เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 7049 "โฉมเฉลาเยาวภาอย่าเฉลียว" ....?
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


 เมื่อ 14 ก.ค. 02, 07:37

 ถ้าจำไม่ผิด คำกลอนเกี้ยวผู้หญิงตอนนี้น่าจะมาจากบทละครพระราชนิพนธ์ ร.6 เรื่องหนึ่งที่คุณเทาชมพูชอบและเราเคยคุยกันถึงในเรือนไทยนานมาแล้ว ในกระทู้ล่างๆๆๆๆๆ โน้น  คือ เรื่อง วิวาหพระสมุท (หรือวิวาห์พระสุมทรก็ตามแต่จะเขียน)

ที่ผมไม่เข้าใจก็คือว่า ทำไมพระเอกหรือใครก็ตามที่พูดประโยคนี้ จึงอยากได้เมียที่สวยแต่โง่ ฮืม? นางเอกฉลาดๆ เฉลียวๆ ไม่ชอบเฮะ - คงจะกลัวว่าจะจับได้ไล่ทันเล่ห์เจ้าชู้ของผู้ชายล่ะสิ เพราะถ้าจำไม่ผิด เนื้อความตอนนี้เป็นตอนที่สาวทำท่าจะจับโกหกหนุ่มชาวเรือจริงเสียด้วย (หนุ่มเลยบอกว่า อย่าฉลาดนักเลยสาว เดี๋ยวรู้ทันหมด ?)

คิดเล่นๆ ว่า สมัยนี้ผมคงจะต้องแต่งกลอนใหม่สำหรับสาวปี 2002 ว่า ....โฉมเฉิดเลิศยุพยงจงเฉลียว - จะดีกว่านะครับ หรือสาวๆ ว่ายังไง

หนุ่มๆ ปี 2002 ล่ะว่ายังไง ยังอยากได้สาวที่ "รูปสวย รวยทรัพย์ อับปัญญา พ่อตาตาย แม่ยายโง่" อย่างที่เคยมีการพูดเล่นกันอยู่หรือเปล่า?
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 09 ก.ค. 02, 07:12

 โฉมบรรเจิดเลิศอนงค์จงเฉลียว
จะข้องเกี่ยวอย่างไรจึงได้ผล
ขออย่างเดียวอย่ารุมเร้าเข้าตาจน
นฤมลฉลาดจริงจงนิ่งนาน

เคี้ยก เคี้ยก ใครรู้จักผมดีก็คงรู้ว่าผมไม่ได้แต่งเองหรอกนะ
หมายความว่าผู้ชายชอบผู้หญิงฉลาดจ้ะ แต่ไม่ใช่อวดฉลาด ถ้าเธอฉลาดมากๆ บางครั้งแกล้งทำโง่ไม่ทันเรานั่นยิ่งสุดยอดฉลาด
ต้องขอคารวะ สุภาพสตรีประเภทนี้ ไอ้ประเภทชั้นเก่ง ชั้นรู้หมดนั่น เข้าข่าย ไฉไลไม่เฉลียว โจทย์เลขสนุกๆของท่านอาจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลขอรับ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 09 ก.ค. 02, 10:58

 เคยคิดว่า "โฉมเฉลาเยาวภาอย่าเฉลียว"
นี่แปลว่าอย่าสงสัยเลยนะน้อง อะไรทำนองนั้นซะอีก
ไม่คิดว่ามันจะฟังคล้าย ๆ อวดฉลาดได้ด้วย
อยากอ่านกลอนบทนี้เต็ม ๆ จังค่ะ มีใครพอจำได้ไหมเอ่ย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30678

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 09 ก.ค. 02, 11:28

 ถ้าผู้หญิงยอมเชื่อผู้ชายที่มาเกลี้ยกล่อมว่า ถ้าคุณฉลาดจริงต้องแกล้งทำเป็นโง่ไม่ทันผมนะครับ ถึงจะฉลาดสุดยอด
ดิฉันว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ฉลาดจริงหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ไม่ฉลาดเท่าผู้ชายคนนั้น
แต่ความฉลาดกับการอวดเบ่งมันคนละเรื่องนะคะ

บทเต็มๆว่าอย่างนี้ค่ะ คุณทองรัก
โฉมเฉลาเยาวภาอย่าเฉลียว
พี่เคยเที่ยวเจนจิตทุกทิศา
ไม่เคยเห็นนารีที่ต้องตา
มาพบแก้วกัลยาจึงซ่านรัก
ในเรื่อง นาวาเอกไลอ้อนส์เป็นทหารเรือท่องเที่ยวร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ   จริงๆแกก็คงต้องตามาหลายคน  แต่คนที่แกหลอกได้อาจจะมีคนเดียวคือสาวคนที่เชื่อแกนั่นแหละค่ะ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 09 ก.ค. 02, 11:34

 ขอบคุณค่ะ คุณเทาชมพู บทนี้เองเคยอ่านเจอค่ะ
แถมชอบมากด้วยเมื่อตอนที่อายุน้อยกว่านี้
สงสัยจะเริ่มแก่แล้วจริงๆ  เลยลืมและก็ไม่ค่อยชอบ
บทกลอนหวาน ๆ แบบนี้อีกแล้ว
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าสาว  ๆยุค 2002
นี่คงอยากรู้จักผู้ชายที่คุยด้วยแล้ว ตัวเองรู้สึกฉลาดน้อยกว่าได้โดยไม่ต้องเสแสร้งกระมังคะ
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 ก.ค. 02, 17:38

 มีบทประพันธ์ที่ผมจำได้กระพร่องกระแพร่งเต็มทน  ว่าไว้ว่า

...แปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่
ใช่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่ว
ไหนไถถากตรากตรำไหนทำครัว
ใช่ดีแต่จะยั่วผัวเมื่อไร
แรงเหมือนมดอดเหมือนกากล้าเหมือนหญิง
นี่จะจริงดังว่าหรือหาไม่
ศึกถลางปางจะจอดรอดเพราะใคร
เพราะหญิงไทยไล่ฆ่าพม่าแพ้

นี่แหละครับหญิงไทยผู้เป็นสุดรักสุดบูชาของผม
ในประวัติศา่สตร์จะเห็นว่าหญิงไทยมีบทบาท พยุงบ้านพยุงเมืองมาแต่โบราณ  ในระดับสังคมชาวบ้านทั่วไป  ขณะที่ผู้ชายถูกเกณฑ์ใช้งานต่่างๆตามระบบไพร่  ก็มีแต่หญิงที่ต้องรับภาระสารพัด  ครั้นมีศึกสงครามเหลือกำลังชาย  ก็หญิงอีกนั่นแหละที่ตัดผมสั้น นุ่งห่มทะมัดทะแมง จับดาบขึ้นเคียงบ่าเคียงไหล่

ยอดหญิงวีรสตรีไทยก็มีปรากฎโดยตลอดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แม่ย่าสุโขทัย  สมเด็จพระศรีสุริโยทัย  เจ้าครอกศรีอโนชา  ย่าโม  ท้าวเทพสตรีและท้าวศรีสุนทร

ยกตัวอย่างเจ้าครอกศรีอโนชาเป็นผู้มีคุณสมบัติถึงพร้อมสมกับเป็นคู่บารมีพญาเสือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท  นอกจากความงดงามอ่อนหวานจนเป็นที่จับตาต้องใจ ถึงกับสู่ขอด้วยพระองค์เอง และเป็นที่สนิทเสน่หาไม่วางวายตลอดพระชนม์ชีพ  แล้ว  ยังกอรปด้วยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ  จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีส่วนสำคัญเมื่อครั้งผลัดแผ่นดินเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์

หญิงไทยไม่เคยต้องเรียกร้องสิทธิ  เพราะสิทธิทั้งหลายอยู่ที่คุณเธอจนหมดสิ้น  แม้เมื่ออยู่ที่บ้านสตรีไทยจำนวนมากยังต้องคลานเข้าหาสามี  แต่ก็เป็นเพราะคุณสามีซุกตัวอยู่ใต้เตียง ไม่ยอมออกมาเอง  จนคุณเธอต้องตามเข้าไปลากตัวออกมา
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 10 ก.ค. 02, 04:42

เอาตัวอย่างหญิงไทยยุคอุดมการณ์แรงกล้ามาฝากกันบ้างครับ
บทกวีของ จีรนนท์ พิตรปรีชา  (ประชาธิปไตน 4 พฤศจิกายน 2516)
ผมชอบสองบรรทัดสุดท้าย ...

สตรีมีสองมือ มั่นยึดถือในแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงาน มิใช่ร่านหลงแพรพรรณ
สตรีมีสองตีน ไว้ป่ายปีนความไฝ่ฝัน
ยืนหยัดอยู่ร่วมกัน มิหมายมั่นกินแรงใคร
สตรีมีดวงตา เพื่อเสาะหาชีวิตใหม่
มองโลกอย่างกว้างไกล มิใช่คอยชะม้อยชวน
สตรีมีดวงใจ เป็นดวงไฟมิผันผวน
สร้างสมพลังมวล ด้วยเธอล้วนก็คือคน
สตรีมีชีวิต ล้างรอยผิดด้วยเหตุผล
คุณค่าเสรีชน มิใช่ปรนกามารมณ์
ดอกไม้มีหนามแหลม มิใช่แย้มคอยคนชม
บานไว้เพื่อสะสม ความอุดมแห่งผืนดิน

สำหรับผม คุณผู้หญิง จะฉลาดหรือไม่ฉลาด จะอุดมการณ์แรงกล้าหรือรู้จักแต่เดินห้าง
ก็ไม่เป็นปัญหาครับ..... ผมใจกว้าง ....  
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 10 ก.ค. 02, 06:40

 เฮ้อ ผู้หญิงสมัยนึ้ เค้าฉลาดของจริงครับคุณเทาชมพู จนบัดนี้ยังไม่มีใครยอมเชื่อที่ผมบอกเล้ย    
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 ก.ค. 02, 09:08

 ช้าก่อน  น้องภังคี  อย่าเพิ่งชวนผู้หญิงเขามาคุย  เรามาจิบสุราฮะกึ๊นสรวลเสเฮฮาตามประสาชายให้เป็นที่สำราญใจกันสักครั้งเถิด

เอียงหูมา  พี่ยาจะสอนสุดยอดเคร็ดวิชาให้  ที่ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัยจากครูลิเกโบราณ  เมื่อใดที่นางเอกทำแง่งอนปัดป้องด้วยจริตหญิง ท่านก็จะร้องว่า...เอ๊ย...ถ้าไม่ยอม...จะปล้ำ...  แล้วก็รำหายเงียบเข้าไปหลังโรงทุกที

น้องลองไปใช้ดูเถิด  อย่ามัวแต่เจรจาให้มากความเลย  ได้เรื่องอย่างไรแล้วก็จงแจ้งแถลงกล่าวด้วย  เผื่อจะเอาไปใช้เองบ้าง
บันทึกการเข้า
นวล
อสุรผัด
*
ตอบ: 13


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 ก.ค. 02, 11:08

 อ่านแล้ว ขืนเชื่อที่คุณภังคีบอก..สาวคงอัดอั้นพิลึก นั่งคุยกันดีๆ แต่ต้องแสร้งทำโง่นี่... เฮ้อ...
จำเพลงฝรั่งเขาร้องมาแปะหน่อยได้ไหมคะ
ถ้าจะรักใครแล้ว...
Take me for what I am,
for simply being me.....
รักฉันที่ฉันเป็น อย่างที่เห็นเป็นตัวฉัน   ))
บันทึกการเข้า
สร้อยสน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 143

ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 ก.ค. 02, 11:50

 ที่ลวงให้ไฉไลไม่เฉลียว
จะแกล้งเกี้ยวอย่างใดไม่เป็นผล
มุขเก่าเก่าเก็บเถิดหนาพ่อหน้ามน
ถ้าไม่จนใจจริงไม่นิ่งนาน (หรอกย่ะ)

ทุกท่านอย่าไปหลงคำคุณภังคีค่ะ สาวใดไม่ถูกแกค่อนแกขอดยังกะเกล็ดปลานะโชคดี๊ โชคด๊  ที่อยู่ค้างจนป่านนี้ก็เพราะปากนี่แหละ
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 ก.ค. 02, 06:54

 โอ๋ย โดนยัยเจ้าสร้อยมาแฉซะแล้ว อย่าไปเชื่อนะครับทุกท่าน หล่อนอิจฉาผู้ชายหนุ่มทรงเสน่ห์อย่างผมตังหาก

เอ่อ คุณพี่ถาวขอรับ ไอ้ที่พี่สอนน้องมันฟังแป ลก  แป ลก นา
ผมคุ้นๆว่า มันเป็นบทผู้ร้ายลิเก ที่ร้องว่า"แม้ไม่ยอม เอ๋ย พี่จะปล้ำ เอ๋ย พี่จะปล้ำให้หนำใจ"  แล้วก็ต้องหัวเราะแบบน่าเกลียดๆ  ยัยนางเอกก็ต้องร้องว้ายยย วี้ด แล้วตัวผู้ร้ายก็เล่นไล่จับกับหล่อนแบบต้องพยายามไม่ให้ถูกตัวหล่อน(เพราะเป็นนางเอก) รอบๆเวที เอ๋ย รอจนได้ยินประโยคว่า" หยุดนะ เจ้าโจรใจทราม..."      

เห็นตามคุณครูนวลท่านดีกว่าครับว่ารักใครก็รักที่เค้าเป็น
เอ  มีสาวไหนเค้าจะรักผมอย่างที่ผมเป็นมั่งล่ะ เอ้าคุณหลวงนิล หายไปไหน ตั้งกระทู้แล้วปล่อยให้ผมรับหน้าคนเดียว
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 ก.ค. 02, 09:12

 คุณภังคีเคยร้องเพลงบุพเพสันนิวาสไหมคะ.....
ผู้ใหญ่ที่เคารพท่านนึงเคยบอกทองรักว่า บุพเพสันนิวาสไม่ได้มีอยู่แต่ในเพลงเท่านั้น  แต่บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดจากเหตุ 2 ประการ คือ ทำบุญร่วมชาติกันมาแต่ปางก่อน กับได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชาตินี้  สักวันนึงคุณภังคีคงได้พบสาวซักคนนึง     ที่เป็นบุพเพสันนิวาสกันมา แล้วเขาคงรักคุณได้อย่างที่คุณเป็นนะคะ อ้อ ! แต่ท่านบอกต่อด้วยค่ะว่า
บางคนก็ไม่มีบุพเพสันนิวาสกับใครเลยในชาตินี้    
บันทึกการเข้า
ถาวภักดิ์
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 11 ก.ค. 02, 09:33

 ผู้หญิงนี่ละหนอ  พอมีเรื่องที่เขาว่าลับๆ กระซิบกระซาบกัน  ก็รีบเข้ามานั่งสลอนเลยเนาะ

น้องภังคีคงไม่รู้จักภาษิตฝาหรั่งที่ว่า The end justifies the mean. เมื่อนางเอกเป็นของเราแล้ว  เราก็ย่อมเป็นพระเอกนะซี่  ถึงจะเป็นแบบมนต์รักอสูรก็เถอะ  แต่ก็ยังเป็นพระเอก  ฮี ฮี ฮี  หู หู หู ฮะ ฮะ ฮะ เคี้ยก เคี้ยก เคี้ยก  (หัวเราะแบบนี้เข้าขั้นหรือยัง)

อันว่าความรักที่น่าประทับใจในประวัติศาสตร์  ที่พอจะมีหลักฐานชัดเจน  สำหรับผมแล้วไม่มีใครเกินน้ำพระทัยของพระพุทธเจ้าหลวง  เช่นการแสดงออกอย่างเมตตาอ่อนหวานต่อเจ้าจอมสดับ เจ้าจอมท่านสุดท้าย

เมื่อแรกถวายตัวนั้น  พระพุทธเจ้าหลวงเจริญพระชนมายุล่วงเข้ากว่า 50 พระชันษา  ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจเป็นล้นพ้น  มีพระราชกรณียกิจท้วมท้น ยากที่จะปลีกเวลาทรงพระสำราญเช่นคนทั่วไป  จึงหากจะปฏิบัติต่อบาทบริจาริกาใดซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวสามัญคนหนึ่ง  เฉกเช่นเพียงเพื่อสนองความประสงค์ของมนุษย์ทั่วไป  อันอาจเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันเป็นปกติธรรมดาในยุดนั้นด้วยซ้ำ   ก็ไม่มีผู้ใดบังอาจตำหนิติเตียน และก็จะมีเพียงน้อยคนที่จะรู้เห็นได้  ซึ่งล้วนไม่สามารถกล้าอาจเอื้อมบอกเล่าต่อให้เอิกเกริก  แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่   พระองค์กลับแสดงพระเมตตา เอื้ออาทร จากก้นบึ้งของพระราชหฤทัย  อย่างแสนอ่อนโยนและอ่อนหวาน สะท้อนให้เห็นผ่านบทพระราชนิพนธ์กำกับกำไลพระราชทาน  อันเป็นดังของแต่งงาน  เช่นชายหนุ่มที่มีหัวใจรักบริสุทธิ์พึงมีมอบให้สตรีอันเป็นสุดที่รัก  มีความว่า

กำไลมาศชาตินพคุณแท้
ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี
ดังใจตรงคงคำร่ำพาที
จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก
ตรึงความรักรับไว้อย่างให้หาย
แม้รักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย
เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 11 ก.ค. 02, 10:07

 โอ ซาบซึ้งจริงๆขอรับ พี่ถาว
เจ้าจอมท่านเลยใส่กำไลไม่ถอดจนตายจริงๆ

คุณทองรักคร้าบ แม้นเราไม่มีวาสนากับหญิงใดในชาตินี้ มีเพื่อนชายหญิงที่น่าร้ากเช่นที่นี้ก็สุขจ๊าย  จริง จิ่งแล้วจ้ะ   เคี้ยก เคี้ยก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง