เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 96368 วรรคทองในวรรณคดีสุดโปรดของท่าน
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 29 พ.ย. 02, 09:22

 สักวาดาวจรเข้ก็เหหก
ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว
เป็นวันแรมแจ้มแจ้งด้วยแสงดาว
น้ำค้างพราว..............

ขออภัยค่ะ มาไม่เต็มบท จำได้แค่เนี้ยเองค่ะ จำได้ว่าเคยท่องสมัยเรียน มีการวิเคราะห์กันด้วยค่ะ ว่าบทสักวานี้น่าจะแต่งช่วงที่ดาวจรเข้จะลับขอบฟ้าแล้ว หางของจรเข้จึงชี้ขึ้น น่าจะเป็นช่วงใกล้รุ่งสาง
บันทึกการเข้า
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 29 พ.ย. 02, 09:34

 สักวาดาวจรเข้ก็เหหก
ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว
เป็นคืนแรมแจ่มแจ้งด้วยแสงดาว
น้ำค้างพราวปรายโปรยโรยละออง
ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ
ความหนาวเหลือทานทนกมลหมอง
สกุณาดุเหว่าก็เร่าร้อง
ดูแสงทองจับฟ้าขอลาเอย

ไปค้นมาแล้วค่ะ จาก http://faylicity.com/echo/echo0.html
ไม่ค่อยหวานเท่าไรนะคะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 29 พ.ย. 02, 12:07

ขอบคุณครับผม ...

จริงๆแล้วก็ไม่ได้โรแมนติกกับใครหรอกครับ
กำลังหากลอนมาประกอบการบรรยายวิชาจักรวาลวิทยาอยู่นะครับ แหะๆ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 29 พ.ย. 02, 14:48

 กลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ฉบับครูแจ้ง  ที่ฮือฮากันมากหน่อย มีตัวอย่างอยู่ในฉบับเขียนใหม่ ของคุณชายคึกฤทธิ์ และฉบับของศิลปวัฒนธรรมเล่าถึงตอน ขุนแผน ผ่าท้องบัวคลี่ทำกุมารทอง กับตอน นางศรีประจันส่งตัวนางพิมเข้าหอกับพลายแก้วค่ะ แต่จะมาใส่ไว้กระทู้นี้เกรงจะไม่งามนะคะ

ส่วนบทนี้...
....สองคนยลตามช่อง.........คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
อีกคนตาแหลมคม..............มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

เคยเป็นข้อสอบตอนเรียนปริญญตรี ถ้าจำไม่ผิดวิชา concept design ค่ะ      
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 30 พ.ย. 02, 11:56

 โธ่  คุณฝอยฝนครับ  ถ้าอย่างเราๆไม่ช่วยกันนำมาแลกเปลี่ยนความรู้กันแล้ว  ต่อๆไปจะเหลือหรือครับ  ความงามมีอยู่ในทุกแง่มุมตามแต่เจ้าของสายตานั้นจะเล็งเห็นนะครับ  แต่เท่าที่จำได้สำนวนของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ก็นับเป็นสุดยอดฝีมือในยุทธภพ  อ่านแล้วขนลุกซู่เลยเชียว

นึกโคลงของอาจารย์เสนีย์ได้อีกบท  ขอนำเสนอครับ

Born men are we all............and one,
brown, black by the sun.......culture.
Knowledge can be won........alike.
Only heart differs................from man to man.

ใครจะช่วยภาคภาษาไทยก็ยินดีนะครับ  เพราะความจำผมมันเป็นแบบ sequencial access  กว่าจะงัดออกมาได้แต่ละอย่าง ต้องรอกันเหงือกแห้ง
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 30 พ.ย. 02, 12:18

 ฝูงชนกำเนิดคล้าย       คลึงกัน
......ผิวพรรณ             ..........
ความรู้อาจเรียนทัน    กันหมด
ผิแต่ชั่วดีกระด้าง       ห่อนแก้ ฤาไหว
555555555555   บุ๋งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 30 พ.ย. 02, 20:05

 เรามีหนังสือกลอนอยู่ในมือ  
     
ฟ้าสวยด้วยดาว   ดาวสวยด้วยฟ้า
คืนค่ำแห่งการล่ำลา  น้ำตาสวยเพียงใด
หยาดสวยเพียงดาว  แวววาวดุจแก้วใส
   เอ่อท้นล้นใจ   ลูบไล้นัยต์ตา
กว่าจะถึงพรุ่งนี้    บางทีที่ปลายฟ้า
อาจจะมีดาวล่วงลงมา   หล่นลงตระกร้าความรงจำ
เราจะอธิฐาน       ตราบนานเท่านานลึกล้ำ
ขอให้มิตรภาพยังคงงดงาม  ให้เราได้ดื่มด่ำชื่นใจ
ฟ้าสวยด้วยดาว      ดาวสวยเพียงไหน
ดาวรักฟ้าเพียงใด   เรารักมิตรภาพเพียงนั้น
ฟังนะมิ่งมิตร       ชีวิตเหมือนฝัน
เกิดมาเพื่อผูกพัน   รับขวัญเพื่อลับลา
 ขอให้โชคดี     ระหว่างที่แสวงหา
วันหนึ่งเราจะกลับมา   นั่งมองฟ้าด้วยกัน
 ผู้แต่ง กุดจี่  จากนิทานพระจันร์และคืนวันระหว่างเรา
     เกี่ยวกับจักวาลแต่งโดยเด็กขี้แย
จักวาลกว้างใหญ่สุดจะคณานับ
ทั้งลี้ลับน่าพิศวงชวนสงสัย
ไม่รู้ว่าถือกำเนิดเกิดขึ้นได้อย่างไร
เมื่อไรหนอเราจักได้ล่วงรู้ถึงความจริง
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 01 ธ.ค. 02, 17:31

 ฝูงชนกำเนิดคล้าย...คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศ.........ผิวพรรณ แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน..กันหมด
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง.....ห่อนแก้ ฤาไหว

ไม่แน่ใจว่าถูกหมดหรือเปล่านะคะ พอดีไม่มีหนังสืออยู่ในมือค่ะ
บันทึกการเข้า
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 02 ธ.ค. 02, 09:35

 อาจารย์สอนภาษาไทยเคยเล่าถึงโคลงบทหนึ่งที่ศรีปราชญ์แต่ง จำได้ว่าขำกันมากเลยค่ะ
เรียมร่ำเนตรท่วม            ถึงพรหม
พาหมู่สัตว์จม                ชีพม้วย มรณา
พสุธาเปื่อย...ตรม          ..........
หาก... ช่วย                   พี่ไว้ จึ่งคง

เนื้อความประมาณว่าท่านศรีปราชญ์อกหัก เศร้าเสียใจมาก ร้องไห้จนน้ำท่วมโลก แผ่นดินถล่ม สัตว์ทั้งหลายก็พากันตาย พอแต่งมาได้เท่านี้ คนฟังคงจะเกิดหมั่นไส้เลยขัดว่าแล้วถ้าอย่างนั้นเนี่ย ตัวท่านศรีปราชญ์น่ะรอดมาได้อย่างไร บาทสุดท้ายเลยหักมุมจบพอดีค่ะ
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 02 ธ.ค. 02, 09:43

 พูดถึงกลอนอกหัก  นึกได้บทหนึ่งที่ว่า

"เจ้าเห็นเขางาม............เจ้าก็ตามเขาไป
เขาทำเจ้ายับ................เจ้ากลับมาใย"

จำได้ทำนองว่าเป็นส่วนหนึ่งของตำนานรัก  ตำนานหนึ่งในรั้วในวังสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ใครพอทราบรายละเอียด  ลองขยับๆให้เพื่อนๆฟังบ้างซิครับ

โคลงอาจารย์เสนีย์  บรรทัดสุดท้าย  รู้สึกว่าผมจะเขียนตกไป  ที่ถูกน่าจะเป็น

"Only the heart differs.............from man to man."
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 02 ธ.ค. 02, 10:35

มาจาก ประวัติศรีปราชญ์ เรียบเรียงโดยพระยาปริยัติธรรมธาดาค่ะ

เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม.........ถึงพรหม
พาเทพเจ้าจ่อมจม..........ตกม้วย
เขาพระเมรุเปี่อยเป็นตม..ทบท่าว ลงนา
หากอกนิษฐ์พรหมฉ้วย.....พี่ไว้จึ่งคง

ส่วนอีกบทที่คุณถาวภักดิ์ถาม  เป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  หมายถึงคุณพุ่ม กวีหญิง หรือบุษบาท่าเรือจ้าง   เพราะเธอทูลลาออกจากตำแหน่งคุณพนักงานในพระบรมมหาราชวัง เพื่อไปเป็นหม่อมของเจ้าฟ้าจุฑามณี (ต่อมาคือสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ)  
ต่อมาอยู่ไม่ได้ก็กลับเข้ามาในวังหลวงใหม่   สมเด็จพระนั่งเกล้าท่านก็ไม่ว่าอะไร  นอกจากจะขับบทนี้

เจ้าช่อมะกอก  เจ้าดอกมะไฟ
เจ้าเห็นเขางาม   เจ้าตามเขาไป
เขาทำเจ้ายับ   เจ้ากลับมาไย
เขาสิ้นอาลัย  เจ้าแล้วหรือเอย

ก็คงเป็นการเหน็บแนมกันเล่นๆ ไม่มากไปกว่านั้น  คุณพุ่มก็ยังเป็นชาววังได้เช่นเดิม   แต่ไม่เคยได้เป็นเจ้าจอมของพระเจ้าแผ่นดิน
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 03 ธ.ค. 02, 21:08

 ทองรักเคยชอบโคลงอยู่บทหนึ่งค่ะ
ไม่แน่ใจว่าเป็นโคลงโลกนิติ์หรือเปล่า
ความหมายของโคลงบทนี้เป็นการกล่าวถึง
คนที่รักเกียรติศักดิ์ยิ่งชีวิตน่ะค่ะ
โดยนำไปเปรียบเทียบกับตัวจามรี
แต่ทองรักจำได้แค่สองบาทแรกเท่านั้นเองค่ะ

จามรีขนข้องอยู่..................หยุดปลด
ชีพบ่รักรักยศ.....................ยิ่งไซร้

ไม่ทราบว่ามีท่านใดจำบทเต็ม ๆ ได้บ้างคะ ช่วยโพสต์ให้หน่อย
จะขอบพระคุณมากเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
ดาหาชาดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 07 ธ.ค. 02, 14:13

 เอ ทำไมส่งไม่ได้หว่า
บันทึกการเข้า
ดาหาชาดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 07 ธ.ค. 02, 19:57

 ลองดูอีกที
มีชอบหลายบทค่ะ
ที่จำได้ก็มี

"ฉุกใจได้คิดสิการแล้ว
ดังดวงแก้วตกต้องแผ่นผา
ร้าวrayamช้ำจิตเจ็บอุรา
ประหนึ่งว่าจะวายชีวี"

แล้วบทนี้ก็ติดอยู่ในความทรงจำมาก
เข้าใจว่าจะมาจากเรื่องพระอภัยมณี เอ หรือขุนแผนกันแน่  

"เห็นชะวากวุ้งเวิ้งตะเพิงพัก
แง่ชะงักเงื้อมชะง่อนล้วนก้อนหิน
บ้างใสสดหยดย้อยเหมือนพลอยนิล......."  
อ่านแล้วกลุ้มใจ  เมื่อไรจะแต่งได้อย่างนี้บ้าง
บันทึกการเข้า
ดาหาชาดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 07 ธ.ค. 02, 19:58

 เย้ ส่งได้แล้ววว
มาฝากเนื้อฝากตัวค่ะ
เป็นคนหน้าใหม่ของเรือนไทยยุคมีพาสเวิร์ด
ทักทายเพื่อน ๆทุกคนค่ะ
แล้วจะมาใหม่
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง