เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 11396 ประวัติพระพุทธเจ้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


 เมื่อ 17 ก.ย. 02, 12:59

 เนื่องจากเพื่อนจากอังกฤษลิตเติ้ลบอกว่าพระพุทธเจ้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นสุนัขชื่อบุดดี้และมีนกอีกตัวนึง   ไม่รู้ว่าเค้าหรอกว่าตรงคำว่าบุดดี้ศาสนาเราหรือเปล่า  ลิตเติ้ลก็เถียงเค้าว่าไมมี  น่าจะเป็นม้ามากกว่า  เค้ายืนยันคำพูดเค้าลิตเติ้ลก็ไม่ยอมแพ้  เพราะไม่เคยได้ยินเลย     แล้วเค้าถามอีกว่าหลังจากพระพุทธเจ้าออกบวชท่านไม่มีภรรยาแล้วใครซักผ้าให้ท่าน    ท่านให้ลูกศิษย์ซักหรือท่านซักเองคะใครพอจะทราบบ้างคะ
   เค้าหัวเราะเยาะลิตเติ้ลหาว่าลิตเติ้ลเป็นชาวพุทธได้ไงทำไมไม่รู้เรื่องพระพุทธเจ้าเลย    น่าเจ็บใจจริงๆ  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 16 ก.ย. 02, 17:15

 คุณ Little Sun ช่วยไปถามเพื่อนเถอะค่ะว่าเอาเรื่องนี้มาจากไหน  จากหนัง หรือการ์ตูน   อำคุณเล่นหรือเปล่า
เพราะมันไม่มีอยู่ในพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่นับถืออยู่  และถ้ายึดพระไตรปิฎกเป็นหลัก  เรื่องที่เขาบอกมาจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ

พระพุทธเจ้าท่านสละทางโลกแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง  เมื่อออกบวช  ท่านไม่ครอบครองอะไรเลย  แม้แต่ผ้านุ่งห่มท่านก็ไม่ซื้อ ไม่เอาของชาวบ้าน  เอาผ้าห่อศพที่เขาทิ้งแล้วในป่าช้ามาซักทำความสะอาด แล้วห่มเป็นจีวร  
ท่านจะเลี้ยงหมาเลี้ยงนกเอาไว้ได้อย่างไร    ในเมื่อมันแสดงถึงการครอบครองเป็นเจ้าของ   แสดงว่ายังมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมบัติส่วนตัวอยู่  

แล้วหมาอะไรชื่อบุดดี้    
Lord Buddha เป็นคำที่ฝรั่งเรียกพระพุทธเจ้า คำว่า Buddha มาจากพุทธ แปลว่ารู้  หมายถึงการรู้ถึงสัจธรรม
จะมาย่อชื่อท่าน แบบฝรั่งชอบย่อชื่อฝรั่ง เอาไปตั้งชื่อหมา ว่าพุทธิ (หรือออกเสียงเป็นฝรั่งว่าบุดดี้) ก็ไม่ใช่วิสัยของชาวพุทธแน่นอน   น่าทุเรศมาก

การดำเนินชีวิตส่วนพระองค์   พูดง่ายๆว่าการกินการอยู่ส่วนตัว  พระพุทธเจ้าท่านมีพระสาวก อานนท์  พระอนุชา เป็นผู้ดูแลรับใช้ค่ะ

ลองชี้แจงกับเพื่อนก็ได้นะคะว่า หลักของพุทธคือมุ่งเรื่องการทำดีหนีชั่ว    ลดละกิเลส   ลดจนไม่เหลือเรียกว่าหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดเข้าสู่นิพพาน   แค่นี้ก็อาจจะกินเวลาไม่รู้ว่าเท่าไหร่
อะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวกับการทำดีหนีชั่ว ก็เลยไม่ใช่เรื่องที่ชาวพุทธจะไปใส่ใจ     เพราะเปลืองเวลา ไร้สาระ  
อย่างเรื่องการรู้ว่าใครซักผ้าให้พระพุทธเจ้าเป็นต้น  รู้แล้วก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจพุทธศาสนาดีขึ้นสักนิด
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 18 ก.ย. 02, 01:47

 ผมคิดว่ารายการนี้คุณลิตเติ้ลถูกเขาอำครับ

Buddy แปลว่าเพื่อนเกลอ และออกเสียงว่า บั๊ดดี้ด้วย ไม่ใช่บุดดี้ จะไปเป็นชื่อหมาในภาษาฝรั่งก็ไม่แปลก แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคำว่าพุทธะ หรือเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าของเรา

แต่เรื่องทำนองนี้ก็เคยได้ข่าวว่ามีความเชื่อแปลกๆ ที่งอกขึ้นมาทีหลังอย่างอื่นเหมือนกัน พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ที่สวนกวางหรือมฤคทายวัน และสัญลักษณ์ปางตรัสรู้ในสมัยก่อนที่จะนิยมสร้างพระพุทธรูปกันนั้นทำเป็นรูปกวางหมอบกับธรรมจักร และที่วัดพุทธมหายานบางแห่งในญี่ปุ่นก็มีกวางเลี้ยงไว้เป็นกวางวัด จะเป็นเพราะความสับสนอย่างใดอย่างหนึงก็ไม่ทราบได้ คนญี่ปุ่นบางคน จับแพะชนแกะ หรือจับกวางชนกวาง นึกว่าพระพุทธเจ้าท่านขี่กวางไปไหนมาไหน ซึ่งไม่มีมูลเลย (กวางเปรียวอย่างนั้นใครจะขี่ได้) พอๆ กับสุนัขชื่อบุดดี้กับนกไม่มีชื่อนั่นแหละ
 
ผมเห็นด้วยกับคุณเทาฯ ว่าข้อสงสัยของเพื่อนคุณลิตเติ้ล ออกจะสงสัยไม่เข้าเรื่อง ต่อให้รู้ได้  รู้ไปแล้วก็เท่านั้น แต่ในเมื่อถามมาแล้วก็ขอถามกลับว่า ถ้าเพื่อนคุณลิตเติ้ลเป็นผู้ชาย แปลว่าเขาไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีภรรยาคอยซักผ้าให้หรือ และผู้หญิงมีบทบาทหน้าที่คุณค่าแค่คอยซักผ้าให้ผู้ชายเท่านั้นหรือ

คำอธิบายก็อย่างที่คุณเทาชมพูว่าแหละครับ พระในพุทธศาสนาสมัยดั้งเดิมจริงๆ นั้น ท่านเอาผ้าห่อศพหรือผ้าอื่นที่เขาทิ้งแล้ว มาซัก ตัดเย็บ ย้อมสีใช้เป็นจีวร สีที่ใช้เป็นสีธรรมชาติพวกเปลือกไม้ยางไม้ แก่นขนุน อะไรทำนองนั้นครับ ใครจะทำให้ล่ะ ก็พระนั่นแหละท่านทำเอง ซักผ้ากันเอง ตัดเย็บเองน่ะสิครับ เมื่อแรกประกาศพระศาสนาพระพุทธเจ้าท่านก็ทำของท่านเอง จนมาสมัยหลังพระอานนท์พุทธอนุชาเข้ามาบวชแล้ว ท่านถึงมารับใช้พระศาสดาในพุทธกิจส่วนพระองค์

ม้าของคุณลิตเติ้ล เป็นม้าขาวของเจ้าชายสิทธัตถะก่อนท่านจะออกบวชครับ ม้าตัวนั้นชื่ออะไรผมก็จำตัวสะกดไม่แม่น คล้ายๆ กัณฐกะ? ตามตำนานสายเราว่า เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อท่านตัดสินพระทัยจะสละโลกออกบวช ท่านขี่ม้าตัวนี้ออกไปจากวัง ไปสู่ชีวิตใหม่ ตำนานเหมือนกันว่า เมื่อท่านเสด็จหนีออกไปไกลจากพระราชวังและทรงปลงพระเกศา คือตัดผม เปลี่ยนเครื่องทรงเป็นชุดนักบวชแล้ว ทรงมอบเครื่องทรงเจ้าชายให้นายฉันนะผู้ดูแลม้าหลวงที่ตามเสด็จไป ให้เอาม้ากับเครื่องทรงไปถวายคืนพระราชบิดา นายฉันนะกับม้าขาวมีความโศกเศร้ามาก เฉพาะม้าที่เคยเป็นมาทรงโสกมาก ชะเง้อมองดูพระองค์ที่เสด็จ (เดินโดยพระบาท) ไปจนลับสายตาม้าแล้วก็ขาดใจตายด้วยตวามโศกเศร้า ไปเกิดเป็นเทพบุตร นี่ว่ากันตามนิทานหรือตำนาน
 
เก่งนี่ครับที่คุณลิตเติ้ลยังจำเรื่องม้าตัวนั้นได้
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 18 ก.ย. 02, 12:59

 ขอบคุณคุณเทาชมพูและคุณนิลกังขามากๆค่ะ
เมื่อวานลิตเติ้ลไปหาข้อมูลห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยมาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าอยากรู้ว่าเพื่อนลิตเติ้ลพูดจริงหรือเปล่าปรากฎว่าในพุทธประวัติไม่มีบอกเลยว่าพระพุทธเจ้า
มีสัตว์เลี้ยงเป็นสุนัขและนก  ลิตเติ้ลเลยไปถามเค้าอีกที เค้าก็เลยบอกว่าแค่อยากทดสอบลิตเติ้ลเท่านั้นว่ารู้จริงมั้ย   ลิตเติ้ลอยากจะบอกเพื่อนเหมือนกันว่าสังสัยไปทำไมในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์สู้สงสัยในสิ่งที่มาสารถก่อให้เกิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า แต่เค้าแก่รุ่นคุณลุงลิตเติ้ลกลัวว่าเค้าจะว่าเอาว่าเป็นเด็กมาสอนผู้ใหญ่อีก  ลิตเติ้ลบอกเพื่อนว่าอย่าเอาศาสนามาล้อเล่นอีก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง