เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 7204 เรื่องของ "หอวัง"
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 17 ต.ค. 00, 00:00

คุณอินทาเนียน่าจะทราบดีกว่าผม ว่าทำไมหมอจุฬาฯ ถึงได้เรียกตัวเองว่าอินเดียน และจัดงานอินเดียนแดงรับน้องใหม่ทุกปี
เท่าที่ผม ซึ่งไม่ใช่หมอ (ไม่ได้มีแฟนเป็นหมอด้วย เพราะจีบไม่ติดอีกนั่นแหละ ... เฮ้อ-) ทราบ ตามประสาคนบุญไม่ถึง บุญส่งให้ไปถึงจุฬา แต่ส่งข้ามถนนอังรีดูนังต์ไม่ได้ หล่นปุ๊อยู่ตรงคณะรัฐศาสตร์นั่นเอง... นั้น ดูเหมือนการเล่นเป็นอินเดียนแดงในงานรื่นเริงรับน้องใหม่ของหมอจุฬาฯ จะมีมาหลายสิบปีแล้วครับ ตั้งแต่สมัยหนังฝรั่งโบราณเรื่องหนึ่ง เรื่อง Annie Get Your Gun เป็นหนังคาวบอย (หญิง) เข้ามาฉายในเมืองไทย นางเอก คือ Annie นั่นว่ากันว่ายิงปืนแม่นมาก คุณหมอรุ่นโน้น - จะสี่ห้าสิบปีได้แล้วมั้งครับ - ท่านไปดูหนังแล้วชอบใจ เอามาเล่นรับน้อง จนสืบมาเป็นธรรมเนียม
เมื่อมีคาวบอยก็มีอินเดียนแดง มีการเล่นรอบกองไฟ (แต่หลังๆ คาวบอยหายไปนะ) มีการให้น้องใหม่ดื่มน้ำอมฤต firewater บางปีเล่ากันว่าพี่กรอกน้องจนเมา ต้องเอาไปนอนหอพักกันหลายคน ก็เคยได้ยินว่ามี มีปีหนึ่งหลายปีมาแล้ว มีเนื้อวัวย่างหรือวัวหัน (สมมติว่าเป็นแบบอินเดียนแดง) เฉือนให้น้องกินด้วย ผมจำได้เพราะเผอิญปีนั้นผมไปเป็นแขกของอินเดียนแดง ... เผ่าชอกี ... ทั้งหลายด้วยน่ะครับ เนื้อย่างอร่อยดีครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ทราบจะไปเล่นรอบกองไฟได้ที่ไหน จุฬาฯ ทั้งฝั่ง รพ. ฝั่งมหาวิทยาลัยมีแต่ตึกแน่นไปหมดแล้ว
นอกเรื่องหอวังไปหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
วีณินทาเนีย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 17 ต.ค. 00, 00:00

เคยมีโอกาสไปร่วมดื่มน้ำโสมะ..เอ๊ย..น้ำอมฤตร่วมกับพวกอินเดียนอยู่ ๒ ครั้ง ตอนนั้น...ครั้งที่ผมอยู่ปี ๑ ถูกป้อนน้ำอมฤต (จนไม่ได้สติสมปฤดี) เขาก่อกองไฟที่สนามฟุตบอลเล็กๆหน้าโรงยิมปรีดา อีกครั้งหนึ่ง...ตอนนั้นเพื่อนๆอยู่ชั้นปี ๔ กันแล้ว ผมเป็นฝ่ายป้อนน้ำอมฤตให้น้องๆ เขาจัดกันที่ลานจอดรถติดกับตึกสิริภาจุฑาภรณ์ ครั้งนั้นไฮเทคมาก เขาจุดกองไฟโดยใช้สายชนวนไฟแล่น เดี๋ยวนี้คิดว่าน่าจะยังจัดตรงนี้อยู่ เพราะหลับตาจินตนาการดูแล้วรู้สึกจะเป็นพื้นที่กว้างแห่งเดียวในโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้ปลูกสิ่งก่อสร้าง
บันทึกการเข้า
วีณินทาเนีย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 17 ต.ค. 00, 00:00

วันหลังจะกลับไปช่วยพวกอินเดียนเขาพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการจุดกองไฟ... เป็น ใช้ลำเลเซอร์มหัศจรรย์ความความคลื่น 1300 นาโนเมตรแทน
บันทึกการเข้า
ลุงแก่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 18 ต.ค. 00, 00:00

ไม่ได้เข้ามา ๒ วัน ขอติดเรื่อง วังใหม่ กับคุณอินทาเนียไว้ก่อน
ไม่มีข้อมูลข้างตัวเลย แบบว่าจะเตรียมย้ายบ้าน เลยขนหนังสือลงลัง
ไปเก็บซะแล้ว แต่เข้าใจว่า วังใหม่ คงจะหมายถึง วังหลังนี้นั่นแหละ
และขอแก้ข้อผิดของคุณหน่อย จุฬาฯ อยู่ในเขตปทุมวันครับ ไม่ใช่เขตพญาไท
บันทึกการเข้า
ลุงแก่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 19 ต.ค. 00, 00:00

-เพิ่มเติม-
๑) เรื่องของหอวัง, คุณพระเจริญวิศวกรรม อดีตคณะบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
 ได้บันทึกในบทความของท่านที่ เมื่อ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ มีบางส่วนกล่าวถึงหอวังไว้ดังนี้
" ... คณะวิศวกรรมศาสตร์เกิดที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือน ณ วังปทุมวัน พ.ศ. ๒๔๕๖ ซึ่งเดิมเรียกว่า
 แผนกยันตรศึกษา ใน พ.ศ. ๒๔๕๙ เมื่อได้ประกาศตั้งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยขึ้นแล้ว แผนกยันตรศึกษา
ก็ได้เข้ารวมอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้และได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใน พ.ศ. ๒๔๖๑ คณะวิศวกรรม
ศาสตร์ได้ย้ายมาจากวังปทุมวัน มาอยู่ที่ตึกใหม่ของมหาวิทยาลัย ริมถนนสนามม้า ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นที่ตั้งของ
กองบัญชาการและคณะอักษรศาสตร์
แผนกข้าราชการพลเรือนซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์ก็ได้ย้ายมาตึกใหม่พร้อมกับคณะ
วิศวกรรมศาสตร์เหมือนกัน คณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ชั้นล่าง คณะรัฐประศานสศาสตร์อยู่ชั้นบน
ส่วนโรงเรียนข้าราชการพลเรือนภายหลังกลายเป็นคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และหอวังปทุมวัน
ซึ่งเป็นสำนักของนักเรียนมหาวิทยาลัย นักเรียนวิศวกรมศาสตร์ก็ได้พำนักอยู่ในหอนี้ และต่อมาภายหลัง
เมื่อมีนักเรียนสำนักหอมากขึ้น มหาวิทยาลัยได้สร้างหอใหม่เพิ่มเติม นักเรียนวิศวกรรมศาสตร์ก็ได้ย้ายมา
อยู่หอใหม่โดยส่วนมาก เมื่อคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ย้ายมาอยู่ที่ตึกใหม่ริมถนนพญาไท ตัวตึก
วังปทุมวันก็กลายเป็นโรงเรียนมัธยมหอวัง และเมื่อโรงเรียนมัธยมหอวังย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดม
ศึกษาริมถนนพญาไท ตัวตึกและหอวังปทุมวัน ก็ได้ถูกรื้อลงเพื่อสร้างสนามกีฬาแห่งชาติ ... "

๒) เรื่องของคำว่า เอนจิเนียร์, ในราชกิจจานุเบกษาในรัชกาลที่ ๔ เล่มที่ ๑ แผ่นที่ ๑๖ รัตนโกสินทรศก ๗๗
(พ.ศ. ๒๔๐๑) มีกล่าวว่า
" ... ในกรุงสยามนี้ เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเก่า แลกรุงลพบุรียังเปนกรุงที่ตั้งพระเจ้าแผ่นดิน
สยามอยู่นั้น มีคนในเมืองยุโรปหลายชาติหลายภาษา คือฝรั่งเสศ สแบเนียด แลโปรตุเคศสามพวกที่ไทยได้
เรียกแต่ว่า ฝรั่งตามคำแขกอินเดียน ผู้ชักนำมาเรียกอยู่แต่ก่อน แลอังกฤษคริดฮอลันด์ก็มีบ้าง ตามทีได้ยิน
มาแต่พวกโปรตุเคศนี้ได้มาอยู่ในเมืองไทยก่อนกว่าคนยุโรปเมืองอื่น มีจดหมายเหตุเก่าในเวลานานกว่าร้อยปี
มาแล้วว่า ได้มีคนโปรตุเคศเปนเอนเยเนียช่วยแนะนำพระเจ้าแผ่นดินตัดทางพระพุทธบาท แล้วจัดทางขุด
คลองตรงแลการอื่นๆ ครั้นเมื่อเมืองเดิมของของโปรตุเคศมีความวุ่นวายเปลี่ยนเจ้าแผ่นดิน แลอำนาถ
แผ่นดินโปรตุคอลแปรปรวนไปด้วยแผ่นดินไหว แลข้าศึกภายนอกเบียดเบียนแลอื่นๆ คนโปรตุเคศที่อยู่
ในเมืองสยาม ไม่มีที่พึ่งที่อ้างในเมืองเดิมแล้วก็กลับกลายเปนคนเปนข้าแผ่นดินสยามไป ..."
ชักสงสัยแล้วสิว่าคำว่า อินทาเนีย อาจจะมาจากภาษาโปรตุเกสหรือสเปนก็เป็นได้

๓) เรื่องของคำว่า นิสิต
จากระเบียบการทั่วไปฯ ที่อ้างถึงในต้นกระทู้ ขอเพิ่มเติมดังนี้
"ข้อ ๙  การสอบวิชานักเรียนมัธยมบริบูรณ์ ซึ่งโรงเรียนจะเลือกเข้าเป็นนักเรียนชั้นนิสิต เป็นหน้าที่ของ
กระทรวงธรรมการสอบไล่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการสอนวิชาชั้นต้น ซึ่งโรงเรียนแผนกต่างๆ จะเลือกเข้า
เป็นนักเรียนชั้นศิษย์ก็ควรจะมีเจ้าหน้าที่สอบไล่เป็นแห่งเดียวกัน จะได้เทียบวิชาสูงต่ำได้เสมอกัน เวลานี้
โรงเรียนข้าราชการพลเรือนจึงได้มอบให้กระทรวงธรรมการเป็นผู้สอบวิชานักเรียนให้ นักเรียนที่จะเข้า
สอบวิชาชั้นต้นนี้ เพื่อกันไม่ให้ผู้ที่มีความรู้ต่ำเกินไปเข้ามาขอสมัครสอบ เป็นเหตุให้เสียเวลาของการตรวจ
สอบ กระทรวงธรรมการจะเรียกค่าธรรมเนียมจากผู้สมัครสอบก็ได้ แต่อย่างสูงไม่เกินคนละ ๕ บาท"
บันทึกการเข้า
อินทาเนีย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 19 ต.ค. 00, 00:00

ผมตั้งใจจะหมายถึง "ถนนพญาไท" ครับคุณลุงแก่ ขอโทษครับที่เขียนไม่ละเอียด
ปกติผมจะเขียนที่อยู่โรงเรียนเตรียมฯ แค่ว่า "โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท กรุงเทพ 10330" แค่นี้ครับ

สำหรับคำว่า "เอนยิเนีย" ผมว่ามาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Engineer" มากกว่าครับ

ส่วน "Intania" เปิดพจนานุกรมภาษาสเปน (Onine) ก็ไม่พบครับ
ดูหน้าตาแล้วก็ไม่น่าจะเป็นภาษาโปรตุเกสด้วยเหมือนกัน

ผมว่า "อินทาเนีย" น่าจะเพี้ยนมาจาก "เอนยิเนีย" ซึ่งก็มาจาก "engineer" อย่างที่คุณ วศ. 38 (ความคิดเห็นที่ 13) ว่าไว้นั่นแหละครับ
บันทึกการเข้า
ด.เด็ก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 28 ต.ค. 00, 04:28

คำว่าอินทาเนีย น่าจะกร่อนมาจากเอ็นทะเนียซึ่งมาจากเอ็นจิเนียร์ ผมเคยอ่านตำราสร้างวิทยุของอาจารย์บุญสม แน่นหนา อาจารย์แต่งเรื่องนี้ไว้สอนชาวบ้านให้ซ่อมวิทยุเป็น ตัวเอกชื่อว่า เอ็นทะเนียแดง  แล้วตอนอยู่จุฬาฯ ไปกินเหล้ากับเพื่อนชาววิศวะ เวลาครึ้มๆ เพื่อนก็แหกปากว่า"สมัญญาอินทะเนีย เกียร์มีรู'ให้ฟัง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.031 วินาที กับ 17 คำสั่ง