เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 34001 นิทานก่อนนอนนานาชาติ
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 23 ก.ค. 02, 16:46


ดูฟุตบอลมากไปหน่อยเลยนอนไม่หลับ ... ทำให้เกิดนึกอยากฟังนิทานก่อนนอนของเด็กๆขึ้นมา
ไม่ทราบเหมือนกันว่าสมัยนี้ยังมีการเล่านิทานก่อนนอนให้เด็กๆฟังหรือเปล่า?
นิทานพวกนี้เกือบทุกเรื่องจะมีข้อคิดและคติสอนใจอยู่เสมอๆ

ใครมีนิทานสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านของไทย หรือนิทานฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น
เอามาเล่าให้ฟังกันบ้างดีกว่าครับ ...

เอานิทานสำหรับเด็กของญี่ปุ่นมาให้อ่านกัน ค้นมาจากเว็ปนี้ครับ
 http://www.jinjapan.org/kidsweb/folk.html  มีน่าสนุกอยู่หลายเรื่องผมยังอ่านไม่หมดเลย
เอาเป็นว่าเล่าให้ฟังหนึ่งเรื่องก็แล้วกันคือเรื่อง Tsuru no Ongaeshi (หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ Yuzuru )
เป็นเรื่องที่เด็กๆในญี่ปุ่นรู้จักกันอย่างดีมีแสดงเป็นละครเวทีด้วย
Tsuru และ  Yuzuru หมายถึงนกกระสา Ongaeshi แปลว่าการตอบแทนความดีทำนองนั้น
เรื่องย่อๆ มีอยู่ว่า ...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีชายหนุ่มคนหนึ่งฐานะยากจน อยู่มาวันหนึ่งชายหนุ่มไปพบนกกระสาบาดเจ็บ
เนื่องจากถูกลูกศรของนายพราน ด้วยความสงสารเลยรักษาทำแผลให้แล้วปล่อยเจ้านกกระสาบินขึ้นฟ้าไป
ในคืนวันนั้นเองเมื่อเจ้าหนุ่มกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบว่ามีสาวสวยนางหนึ่งยืนอยู่ที่หน้ากระท่อมของเขา
ยังไม่ทันที่เขาจะจีบ สาวเจ้าก็เอ่ยว่า "ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะพี่รูปหล่อ ตัวน้องเป็นภรรยาของพี่ค่ะ"
ชายหนุ่มประหลาดใจและกล่าวตอบว่า "อ้ายคนจนจำต้องทนปั้นรถถีบ ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูน้องสาวหรอก"
สาวสวยกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ชาย น้องมีข้าวสารติดตัวมาหลายกระสอบ" ว่าแล้วหล่อนก็เข้าครั้วทำกับข้าว
ฝ่ายเจ้าหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็เลยตามเลยรับสาวน้อยเป็นภรรยาและอยู่กินด้วยกันอย่างมีความสุข ...

อยู่มาวันหนึ่งภรรยาสาวขอร้องให้ชายหนุ่มสร้างห้องทอผ้าให้เธอ เมื่อชายหนุ่มสร้างเสร็จ
เธอขอให้ชายหนุ่มสัญญาว่า "ระหว่างที่เธอกำลังทอผ้าห้ามชายหนุ่มเข้ามารบกวนเป็นอันขาด"
ชายหนุ่มก็รับคำ หลังจากนั้นเธอก็หายเข้าไปในห้องเป็นเวลาหลายคืน และกลับออกมาด้วยความหนื่อยอ่อน
ร่างกายผอมซูบลงจนเจ้าหนุ่มตกใจ สาวสวยยืนผ้าที่หล่อนทอเสร็จให้เจ้าหนุ่มดู ซึ่งเป็นผ้าที่สวยงามมาก
อย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวบอกให้ชายหนุ่มนำผ้าไปขายในตลาด ซึ่งเขาก็ขายได้ราคาแพง
หลังจากนั้นฐานะของชายหนุ่มก็ร่ำรวยขึ้นทันตาเห็น

ผ่านไปหลายเดือนเจ้าหนุ่มเก็บความสงสัยไว้ไม่ใหวผิดสัญญาแอบดูภรรยาทอผ้า
แต่แทนที่จะพบภรรยาตัวเอง กลับกลายเป็นนกกระสากำลังดึงขนตัวเองออกมาทอผ้า
เมื่อนกกระสาเห็นชายหนุ่มผิดสัญญาจึงบอกกับว่า ตัวหล่อนนั้นเป็นนกที่เจ้าหนุ่มช่วยเหลือไว้
ซาบซึ้งในความมีเมตตาเลยมาตอบแทนบุญคุณ แต่วันนี้ชายหนุ่มผิดสัญญาหล่อนจึงจำใจต้องขอลา
ว่าแล้วหล่อนก็ให้ผ้าผืนหนึ่งกับเจ้าหนุ่มไว้เพื่อดูต่างหน้า แล้วก็บินหายลับไปไม่กลับมาอีกเลย
พ่อหนุ่มของเราเลยต้องหุ่มผ้าแก้หนาวแทนที่จะมีสาวไว้ให้กอด .... เรื่องก็จบด้วยประการชะนี้เอย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ควรจะทำดีให้สม่ำเสมอ ชายหนุ่มทำดีมีเมตตาในตอนแรกช่วยเหลือนกที่บาดเจ็บ เลยได้รับผลดีตอบแทน
แต่เมื่อเขาได้ดีแล้ว กลับผิดสัญญา เลยต้องสูญเสียภรรยาไป
เหมือนกับหลายคนเมื่อมีชื่อเสียงประสบความเร็จมีฐานะร่ำรวยนิสัยใจคอเปลี่ยนไป
ลืมความดีที่ตัวเองเคยมีก่อนที่จะร่ำรวยถูกไป สุดท้ายก็ตกต่ำลง เราจึงควรจะรักษาความดีไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ...

เล่าจบได้ก็ง่วงพอดี ไปนอนดีกว่า ... หุๆๆๆ  
บันทึกการเข้า
สร้อยสน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 143

ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 17 มิ.ย. 02, 11:34

 คุณภังคี มาอ่านหรือเปล่าคะ เรื่องนี้ ผู้ชายอยากรู้อยากเห็นมั่งล่ะ เห็นมั้ย
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 17 มิ.ย. 02, 12:54

 คุณสร้อยสนพูดถูกใจจังค่ะ      
คุณจ้อคะ ทองรักมีนิทานชาวเกาะทะเลใต้ เรื่อง "นางเงือก" ค่ะ แต่ขอผลัดเป็นตอนกลางคืนนะคะ  จะเอาแปะให้อ่านกัน
จะได้สมชื่อกระทู้หน่อยค่ะ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 17 มิ.ย. 02, 18:35


มีนิทานชาวเกาะทะเลใต้ เรื่อง "นางเงือก" มาฝากค่ะ  เก็บความมาจากนิทานมหัศจรรย์ของ ส.พลายน้อย
ใช้เล่าให้สองสาวน้อยที่บ้านฟังอยู่บ่อย ๆ

นานมาแล้วที่เกาะกวม มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งชื่อไซรีน อาศัยอยู่กับมารดาในกระท่อมใกล้ลำธาร ซึ่งมีน้ำลึกไหลอยู่เสมอ  ไซรีน เป็นคนชอบเล่นน้ำ เธอจะขึ้น ๆ ลง ๆ ในลำธารนี้ตลอดทั้งวัน    ในขณะที่แม่ของเธอต้องทำงานหนักทั้งงานในบ้านและงานในไร่ แม่เคยเรียกให้ไซรีนมาช่วยทำงานอยู่บ่อย ๆ  แต่ทุกครั้งที่แม่เรียกไซรีนมักจะขานรับมาจากลำธารบ้าง หรือบางครั้งเมื่อว่ายน้ำออกไปไกล ๆ เธอก็จะไม่ได้ยินที่แม่เรียกเอาเลย

วันหนึ่งเมื่อแม่เรียกไซรีน แต่ไม่มีเสียงตอบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่ใหญ่  ไซรีนจึงกลับมา  แม่จึงถามว่า ไปอยู่ที่ไหนมา เมื่อได้คำตอบว่า ไปว่ายน้ำ ทำให้แม่รู้สึกโกรธมาก จึงเผลอดุไปว่า  มัวแต่ว่ายน้ำอยู่นั่นแหละ  แม่ว่าในไม่ช้านี่แหละ แกจะต้องกลายเป็นปลาไปแน่ ๆ จะได้ว่ายน้ำได้ตามสบาย

ในขณะที่แม่กำลังดุว่าลูกสาวอยู่นั่นเอง นางฟ้าประจำตัวไซรีนได้ปรากฎกายขึ้น แล้วบอกว่า ได้ยินที่แม่ดุไซรีนแล้ว  แต่นางฟ้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเป็นอันขาด   แม่ของไซรีนรู้สึกตัวก็เกิดอาการตกใจ  และได้สติคิดถึงสิ่งที่ตนพูดออกไปแล้ว จึงอ้อนวอนนางฟ้าให้ช่วยไซรีนด้วยเถิด  

นางฟ้าได้แต่บอกว่า มันสายเกินไปที่จะช่วย  ในเมื่อแม่ของ   ไซรีนได้พูดไปเช่นนั้นแล้ว นางฟ้าทำได้แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบาเท่านั้นคือ ร่างกายครึ่งหนึ่งของไซรีนจะเป็นคนตามที่นางฟ้าปรารถนา  แต่ร่างกายอีกครึ่งหนึ่ง  จะกลายเป็นปลาตามที่แม่แช่งไว้  ว่าแล้วก็ร่ายมนต์ไปที่ร่างของไซรีน

ก่อนที่แม่จะทันพูดอะไรออกมา ไซรีนก็กระโจนลงน้ำไป  ทันใดนั้นร่างกายท่อนล่างของเธอก็กลายเป็นปลา      แต่เธอกลับดูร่าเริงและมีความสุขดี  เธอว่ายน้ำออกไปอย่างรวดเร็ว แถมยังอยู่ในน้ำได้นาน ๆ อีกด้วย ไซรีนจึงว่ายน้ำต่อออกไปในทะเล  พวกหาปลาชาวเกาะกวมเคยเห็นเธอที่โน่น ที่นี่ อยู่เสมอ      แถมบางทียังได้ยินเสียงเธอร้องเพลงอีกด้วย (ไม่รู้ว่าเป็นตัวเดียวกับที่คุณเทาชมพูเล่าไว้ในกระทู้ก่อนหรือเปล่านะคะ)
แต่คนที่ไม่เคยเจอเธออีกเลยก็คือแม่ของเธอนั่นเอง

นิทานเรื่องนี้ไม่มีคำสอนค่ะเล่าให้ฟังเพลิน ๆ ก่อนนอนเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85

Graduate Student New Mexico Institute of Mining and Technology, Socorro, NM USA


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 18 มิ.ย. 02, 05:51

 ชอบฟังครับนิทานก่อนนอนเนี่ย
ผมชอบหมดเลยทั้งเรื่องเจ้าชายกบ นิทานอีสปอย่างเรื่อง เต่ากับกระต่าย หรือ โคนันทวิศาลของไทยเรา
นิทานของญี่ปุ่นก็ฟังดูสนุกดี
หรือจะเป็นนิทาน คนตัดไม้กับเทพารักษ์ก็มีคติสอนใจดีครับ
ตำนานของญี่ปุ่น ตัวแรคคูน สุนัขจิ้งจอก หรือนกกระสามักจะแปลงร่างเป็นหญิงงามได้
แต่ถ้าเป็นสุนัขจิ้งจอก มักจะเป็นผู้ร้าย
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 18 มิ.ย. 02, 07:11

 หนูไม่ดื้อ หนูไม่เถียง หนูจาฟังนิทานต่อจ้ะ    
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 18 มิ.ย. 02, 07:19

 อิอิ กระทู้นี้ชื่อนิทานก่อนนอนจ้ะ เล่าตอนเย็น ๆ เท่านั้น
(เด็ก ๆ ห้ามนอนดึก เป็นอันตรายต่อสุขภาพนะจ๊ะ)    
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 18 มิ.ย. 02, 21:13

 มีใครเคยฟังนิทานเรื่องตำนานดอกทานตะวันบ้างไหมคะ
ทองรักจำได้แค่ว่า ดอกทานตะวันเมื่อก่อนนี้คือหญิงงามชื่อว่า "นางไคลตี" (ไม่ใช่ใครตี หรือตีใครนะคะ) แล้วไปยังไง มายังก็จำไม่ได้แล้ว ตอนหลังนางไคลตีกลายเป็นดอกไม้ที่หันหน้าตามดวงตะวันอยู่ตลอด ชื่อว่า "ทานตะวัน" ถ้าใครเคยฟังแล้วยังจำได้  วานเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ อยากฟังทบทวนความจำอีกรอบนึงน่ะค่ะ มีทานตะวันดอกงามมาให้เป็นของแลกเปลี่ยนกับคนใจดีค่ะ
บันทึกการเข้า
ภังคี
มัจฉานุ
**
ตอบ: 73

รับจ้าง


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 19 มิ.ย. 02, 06:49

 ผมจำได้นิดหน่อยครับ ว่าเธอเป็นสาวน้อยมีชีวิตใต้มหาสมุทร วันหนึ่งเกิดนึกสนุกขึ้นมาบนพื้นดิน เกิดปิ๊งดวงอาทิตย์ตั้งแต่แรกเห็น(คงเห็นหล่อแบบอพอลโลมั้ง) ก็เลยปักหลักจ้องดูไม่ยอมเคลื่อนไปไหน  ร่างกายก็เลยกลายเป็นดอกทานตะวัน

นำมาขยายยาวๆคงเป็นเรื่องรักโรแมนติกได้เนาะ    
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 19 มิ.ย. 02, 14:17

 ชอบรูปดอกทานตะวันของคุณทองรัก สวยชัดดีค่ะ  นิทานที่คุณทองรักพูดถึงลิตเติ้ลยังไม่เคยฟังเลยค่ะ  แต่สมัยเรียนประถมลิตเติ้ลเคยดูหนังดังวันอาทิตย์ช่อง7เรื่องข้างบนที่พี่จ้อ เอามาเล่า
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 19 มิ.ย. 02, 21:25

 ขออนุญาตยึดกระทู้คุณจ้ออีกวันนะคะ
ประทับใจนิทานเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นมากค่ะ เลยอยากนำมาเล่าต่อให้ฟัง
บางท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วก็ได้  เป็นโศกนาฏกรรมความรักระหว่างนางฟ้ากับหนุ่มเดินดินค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า นางฟ้าชื่อทานาบาตะ (Tanabata)  บังเอิญลงจากสวรรค์มาแอบเล่นน้ำในสระบนโลกมนุษย์ แล้วกลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกไม่ได้ เนื่องจากมีชายหนุ่มคนหนึ่งมาพบเสื้อคลุมที่ทอด้วยขนนกของเธอ  แล้วเก็บเอาไว้ทำให้เธอกลับขึ้นไปสวรรค์ไม่ได้   จึงจำใจต้องอยู่บนโลกมนุษย์นั่นเอง ต่อมาเธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเขาอย่างมีความสุข   จนเวลาผ่านไปหลายปีขณะที่ชายหนุ่มออกไปทำงานนอกบ้าน เจ้าหญิงบังเอิญไปค้นพบเสื้อของเธอที่ชายหนุ่มเก็บซ่อนเอาไว้  เธอจึงหยิบมาสวมใส่แล้วก็เตรียมโบยบินกลับไปสู่สวรรค์ดังเดิม ทว่าสามีของเธอกลับมาพบเข้าเสียก่อน  เธอจึงได้แต่บอกเขาว่า…..ถ้ารักเธอจริงให้เขาพยายามสานรองเท้าด้วยฟางให้ได้ครบ 1,000 คู่ แล้วเผารองเท้าทั้งหมดนั้นรอบ ๆ ต้นไผ่  จะทำให้เขาและเธอได้พบกันอีก  ส่วนตอนนี้เธอจะต้องขึ้นไปรอเขาก่อนบนสวรรค์  สามีหนุ่มถึงจะเศร้าเสียใจเพียงใดก็ต้องพยายามทำตามที่ภรรยาบอกไว้  วันเล่าวันเล่าที่เขาพยายามถักทอรองเท้าจากฟางข้าวจนครบ 1,000 คู่ แล้วจึงนำไปเผาอย่างที่ภรรยาสุดที่รักสั่งไว้   ในขณะที่เผารองเท้านั้นต้นไผ่ก็เริ่มโตและสูงขึ้น ๆ ๆ เรื่อยจนเขาสามารถที่จะปีนขึ้นไปถึงบนสวรรค์เพื่อจะไปพบกับทานาบาตะ   แต่อนิจจา เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง หรือเพราะความสะเพร่าก็เหลือจะเดา  เขาถักรองเท้าได้ไม่ครบค่ะ  ได้แค่ 999 คู่เท่านั้น ต้นไผ่ก็เลยไม่โตมากพอที่จะไปถึงที่อยู่ของเจ้าหญิงได้ จึงได้แต่ร่ำร้องเรียกเธออยู่อย่างนั้น  เจ้าหญิงได้ยินเสียงร้องเรียกของสามี  จึงมาพบเข้าแล้วเอื้อมมือฉุดเขาขึ้นไปบนสวรรค์
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 19 มิ.ย. 02, 21:43

 แต่อุปสรรคยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ ชายหนุ่มพบอุปสรรคยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมาทั้งหมด นั่นคือ พ่อของทานาบาตะ ซึ่งไม่ยินดีเลยที่ลูกสาวไปรักกับหนุ่มเลี้ยงแกะ เลยเริ่มปฏิบัติการลองใจลูกเขยด้วยการให้ลูกเขยไปเฝ้าสวนแตงเป็นเวลา 3 วัน 3 คืนค่ะ พร้อมกับสั่งว่าในระหว่างนั้นห้ามรับประทานแตงเหล่านั้นแม้แต่ผลเดียว (ผู้ที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้วคงจะทราบว่ารสชาติแตงญี่ปุ่นนั้นหอมหวานเพียงไร) ไม่อย่างนั้นแล้วท่านพ่อตาไม่รับประกันความผิดหวังค่ะ  ชายหนุ่มสู้อดทนจนวันที่ 3 ผ่านไปเกือบสิ้นวันแล้ว เขากลับรู้สึกตัวว่าหิวและกระหายจนทนไม่ได้  คิดในใจว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วน่า เด็ดมาหม่ำซักลูกหนึ่งคงไม่เป็นไร  คิดแล้วก็เด็ดแตงมา 1 ลูกจัดแจงผ่าครึ่งหวังจะหม่ำซะให้หายหิว แต่กลับกลายเป็นว่าทันทีที่ผ่าแตงออกมากลับมีน้ำพุ่งออกมาจากผลแตงมากมายจนกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่กั้นขวางเขาเอาไว้จากภรรยา  (สงสัยจะเป็นอิทธิฤทธิ์ของพ่อตาเป็นแน่)  ทั้งคู่เศร้าเสียใจมากได้แต่เฝ้ามองกันอยู่อย่างนั้นจากสิ้นอายุขัย (ของชายหนุ่ม) แล้วจึงไปจุติเป็นดาวอยู่คนละฟากฝั่งของทางช้างเผือก ถึงตอนนี้พ่อตาเริ่มใจอ่อนลงมาหน่อยแล้วค่ะ เลยอนุญาตให้ทั้งสองมาพบกันได้ปีละหนึ่งครั้ง  ในคืนวันที่ 7 เดือนที่ 7 ของทุกปี …….
ถึงตอนนี้ใครที่เคยอ่านคู่กรรมคงพอจำได้แล้วนะคะ ทองรักรู้เรื่องนี้ครั้งแรกก็จากที่โกโบริเล่าให้อังศุมาลินฟังนั่นแหละค่ะ  แต่เรื่องย่อที่เล่าให้ฟังข้างบนนั่นได้มาจากเว็บเดียวกับของคุณจ้อนั่นแหละ  เพื่อนที่จบจากญี่ปุ่นเคยเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนั้ที่ญี่ปุ่นมีการเฉลิมฉลองเทศกาลทานาบาตะ.... นี่ด้วยค่ะ ถ้ามีคนสนใจจะไปค้นมาเล่าต่อนะคะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 20 มิ.ย. 02, 08:15

 เรื่องตำนานรักทางช้างเผือกนี้เป็นตำนานเก่าแก่ของจีนครับ
มาจากปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดาวVega กับ Altair จะมาใกล้กันในวันที่ 7 กรกฎาของทุกปี
Vega และ Altair กับดาวอีกดวงหนึ่งชื่อว่า Deneb จะอยู่กลางท้องฟ้าในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ
เรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยมที่เรียกว่า สามเหลี่ยมฤดูร้อน หรือ The Summer Triangle ครับ
(ถ้าพี่พวงร้อยผ่านมา จะช่วยเพิ่มเติมด้วยก็จะดีมากๆครับ)

ตำนานจีนมีอยู่ว่าธิดาสวรรค์ชื่อว่า Zhinu เกิดหนีลงมาเที่ยวแล้วพบรักกับหนุ่มซึ่งเป็นคนเลี้ยงสัตว์
ชื่อว่า Niulang ... พอจักรพรรดิ์สวรรค์ทรงทราบเรื่องเข้าเลยส่งองค์รักษ์มาจับตัวเทพธิดากลับสวรรค์
ฝ่ายชายหนุ่มซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก"เทพเจ้าวัว" พาขี่หลังขึ้นมาบนท้องฟ้า
แต่โชคร้ายไม่สามารถที่จะข้ามแม่น้ำสวรรค์ (ทางช้างเผือก) ไปหาภรรยาของตนได้
ฝ่ายนาง Zhinu ก็ซึมเศร้าเหงาหงอย ตรอมใจแต่พระราชบิดาก็ไม่สงสาร
จนอยู่มาวันหนึ่งมีเทพเจ้าอีกองค์เกิดเมตตาสงสาร ไปขอร้องจักรพรรดิ์ให้
ทั้งสองได้พบกันปีละหนึ่งครั้ง คือวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี .....  ตามตำนานบอกว่า
นกสาลิกาดงจากทั้งสองฝั่งแม่น้ำสวรรค์จะปินขึ้นท้องฟ้าสร้างเป็นกำแพงให้คู่ข้ามมาพบกัน

ว่ากันว่าในเมืองจีนหากเด็กๆเห็นนกสาลิกาดงในวันที่ 7 กรกฎาคมละก็ จะเอาก้อนหินเขวี้ยงใส่
เหตุเพราะว่า เจ้านกพวกนี้เห็นแก่ตัวไม่ยอมไปทำหน้าที่เป็นสะพานรัก ... เป็นงั้นไป ยิ้ม

อ่านเรื่องย่อได้จากเว็ปนี้ครับ
 http://www.span.com.au/100women/14.html
อีกตำนานหนึ่งคล้ายๆกัน
 http://www.geocities.com/CapeCanaveral/Launchpad/2930/lore32298.html
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

ทำงานบริษัทเอกชน


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 20 มิ.ย. 02, 21:48

 มาแอบฟังนิทานค่าา    
บันทึกการเข้า
Little Sun
พาลี
****
ตอบ: 212

กำลังตามหาความฝัน


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 21 มิ.ย. 02, 16:42

 ขอเสนอเรื่องกั๊บ
นิทาน สายฝน ความรัก

เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำเป็นเพื่อนรักกันทั้งสามอยู่ใกล้ชิดกัน
จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้นแผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์
จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจและถอยตัวห่างออกไป....
... ห่างออกไปทุกที ทุกทีจนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน
แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล...

แผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้าแต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมากเลยไม่ได้ยิน
นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า ...นกก็บินสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก
แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป...ไปไม่ถึงท้องฟ้าแต่นกก็สัญญาว่า....ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอกผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล
และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน....
ผืนน้ำพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่านแต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า
พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอดก็บอกกับทั้งสองว่า
"เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้" พระอาทิตย์จึงอาสาช่วยโดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำและแผ่นดิน
ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยตัวไปรวมกันเป็นก้อนเมฆ
ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า เล่าเรื่องราวต่าง ๆเป็นรูปตามที่ แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา
และบอกว่าแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมากอยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน
ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจแต่ก็กลับลงไปไม่ได้
"ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้นและอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว
ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวางที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกล ๆ
และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น
และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าวแต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำ
และอยากจะบอกกับทั้งสองว่าฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด"
ก้อนเมฆก็ตอบว่า "อยู่บนนี้นาน ๆ ก็เหงาเหมือนกัน
บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง "ท้องฟ้าเลยบอกว่า"ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้
แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งกลับลงไป
และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า"
จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกันและรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า
แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งความรักความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ จึงไม่แปลก
ถ้าเมื่อใดฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารักคนที่เราผูกผัน .........และบางครั้ง
ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย.......  
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง