เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 28201 พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 15 ส.ค. 02, 22:12

 มาเล่าต่อจากคุณ wimma ค่ะ

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว สมเด็จพระนางจ้ารำไพพรรณีทรงจัดการถวายพระเพลิงพระบรมสพอย่างเรียบง่ายที่สุสานโกลเดอร์ส กรีน (Golders Green) ชานกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2484 แต่ทรงเก็บพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารกลับที่ประทับตามแบบไทย ซึ่งในระหว่างนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งสงครามโลกครั้ง 2สมเด็จได้เสด็จ ฯ นิวัติสู่ประเทศไทยโดยทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิมาด้วย เสด็จถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2492 และมีการจัดงานพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั้งจักรีมหาปราสาท และได้อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่ที่ประดิษฐาน ณ หอพระบรมอัฐิในพระบรมมหาราชวัง พระบรมอัฐิอีกส่วนหนึ่ง สมเด็จฯอัญเชิญเก็บไว้ในพระโกศ ประดิษฐานไว้ ร ห้องพระ บนพระตำหนักใหญ่
วังศุโขทัย สมเด็จฯจะเสด็จทรงบูชาพระพุทธรูปและถวายบังคมพระบรมอัฐิพระราชสวามีในห้องนี้พระองค์เดียวทุกวัน ไม่ว่างเว้น  และทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปต่างจังหวัด เช่น เมื่อเสด็จไป "สวนบ้านแก้ว" จันทบุรี สมเด็จ ฯจะทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิไปกับพระองค์เสมอ ทรงระลึกถึงพระราชสวามีตลอดมามิได้ขาด

เก็บความจาก รำไพพรรณี ศรีประชาธิปก สยามินทราชินี
                  โดย ม.ร..พฤทธิสาณ ชุมพล
ตีพิมพ์ในหนังสือรายงานกิจการประจำปีของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
บันทึกการเข้า
ภูวง
อสุรผัด
*
ตอบ: 39

ค้าขาย


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ส.ค. 02, 07:00

 ต้องขอบคุณคุณเทาชมพูเป็นอันดับแรก ใช่แล้วครับ อ่านครั้งใดก็ประทับใจมาก  
ขอบคุณอีกสองท่านด้วยครับ ถ้าท่านใดมีพระบรมฉายาลักษณ์ มาแสดงให้ชมที่นี่กันบ้างก็ดีครับถ้าไม่รบกวนจนเกินไป

มีเกร็ดย่อยขำๆเกี่ยวกับพระองค์ท่านว่าไม่โปรดทุเรียน นึกแล้วก็ขำพวกข้าราชบริพารนะครับ ที่เกิดอยาก กินนี่จะแอบเอาเข้าไปกินคงยากเพราะกลิ่นมันฟ้อง

ท่านใดมีเกร็ดย่อยๆที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 16 ส.ค. 02, 07:09

 เอาเป็นว่าผมก็มีส่วนให้ประเด็นเบี่ยงนี้ดๆเหมียนกันครับก็ผม"เชื่อ"ของผมแบบนี้จริงๆนี่  ผมเห็นตามคุณภูวงว่าทรงเป็นในหลวง ที่ประเสริฐ และทำหน้าที่ของพระองค์ท่านได้ดีแม้จะไม่ได้เตรียมพระองค์เพื่อจะเป็นในหลวง

เอ้าผมมีเกร็ดย่อยมั่งเหมือนกันนะว่าพระองค์ท่านประสูติวันพุธ
ในหลวงทั้งเก้าพระองค์นี่ ประสูติวันพุธ สาม  วันจันทร์สอง
วันพฤหัส วันอังคาร วันเสาร์ วันอาทิตย์  วันละหนึ่งพระองค์(พูดถูกมั้ยเนี่ย) ใครทายถูกมั่งเอ่ยว่า พระองค์ไหนประสูติวันไหน
อันนี้ก็ออกนอกประเด็นอีกแล้ว ขออภัยคุณเทาชมพูครับ อยากให้บรรยากาศการคุย ผ่อนคลายซักหน่อย
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 16 ส.ค. 02, 07:14

 คุณภังคีรู้ละเอียดดีจังเลย
ทองรักทราบแค่ว่าในหลวงพระองค์ปัจจุบันประสูติวันจันทร์ค่ะ
และถ้าเดาไม่ผิด ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประสูติวันอังคารค่ะ
ทายถูกมีรางวัลไหมคะ
คุณภูวงคะ ทองรักมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านและสมเด็จ ฯ อยู่หลายรูป แล้วจะสแกนมาให้ดูนะคะ
บันทึกการเข้า
สร้อยสน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 143

ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 16 ส.ค. 02, 08:01

 รอชมภาพด้วยค่ะ อะไรๆที่ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้ที่ทำให้เกิดความขุ่นมัว ก็เว้นๆไปเถอะนะคะ ต่างคน ต่างความคิดคุยกันแต่เรื่องที่ทุกคนสบายใจกันดีกว่าค่ะ
 
เออ ท่านใดทราบบ้างคะ ว่าพระองค์ท่านโปรดสัตว์เลี้ยงอะไรบ้างไหม
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1876



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 16 ส.ค. 02, 17:37

 ไม่ทราบว่าเคยอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ชุด the foundation -สถาบันสถาปนา ของ Isaac Asimov กันหรือเปล่าครับ

ผมอ่านมาแล้ว 3 รอบ ในระยะเวลา 15 ปี แต่ละรอบให้มุมมองที่แตกต่างไปตามประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

รอบล่าสุดของผม ให้ความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงของสังคมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยปัจเจกบุคคลคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนทั้งหลายในสังคม

จริงอยู่ว่าจุดพลิกผันสำคัญๆในประวัติศาสตร์นั้น มีผู้นำมาวิพากษ์กันบ่อยครั้ง ในลักษณะ ถ้า... แล้ว... ซึ่งในทัศนะคติของผมนั้น ถ้า... แล้ว... จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ต่อเมื่อ ถ้า... แล้ว... นั้นได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแง่แนวทางการ "สร้างคน" ของสังคมใหม่นั้น

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ ผมรู้สึกว่าสังคมไทยถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาหลายครั้ง แต่วิธีการพัฒนาคนนั้นไม่เคยมี(แม้จนถึงปัจจุบันนี้)การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่สำคัญจากภาครัฐเลย

ผมชักอยากให้มีสถาบันสถาปนาจริงๆอยู่ในบ้านเราซะแล้ว...

เอ้า... ตื่น  
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 09:48

 ขอต่อความคิดคุณCH หน่อยเถอะค่ะ
เป็นไปได้ไหมว่าเราตั้งสมมุติฐานผิดว่า ต้องมีการ"พัฒนา" คน  ทั้งที่ความจริงแล้ว  ไม่มีสังคมใดพัฒนาคนขึ้นมาได้แบบปุบปับในชั่วข้ามคืนหรือข้ามปี
ความเปลี่ยนแปลงในค่านิยมของมนุษย์มาพร้อมกับกระบวนการอื่นๆในสังคม   ที่ค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลานานนับศตวรรษ
เรียกได้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนมันเปลี่ยนของมันเองตามความจำเป็นแวดล้อม
ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆของยุโรปมี ๓ ขั้นตอน  คือเดิมมีสังคมเกษตรกรรม  ต่อมาเปลี่ยนเป็นสังคมอุตสาหกรรม และคลื่นลูกที่สามที่เขาว่ากัน คือสารสนเทศ การสื่อสารไร้พรมแดน
แต่ทั้งหมดนี้ก็ใช้เวลาเปลี่ยนนานมาก

สังคมบนแหลมทองตั้งแต่เรายังมีอาณาจักรเล็กๆกระจัดกระจายกันอยู่ ไม่เฉพาะแต่สุโขทัย  มาถึงอยุธยา และรัตนโกสินทร์  เป็นสังคมแบบผู้นำ หรือผู้ปกครองต่อคนส่วนใหญ่
แยกย่อยลงไปถึงสังคมเล็กคือครอบครัว พ่อก็ปกครองบ้าน  คือแม่ลูกและบริวาร
ไม่เคยมีการโหวตเสียงในบ้านว่าส่วนใหญ่ต้องการอะไร แล้วให้พ่อบริหารไปตามนั้น
ไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ ปีที่เราอยู่กันมาด้วยความเคยชินแบบนี้
จนกระทั่งไปรับความคิดใหม่มาจากยุโรป  เอามาต่อยอดสวมเข้ากับฐานเดิม
โดยไม่ดูว่ามันผสมกลมกลืนกันได้มากน้อยแค่ไหน
แม้แต่ผู้เปลี่ยนเอง  ก็ยังมีความเคยชินดั้งเดิมของวัฒนธรรมอยู่
สืบทอดกันมาอีก  หลายยุคสมัย  เราก็เลยมีอย่างที่มีกันอยู่ทุกวันนี้ละค่ะ ใน ๗๐ ปี
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 12:08

 ขออนุญาตเสริมด้วยคนค่ะ
โดยความเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่า "เรามีอย่างที่มีกันอยู่ทุกวันนี้" อย่างที่คุณเทาชมพูว่านี่ คงเป็นเพราะความเชื่อดั้งเดิมในสังคมไทยด้วยค่ะ เราเชื่อกันว่ามนุษย์มีกำเนิดมาแตกต่างกันตามบุญวาสนา เวรกรรม  ซึ่งความเชื่อลักษณะนี้ค่อนข้างจะไม่สอดคล้องกับอุดมการขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตยที่เชื่อว่า ทุกคนมีความเท่าเทียมกันในฐานะที่เป็นมนุษย์  เมื่อเรารับแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยมาใช้  จริงอยู่ว่าเราสามารถบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ทุกคนมีสิทธิเสมอภาคกันได้  แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อของคนในสังคมให้เชื่อและปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ได้ ทองรักเชื่อว่าการจะพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงความเชื่อแบบนี้คงต้องใช้เวลายาวนานมากอย่างที่คุณเทาชมพูบอกค่ะ  นอกจากนี้ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนานก็น่าจะมีส่วนทำให้เราเป็นไปในแบบที่เป็นอยู่นี้ด้วย
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 15:02


อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
มาฝากกันตามสัญญาค่ะ

พระบรมฉายาลักษณ์ในวันอภิเษกสมรส
วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2461 ณ พระราชวังบางปะอิน  
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 15:05


พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ฯ
ทรงฉายที่สตูดิโอ เมืองบันดุง เกาะชวา (อินโดนีเซีย) พ.ศ. 2472  
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 15:09


ประทับสำราญพระราชอิริยาบทในสวน บริเวณวังไกลกังวล
สัตว์เลี้ยงที่ทรงโปรดน่าจะเป็นสุนัขนะคะ คุณสร้อยสน เสียดายที่รูปนี้ไม่ค่อยชัดเท่าที่ควร
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 15:11


ล้นเกล้า ฯ ทั้งสองพระองค์ ขณะประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ  
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 17 ส.ค. 02, 15:21


สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ฯ ทรงพระดำเนินตามพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวลงจากเรือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2492

ทองรักเห็นด้วยจริง ๆ ที่คุณปู่ของคุณอาภูวงเอ่ยถึงพระองค์ท่านว่าทรงเป็นในหลวงที่อาภัพที่สุด เพราะแม้แต่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์ท่านก็ต้องจัดอย่างเรียบง่ายในต่างแดน หลายปีต่อมาจึงอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับเมืองไทย พสกนิกรของพระองค์ท่านไม่มีแม้โอกาสได้แสดงความเคารพและถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนที่ได้แสดงต่อพระมหากษัตริย์องค์ก่อนๆ ทั้งที่พระองค์เองทรงมีพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติบ้านเมืองของเรามิใช่น้อย
บันทึกการเข้า
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 20 ส.ค. 02, 00:41

 ขอนุญาตยกข้อความมาจากหนังสือเจ้าชีวิต ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ค่ะ
“ถึงแม้พระปกเกล้าฯจะดูทรงมีพระสุขภาพแข็งแรงกว่าแต่ไหนแต่ไรมา คือทรงออกกำลังกาย เล่นกอล์ฟ เทนนิสและสควอช แต่กลับรู้สึกพระองค์ว่าพระเนตรจะแลไม่เห็นอะไรเลย เพราะประชวรเป็นต้อ(Cataract) ทั้ง 2 พระเนตร พระเนตรข้างหนึ่งเป็นมากกว่า และถึงเวลาเหมาะที่จะทำการผ่าตัดได้ใน พ.ศ. 2474 ทรงตกลงจะเสด็จประพาสประเทศญี่ปุ่น แคนาดา และสหรัฐอเมริกา และเมื่อการเสด็จประพาสและการเยี่ยมเยียนจบลงแล้วก็จะทรงรับการผ่าตัด จึงนับว่าาพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่จะเสด็จไปเยี่ยมประเทศทั้ง 3 นั้นเป็นทางการ การเสด็จพระราชดำเนินเป็นไปโดยเรียบร้อย ที่อเมริกาพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มกล่าวกับผู้แทนหนังสือพิมพ์ออกมานิดหนึ่งว่า กำลังทรงคิดเตรียมจะพระราชทานรัฐธรรมนูญในไม่ช้า การผ่าตัดพระเนตรข้างหนึ่งก็เป็นไปอย่างเรียบร้อยได้ผลสำเร็จดี ที่คฤหาสน์ของสตรีผู้ร่ำรวยชื่อนางไวต์ลอ รีด (Mrs. Whitelaw Reid) ซึ่งได้ถวายให้ยืมเป็นที่ประทับในรัฐนิวยอร์ก”
จากคำบรรยายประกอบภาพ (ขอโทษด้วยค่ะ ไม่มีเครื่องสแกน)
“พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการผ่าตัดพระเนตรด้านซ้ายโดยเซอร์สจ๊อต ดุ๊ก เอลเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญจักษุแพทย์เป็นผู้ทำการถวายการผ่าตัด ณ ลอนดอนคลินิกและเนอร์ซิงโฮม นครลอนดอน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2477”

กลับมาเข้าเรื่องแล้วค่ะ แต่ความรู้น้อย ได้แต่อ่านจากท่านเป็นส่วนมาก ขอบพระคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
Le Roi du Soleil
อสุรผัด
*
ตอบ: 18

กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน ประเทศฝรั่งเศส


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 09 ธ.ค. 05, 04:08

 คุณ WIMMA พิมพ์ไว้ในคห.ที่ ๑๔ ว่า

"...รักแรกพบระหว่างพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯกับสมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณีนั้น เริ่มต้นที่ วัง พญาไทนี้เอง เมื่อครั้ง ร.7 ดำรงพระอิสริยศ เป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าฯ กรมสุโทัยธรรมราชา ได้เสด็จนิวัติเมื่องไทย เมื่อปี 2457..."   และ

"...หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าพระชาธิปกศักดิเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ได้ทรงลาผนวช ได้เข้ารับราชการในกรมทหาร ปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ตามปกติ..."

ในย่อหน้าแรกต้องไม่มีคำว่า "พระบาท" นะครับ เป็นเพียงแค่ "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ" เท่านั้น และในย่อหน้าที่ ๒ ที่ถูกคือ "กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา" ครับ

ผมไม่ได้มาจับผิดนะครับ แต่เห็นว่าควรจะแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่กรณีพิมพ์ผิดหรือพิมพ์ตกธรรมดา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง