เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 5285 อาสาฬหบูชารำลึก
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


 เมื่อ 11 ส.ค. 02, 00:45

 วันนี้วันพระครับ เพ็ญเดือนแปด พระจันทร์เต็มดวงในหมู่ดาวอาสาฬหะ ตามปฏิทินอินเดีย
วันนี้ทางพุทธถือว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา เป็นครั้งแรก คือหลังจากวันวิสาขบูชาที่ทรงตรัสรู้ได้สองเดือน พระพุทธเจ้าท่านเสด็จมาหาปัญจวัคคีย์ นักบวช 5 รูปที่ท่านเคยร่วมแสวงหาสัจธรรมมาก่อน แล้วท่านก็เทศน์ให้ฟัง เรียกว่าธัมมจักกัปวัตนสูตต์ พระสูตรที่เปรียบเป็นการทรงหมุนพระธรรมจักร โปรดปัญจวัคคีย์จนท่านโกณฑัญญะได้บรรลุอรหัตผล และทูลขออุปสมบท เป็นพระสงฆ์องค์แรกในพุทธศาสนา ต่อมาท่านที่เหลืออีกสี่ท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ตามไปทั้งหมด เกิดมีพระอรหันต์ขึ้นในโลก 6 รูปทั้งพระบรมศาสดาด้วย และเกิดสังฆรัตนะ คือพระสงฆ์ ทำให้พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา

วันวิสาขบูชานั้น บางท่านเรียกว่า วันพระพุทธเจ้า เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ นิพพาน วันอาสาฬหบูชา คือวันนี้นั้น บางท่านเรียกว่าวันพระสงฆ์ เพราะมีพระสงฆ์สาวกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก 2 วันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคต้น แรกประดิษฐานพระพุทธศาสนา ส่วนวันมาฆบูชา เพ็ญเดือนสามต้นปีใกล้ๆ กับวาเลนไทน์นั้น บางท่านเรียกว่าวันพระธรรม เพราะวันนั้นเป็นวันที่พระสงฆ์มาชุมนุมกันถึงพันกว่ารูป (แปลว่าในขณะนั้นพระพุทธศาสนาหยั่งรากเป็นปึกแผ่นพอสมควรแล้ว) ต่างมาเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดกัน พระศาสดาจึงทรงถือโอกาสนั้น แสดงพระธรรมที่เป็นการสรุปรวบยอดพระธรรมของพระองค์ conceptualize ให้ที่ประชุมสงฆ์หมู่ใหญ่นั้นฟัง เรียกว่าโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งถือกันว่าเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา

ที่จริง ถ้าเราจะถือว่าวันอาสาฬหบูชาเป็นวันพระธรรมเหมือนกันก็คงได้ เพราะในวันนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระเทศนาเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับที่วันนี้เป็นวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน แต่จะแบ่งให้วันมาฆบูชาเป็นวันพระธรรม ไป ให้วันนี้เป็นวันพระสงฆ์ ก็ง่ายดีแก่การจำครับ

ขอให้ทุกท่านในเรือนไทยเจริญในธรรมทั่วกันครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 24 ก.ค. 02, 16:28

 ที่เรียกว่า มาฆะ วิสาขะ และอาสาฬหะ นั้นเป็นการเรียกชื่อตามชื่อหมู่ดาวที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงผ่านไปสถิตอยู่ในคืนนั้นๆ ครับ เคยมีคนถามไว้ว่า กลุ่มดาวมาฆะ กลุ่มดาววิสาขะ และกลุ่มดาวอาสาฬหะตามวิชาดาราศาสตร์อินเดียโบราณนั้น เทียบเป็นกลุ่มดาวอะไรตามดาราศาสตร์แผนฝรั่งปัจจุบัน ผมจนด้วยเกล้าครับ รบกวนขอคุณพวงร้อยหรือนักวิทยาศาสตร์ใจดีท่านใดมาให้วิทยาทานด้วยเถิด
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 24 ก.ค. 02, 17:21

 เยี่ยมมากครับท่านมหานิล  คนไทยจำนวนมากในปัจจุบันลืมความสำคัญของทั้งสามวันนี้ไปเสียแล้ว  ทั้งที่เคยเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของบรรพบุรุษ

ผมจำได้ติดหัวมาหน่อยหนึ่งว่า มาฆะฤกษ์นั้นมีความสำคัญในศาสนาพราหมณ์มาก่อน โดยศิษย์จะกลับมาหาผู้เป็นอาจารย์  ครั้นเหล่าพุทธสาวกแม้ได้เป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาแล้ว  เมื่อถึงวันมาฆะเป็นครั้งแรกในร่มเงาพระพุทธศาสนาจึงถือเอาความเคยชินเดิมเดินทางมาเฝ้าพระบรมศาสดาโดยมิได้นัดหมาย

และพอจำรายละเอียดเกี่ยวกับพระปัญจวัคคีได้ว่า องค์แรกคือพระอัญญาโกณฑัญญะ เป็นหนึ่งในผู้ให้คำพยากรณ์เมื่อพระพุทธองค์แรกประสูติและเป็นผู้เดียวที่พยากรณ์ว่าจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก ถึงคอยเฝ้าติดตามเรื่อยมา  จวบจนออกผนวชก็สบโอกาสเข้ามาคอยปรนนิบัติ  และด้วยเหตุนี้ผมเดาว่าทำให้ท่านมีอินทรีย์และพละที่สมบูรณ์จากศรัทธาเห็นจริงในคำทำนายของตนเอง  วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในความเป็นพุทธะของพระพุทธองค์จึงสิ้นไปได้ง่ายกว่าปัญจวัคคีท่านอื่นๆ จึงได้รู้เห็นธรรม สำเร็จเป็นพระอริยะสงฆ์องค์แรกในพระศาสนา

ส่วนอีกท่านหนึ่งคือพระอัสสชิ ผู้เป็นอาจารย์ของพระสารีบุตร ครั้งพระสารีบุตรเมื่อยังเป็นปาริพาชก เห็นกริยาอันสงบของพระอัสสชิก็เลื่อมใสเข้าไปถามว่าใครเป็นอาจารย์และสอนว่าอย่างไร  เนื้อความคำตอบสรุปคำสอนได้กลายมาเป็นพระคาถา เย ธัมมา.... อันยกย่องว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา  มีความว่า

  ธรรมใดเกิดแต่เหตุ  ตถาคตตรัสบอกเหตุและความดับแห่งธรรมนั้น
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 24 ก.ค. 02, 17:35

 ใช่แล้วครับ ท่านอัสสชินั้นเป็นปัญจวัคคีย์รูปสุดท้ายในห้ารูป และเป็นเหตุที่ทำให้พระอัครสาวกหนึ่งในสองของพระพุทธเจ้า คือท่านธรรมเสนาบดีสารีบุตร ได้เริ่มสนใจพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกจนได้เข้ามาบวชและไปชวนท่านโมคคัลลาน์มาบวชด้วย จนได้เป็นอัครสาวกซ้ายขวาของพระพุทธองค์คู่กันในที่สุด
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 25 ก.ค. 02, 07:25

 ขอความเป็นสริมงคลมีแด่แฟนประจำเรือนไทยทุกๆท่านครับผม
ฝากทำบุญตักบาตรด้วยก็ดีครับ...ผมอยู่ไกลวัดไกลวา แหะๆๆๆ
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 25 ก.ค. 02, 15:23

 เอ วันอังคารที่ผ่านมามันวันเข้าพรรษาใช่หรือเปล่าครับ
จริงๆแล้วผมก็ลืมแล้วนะเนี่ยวันอะไรเป็นอะไร ขอบคุณครับได้อ่านทวนความจำ
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 ก.ค. 02, 15:59

 วันนี้แหละค่ะพี่เปี้ยววันเข้าพรรษา วันนี้เค้าห้ามดื่มเหล้านะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 25 ก.ค. 02, 17:49

 สาธุค่ะ
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 26 ก.ค. 02, 10:10

 ไปเวียนเทียนที่วัดสระปทุม แล้วชื่นใจ  ที่ยังได้เห็นพุทธศาสนิกชนจำนวนมากยังไม่ลืมประเพณีของบรรพบุรุษ ทั้งเด็กเล็ก  คนในวัยหนุ่มสาว ก็มีมาก ขนาดไปถึงประมาณ 3 ทุ่ม คนก็ยังเนืองแน่นอยู่  ที่ชื่นใจที่สุดคือได้เข้าไปกราบหลวงพ่อพระเสริมในโบสถ์  ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปสักการะปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น  หลวงพ่อท่านงามมาก ผิวสุกปลั่งเป็นเงาวับ

ได้ยินว่าเป็นพระสำคัญอีกชุดหนึ่งของชาวไท-ลาว  มีพระเสริม พระใส และพระสุก(หรือสุข ก็ไม่ทราบ)  พระใสอยู่ที่หนองคาย  ส่วนพระสุกจมอยู่ในแม่น้ำโขง  ว่ากันว่าพระใสมีความศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกันโดยเฉพาะมีคู่แต่งงานที่ไม่มีทายาท ศรัทธาไปขอลูกกับหลวงพ่อพระใสและได้สมหวังกันมาก

ขอให้บุญรักษาและถึงที่สุดแห่งทุกข์กันโดยเร็วทุกคนนะครับ

_/\_ _/\_ _/\_
บันทึกการเข้า
ภูมิ
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 196


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 26 ก.ค. 02, 11:49

 คุ้นๆว่า มาฆะฤกษ์นี่ พระจันทร์จะอยู่ในราศีสิงค์นะครับ
(จากความทรงจำที่ไปท้องฟ้าจำลองเมื่อเกือบ๑๕ปีที่แล้ว)
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 26 ก.ค. 02, 17:17

 ในกระทู้วันมาฆบูชาข้างล่างโน้น (ตกหน้าไปหน้าหลังเรียบร้อยแล้ว) คุณศศิศเคยเข้ามาถามเหมือนกันครับว่า กลุ่มดาวมาฆะนั้นคือกลุ่มดาวรูปสิงโตหรือเปล่า
ตัวผมไม่รู้จริงๆ แต่ถ้ามีคนจำได้คล้ายๆ กันสองคน คือคุณภูมิกับคุณศศิศ ก็คงจะใช่มังครับ

ใครรู้จริง ช่วยอนุเคราะห์มายืนยันด้วยครับ รวมทั้งกลุ่มดาววิสาขะกับอาสาฬหะด้วย ขอบคุณล่วงหน้า
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 26 ก.ค. 02, 18:06

 ของฝากคุณเปี้ยว ทวนความจำครับ
วันมาฆบูชา คือวันเพ็ญเดือนสาม (ไทย) ซึ่งมักตกอยู่ในราวช่วงกุมภาพันธ์ ไม่ใกล้ไม่ไกลวันวาเลนไทน์ครับ วันนี้มีบางท่านให้ชื่อว่าเป็นวันพระธรรม เป็นวันที่พระสงฆ์ 1250 รูปมาชุมนุมเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยไม่ได้นัด ซึ่งผมเพิ่งทราบจากคุณถาวภักดิ์นี่แหละว่าเป็นธรรมเนียมศิษย์พราหมณ์เดิม และพระพุทธเจ้าทรงประมวลพระธรรมของพระองค์สรุปเป็น concept 3 ข้อ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เรียกพระโอวาทนี้ว่า โอวาทปาฏิโมกข์ เป็นพระพุทโธวาทประจำวันมาฆบูชา

วันวิสาขบูชา วันเพ็ญเดือนหก (ตกราวเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินสากล) เรียกเป็นวันพระพุทธเจ้า คือตามพุทธประวัติทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานในวันนี้ (วันเดียวกันคนละปีกันครับ) แต่ถ้าตีความเชิงสัญลักษณ์ก็มีบางท่านตีความได้ว่า การ "บังเกิดขึ้น" ของพระพุทธะ การตรัสรู้ และการ "ดับสนิทสู่พระนิพพาน" นั้น เกิดขึ้นพร้อมกัน คือขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ขณะจิตนั้นเอง เจ้าชายสิตธัตถะเปลี่ยนสภาพจากเจ้าชายสิตธัตถะเป็นพระพุทธะ พุทธภาวะเกิดขึ้นในจิตของพระองค์ ส่วนการตรัสรู้ก็ชัดอยู่แล้ว ส่วนที่ว่านิพพานก็คือ กิเลสทั้งปวงของเจ้าชายสิตธัตถะดับสนิทสมบูรณ์ไม่เหลือเชื้ออีก เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกันนั่นเอง อันนี้เป็นการตีความเชิงสัญลักษณ์
ธรรมะสำหรับวันนี้ ถ้าจะเอาของวันอาสาฬหบูชามาก็ได้ คือ พระพุทธเจ้าท่านผ่านกระบวนธรรมที่ทำให้ท่านตรัสรู้ในวันนี้ เสร็จแล้วหลังจากนั้นอีกสองเดือน ท่านก็เอาเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนวันวิสาขะนั่นแหละไปเทศน์หรือเล่าให้ปัญจวัคคีย์ฟังในคืนวันอาสาฬหะ แต่ถ้าจะเอาพระพุทโธวาทที่ตรัสในวันวิสาขะนี้จริงๆ ตรงวัน ก็พระปัจฉิมโอวาท คำสอนสุดท้ายของท่านก่อนสิ้นพระชนม์เข้าสู่ปรินิพพานไงครับ พระบรมครูท่านทรงเตือนพวกเราว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ขอให้พวกเราอย่าประมาท หรือถ้าเราจะคิดถึงประวัติชีวิตของท่าน พระพุทธประวัติ ก็ได้ เพราะวันวิสาขะนั้นคือวันครบรอบโอกาสที่ - พูดกันง่ายๆ เป็นวันเกิดพระพุทธเจ้าท่าน วันที่ท่านทำงานชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตท่านสำเร็จ และวันที่ท่านสิ้นชีวิต

วันอาสาฬหะตามกระทู้ คือวันเพ็ญเดือนแปด คราวนี้ยุ่งหน่อย เพราะปฏิทินไทยเดิมทางจันทรคติ บางปีมีเดือนแปดได้สองหน แต่สำหรับวันอาสาฬหบูชา คือเดือนแปดแรกครับ ตรงกับราวแถวๆ เดือน ก.ค. นี้แหละตามปฏิทินสากล เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังที่ทรงตรัสรู้แล้วได้สองเดือน ถือกันว่า เป็นวันพระสงฆ์ เพราะมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นหนแรกในโลก
พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าเที่เราน่าจะระลึกถึงในวันนี้ คือพระสูตรว่าด้วยธรรมจักร ในนั้นมีอะไรบ้าง ท่านทรงพูดถึงหลักเรื่องทางสายกลาง ไม่ตึงไปไม่หย่อนไป ก็ในคืนนี้ครับ ตรัสถึงอริยสัจ 4 อันเป็นหลักการทางพุทธที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างยิ่งว่าด้วย ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และทางสู่ความดับทุกข์ ก็คืนนี้ครับ ทางไปสู่ความดับทุกข์นั้นทรงอธิบายต่อว่าคือ วิถีทางที่มีองค์ประกอบ 8 อย่าง ภาษาวัดเรียกว่า มรรคมีองค์แปด สั้งแต่สัมมาทิฏฐิไปจนจบที่สัมมาสมาธิ  ในคืนนี้เหมือนกัน

ปีหนึ่งมีวันเพ็ญที่สำคัญมากทางพุทธศาสนาสามวัน แต่ละวันถ้าเราพยายามคิดทบทวนว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรเราบ้างในโอกาสเหล่านั้นก็น่าจะดีนะครับ

ผมได้ทะลึ่งคือ เอาภาษาฝรั่งมาเรียกโอวาทปาฏิโมกข์ ว่าเป็นการ conceptualization พระธรรมแล้ว อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวผมเองครับ ถ้าผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยเถิด กำลังจะขออนุญาตทะลึ่งตีความเอาเองตามประสาผมต่อ คือแปล (ง) คำว่าธรรมจักรเป็นภาษาฝรั่ง ธรรมจักรที่เราเห็นเป็นรูปวงล้อนั้นคืออะไร ที่สำนวนเก่าว่าในการที่ท่านทรงแสดงปฐมเทศนานั้นเป็นการ "ยังธรรมจักรให้หมุน"  เป็นครั้งแรกในโลกนั้นคืออย่างไร ผมคิดว่าตัวสาระของธัมมจักกัปปวัตตนสูตต์นั้น พูดถึงกระบวนการทั้งหมด ทั้งพระสูตรเลย ว่าโดยเฉพาะคือ กระบวนการหรือขั้นตอนที่จะทำให้คนพัฒนาจากคนไปเป็นพระอริยะ และการที่ทรงเทศน์พระสูตรนี้จนเกิดมีสาวกขึ้นมา 5 รูปนี้ ก็เป็นการเริ่มขบวนการจัดตั้งพุทธศาสนาเหมือนกัน Wheel of Law หรือธรรมจักรนั้นผมจึงคิดเอาเองว่า คือ Movement of Dhamma ทั้งในใจคนคือกระบวนการทางจิต และในสังคมคือการเริ่มผลักดันกลไกซึ่งทำให้พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเป็นสถาบันหนึ่งของสังคม (อินเดียขณะนั้น) เหตุการณ์นี้ คือการ "ยังธรรมจักรให้หมุน" เป็นครั้งแรก คือการเริ่ม movement  ซึ่งตามภาษาในพระสูตร ได้ทำให้ทั่วจักรวาลหมื่นโลกธาตุสั่นสะเทือน กล่าวคือมี impact ที่กว้างขวาง ลึกซึ้ง และยาวไกลต่อสังคมอินเดียและต่อสังคมของมนุษยชาติทั่วไป มาจนถึงขณะนี้ Movement นี้ยังคงมีอยู่ผ่านกาลเวลามาแล้ว 2500 กว่าปี และเราทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งของ Movement นี้

วันนี้คุณช่วยผลักธรรมจักรให้หมุนบ้างแล้วรึยัง? ในใจคุณหรือในวงสังคมส่วนที่คุณอยู่ก็ได้
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 26 ก.ค. 02, 22:47

 สาธุ๊....สาธุ...

ขออนุญาตคุยเลยล่วงหน้าไปอีกสัก 3 เดือนนะคะ
ไม่รู้จะผิดวัตถุประสงค์คนตั้งกระทู้หรือเปล่า ... นึกซะว่าช่วยผลักวันเวลาเร่งวันเร่งคืน ล่วงหน้าพอให้อภัยกันไหมคะ จะคิดว่าช่วยผลักให้ธรรมจักรหมุนไปด้วยก็ได้ค่ะ

ถ้าให้กล่าวถึงการทำบุญ  และรำลึกถึงความสำคัญอย่างง่ายๆ ที่เคยเรียนมา
ประทับใจในพิธีกรรมในวันออกพรรษา คือพิธีปวารณาค่ะ

วันออกพรรษา ได้แก่ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษา คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในวันนี้พระภิกษุจะ ทำพิธีปวารณา คือ การเปิดโอกาสให้ภิกษุด้วยกันว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ทั้งนี้เพราะในระหว่างพรรษานั้น พระภิกษุ
บางองค์อาจมีข้อบกพร่องที่จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ เป็นวิธีที่จะรู้ถึง ข้อบกพร่องของตน ทั้งนี้กระทำโดยเปิดเผย ไม่ถือเป็นเรื่องที่จะมาโกรธเคืองกันภายหลัง

ที่ชื่นชมธรรมะ ประการนี้ ..ก็เพราะนึกถึงตัวเองเวลาไม่ฟังใคร  เวลามีคนสั่งสอนแล้วดื้อ  หลายครั้งแม้จะรู้ว่าการรู้แจ้ง  และเข้าใจในหลักธรรม ต้องรู้ด้วยตัวเอง  ผู้อื่นจะรู้แทนเรา ปฎิบัติแทนเราย่อมไม่บังเกิดผล... แต่ก็ยังอยากให้มีผู้รู้มาชี้แนะ  มาเป็นกระจกส่อง สะท้อนความคิดที่ไม่ค่อยจะเหมาะ  ปัญญาจึงจะเกิด...เพราะในโอกาสปกติถ้ามีคนมาบอกว่าเราคิดผิด เรื่องเล็กคงเป็นเรื่องใหญ่

อย่างวันนี้ ถ้าคนตั้งกระทู้มาบอกว่าผิดเวลา  ก็ยินดีรับผิดค่ะ  เพราะนึกถึงวันออกพรรษาไว้แล้ว และก็ได้มีโอกาสรับศีล  ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  แล้วว่า อย่างน้อยก็จะดำรงชีวิตอย่างมีสติเท่าที่จะทำได้ ในช่วงเข้าพรรษานี้
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 29 ก.ค. 02, 17:22

 สาธุ กับทั้งท่านมหานิล  และท่านอุบาสิกาฝน

ได้เห็นประจักษ์ในความรู้ ความสนใจในธรรมของทั้งสองท่านแล้ว  ชื่นใจเ้หลือเกิน

แต่ เอ  โอวาทปาฏิโมกข์ที่ทรงแสดงในวันมาฆะนี่ ผมนึกว่าเป็นพระธรรมวินัย  หรือสิกขาบทเสียอีก  ชักงงๆ

การเข้าพรรษายังเกี่ยวพันกับการเสด็จไปโปรดพุทธมารดาที่ดาวดึงส์ด้วย  คลับคล้ายคลับคลาว่าทรงแสดงพระอภิธรรมเป็นครั้งแรก  ด้วยเทวดาไม่มีร่างกายเช่นมนุษย์  ยากที่จะแสดงธรรมให้เห็นจริงในความทุกข์ของธาตุขันธ์  จึงทรงแสดงธรรมเพื่อพิจารณาจิตล้วนๆ  

ขอเสริมด้วยพระคาถาที่เป็นที่รู้จักกันดี ว่าเป็นธรรมะแห่งวันปรินิพาน อุทานกล่าวไว้โดยพระอินทร์เมื่อพระพุทธองค์เส็จดับขันธ์ปรินิพาน ว่า

เตสงฺ วูปสโม สุโข  การเข้าสงบกายนั้นเป็นสุข

.............................................................................
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 29 ก.ค. 02, 23:19

 อย่าให้เป็นถึงอุบาสิกาเลยค่ะ อาย.. เพราะชีวิตจริงไม่ได้เข้าไปทะนุบำรุงศาสนาเท่าไหร่  เข้าวัดทีไรขัดใจไปเกือบหมดทุกเรื่อง  เรียกว่าบาปทุกครั้งแหละค่ะ  ผิดมโนกรรม อยู่เรื่อย  แค่เขาจุดธูปไหว้พระ..ควันขโมงก็โมโหแล้วค่ะ  
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง