 เมื่อ 08 มี.ค. 03, 17:18

 ผมอยากรุ้ว่าสัญลักษณ์ของกรทการแพทย์ที่เป็นงูพันไม้เท้ามันคืออะไรมาจากไหนครับ

ผมไปอ่านหนังสือแล้วเจอว่าเป็นไม้เท้าของHippocratis ซึ่งผมก็รู้สึกว่ามันทะแม่งๆยังไงชอบกล รบกวนท่านผู้รู้ช่วยพิสูจน์หน่อยนะครับจะจริงเท็จอย่างไร ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 10 มี.ค. 03, 21:20

 ...อันออร์เฟียสผู้ฉลาดอาจดีดพิณ
เรียกก้อนหิน พฤกษา วารีศรี
และสิ่งใดที่แม้ไม่มีชีวี
หรือชั่วช้ากาลีแสนสามานย์,
ก็แผกผิดธรรมดาเวลาที่
ยินดนตรีสำเนียงเสียงสมาน... ฯลฯ

คำเดิมของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ บทพระราชนิพนธ์แปลในภาษาไทยของในหลวง ร. 6 ใน เวนิสวาณิช ครับ (เท่าที่ผมจำได้นะครับ อาจจะจำผิดตกหล่น ใครมีหนังสือเวนิสวาณิชก็ลองเปิดตรวจสอบดูก็ได้)

ออร์ฟิอุสหรืออร์เฟียสที่เชคสเปียร์พูดถึงนี่ ตำนานกรีกว่าเป็นนักดนตรีเอกเก่งพอๆ กับพระอภัยมณีของเรา คือเสียงดนตรีของเขาสามารถทำให้ผู้ได้ฟังหลงใหล อย่าว่าแต่เพียงคน แม้แต่สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ ก้อนหิน สายน้ำ ... ได้ยินดนตรีของเขาแล้วก็อดใจไม่อยู่ต้องโลดเต้นทั้งนั้น
ออร์เฟียสมีญาติชื่อมอร์ฟิอุส จะเป็นญาติกันทางไหน ใครเป็นลูกใครผมก็ลืมเสียแล้ว แต่ทั้งสองมีอำนาจสะกดคนให้หลงใหลมัวเมาได้พอๆ กัน ชื่อ มอร์ฟิอุส ในภายหลังจึงได้นำมาใช้เป็นชื่อเรียกสารเคมีที่มีฤทธิ์ระงับปวด ทำให้หลับ แต่เป็นยาเสพติดด้วยตัวหนึ่ง คือ มอร์ฟีน ต้นตระกูลของเฮโรอีน

กลับมาคำถามของคุณออร์เฟียสครับ

จากความรู้เดิม ยังไม่ทันได้ค้นเพิ่ม ของผม จำไม่ได้ว่าไม้เท้านี่เป็นของฮิปโปเครติสครับ ฮิปโปเครติสเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายแพทย์ของฝรั่งตั้งแต่สมัยกรีก คงคล้ายๆ คุณหมอชีวกโกมารภัจจ์ของหมอยาไทยเรา หมอฝรั่งต้องสาบานหรือให้ปฏิญาณตนโดยใช้คำปฏิญาณที่สืบมาแต่สมัยฮิปโปเครติส ก่อนจะจบเป็นหมอรักษาคนได้ เดี๋ยวนี้ยังสาบานยังงั้นอยู่รึเปล่าไม่ทราบ แต่ว่าไม้เท้าที่เป็นตราของการสาธารณสุขนี้ ไม่ใช่ของท่านอาจารย์หมอฮิปโปฯ ครับ อย่างน้อยผมก็ไม่เคยได้ข่าวว่าใช่

ที่ผมเคยรู้มา ไม้เท้านี้เป็นตราสากลสัญลักษณ์ของการแพทย์หรือการสาธารณสุข คือไม้เท้ามีงูพัน บางทีมีงูสองตัว บางที่มีตัวเดียว บางทีมีปีกด้วย บางทีก็เป็นคบเพลิงแทนที่จะเป็นไม้เท้า (อย่างตรากระทรวงสาธารณสุขของเรา เป็นตรางูพันคบเพลิง) ตราอันนี้ ซึ่งของเดิมเป็นไม้กับงูพันไม้ เรียกว่าตรากะดูเชียส cadu..เชียส  สะกดไม่ถูกครับ เป็นไม้เท้าของแอสเคลาปิอุส Aesce... pius แฮ่ะๆ สะกดไม่ถูกอีกเหมือนกัน จำตัวสะกดไม่ได้แล้ว จำได้เต่เสียง

อีตาแอสเคลาปิอุสนี้เป็นหมอเทวดา หรือเทวดาหมอในตำนาน (คุณหมอฮิปโปเครติสมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ครับ แต่แอสเคลาปิอุสเป็นเพียงตัวละครในนิทานกรีก) ว่ากันว่า ไม้เท้าอันนี้ เดิมเป็นคทาของสุริยเทพอะพอลโล ที่คนกรีกเขาตั้งให้เป็นเทพเจ้าแห่งอะไรหลายๆ อย่าง รวมทั้งเทพแห่งศิลปะวิทยาการด้วย วิทยาการนั้นสาขาหนึ่งก็คือ วิชาการแพทย์รักษาโรค อะพอลโลทรงมอบคทานี้ให้แก่เอสเคลาปิอุส เพราะอะไรก็จำไม่ได้แล้ว แต่เท่ากับทรงมอบฤทธิ์อำนาจในการรักษาคนไข้ไว้แก่แอสเคลาปิอุสด้วย

นิทานยังเล่าต่อด้วยว่า เอสเคลาปิอุสวันหนึ่งถือไม้เท้าเดินไปเจองูสองตัวกำลังกัดกันสู้กันอยู่ ก็เอาไม้เท้าแหย่เข้าไปตรงกลาง (แอสเคลาปิอุสคงไม่เคยได้ยินคำพังเพยไทยว่า งูเขาจะกัด - เอ๊ยหมูเขาจะหาม อย่าเอาคานเข้ามาสอด) ก็ได้ผล คืองูสองตัวเลิกกัดกันเอง หันมารุมกัดแอสเคลาปิอุสแทน เอ๊ยไม่ใช่ - .... คือ งูสองตัวหันหน้าเข้าหากันและเลื้อยขึ้นมาพันคทาหรือไม้เท้านั้นแทน ตรากะดูเชียสจึงเป็นเครื่องหมายแห่งการคืนดี ทั้งในแง่การคืนดีจากความขัดแย้ง และการหายคืนดีจากโรค และไม้เท้าเปล่าๆ ของแอสเคลาปิอุสก็กลายเป็นไม้เท้ามีงูพันตั้งแต่นั้น

เพราะความที่ไม้เท้ากะดูเชียสเป็นของเทพอะพอลโลมาแต่เดิม ดังนั้นศิลปะรูปปั้นฝรั่ง บางทีก็ให้เทพองค์อื่นถือไม้กะดูเชียสนี้ด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นแอสเคลาปิอุสเสมอไป เช่นเทพอะพอลโลเองบางทีก็ทรงคทานี้ หรือเทพเมอร์คิวรี่หรือเฮอร์เมส (พระพุธ) อันเป็นเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร การติดต่อ การค้าขาย การเดินทาง รวมไปถึงการขโมย บางทีก็ทรงคทานี่เหมือนกัน นัยว่าได้มาจาก หรือขโมยมาจากอะพอลโล

มีคำอธิบายอีกอันหนึ่งที่ไม่ได้อธิบายว่าเป็นงูพันไม้ แต่อธิบายไปอีกทางว่า ตรานี้เป็นรูปไม้ขีดทับฆ่างู อธิบายว่างูพิษหมายถึงโรค เอาไม้ตีฆ่างูเสียก็คือฆ่าโรค พยานยังมีที่ตราห้างขายยาอังกฤษตรางู ที่เป็นเจ้าของแป้งหอมปริกลี่ฮีท เป็นรูปงูมีลูกศรเสียบหัวอยู่ครับ

ตามที่ผมเคยสังเกต ตรากะดูเชียสกลายเป็นตราเกี่ยวกับการสาธารณสุขทุกสาขา และมีการแปลงรูปไปต่างๆ เช่น ในตราขององค์การอนามัยโลกเป็นรูปตราไม้เท้ากะดูเชียสแต่มีงูตัวเดียว ทาบทับอยู่บนตรารูปโลกของสหประชาชาติ ตรากระทรวงสาธารณสุขของหลายประเทศก็เป็นรูปงูพันไม้ ของไทยเราเป็นงูสองตัวพันคบเพลิง ดูเหมือนจะมีปีกด้วย เครื่องหมายเหล่าเสนารักษ์ของทหารไทยก็เป็นรูปงูสองตัวพันคบเพลิง แต่ของทหารหันหน้างูออก ของพลเรือนหันเข้าหากัน เคยเห็นเครื่องหมายวิชาเภสัชศาสตร์เป็นรูปงูพันเหมือนกัน แต่กลายเป็นงูพันถ้วยยา เครื่องหมายวิชาสัตวแพทยศาสตร์เป็นรูปงูพันไม้เท้าเหมือนกันแต่มีอักษรตัว วี V ทับอยู่ อันมาจากคำว่าสัตวแพทย์ศาสตร์ในภาษาอังกฤษ

นอกจากนั้นในเมืองไทยเรา ในหลายสถาบันที่เกี่ยวกับการแพทย์ งูในตรากลายเป็นพญานาคไปก็มี บางทีไม่พันไม้เท้า แต่พันอาวุธอื่นก็เคยเห็น เช่น พันตรีสามแฉกเป็นต้น
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 10 มี.ค. 03, 22:07

 ที่ผมเล่ามาทั้งหมดข้างบน เป็นความรู้เดิมที่เคยรู้ (บ้านผมบ้านหมอครับ)

แต่ได้ไปค้นมาแล้ว จึงได้ทราบว่า
- แอสเคลาปิอุส ชื่อ Aescelapius เป็นลูกชายเทพอะพอลโล เป็นหมอใหญ่ในตำนาน มีไม้เท้าประจำตัวตือ ไม้เท้ามีงูตัวเดียวพัน ไม่มีปีก ตราไม้ของแอสเคลาปิอุสนี้ คือตราของการแพทย์ที่แท้จริง

- ตรากะดูเชียส สะกดว่า Caduceus เป็นตราที่เทพสื่อสารคือเทพเฮอร์เมส/ เมอร์คิวรี่ ถือในเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ส่งข่าวจากสวรรค์มาให้มนุษย์ทราบ เป็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจเต็มในการสื่อข่าว และเดิมเป็นเครื่องหมายว่า เทพอะพอลโลไว้วางใจให้เทพเฮอร์เมสมาพูดแทนตัว ผู้ถือตรานี้มีสิทธิได้รับการคุ้มกันในขณะที่ทำหน้าที่มาดำเนินการเจรจา แม้แต่ทหารโรมันในอดีตก็ใช้ตรานี้เวลาเจรจาไปสงบศึกหรือพักรบชั่วคราว ตรานี้เป็นรูปไม้เท้า มีงูสองตัวพัน และมีปีกสองปีกด้วย (หมวกทรงกับรองเท้าของเทพเฮอร์เมสก็มีปีก)

คนที่ขว้างไม้เท้าไประหว่างงูสองตัวทำให้งูเลิกสู้กันนั้น คือเฮอร์เมส ไม่ใช่เอสเคลาปิอุส ดังนั้นถ้าจะว่าไป น่าจะถือได้ว่าตรานี้เป็นตราสัญลักษณ์ของพวกอาชีพผม นักการทูตนะเนี่ย แต่ไม่ได้ใช้กันยังงั้นมานานแล้ว  

เหตุที่ทำให้ฝรั่งมั่วสับสนสองตรานี้เข้าด้วยกัน จนตอนนี้ตรากะดูเชียสได้กลายเป็นตราของการแพทย์ไปแล้ว ก็เห็นได้ว่า รูปร่างคล้ายกันมาก ผิดกันแค่มีงูกี่ตัว มีปีกหรือไม่มีเท่านั้น นอกจากนั้น ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารเหล่าเสนารักษ์สหรัฐในสนามรบขณะนั้นใช้เครื่องหมายกะดูเชียสในความหมายที่ว่า ปฏิบัติการทางการแพทย์ของเขาควรได้รับการคุ้มครอง "- นี่หมอนะ อย่ายิง" - เนื่องจากกะดูเชียสเดิมเป็นเครื่องหมายสงบศึกหรือเครื่องหมายพักรบของโรมันโบราณ (เครื่องหมายกาชาดก็ได้รับความคุ้มครองในสนามรบทำนองเดียวกัน ตามกฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ) ความหมายก็เลยเลื่อนไป กลายเป็นว่า กะดูเชียสซึ่งจริงๆ เป็นเครื่องหมายพักรบ หมายถึงหมอ เอามาปนกับไม้เท้าของแอสเคลาปิอุสไป

เดี๋ยวนี้ก็ปนกันพันกันยุ่งผสมกันหมดแล้วละครับ มีทั้งตรางูเดียวงูคู่พันไม้เท้า ยังดีไม่มีสามงูหรือมากกว่านั้น

แถมนิด ตามนิทานกรีก แอสเคลาปิอุสเป็นหมอที่เก่งมากอย่างมหาศาล จนถึงกับรักษาคนตายให้ฟื้นได้ รักษาไปๆ ฮาเดส เทพแห่งความตายและมรณภูมิไม่พอพระทัย ไปบ่นกับซีอุส เทพบิดรผู้เป็นจอมเทพในสวรรค์ของกรีกซึ่งเป็นพี่ชาย ซีอุสเห็นท่าไม่เข้าที กลัวว่ามนุษย์จะกลายเป็นอมตะเสียหมด ก็เลย.. ตัดสินพระทัย ทั้งๆ แอสเคลาปิอุสเป็นหลานปู่ของซีอุสเองนี่แหละ (อะพอลโลเป็นโอรสซีอุส) ซีอุสก็ส่งเทพอาวุธสายฟ้าลงมาประหารหมอใหญ่ซะเลย อยากเก่งดีนัก เมื่อเอสเคลาปิอุสถูกฟ้าผ่าตายซะเองแล้วก็ไม่มีใครที่จะเป็นหมอเก่งพอที่จะชุบตัวเอสเคลาปิอุสขึ้นมาอีกได้ หมอใหญ่จึงตายเพราะความเก่งของตัวเองดังนี้แล

ฟังนิทานเรื่องนี้แล้วกลุ้มครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 11 มี.ค. 03, 01:16

 อย่างที่บอกแล้ว บ้านผมมีหมอเต็มบ้านไปหมด (หมอแผนปัจจุบันนะครับ) ดังนั้นผมก็ได้เห็นตรางูพันคบเพลิงมาตั้งแต่เด็ก สงสัยเรื่องตรานี่ตั้งแต่เด็ก แล้วก็เคยอ่านประวัติตรานี้ตั้งแต่เด็กเหมือนกัน ลืมไปเสียแยะแล้ว แต่เพิ่งจะมารู้ชัดๆ ว่าที่จริงมันมีสองตรา ตราหนึ่งมีงูตัวเดียวอีกตรามีสองตัว ตราหนึ่งมีปีกอีกตราไม่มี ก็เมื่อไปค้นเว็บมาวันนี้เอง ดีอยู่อย่างที่ได้รู้ว่า ฝรั่งก็มั่ว และที่จริงเขามั่วมาก่อนเรา

ผมเดาว่า เมื่อเราแรกคิดตรากระทรวงสาธารณสุขไทยเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น คงจะเห็นว่าคบเพลิงเป็นเครื่องหมายของวิชาวิทยาการ จึงเอามาใส่แทนที่ไม้เท้าของฝรั่งเดิม แต่ผู้ออกแบบตราคงจะเห็นว่า ถ้ามีงูพันข้างเดียวก็ไม่สมดุล ต้องพันสองข้างถ่วงกัน จึงใกล้ไปทางไม้กะดูเชียส ไม่ใช่ไม้เท้าของเอสเคลาปิอุส

มานั่งคิดเล่นๆ (บนเรือนไทย) ว่าถ้าเราไม่อยากลอกแบบฝรั่ง จะหาตราสัญลักษณ์ว่าด้วยการแพทย์ของเราเอง จะทำเป็นตราใดได้บ้าง? ผมคิดว่า ถ้าให้ผมออกแบบตรา ผมจะทำเป็นรูปเฉลวครับ หรือไม่ก็รูปหม้อยาไทย มีเฉลวปักอยู่บนปากหม้อ

เฉลว นั้น เป็นไม้เอามาขัดๆ กันเป็นรูปที่ถ้าจะอธิบายให้คนสมัยนี้เข้าใจ เห็นจะต้องบอกว่าเป็นรูปดาวหลายๆ แฉก มีก้านต่อลงมา หมอไทยโบราณท่านเอาไว้ปักปากหม้อยาต้มไทย ดูเหมือนมีอะไรเกี่ยวกับการเพิ่มฤทธิ์ยาด้วย
บันทึกการเข้า
Orpheus
อสุรผัด
*
ตอบ: 12

เรียนอยู่ม.รังสิตครับ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 มี.ค. 03, 20:39

 ขอบคุณมากครับ...
ผมสงสัยอยู่นานเหมือนกันเพราะฮิปโปเครติสเองมีตัวตนในประวัติศาสตร์จริง ไม่น่าจะมีของอะไรประหลาดๆ เหมือนของเทพเจ้าอย่างงั้น ผมเลยคิดว่าน่าจะมาจากตำนานมากกว่า ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความรู้ครับ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 196


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 13 มี.ค. 03, 18:10

 ผมว่าถ้าไทยเราคิดเอง ก็คงออกมาในแนวรูปฤษีละครับ
ไม่ว่าจะเป็น ฤษีดัดตน หรือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ก็ตามที
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง