เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5186 มาทักทายเพื่อน ๆ และ ชวนคุยเรื่องสามก๊ก ตอนปลาย
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


 เมื่อ 09 ก.ย. 02, 20:49

 ก็ต้องทักทาย เพื่อน ๆ ในเรือนไทยกันก่อนนะครับ ผมหายหน้าหายตาไปสักพัก เพราะว่าเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองไทย แล้วพอช่วงที่กลับไป ก็ไม่ได้มีโอกาสได้เข้า internet สักเท่าไหร่ เลยไม่ได้มีโอกาสแวะมาทักทายและร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ เท่าไหร่นัก
ช่วงที่กลับไป ผมมีเวลาว่างมากที่สุด กลับเป็นตอนนั่งบนรถประจำทาง (เพราะว่ารถติดอยู่ค่อนข้างนาน) ดังนั้นเวลาว่างช่วงนั้นผมเลยนั่งอ่านหนังสือ ไปเรื่อย ๆ วันละนิดละหน่อย ก็อ่านได้หลายเล่มอยู่เหมือนกัน ที่อ่านไปอีกก็คือเรื่องสามก๊ก แต่คราวนี้ผมอ่านสามก๊ก ตอนปลาย ๆ เรื่อง เพื่อดูว่า พระเจ้าสุมาเอี๋ยน ที่ว่าเป็นคนรวมแผ่นดินจีน ช่วงปลายยุคสามก๊ก นั้นเก่งจริงหรือเปล่า จะเก่งเหมือน กษัตริย์ ต้นราชวงศ์ อื่น ๆ หรือไม่
ผมเองลองวิเคราะห์ดูจากเท่าที่อ่าน ในสามก๊ก นั้นก็รู้สึกว่า พระเจ้าสุมาเอี๋ยน นั้น ยังไม่ได้เก่งเท่ากับ ฮ่องเต้จีน ต้นราชวงศ์อื่น ๆ เลยเพราะตอนที่สุมาเอี๋ยน ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้นั้น จ๊กก๊ก หรือแคว้นเสฉวนของฝ่ายเล่าปี่ ที่มีฮ่องเต้งี่เง่าอย่างเล่าเสี้ยนปกครอง ก็แพ้ภัยตัวเองจากฝีมือการเป็นฮ่องเต้ของเล่าเสี้ยน โดนวุยก๊ก ในสมัยของสุมาเจียวตีแตกพ่ายไปเรียบร้อยแล้ว สุมาเอี๋ยนเพียงแต่วางแผน ตี ง่อก๊ก คือก๊กทางใต้ของซุนกวนแตก แต่สาเหตุที่ตีแตกก็มาจากสาเหตุใกล้เคียงกับ ทางจ๊กก๊ก คือ ฮ่องเต้ของง่อก๊ก นั้น เกิดอ่อนแอ เป็นทรราชย์ เหมือนกัน กิจการภายในเมืองกังตั๋งจึงวุ่นวาย พอมีศึกนอกเข้าตีมา ก็เลยแตกพ่ายไปเรียบร้อย
มาพูดถึงราชวงศ์ฮั่น นั้น การล่มสลายในช่วงต้นเรื่องสามก๊ก นั้นก็มีสาเหตุมาจากขันที ตอนนั้นมีกลุ่มสิบขันที ที่คอยยุยงปลุกปั่นจนพระเจ้าเลนเต้ เลอะเลือน บ้านเมือง แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไปทีนึง จนมาถึงยุค พระเจ้าเล่าเสี้ยน (อาเต๊า) ที่จูล่งทหารเอกของเล่าปี่อุตส่าห์ ใช้ชีวิตตัวเองคุ้มครองมานั้น พอได้มาเป็นฮ่องเต้ ที่สุขสบายจากการตรากตรำรบมาให้ของพ่อคือเล่าปี่ หลังจากนั้น ก็ไม่ต้องว่าราชการอันใด เพราะขงเบ้งพ่อบุญธรรม ทำได้หมดทุกอย่าง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ว่างงาน ก็เลยกินแต่เหล้า มั่วผู้หญิงและขันที จนเละเทะ ซึ่งเหตุที่เกิดดังนี้ ก็เหมือนจะเป็นกับทุกตระกูล แม้แต่ตระกูลเศรษฐีธรรมดา คือ ตระกูลไหนก็ตาม พ่อหรือปู่ก่อร่างสร้างตัวอย่างลำบาก บุตรหลาน ที่ไม่เคยลำบากมาด้วยในยุคนั้น แต่มาเกิดบนกองเงินกองทองแล้วมักจะกลายเป็นผู้ล้างผลาญสมบัติของตระกูลนั้น
พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
จริงๆ แล้วถ้าขงเบ้ง หรือเกียงอุย มีความโหด และมักใหญ่ใฝ่สูงกว่านี้อีกสักนิด เรื่องสามก๊กอาจจะเปลี่ยนแปลงไป สามก๊กในยุคปลาย หลังจากพระเจ้าเล่าปี่สิ้นแล้วนั้น ขงเบ้งกุมอำนาจทั้งด้านการเมืองและการทหารในจ๊กก๊ก จริง ๆ ถ้าขงเบ้งเห็นว่าพระเจ้าเล่าเสี้ยน นั้นเละเทะเหลวไหล ขงเบ้งน่าจะทำการใด ๆ สักอย่างเพื่อ รักษาบ้านเมือง ไปได้ โดยการจับตาดูฮ่องเต้ทุกฝีก้าว เข้าควบคุมอำนาจการบริหารในเมือง แต่ขงเบ้งไม่ได้ทำ
แต่ตระกูลสุมานั้นทำ สุมาอี้ เข้าควบคุมฮ่องเต้ แล้วก็ปล่อยให้ลูกอีกสองคนควบคุมฮ่องเต้ อย่างแน่นหนา แต่การควบคุมฮ่องเต้ ของสุมาสูและสุมาเจียว ก็เป็นเหตุให้ วุยก๊ก ยังไม่สามารถยกไปตีก๊กอื่น ๆ ได้ เนื่องจากว่าตระกูลสุมา ไม่ไว้ใจ ฮ่องเต้ที่อาจจะคิดยึดอำนาจคืนทุกเมื่อ
ฝ่ายจ๊กก๊ก นั้น ถ้าขงเบ้งในตอนหลัง หันไปควบคุมฮ่องเต้ และเพียงแต่ใช้งานเกียงอุย ให้เป็นผู้ยกทัพไปตีเมืองวุยก๊ก เหตุการณ์บ้านเมืองของจ๊กก๊กคงไม่ล่มสลายไปเพียงแค่หลังการตายของขงเบ้งเพียง 29 ปีเท่านั้น เกียงอุยนั้นเป็นทายาททางการทหารของขงเบ้ง แต่ทางการเมืองแล้ว ไม่ได้แสดงบทบาทอะไรเลย แต่ถ้าเกียงอุยตอนนั้นวางแผนที่จะกุมอำนาจของแคว้นจ๊ก เพื่อป้องกันเมืองก็น่าจะทำได้ แต่นี่ทั้งๆ ที่การบ้านเมืองภายในวุ่นวาย เละเทะ เกียงอุยก็คิดแต่จะยกทัพไปบุกเมืองวุยก๊กอีก แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความสามารถทางด้านการปกครองเลยแม้แต่น้อย
จุดที่ผมแปลกใจอีกอย่างคือ ฝ่ายวุยก๊ก นั้นมีคนเก่ง ๆ ขึ้นมาทดแทนคนเก่าได้อยู่เรื่อย ๆ อย่างยุคหลัง ๆ มี สุมาเจียว เตงงาย แล้วก็จงโฮย จนมาถึงสุมาเอี๋ยน
แต่จ๊กก๊ก กับง่อก๊ก นั้นกลับไม่มี หลังจากหมดยุคของเล่าปี่ ทหารเสือฝ่ายจ๊กก๊กนั้นมีแต่ล้มตายไป พอจูล่งตาย แล้วกวนหิน ลูกของกวนอูตาย เตียวเปาลูกของเตียวหุยตาย ทหารเอกของฝ่ายจ๊ก ก็หมดไป มีแค่ เกียงอุยเหลือเพียงคนเดียว
ทางฝ่ายง่อก๊ก ก็เช่นกัน พอหมดยุคของ ลกซุน แล้ว ง่อก๊ก ก็ไม่มีทหารเอกเด่น ๆ ขึ้นมาเลย แต่ก็อาจจะเป็นเพราะ ทางฝ่ายง่อก๊กนั้นไม่คิดจะไปรบกับใครเค้า คือบุกคนอื่นไม่เป็น แล้วทางฝ่ายจ๊กก๊กก็เป็นพันธมิตรกัน ฝ่ายวุยก๊ก ก็ยังไม่ได้คิดจะมาตี
ง่อก๊ก เพราะติดศึกกับฝ่ายเมืองเสฉวนอยู่นั่นเอง
เขียนมาซะยาวเลย หยุดก่อนแล้วกันครับ
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 ส.ค. 02, 00:49

 ขอโทษครับ ไม่ได้ส่งซะนาน ส่งกระทู้ซ้ำซะแล้ว
รบกวนทีมงานช่วยลบทิ้งไปซะกระทู้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 ส.ค. 02, 10:06

 คิกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าขงเบ้งหรือเกียงอุยโหดน้อยไป(อย่างน้อยก็ขงเบ้งล่ะเอ้า) เพราะถ้าศึกษาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคเล่าปี่แล้ว ขงเบ้งพร้อมจะโหดเสมอ ปัญหาอยู่ที่ขงเบ้งไม่มีสิทธิ์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จนั่นเอง ไม่เหมือนโจโฉนายกตลอดกาล ที่ใช้พระเจ้าแผ่นดินเป็นตราตั้งในการกระทำการของตนเอง
ถึงแม้ว่านิยายสามก๊กจะพยายามนำเสนอให้เราเห็นอย่างนั้น แต่ความไม่สมเหตุสมผลที่ปรากฏอยู่ก็เป็นตัวช่วยที่บอกเราถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับ

เรื่องทหารเก่งที่ไม่เหลือในยุคหลังนั้น ผมมีสมมุติฐานที่แตกต่างไปจากการที่ว่าเพราะง่อก๊กจ๊กก๊กไม่มีทหารมีฝีมือจึงแพ้มาเสนอบ้างนะครับ

เป็นที่รู้กันว่าบันทึกสามก๊กนั้นเขียนในยุคที่วุยก๊กรวมแผ่นดินได้แล้ว ดังนั้นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับขุนผลฝีมือดีของง่อก๊กจ๊กก๊กคือ
1.ตายหมดในระหว่างสงคราม
2.ยอมสวามิภักดิ์กับวุยก๊ก แต่ไม่น่าจะได้รับความไว้วางใจให้กุมตำแหน่งสำคัญ ในขณะเดียวกันผู้เขียนบันทึกสามก๊กเองก็ต้องระวังที่จะไม่ไปเชียร์ขุนพลพวกนี้ซึ่งอาจจะยังมีชีวิตอยู่ในเวลานั้น

เรื่องจึงปรากฏว่าง่อก๊กจ๊กก๊กไม่มีคนดีเช่นนี้แล
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 ส.ค. 02, 11:07

 ผมสงสัยตรงนี้ล่ะครับ โจโฉนั้น กุมอำนาจบังคับให้ฮ่องเต้เป็นหุ่นเชิด แล้วพอมายุคลูกหลานของโจโฉนั้น ตระกูลสุมาก็เข้ามายึดอำนาจ กุมอำนาจฮ่องเต้ไว้แต่ก็ยังกลัวว่าตัวเองจะถูกปลดจากอำนาจ หรือถูกฮ่องเต้กับขุนนางคนอื่นวางแผนฆ่า
จริง ๆ ในง่อก๊ก ก็มีสมัยหลังลกซุนแล้วนั้น มีที่ปรึกษาใหญ่คนนึงผมคิดว่าชื่อ จูกัดกิ๋น ก็ได้เป็นที่มหาอุปราชเหมือนกัน และได้กุมอำนาจใหญ่ของเมืองกังตั๋งอยู่พักนึง แต่พอมีอำนาจมาก ๆ เข้า เริ่มเกินบารมีฮ่องเต้ของเมืองกังตั๋ง ที่เป็นลูกหรือหลานของซุนกวนนี่แหละครับ คิดว่าเป็นพระเจ้าซุนฮิวหรือเปล่าไม่แน่ใจ
ฮ่องเต้ก็สมคบกับขุนนางคนอื่น กำจัดอุปราชจูกัดกิ๋นไปทันที
แต่มาถึงขงเบ้งเนี่ย ผมว่าขงเบ้งนั้นมีอำนาจในเมืองเสฉวนมากมาย แม้แต่ฮ่องเต้เล่าเสี้ยนยังยกให้เป็นพ่อบุญธรรม แต่ขงเบ้ง กลับไม่ทำการที่จะจัดการกับพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้เด็ดขาดไป ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมแปลกใจอยู่
ถ้าเป็นสุมาอี้ หรือโจโฉเจอฮ่องเต้แบบนี้ คงจะจัดการไปเรียบร้อยแล้ว เพราะพระเจ้าเหี้ยนเต้ ในสมัยโจโฉนั้น ไม่มีอำนาจอะไร จะมารีดนาทาเร้นประชาชน หรือปลดขุนนางตามอำเภอใจไม่ได้ จะมาเสวยสุขจนเกินตัวก็ไม่ได้ โจโฉจัดการ
คุมไว้หมด
พระเจ้าโจฮอง หลานโจโฉ ก็เช่นกันโดนสุมาอี้ควบคุมไว้จนถึงโจมอ ก็ยังโดนตระกูลสุมาเชิดต่อไปอีก
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 ส.ค. 02, 14:02

 เรื่องขงเบ้งไม่จัดการพระเจ้าเล่าเสี้ยน สามารถอ้างได้ว่าเป็นเพราะเกรงใจ ซื่อสัตย์ ฯลฯ แต่ที่ไม่กำจัดพวกขันทีเจ้าปัญหา ดูจะไม่มีเหตุผลเลยนะครับ ผมถึงได้ว่า เรื่องจริงนั้น ขงเบ้งหรือเกียงอุยไม่น่าจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จนักหรอกครับ มันถึงได้ออกมารูปแบบนี้
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 02 ก.ย. 02, 23:42

 ที่จริง พระเจ้าเล่าปี่พ่อพระเจ้าเล่าเสี้ยนเองก็อนุญาตไว้แล้วก่อนสิ้นพระชนม์ที่เป๊กเต้เสียว่า ถ้าหากนานไป ขงเบ้งเห็นว่าอาเต๊า (คือพระเจ้าเล่าเสี้ยน) จะเลอะเทอะแล้ว ก็อนุญาตให้ขงเบ้งรวบอำนาจเสียเองได้ ไม่ทราบว่าตรัสจริงๆ หรือตรัสลองใจขงเบ้ง แต่ขงเบ้งก็ไม่ยอมยึดอำนาจเอง ปล่อยไว้จนก๊กเล่าเสี้ยนเจ๊งไปจนได้

คุณเล่า ชวน หัว เขียนไว้ว่าก๊กเล่าปี่ซึ่งคนเขียนเรื่องสามก๊กให้เป็นก๊กพระเอก เป็นคนดีๆ ทั้งนั้นนั้น ดูให้ลึกๆ แล้วก็เหมือนกับจะมีความแตกแยกกินแหนงแคลงใจและระแวงกันเองอยู่ ไม่ต้องใครเลย แค่สามพี่น้องร่วมคำสาบานในสวนท้อเอง ตอนบั้นปลายชีวิตก็แยกกันอยู่เป็นเสือสามตัวคุมถ้ำใครถ้ำมัน แต่ยอมลงให้แต่ปากให้เล่าปี่เป็นเจ้าแผ่นดินลอยอยู่ กวนอูเกิดศึกติดเมืองจนหัวขาด พี่น้องร่วมสาบานก็ไม่มาช่วยให้ทัน (เล่าปี่ค่อยมาคิดจะล้างแค้นให้ก็เมื่อกวนอูตายไปแล้ว) เตียวหุยก็ไม่ได้ติดต่อไปมาหาสู่สนิทกับเล่าปี่และกวนอู จนต้องตายไปอีกคน เล่าปี่เองแพ้ศึกเจ็บเจียนตาย ก็ไม่กล้ากลับพระนครที่ขงเบ้งดูอยู่ ต้องแอบไปเมืองน้อยอย่างเป๊กเต้เสีย จนแน่ใจว่าจะตายแน่แล้วจึงเชิญขงเบ้งมา มีอะไรกินใจกันหรือ? และพอขงเบ้งมาก็สั่งความแผ่นดินแบบแปลกๆ อีกว่า ถ้าดูแล้วลูกตัวเองไม่เข้าท่าก็จัดการได้เลยนะ มีอะไรในใจพระเจ้าเล่าปี่อยู่ก่อนหรือเปล่าที่ทำให้ตรัสกับขงเบ้งยังงั้น?

ผมอ่านที่คุณเล่า ชวน หัว เขียนไว้แล้วก็อดคิดตามไปไม่ได้เหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า
bookaholic
ชมพูพาน
***
ตอบ: 145


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ก.ย. 02, 10:40

 อ่านแล้วก็งงๆว่าท่านทั้งหลายพูดถึงสามก๊กนิยายหรือว่าสามก๊กประวัติศาสตร์ครับ  ถ้าประวัติศาสตร์ผมขอใบ้ เชียร์วงนอกลูกเดียว

 ถ้าเป็นนิยายผมขอเดาว่า ขงเบ้งไม่ได้กำจัดขันทีของพระเจ้าอาเต๊าเล่าเสี้ยนก็เพราะแกไม่ค่อยจะมีเวลาอยู่ในเมืองอย่างหนึ่งละ    ต้องเอาเวลาออกไปทำศึกซะมาก    ข้อสองคือขงเบ้งรู้ว่าคนอย่างเล่าเสี้ยน ปัญหาอยู่ที่ตัวเอง    ไปกำจัดขันทีชุดนี้ก็จะได้ชุดใหม่ที่ห่วยแตกไม่น้อยกว่าชุดแรกเข้ามาจนได้    กำจัดยุงแต่ไม่กำจัดบ่อน้ำเน่าก็เหนื่อยเปล่า   คนอย่างเล่าเสี้ยนไงก็ต้องมีคนโหดเลวร้ายรุมล้อม ปัญญานิ่มออกยังงั้นคนเลวๆไม่ปล่อยให้ลอยนวลหรอกครับ

แล้วพระเจ้าเล่าปี่ก็ฉลาด   ชิงดักคอของเบ้งไว้ว่า ถ้าเห็นอาเต๊าเล่าเสี้ยนไม่เอาไหนก็กำจัดทิ้งซะเถอะขึ้นครองเอง  
คนจะตายปากพะงาบๆออกมายังงั้น   ขงเบ้งจะมีกะจิตกะใจที่ไหนตอบว่าได้พ่ะย่ะค่ะ  ข้าเองก็คิดอยู่   ก็ต้องแสดงความกตัญญูรู้คุณ   เล่าปี่ก็เคยเลี้ยงดูตัวมาให้เป็นใหญ่เป็นโต จะไปตอบเขาว่าตัวเองดีกว่าลูกเขาได้ไง พูดไปแล้วก็ต้องรักษาคำพูด  ขงเบ้งก็ทำได้จริงๆคืออาเต๊าก็นั่งบัลลังก์มาตลอดตอนขงเบ้งยังไม่ตาย

ส่วนข้อคิดคุณเล่าชวนหัวผมไม่รู้ว่าออกความเห็นทีเล่นทีจริงเหมือนการเมืองสารขัณฑ์ที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้ในยุคหนึ่ง  กอดคอสาบานกันยังไงก็ตลบหลังกันได้    แต่ผมไม่แปลกใจที่เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย แยกกันไปครองเมือง    ในเมื่อการปกครองของจีน ผมไม่้เห็นฮ่องเต้และพี่น้องของพระองค์กระจุกกันอยู่ในเมืองหลวงเมืองเดียว  

 ฮ่องเต้องค์ไหนขึ้นบัลลังก์  ก็ส่งอ๋องพระอนุชาไปครองเมืองโน้นเมืองนี้     ในแง่การปกครองมันก็ดี ถ้าพวกนี้รักกันดี  คือช่วยกันแยกย้ายไปเป็นหูเป็นตา มีศึกก็ยกพลมาช่วยกัน    ขืนกระจุกกันอยู่ในส่วนกลางก็ไม่มีแขนขาจะป้องกันศึกสิครับ   เอาแม่ทัพเก่งๆอย่างจูล่งและเสนาธิการอย่างขงเบ้งไว้กับเล่าปี่พอแล้ว  ส่วนอ๋องกวนอูกับอ๋องเตียวหุยใหญ่กว่านั้นก็ไปครองซะอีกแห่งสองแห่ง
 แล้วอ๋องแต่ละคนก็โตๆกันแล้ว เป็นหนึ่งในเมืองเล็กดีกว่าเป็นสองในเมืองใหญ่  ทำอะไรสะดวกใจกว่านะครับ
ส่วนแต่ละคนจะไปเพลี่่ยงพล้ำเสียท่าข้าศึก ก็ถือเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวด้วย      ถ้ารบเขาชนะพี่ชายใหญ่ก็ไม่ต้องเหนื่อย   รบแพ้แล้วยังไม่อยากกวนใจพี่ก็ไปครองเมืองเล็กพลางๆก่อน  แผ่นดินยังไม่สงบสุขนี่ทำไงได้  จะขอยืมกำลังของพี่บ่อยๆีพี่จะหมดตัวนะครับ
คิดตามประสาผมงี้่ละครับ    เห็นคุณพระนายเข้ามา    หาโอกาสชวนแกไปนวดแผนโบราณไม่ได้  แกอุบเงียบเรื่องมาเที่ยวบ้าน   เลยต้องมาฮัลโหลกันทางนี้แทน
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 05 ก.ย. 02, 00:41

 มาทักทาย คุณหนังสือ ครับ ผมกลับบ้านคราวนี้ มีภาระทางบ้านผมเอง แล้วก็ยังต้องไปเฝ้าแม่นกยูงของกระผมอีก เลยไม่มีเวลาที่จะไปพบปะเพื่อนฝูง ทั้งเก่าและที่รู้จักในเนทนั้นแทบจะยากเลยครับ ต้องขึ้นลงอยุธยา ธนบุรี และเกาะรัตนโกสินทร์ทุกวัน ก็ต้องขอบใจหลวงท่านนะครับ ที่ยังพอมีรถไฟฟ้าให้ใช้ เวลาเข้าไปแถว ย่านกลางเมือง อย่างสยามสแควร์ มาบุญครองเนี่ย ก็ยังพอประหยัดเวลาอยู่ แต่เวลาจะกลับบ้านนี่สิครับ สุดโหด เลย บ้านผมในกรุงเทพฯ อยู่ไปเกือบถึง พุทธมณฑล สาย 4 แล้วผมเองก็ยังไม่มีรถใช้ ดังนั้นการไปไหนช่วงเย็น ถึงกลางคืน เนี่ย แย่ครับ ก่อนสามทุ่มต้องกลับบ้านแล้วไม่งั้น ไม่มีรถเมลล์เข้าบ้าน
ส่วนเรื่องนวด เนี่ย กระผมยังไม่สามารถชี้แจง กับ แม่นกยูงเธอได้เลยครับว่า การนวดแผนโบราณนั้น เป็นแต่เพียงแก้เมื่อยอย่างเดียว ไม่ได้มีเหตุอื่นเจือปนทั้งสิ้น เป็นอันว่า ถ้าผมไปนวดไม่ว่าจะโบราณ หรือปัจจุบัน แล้วเธอทราบล่ะก็ โทษสถานเบา ผมอาจจะน่วม แต่โทษสถานหนัก เธออาจจะร่ายเวทย์ บังเรือนมยุราของเธอไม่ให้ผมไปหาได้อีก
ดังนั้นผมกลับไปคราวนี้ เลยไม่มีการไปนวดอะไรที่ไหนล่ะครับ
เฮ้อ ผู้ชายเราเนี่ย ลำบากจริง ๆ นะครับ เป็นโสดอย่างพี่นกกางเขน แกน่ะท่าจะสบายกว่าครับ ไม่ต้องคอยกังวล ว่าจะทำอะไรให้เป็นที่ไม่พอใจ แก่แม่นางเธอเข้า
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 06 ก.ย. 02, 15:03

 น่อกั๊กเขียมได้ฟังจึงว่า อันตัวเราเป็นทหารเอกเมืองฮวนสุ่ยสีก๊ก พอใจหัดกระบี่ปากการ่ายทวนคารม แลดื่มสุราร้องรำทำเพลงสนทนาเรื่องต่างๆ จนยังหาฮูหยินมิได้ ทราบว่ามีการประลองปัญญาเรื่องสามก๊กในที่นี้ก็ดีใจนักจึงขอมาร่วมวงด้วย ฉะนี้เมื่อท่านจ้าของวงสนทนาเปลี่ยนเรื่องจากวรรณคดีจีนไปเป็นการแพทย์แผนโบราณแลเรื่องความเกรงใจฮูหยินเสียแล้วเราก็จนใจ หาอาจจะต่อเรื่องได้ถูกไม่ด้วยว่าเรายังไม่มีฮูหยินให้เกรงใจเลย ได้แต่เที่ยวท่องไปตามสำนักนวดจับเส้นแผนโบราณและแผนปัจจุบันไปพลางๆ แต่ว่าพอมาพำนักอยู่ที่สุ่ยสีก๊กนี้ก็หามีไม่ เราจึงไม่ได้ไปจับเส้นแก้กษัยมานานช้าแล้ว หากท่านเจ้าของกระทู้แลผู้เฒ่าเล่าคัมภีร์ (บุ๊กฯ) จะสนทนากันด้วยเรื่องดังกล่าวเราก็ขอลาไปก่อน ขอเชิญท่านทั้งสองสนทนากันตามสบายท่านเถิด...
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 06 ก.ย. 02, 23:28

 อะไรจะรีบร้อน กลับบ้านเมืองถึงเพียงนั้นเชียวเหรอครับ
 คุณนิล คนที่มาคุยในกระทู้นี้ก็ยิ่งแทบไม่มีอยู่แล้วซะด้วย
อ่ะกลับเข้าเรื่องสามก๊กต่อกันดีกว่า
คือในเรื่องสามก๊กตอนปลายนั้น ต้องนับว่าคนเก่งจริง คือสุมาอี้ ที่ในตอนหลังสามารถรวบอำนาจในรัฐวุยไว้ได้อย่างเด็ดขาด เรียกว่าตระกูลโจ กลายเป็นสภาพเดียวกับ พระเจ้าเหี้ยนเต้ ไปในทันที แต่การนี้ก็ต้องดูเหมือนว่าเป็นลิขิตของฟ้า อย่างที่ในสามก๊กว่าไว้
เพราะว่า พระเจ้าโจผี ลูกของโจโฉนั้น จริงๆ เป็นฮ่องเต้ ที่รบเก่งพอควรนะครับ จัดแจงขุนนางไว้ใต้อำนาจได้ดี แต่ปรากฎว่า โจผีนั้นอายุสั้นมาก เพียง สี่สิบกว่า ก็ไปเสียแล้ว ในหนังสือไม่ระบุชัดว่าเป็นโรคอะไร ถึงอายุสั้นขนาดนั้น ขนาดพ่อตัวเองโจโฉยังอายุยืนกว่าหลายปี
ต่อมาพระเจ้าโจยอย หลานโจโฉถึงจะไม่เก่งเท่ากับพ่อและปู่ แต่ก็ไม่ใช่หุ่นให้สุมาอี้เชิดได้ตามใจ เพราะว่าพระเจ้าโจยอยนั้นไม่เคยไว้วางใจสุมาอี้เลย ให้คุมทหารเฉพาะเวลามีศึกเข้ามาติดเมืองเท่านั้น พอหมดศึกก็ให้เป็นขุนนางตำแหน่งลอย ไม่มีอำนาจหรือสะสมกำลังไม่ได้ แล้วพระเจ้าโจยอยเองก็ เคยยกทัพไปปราบทัพของง่อก๊ก ที่ตีขึ้นมาจากทางใต้ด้วย จึงเห็นว่าไม่ใช่ฮ่องเต้ที่เอาแต่เสพสุขเพียงอย่างเดียว
แต่พระเจ้าโจยอยนั้น อายุยิ่งสั้น ลงไปอีก อายุ สามสิบกว่าปี ก็ต้องสิ้นพระชนต์ไป ทิ้งให้ทายาทคือพระเจ้าโจฮอง ก็อายุยังไม่ถึงสิบกว่าขวบ ตกอยู่ในเงื้อมมือของสุมาอี้ กับญาติตัวเองคือ โจซอง แต่โจซอง เป็นทายาทล้างผลาญของตระกูลโจ จึงช่วยอะไร พระเจ้าโจฮองไม่ได้ อำนาจการบริหารบ้านเมืองจึงตกสู่มือของตระกูลสุมาตั้งแต่บัดนั้น อ่านดูประวัติศาสตร์แล้วก็แปลกใจนะครับ ว่าทำไม พระเจ้าโจผี กับพระเจ้าโจยอย ถึงมีอันต้องสิ้นพระชนต์ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยฉกรรจน์ทั้งคู่ จะว่าเป็นแผนชองสุมาอี้ ก็คงไม่เชิง เพราะสุมาอี้ตอนนั้นยังไม่มีอำนาจมากขนาดนั้น เลยต้องยกให้ไปเป็นลิขิตของฟ้าแทน
เทียบทายาทแล้วต้องเห็นว่า เล่าปี่นั้นน่าสงสารที่สุด เพราะจ๊กก๊กของเล่าปี่นั้นเพียงสืบทอดถึงมือ ของอาเต๊า เล่าเสี้ยนเพียงคนเดียวก็ย่อยยับเสียเมืองให้กับวุยก๊ก ในเวลาไม่น่าจะเกินร้อยปี เพราะขงเบ้งมาอยู่กับเล่าปี่ตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ขงเบ้งตายตอนอายุเพียงห้าสิบกว่าปี แล้วขงเบ้งตายไปเพียงไม่ถึงสามสิบปี แค้วนจ๊กก็เสียให้กับแคว้นวุยซะแล้ว จึงเห็นได้ว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยน หรืออาเต๊า ที่จูล่ง ขุนทหารเอก ที่ผมชอบที่สุดในเรื่องสามก๊ก อุตส่าห์ ฝ่าวงล้อมทหารของโจโฉไปช่วยเอาไว้เมื่อครั้งยังแบเบาะนั้น เป็นฮ่องเต้ ที่โฉดเขลาเบาปัญญาจริง ๆ บ้านเมืองมีคนเก่งอย่างขงเบ้งอยู่ สืบมาจนถึงเกียงอุย ถึงจะไม่เก่งเท่าขงเบ้ง แต่ก็นับเป็นยอดขุนพล แต่พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็สามารถทำให้เมืองเสฉวนที่ว่ากันว่า มีปราการธรรมชาติ ป้องกันเมืองได้อย่างดี แตกให้กับเตงงายที่มีทหารเหลือมาเพียงแค่สองพันกว่าคน ตอนที่เข้ามาถึงเขตแดนเมืองหลวงของแคว้นจ๊กได้
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 08 ก.ย. 02, 14:10

 I was just kidding.

I guess I won't comment on "Romance of the Three Kingdom" now, as I now cannot type in Thai and it is too cumbersome to try to comment on the matter in English.

You should not worry about the lack of people to discuss your kratoo, KhunPhraNai, at least we have back Khun Jaeng Banana-Leave, with his Master's degree (though not in SamKokVithya).
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 08 ก.ย. 02, 14:14

 PS. I will be back (in Thai) as soon as I can.



Dear Gentle Readers: KhunPhraNai has already expressed his worry abt the number of people who contrubute to this kratoo. I take it as his invitation for you all to join in. Please come in, you are all welcomed.

C'mon, plunge in, the water is fine!
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

ทำงานบริษัทเอกชน


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 09 ก.ย. 02, 22:12

 มาแอบดูหนุ่มๆ ลงน้ำ เอ๊ย! มาแอบฟังหนุ่มๆ คุยค่ะ  คุยด้วยไม่ได้เพราะรู้จักแต่เพลงขงเบ้งดูดาว แฮ่ๆ
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 36

ทำงานเป็นลูกจ้างหลวง


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 ก.ย. 02, 00:05

 เข้ามานั่งฟังครับ ไม่ค่อยถนัดวรรณกรรมจีนเท่าไหร่  เรื่องสามก๊กที่อ่านจบก็มีแต่เปิดหน้ากากขงเบ้ง ผ่าสมองโจโฉ ของคุณเล่า ชวน หัว กับฉบับวนิพกของยาขอบเท่านั้น  ส่วนฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ผมอ่านถึงตอนที่กวนอู (หรือเปล่าหว่า??) ไปอยู่กับโจโฉแล้วก็ไม่ได้อ่านต่อครับ ค้างมาเกือบสองปีแล้ว  พูดถึงเรื่องตัวละครผมชอบจูล่งกับโจโฉ ฝ่ายหญิงก็ชอบนางเตียวเสี้ยนครับ นางเตียวเสี้ยนนี่รู้สึกว่าจะแปลว่า เรไร หรือจั๊กจั่นนะ ผมเองก็เลือนๆ ไปแล้ว    
บันทึกการเข้า
เรไร
อสุรผัด
*
ตอบ: 11


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 10 ก.ย. 02, 20:49

 คุณพระนายมาบอกใบ้หรือเปล่าเนี่ย  ว่าเป็นคนโสดอย่างพี่นกกางเขนดีกว่า
แสดงว่าเดี๋ยวนี้ไม่โสดล่ะซี  
แล้วคุณบุ๊คก็ยังอุตส่าห์จะชวนไปนวดแผนโบราณซะอีกแน่ะ  เดี๋ยวท่านก็เลยเจอมีดดาบของคุณนายนกยูงเข้าจนได้หรอกค่ะ
(เพิ่งรู้ว่า  ท่านมหาบุ๊ค ก็ชอบนวดกับเค้าเหมือนกัน)

แล้วที่เค้าว่า อ่านสามก๊กได้สามจบ คบไม่ได้  จริงไหมคะ
แม่หญิงอ่านสามก๊กไม่จบค่ะ เพราะเปิดไปไม่กี่หน้าก็เง็งไปหมด ลืมชื่อ จำว่าใครเป็นใครไม่ค่อยได้ ต้องคอยย้อนกลับมาดูใหม่  วนไปวนมาจนเลิกไปเอง
แต่ก็พอจำได้คร่าว ๆ นะคะ ว่ามี ขงเบ้ง  เตียวหุย  กวนอู  จูล่ง  โจโฉ โจผี
พระเจ้าอา  มีกลอนต้นถั่วด้วย
คนที่ชอบเรื่องนี้ น่าจะต้องเป็นคนมีความอดทนสูง รู้หลบรู้หลีก ฉลาด เอาตัวรอดเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว  ทำนองนั้นหรือเปล่าคะ

เรไร หรือ จั๊กจั่น ก็คล้าย ๆ กันนะคะคุณแจ้ง  แต่ถ้าเลือน ๆ ไปแล้ว
ก็แล้วไปเถอะค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 19 คำสั่ง