เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 4758 การรักษาพยาบาลแบบแปลกๆของชาวบ้าน
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 20 พ.ย. 02, 10:10

 บังเอิญวันก่อนนู้น คุณแม่ของผมเป็นแผลถลอกที่หัวเข่า
กำลังใส่ยาทำแผลอยู่ บังเอิญแกไปคุยกับเด็กสาวชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย เด็กคนนั้นเห็นคุณแม่ผมมีแผลใส่ยาสมัยใหม่ เลยเล่าเรื่องภูมิปัญญาของชาวพม่าในการรักษาแผลถลอกให้ฟัง

เธอก็เล่าให้แม่ผมฟังว่า ที่ชนบทในพม่าน่ะ ถ้าเป็นแผลถลอกไม่มียาสมัยปัจจุบันใส่หรอก วิธีที่ใช้ก็คือ จะเอา "ขี้มูก"ของเด็กเล็กๆ ที่ใสๆ มาป้ายแผล ถ้าหาไม่ได้ก็จะใช้ "กระปิ" แทน

คุณม่ผมชอบใจเลยเอามาเล่าให้ฟัง ผมก็คิดว่าน้ำมูกนี่อาจจะใช้กันเชื้อโรคเข้าแผลได้ ถ้ามันไม่สกปรกเกินไปนัก เพราะน้ำมูกถูกหลั่งมาก็เพื่อดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ แต่กระปินี่สิยังสงสัยอยู่ อุๆๆ

คุณแม่ยังเล่าอีกว่าสมัยเด็กๆ เคยมีดบาดมือเป็นแผลใหญ่มาก คุณย่าของแม่ ก็เอาผ้าขี้ริ้มฉีกออกมา แล้วชุบน้ำมันก็าด เอามาพันรอบนิ้ว ปรากฎว่าไม่นานนักแผลก็หาย  

แต่ผมว่าสมัยนี้รักษาแผลด้วยยาปัจจุบัน หรือยาสมุนไพรที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุขจะดีกว่า
บันทึกการเข้า
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 18 พ.ย. 02, 10:23

 เรื่องการรักษาพยาบาลนี่ ตอนเด็ก ๆ จะใช้มาก เพราะวิ่งเล่นจนได้แผลบ่อย ๆ
วิ่งไปหกล้มได้แผลถลอก ก็จะนำเอาใย สาบเสือ หรือที่บ้านผมเรียกว่า หญ้าแมงวาย จะเอาทุบ ๆ แล้วเอามาแปะไว้ที่แผล...
หรืออย่างที่พี่จ้อว่าเรื่องน้ำมันก๊าดน่ะครับ เวลามีดบาด หรือ ถูกของมีคม ก็จะใช้น้ำมันก๊าดเทราดแผลไปเลย แล้วเอาผ้ามาพันไว้ หายไวเหมือนกันครับผม
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 18 พ.ย. 02, 21:27

 แหม....เคยประสบภัยกับตัวเองมาแล้วค่ะ
ไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัด  เลี้ยงสุนัขไว้เป็นฝูง  มีเจ้าตัวร้ายนอนสงบนิ่งๆอยู่ในครัว  พอเดินเข้าไปใกล้ก็โจนเข้าฝังเขี้ยวเข้าที่ขาขวา  เล่นเอากางเกงยีนส์ขาดเลยค่ะ  รอยเขี้ยวยังเหลืออยู่ให้เตือนความจำ  เท่านั้นไม่พอเด็กที่บ้านนั้น ด้วยความที่เขาตกใจ  ก็คิดช่วยเหลือ  ด้วยการเอารองเท้าขึ้นมาตบๆที่รอยเขี้ยวที่เลือดกำลังพุ่ง  ฝนใจหายแว๊บเลยค่ะ  คิดว่าตายแน่ๆแล้วเรา  สงสัยจะตายด้วยฝุ่นจากรองเท้าแน่ๆเลยตัวเรา  วันนั้นก็ไปฉีดยากันบาดทะยักที่คลีนิคแถวนั้น  ที่บ้านนั้นก็ยืนยันว่า  สุนัขฉีดยาเรียบร้อย ปลอดภัย  ทีนี้มากรุงเทพฯ  เพื่อนๆทราบเรื่อง  ก็พากันเล่าตำนานคนถูกสุนัขกัดตาย มีเยอะแยะ.. วันรุ่งขึ้นรีบแจ้นไปสภากาชาดไทยแทบไม่ทัน  โดนฉีดยาอีกรอบ  ทีนี้ฉีดทั้งแขนทั้งขา  เล่นเอาแทบเดี้ยงไปเลยค่ะ  เกิดมาไม่เคยถูกฉีดยาทีละ 4 เข็ม(จำไม่ค่อยได้ว่ากี่เข็มแน่) แต่รู้ว่าฉีดกันรอบตัวเลยค่ะ  แล้วยังต้องไปฉีดอีกหลายครั้งกว่าจะครบ.....สรุปไม่ได้นะคะ ว่ารอดตายมานี่เพราะภูมิปัญญาข้อไหนแน่....อิอิ
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 19 พ.ย. 02, 02:03

 ที่นึกได้ตอนนี้ ก็คือ ถ้าถูกน้ำร้อน หรือไฟลวก ให้เอายาสีฟันทา
แต่มาหลัง ๆ เนี่ย ทางแพทย์เค้าบอกว่าจริง ๆ ไม่ใช่วิธีที่ถูก
หรือความเชื่อที่ว่า ถ้าผ่าตัดมา หรือเป็นแผลสด ๆ (ใหญ่ ๆ ) เนี่ย อย่ากินไข่ ให้กินแต่ ข้าวต้มกับเกลือ เท่านั้น ผมได้ยินผู้ใหญ่เล่าว่า กินไข่แล้วมันแสลง
หรือผู้หญิงไทยสมัยก่อน พอคลอดลูกแล้วต้องอยู่ไฟ ที่ว่านอนบนกระดานที่มีไฟรมอยู่ เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ ฟังดูแล้วน่ากลัวนะครับ
หรือถ้าเป็นอย่างเรื่องทองเนื้อเก้า คือ คลอดลูกแล้วกินยาดอง ปรากฎว่า คุณลำยองแกกินยาดองมากไป ผลเลยติดเหล้า ติดยาดองไปเลย เสียผู้คนเสียคนไปกว่าเก่า
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 พ.ย. 02, 07:44

 ตอนเป็นเด็กๆเวลามีแผลถลอกลิตเติ้ลใช้น้ำลายตัวเองนี่แหละทาหายเร็วดีแท้  เพราะเอาอย่างหมาที่บ้านเวลามันเป็นแผลเห็นมันใช้ลิ้นเลียแผลก็ยังหายเลย
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 พ.ย. 02, 09:11

 ชอบใจวิธีของคุณลิตเติ้ลจังค่ะ เคยใช้เหมือนกันตอนเด็ก  ๆ ปรากฎว่าเจ็บหนักกว่าเดิมค่ะ เพราะแม่มาเห้นเข้าเลยโดนหยิกเป็นของแถม

เคยเป็นลมพิษตอนเด็ก ๆ ค่ะ คุณแม่เอาพลูตำกับเหล้าขาวมาทาตามตัวใหห้เพื่อให้มันหายคันความจริงอาจจะเป้นเพราะความเย็นของแอลกอฮอล์ในเหล้าก้ได้ที่ช่วยบรรเทาความคันให้น้อยลง  เคยเล่าให้เพื่อนฟังเขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นผสมกับชีวาสก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันน่ะซิ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 พ.ย. 02, 09:40

 เคยได้ยินกรณีแผลพุพอง(เช่นไปตีเทนนิสมาตามสมัยนิยมจนมือพอง) แบบพองเป็นลูกโป่งมีน้ำใสๆอยู่ข้างใน ได้ยินจากเพื่อนๆที่เป็นหมอบอกว่า เมื่อก่อนเขาจะแนะนำให้อย่าไปยุ่งกับมัน รอให้มันแห้งไปเอง อย่าไปเจาะ เพราะอาจติดเชื้อ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใหม่ เขาบอกว่าน้ำนั้นจะเป็นพิษ จึงให้เจาะเป็นรูแล้วรีดเอาน้ำใสๆนั่นออกมาให้หมด แต่อย่าแกะหนังออก ให้ปิดไว้ตามปกติเพื่อป้องกันการสัมผัสกับภายนอกโดยตรงครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 19 พ.ย. 02, 15:35

 สำหรับเป็นแผลในปาก
พ่อผมเคยบอกว่าให้อมเหล้าครับ....อมไว้สักพัก แต่มันแสบมากกกกกกกกกก...แต่พอกลืนลงคอแล้วอร่อยครับ อิอิ
หรือไม่ก็ ใช้หมิ่นก้อนเส้า...เอ่อ..เค้าเรียกว่าอะไรนะครับ ใช่เขม่าเตาไฟ หรือเปล่า ??... นั่นแหละครับ เอามาทาที่แผลในปาก....

สำหรับคนที่ตาเป็นกุ้งยิง เค้าให้เอาข้าวมาจิ้มที่เป็นกุ้งยิงแล้วโยนให้ไก่กิน แล้วจะหาย น่ะครับ
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
เรไร
อสุรผัด
*
ตอบ: 11


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 21 พ.ย. 02, 07:45

 ตอนเด็ก ๆ แม่หญิงเคยเป็นแผลร้อนในในปาก  คุณตาจะผสมน้ำอุ่นกับเกลือเค็ม ๆ (ย้ำว่า เค็ม มากกก ) แล้วให้อมวันละหลาย ๆ ครั้ง  เวลาอมจะแสบมาก กระโดดไปมา  แต่วันเดียวก็หายเลยค่ะ

หรือถ้าเวลาเลือดกำเดาไหล  บางทีคุณแม่ก็ให้นอนเอาหัวต่ำ ๆ  แต่บางทีพี่เลี้ยงเค้าก็ให้นอนหัวสูงๆ เอาผ้ามาโปะหัว  ผ้าเย็นบ้างผ้าอุ่นบ้าง  ไม่รู้ตำราไหนแน่  ยังจำไม่ได้มาจนบัดนี้ค่ะ

ส่วนแผลน้ำร้อนลวก  คุณแม่เคยบอกว่าใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้ดีที่สุด แต่ส่วนมาก พอโดนทีไร แม่หญิงก็วิ่งไปเอายาสีฟันมาโปะก่อนทุกที  เพราะสะดวกกว่าไปหาต้นนั่น  กลัวเดี๋ยวหยิบต้นผิดต้นถูกจะยุ่งหนักกันไปใหญ่นะคะ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 21 พ.ย. 02, 10:10

 จำได้คล้ายๆว่าถ้าเลือดกำเดาไหล  จะได้ดมหัวหอมเหมือนกันค่ะ

แต่คุณป้าคนหนึ่งแนะนำให้เอาน้ำมันมะพร้าว ทาแผลสุนัขที่ทำท่าจะป่วยเป็นโรคผิวหนังค่ะ
บันทึกการเข้า
รตา
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 39


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 22 พ.ย. 02, 13:17

 สมัยเด็กๆ คุณยายมักจะให้เด็กๆที่บ้านเอาน้ำซาวข้าวมารักษาโรคเรื้อนของสุนัขค่ะ

ส่วนน้ำมันมะพร้าวที่พี่ฝอยฝนว่าก็เข้าเค้า เพราะเพิ่งอ่านในหนังสือHealth and Cuisineว่า ใช้น้ำมันมะพร้าวทาเส้นผม ผมจะดกดำ มันและไม่หงอกค่ะ    
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

ทำงานบริษัทเอกชน


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 29 พ.ย. 02, 15:29

 ขอย้อนเวลา (แก่) ด้วยคนค่ะ  (ก็เค้าว่าพูดเรื่องเก่า เล่าความหลัง  มันอาการคนแก่ไม่ใช่เหรอคะ   )  

ขมิ้นหรือปูนแดงกินกับหมากป้ายรอยยุงกัด  แล้วตุ่มจะยุบเร็วแถมไม่คันด้วยค่ะ  ขมิ้นยังใช้ป้ายแผลพุพอง (ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นเพราะน้ำเหลืองไม่ดี) ได้ด้วย  เคยเป็นตอนเล็กๆ  ถูกป้ายขมิ้นจนเหลืองกระดำกระด่างไปทั้งตัว

วิธีรักษาตากุ้งยิงของน้องศศิศคล้ายกับวิธีรักษาปากนกกระจอกเลยล่ะค่ะ  เค้ามีคำพูดอะไรด้วยเวลาจิ้มข้าวเหนียวที่แผลแล้วโยนให้ไก่กิน  จำไม่ได้เสียแล้ว  ไล่อะไรให้หนีไปๆ นี่แหละค่ะ

ถ้าถูกน้ำร้อนลวก  โดนของร้อนอย่างท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซค์  หรือรองเท้าเกิดเนรคุณแล้วกัดเข้าให้  ให้รีบเอาน้ำแข็งประคบแล้วแผลจะไม่เป็นลูกโป่ง  ดีกว่าเอาน้ำปลาราดเป็นไหนๆ  อ้าว! พูดจริงนะคะ  พี่เลี้ยงสมัยเด็กๆ ใช้น้ำปลารักษาแผลน้ำร้อนลวก  เหม็นพิลึกเชียว  

นึกได้อีกอย่างเรื่องเหม็นๆ  กระเทียมค่ะ  กระเทียมสดฝานแล้วทาแผลกลากเกลื้อน  เค้าว่าได้ผลชะงัด  แต่เห็นจะต้องงดออกจากบ้าน เพราะกลิ่นคงกรุ่นกำจายขนาดท่านแดร๊กฯ ไม่กล้าโฉบผ่านแน่เลย

ยังไม่พ้นเรื่องเหม็นๆ  ใครเคยได้ยินเรื่องใช้น้ำปัสสาวะเด็กทารกมาเป็นน้ำกระสายยาบ้างคะ?  จำไม่ได้ว่าสรรพคุณแก้โรคอะไร  แต่ไม่ว่าโรคอะไร  ขอเป็นต่อไปดีกว่าต้องเจียะเลี้ยงยานี้นะคะ เอื๊อก! บ่ไหว      
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง